View : 808

บางท่านอาจจะเคยสงสัยว่าบ้านของสถาปนิกซึ่งเป็นคนที่ออกแบบตึกรามบ้านช่องที่เราอาศัยกันอยู่นี้จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร จะหรูหราเหมือนในทีวี หรือหนังฮอลลีวู้ดบางเรื่องหรือไม่ วันนี้ผมจะพาไปชมบ้านที่เคยเป็นบ้านของสถาปนิกที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่ง และเจ้าของบ้านปัจจุบันก็เป็นสถาปนิกเช่นกันครับ
 
บ้านหลังที่ว่านี้ออกแบบโดย Ray Kappe สถาปนิกผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งสถาบัน Sci-Arc หรือ Southern California Institute of Architecture สถาบันการศึกษาทางสถาปัตยกรรมที่เรียกได้ว่าหัวก้าวหน้าที่สุดแห่งหนึ่งของโลก บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในเมือง Sherman Oaks ซึ่งอยู่ห่างจากใจกลางเมือง Los Angeles รัฐ California ไม่ไกลมากนัก ตอนแรกนั้น Kappe ตั้งใจจะออกแบบบ้านหลังเล็กๆ ให้พ่อกับแม่เขาอยู่ แต่พ่อของเขากลับมาเสียชีวิตซะก่อนที่บ้านจะสร้างเสร็จในปี 1956 และ แม่ของเขาตัดสินใจที่จะอยู่บ้านเดิม Kappe เลยต้องเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้เสียเอง ถึงแม้งานนี้จะเป็นงานแรกๆ ในชีวิตการทำงานเป็นสถาปนิกของเขา แต่ Kappe ก็ได้แสดงออกถึงแนวทางทางสถาปัตยกรรมในรูปแบบของเขาที่ชัดเจน Kappe อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้อยู่ถึง 20 ปี ก่อนที่จะไปสร้างบ้านใหม่ในเมือง Pacific Palisades ซึ่งบ้านหลังนั้นเรียกได้ว่าเป็นผลงานมาสเตอร์พีซของเขาเลยก็ว่าได้
 
หลังจากที่เขาย้ายออกไป บ้านหลังนี้ก็ได้มีการเปลี่ยนเจ้าของบ้านใหม่มาหลายรอบเหมือนกัน จนมาถึงปัจจุบันเป็นสามีภรรยาซึ่งเป็นสถาปนิกทั้งคู่ ระยะเวลาที่ผ่านไปเกือบจะ 60 ปีแล้ว แน่นอนว่าตัวบ้านจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างเพื่อให้เข้ากับความต้องการของผู้อยู่อาศัยในปัจจุบัน แต่โดยภาพรวมแล้วเจ้าของบ้านปัจจุบันยังรักษาแนวความคิดหลักของบ้านไว้ได้อย่างดีทีเดียว
 

แสงและเงาตกกระทบเกิดเป็นเส้นสายที่เรียบง่ายแต่สวยงาม

ซ้าย : โถงทางเข้าบ้านดูแล้วได้บรรยากาศแนวญี่ปุ่น
ขวา : สระน้ำภายในบ้านตรงโถงทางเข้า

เมื่อเดินข้ามสระน้ำมาเยื้องๆ ไปทางซ้ายจะเป็นบริเวณนั่งเล่น ซึ่งแต่ก่อนตรงนี้เคยเป็นพื้นที่ภายนอกมาก่อน มีแต่หลังคาที่เป็นระแนงเปิดโล่ง และประตูกระจกเพื่อกันลมในฤดูหนาวเท่านั้น ตอนนี้ได้มีการปูหลังคาแต่ก็ยังมีการเจาะช่องแสงด้านบนเพื่อให้แสงธรรมชาติเข้ามาสู่ภายใน ด้วยความที่เขาได้ใช้ผนังและบานเลื่อนกระจกรอบด้าน รวมไปถึงการดึงเอาวัสดุที่ใช้ภายนอกบ้านให้เข้ามาถึงภายในบ้าน อย่างเช่นตรงสวนหย่อมหินตรงมุมหนึ่งของห้อง ทำให้เกิดการเชื่อมโยงกันระหว่าง space ภายนอกและภายในบ้านได้อย่างต่อเนื่องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
 
ติดกับบริเวณนั่งเล่นจะเป็นห้องครัว ซึ่งผนังตรงระหว่างครัวกับบริเวณนั่งเล่นเขาได้ออกแบบให้เป็นเคาน์เตอร์บาร์และเจาะช่องทะลุผนังเพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงกันของ space ทั้งสองส่วน และจากภายในครัวสามารถมองออกไปเห็นวิวของสวนหลังบ้านได้
 
เมื่อเดินทะลุส่วนครัวไปด้านในจะเป็นห้องทานอาหาร สิ่งที่น่าสนใจตรงส่วนนี้คือผนังของทั้งสองด้านของห้องเป็นผนังกระจกใสชิ้นเดียวจากพื้นถึงเพดานเลย ทำให้มองเห็นวิวของสวนที่ขนาบอยู่ทั้งสองข้างของห้องได้เป็นอย่างดี และดูเหมือนนั่งอยู่บริเวณชานนอกบ้าน ทั้งๆ ที่อยู่ในบ้าน ส่วนผนังอีกด้านหนึ่งที่อยู่ติดกับเพื่อนบ้าน เจ้าของใหม่ได้กรุผนังนี้ด้วยกระจกเงา นอกจากจะช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้นแล้ว ยังช่วยกันวิวที่ดูไม่ค่อยสวยงามเท่าไรนักของหลังคาบ้านเพื่อนบ้านที่เต็มไปด้วยเครื่องและท่อแอร์ไปในตัว อย่างไรก็ตามเจ้าของบ้านใหม่ได้บอกว่า Kappe ไม่ชอบการใช้กระจกเงาตรงนี้มากที่สุดจากการปรับปรุงบ้านทั้งหมด

09-1-California-Modern-Style-(1).jpg


ซ้าย : การนำวัสดุจากข้างนอกเข้ามาสู่ข้างในเพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อกัน
ขวา : มุมเล็กๆ ภายในห้องครัวเป็นที่นั่งทานอาหารเช้า
 
จากห้องทานข้าวเมื่อเดินย้อนกลับไปทางโถงทางเข้าหลักจะผ่านห้องรับแขก ซึ่งห้องนี้มีการลดระดับลงไปจากส่วนอื่นๆ ของบ้านเล็กน้อย เพื่อให้ space ภายในห้องดูโปร่งโล่งขึ้น เช่นกันผนังสองส่วนที่หันออกสู่ภายนอกได้ถูกออกแบบให้เป็นผนังกระจก เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องสู่ภายนอกเหมือนกับห้องนั่งเล่นและห้องทานอาหาร เว้นแต่ตรงหัวมุมห้องที่เป็นเตาผิงรูปทรงกล่องเรียบง่ายเท่านั้นที่เป็นส่วนทึบ
 
ในส่วนของห้องนอนหลักนั้นค่อนข้างจะเรียบง่าย ภายในห้องจะเป็นผนังทึบเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแตกต่างไปจากความเปิดโล่งของห้องอื่นๆ อย่างชัดเจน ยกเว้นผนังด้านหนึ่งซึ่งหันหน้าเข้าสู่สระน้ำภายในและห้องนั่งเล่นนั้นเป็นผนังกระจกทั้งหมด เจ้าของใหม่เลยได้ออกแบบให้มีตู้เตี้ยวางกั้น space ทั้งสองส่วนไว้เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวภายในห้องนอน พื้นตรงส่วนนี้เคยปูพรมมาก่อน เจ้าของใหม่ได้เอาออกและทิ้งไว้เป็นพื้นคอนกรีตขัดมัน ซึ่งก็ดูดิบและน่าสนใจไปอีกแบบ ส่วนห้องน้ำนั้นอยู่ถัดไปจากผนังเหนือหัวเตียง ซึ่งสามารถเข้าถึงได้จากทั้งสองด้านของเตียง
 
บ้านหลังนี้ถึงแม้ว่าจะเป็นผลงานออกแบบบ้านชิ้นแรกๆ ของ Ray Kappe หนึ่งในสถาปนิกผู้บุกเบิกสไตล์ที่เรียกว่า California Modern ซึ่งสะท้อนได้จากการเชื่อมประสานระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอกอย่างกลมกลืน เขาได้แสดงออกถึงภาษาทางสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์ของเขาเองได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้วัสดุธรรมชาติอย่าง ไม้ หิน รวมไปถึงเหล็ก และกระจก มาประกอบกันเป็นงานที่มีความพิถีพิถันในรายละเอียดของการออกแบบและงานก่อสร้าง โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องมีราคาแพงเสมอไป เรียกได้ว่าเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบบ้านและตกแต่งบ้านอย่างเรียบง่ายได้เป็นอย่างดี
 
สำหรับท่านที่สนใจจะชมบ้านของ Ray Kappe หลังปัจจุบันที่ผมพูดถึงในตอนต้น สามารถเข้าไปชมได้ที่ link ข้างล่างนี้ครับ
www.behance.net/gallery/2064128/Ray-Kappe-Swiss-Architectural-Magazine

เรื่อง: ต่อพงษ์ เอื้อประยูรวงศ์

งานออกแบบบ้านที่บุกเบิกสไตล์
แคลิฟอร์เนียโมเดิร์น
Phineas Kappe Residence

มุมมองจากถนนหลักด้านหน้าบ้าน

ทางเข้าบ้านซึ่งประกอบไปด้วยผนังทึบและระแนงไม้ด้านบน

บ้านหลังนี้เป็นบ้านชั้นเดียว สองห้องนอน สองห้องน้ำ พื้นที่ประมาณ 160 ตารางเมตร จากถนนด้านหน้านั้น ตัวอาคารส่วนแรกที่เห็นจะเป็นโรงรถก่อน ส่วนทางเข้าบ้านนั้น สถาปนิกได้ออกแบบไว้ลึกเข้าไปด้านในอีกหน่อย ซึ่งตอนเดินเข้าจะได้เดินผ่านสวนด้านข้าง ตรงบริเวณประตูทางเข้าบ้านเขาได้ออกแบบเน้นตรงส่วนนี้โดยการใช้ผนังทึบสีขาวยื่นออกมาสู่ภายนอกตัวบ้าน โดยที่มีระแนงไม้อยู่ด้านบนซึ่งให้แสงและเงาตัดกันบนกำแพงและพื้นเกิดเป็นเส้นสายที่เรียบง่ายแต่สวยงาม
 
เมื่อผ่านประตูทางเข้าบ้านซึ่งเป็นบานเลื่อนกระจกฝ้าเข้ามา ผมรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นของบ้านหลังนี้ อาจจะเป็นเพราะการใช้กระจกฝ้า เส้นสายขององค์ประกอบต่างๆ ภายในบ้าน และการใช้ไม้โทนสีเข้มของโครงสร้างตัดกับผนังที่เป็นสีขาว ซึ่งต่อมาก็ได้รู้ว่า Kappe ก็ได้รับอิทธิพลจากงานสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นตอนที่เขาออกแบบงานนี้เช่นกัน ด้านหน้าตรงโถงทางเข้าบ้านเมื่อมองตรงไปจะเป็นสระน้ำเล็กๆ ที่มีแท่นทางเดินดูเหมือนลอยอยู่เหนือน้ำวางสลับกันไปมา สระน้ำตรงนี้เป็นเหมือนหัวใจของบ้านเลยก็ว่าได้ เพราะอยู่ตรงศูนย์กลางและมองเห็นได้จากเกือบทุกจุดภายในบ้าน

บริเวณนั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับสวนหลังบ้าน ทางด้านซ้ายมือเป็นห้องครัว 

มุมมองจากบริเวณนั่งเล่นไปสู่ห้องนอนหลักด้านใน

มุมมองจากห้องรับแขกไปสู่โถงทางเข้าหน้าบ้าน

ห้องรับแขก

ห้องนอนหลัก

ซ้าย : ห้องทานอาหาร ผนังกระจกเป็นกระจกใสเพื่อให้เห็นวิวสวนได้อย่างเต็มที่ ผนังทางขวามือเป็นกระจกเงา

เรื่อง: ต่อพงษ์ เอื้อประยูรวงศ์

งานออกแบบบ้านที่บุกเบิกสไตล์
แคลิฟอร์เนียโมเดิร์น
Phineas Kappe Residence

มุมมองจากถนนหลักด้านหน้าบ้าน

ทางเข้าบ้านซึ่งประกอบไปด้วยผนังทึบและระแนงไม้ด้านบน

บางท่านอาจจะเคยสงสัยว่าบ้านของสถาปนิกซึ่งเป็นคนที่ออกแบบตึกรามบ้านช่องที่เราอาศัยกันอยู่นี้จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร จะหรูหราเหมือนในทีวี หรือหนังฮอลลีวู้ดบางเรื่องหรือไม่ วันนี้ผมจะพาไปชมบ้านที่เคยเป็นบ้านของสถาปนิกที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่ง และเจ้าของบ้านปัจจุบันก็เป็นสถาปนิกเช่นกันครับ
 
บ้านหลังที่ว่านี้ออกแบบโดย Ray Kappe สถาปนิกผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งสถาบัน Sci-Arc หรือ Southern California Institute of Architecture สถาบันการศึกษาทางสถาปัตยกรรมที่เรียกได้ว่าหัวก้าวหน้าที่สุดแห่งหนึ่งของโลก บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในเมือง Sherman Oaks ซึ่งอยู่ห่างจากใจกลางเมือง Los Angeles รัฐ California ไม่ไกลมากนัก ตอนแรกนั้น Kappe ตั้งใจจะออกแบบบ้านหลังเล็กๆ ให้พ่อกับแม่เขาอยู่ แต่พ่อของเขากลับมาเสียชีวิตซะก่อนที่บ้านจะสร้างเสร็จในปี 1956 และ แม่ของเขาตัดสินใจที่จะอยู่บ้านเดิม Kappe เลยต้องเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้เสียเอง ถึงแม้งานนี้จะเป็นงานแรกๆ ในชีวิตการทำงานเป็นสถาปนิกของเขา แต่ Kappe ก็ได้แสดงออกถึงแนวทางทางสถาปัตยกรรมในรูปแบบของเขาที่ชัดเจน Kappe อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้อยู่ถึง 20 ปี ก่อนที่จะไปสร้างบ้านใหม่ในเมือง Pacific Palisades ซึ่งบ้านหลังนั้นเรียกได้ว่าเป็นผลงานมาสเตอร์พีซของเขาเลยก็ว่าได้
 
หลังจากที่เขาย้ายออกไป บ้านหลังนี้ก็ได้มีการเปลี่ยนเจ้าของบ้านใหม่มาหลายรอบเหมือนกัน จนมาถึงปัจจุบันเป็นสามีภรรยาซึ่งเป็นสถาปนิกทั้งคู่ ระยะเวลาที่ผ่านไปเกือบจะ 60 ปีแล้ว แน่นอนว่าตัวบ้านจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างเพื่อให้เข้ากับความต้องการของผู้อยู่อาศัยในปัจจุบัน แต่โดยภาพรวมแล้วเจ้าของบ้านปัจจุบันยังรักษาแนวความคิดหลักของบ้านไว้ได้อย่างดีทีเดียว
 

แสงและเงาตกกระทบเกิดเป็นเส้นสายที่เรียบง่ายแต่สวยงาม

ซ้าย : โถงทางเข้าบ้านดูแล้วได้บรรยากาศแนวญี่ปุ่น
ขวา : สระน้ำภายในบ้านตรงโถงทางเข้า

บ้านหลังนี้เป็นบ้านชั้นเดียว สองห้องนอน สองห้องน้ำ พื้นที่ประมาณ 160 ตารางเมตร จากถนนด้านหน้านั้น ตัวอาคารส่วนแรกที่เห็นจะเป็นโรงรถก่อน ส่วนทางเข้าบ้านนั้น สถาปนิกได้ออกแบบไว้ลึกเข้าไปด้านในอีกหน่อย ซึ่งตอนเดินเข้าจะได้เดินผ่านสวนด้านข้าง ตรงบริเวณประตูทางเข้าบ้านเขาได้ออกแบบเน้นตรงส่วนนี้โดยการใช้ผนังทึบสีขาวยื่นออกมาสู่ภายนอกตัวบ้าน โดยที่มีระแนงไม้อยู่ด้านบนซึ่งให้แสงและเงาตัดกันบนกำแพงและพื้นเกิดเป็นเส้นสายที่เรียบง่ายแต่สวยงาม
 
เมื่อผ่านประตูทางเข้าบ้านซึ่งเป็นบานเลื่อนกระจกฝ้าเข้ามา ผมรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นของบ้านหลังนี้ อาจจะเป็นเพราะการใช้กระจกฝ้า เส้นสายขององค์ประกอบต่างๆ ภายในบ้าน และการใช้ไม้โทนสีเข้มของโครงสร้างตัดกับผนังที่เป็นสีขาว ซึ่งต่อมาก็ได้รู้ว่า Kappe ก็ได้รับอิทธิพลจากงานสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นตอนที่เขาออกแบบงานนี้เช่นกัน ด้านหน้าตรงโถงทางเข้าบ้านเมื่อมองตรงไปจะเป็นสระน้ำเล็กๆ ที่มีแท่นทางเดินดูเหมือนลอยอยู่เหนือน้ำวางสลับกันไปมา สระน้ำตรงนี้เป็นเหมือนหัวใจของบ้านเลยก็ว่าได้ เพราะอยู่ตรงศูนย์กลางและมองเห็นได้จากเกือบทุกจุดภายในบ้าน

บริเวณนั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับสวนหลังบ้าน ทางด้านซ้ายมือเป็นห้องครัว 

มุมมองจากบริเวณนั่งเล่นไปสู่ห้องนอนหลักด้านใน

เมื่อเดินข้ามสระน้ำมาเยื้องๆ ไปทางซ้ายจะเป็นบริเวณนั่งเล่น ซึ่งแต่ก่อนตรงนี้เคยเป็นพื้นที่ภายนอกมาก่อน มีแต่หลังคาที่เป็นระแนงเปิดโล่ง และประตูกระจกเพื่อกันลมในฤดูหนาวเท่านั้น ตอนนี้ได้มีการปูหลังคาแต่ก็ยังมีการเจาะช่องแสงด้านบนเพื่อให้แสงธรรมชาติเข้ามาสู่ภายใน ด้วยความที่เขาได้ใช้ผนังและบานเลื่อนกระจกรอบด้าน รวมไปถึงการดึงเอาวัสดุที่ใช้ภายนอกบ้านให้เข้ามาถึงภายในบ้าน อย่างเช่นตรงสวนหย่อมหินตรงมุมหนึ่งของห้อง ทำให้เกิดการเชื่อมโยงกันระหว่าง space ภายนอกและภายในบ้านได้อย่างต่อเนื่องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
 
ติดกับบริเวณนั่งเล่นจะเป็นห้องครัว ซึ่งผนังตรงระหว่างครัวกับบริเวณนั่งเล่นเขาได้ออกแบบให้เป็นเคาน์เตอร์บาร์และเจาะช่องทะลุผนังเพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงกันของ space ทั้งสองส่วน และจากภายในครัวสามารถมองออกไปเห็นวิวของสวนหลังบ้านได้
 
เมื่อเดินทะลุส่วนครัวไปด้านในจะเป็นห้องทานอาหาร สิ่งที่น่าสนใจตรงส่วนนี้คือผนังของทั้งสองด้านของห้องเป็นผนังกระจกใสชิ้นเดียวจากพื้นถึงเพดานเลย ทำให้มองเห็นวิวของสวนที่ขนาบอยู่ทั้งสองข้างของห้องได้เป็นอย่างดี และดูเหมือนนั่งอยู่บริเวณชานนอกบ้าน ทั้งๆ ที่อยู่ในบ้าน ส่วนผนังอีกด้านหนึ่งที่อยู่ติดกับเพื่อนบ้าน เจ้าของใหม่ได้กรุผนังนี้ด้วยกระจกเงา นอกจากจะช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้นแล้ว ยังช่วยกันวิวที่ดูไม่ค่อยสวยงามเท่าไรนักของหลังคาบ้านเพื่อนบ้านที่เต็มไปด้วยเครื่องและท่อแอร์ไปในตัว อย่างไรก็ตามเจ้าของบ้านใหม่ได้บอกว่า Kappe ไม่ชอบการใช้กระจกเงาตรงนี้มากที่สุดจากการปรับปรุงบ้านทั้งหมด

09-1-California-Modern-Style-(1).jpg


ซ้าย : การนำวัสดุจากข้างนอกเข้ามาสู่ข้างในเพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อกัน
ขวา : มุมเล็กๆ ภายในห้องครัวเป็นที่นั่งทานอาหารเช้า
 
จากห้องทานข้าวเมื่อเดินย้อนกลับไปทางโถงทางเข้าหลักจะผ่านห้องรับแขก ซึ่งห้องนี้มีการลดระดับลงไปจากส่วนอื่นๆ ของบ้านเล็กน้อย เพื่อให้ space ภายในห้องดูโปร่งโล่งขึ้น เช่นกันผนังสองส่วนที่หันออกสู่ภายนอกได้ถูกออกแบบให้เป็นผนังกระจก เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องสู่ภายนอกเหมือนกับห้องนั่งเล่นและห้องทานอาหาร เว้นแต่ตรงหัวมุมห้องที่เป็นเตาผิงรูปทรงกล่องเรียบง่ายเท่านั้นที่เป็นส่วนทึบ
 
ในส่วนของห้องนอนหลักนั้นค่อนข้างจะเรียบง่าย ภายในห้องจะเป็นผนังทึบเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแตกต่างไปจากความเปิดโล่งของห้องอื่นๆ อย่างชัดเจน ยกเว้นผนังด้านหนึ่งซึ่งหันหน้าเข้าสู่สระน้ำภายในและห้องนั่งเล่นนั้นเป็นผนังกระจกทั้งหมด เจ้าของใหม่เลยได้ออกแบบให้มีตู้เตี้ยวางกั้น space ทั้งสองส่วนไว้เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวภายในห้องนอน พื้นตรงส่วนนี้เคยปูพรมมาก่อน เจ้าของใหม่ได้เอาออกและทิ้งไว้เป็นพื้นคอนกรีตขัดมัน ซึ่งก็ดูดิบและน่าสนใจไปอีกแบบ ส่วนห้องน้ำนั้นอยู่ถัดไปจากผนังเหนือหัวเตียง ซึ่งสามารถเข้าถึงได้จากทั้งสองด้านของเตียง
 
บ้านหลังนี้ถึงแม้ว่าจะเป็นผลงานออกแบบบ้านชิ้นแรกๆ ของ Ray Kappe หนึ่งในสถาปนิกผู้บุกเบิกสไตล์ที่เรียกว่า California Modern ซึ่งสะท้อนได้จากการเชื่อมประสานระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอกอย่างกลมกลืน เขาได้แสดงออกถึงภาษาทางสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์ของเขาเองได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้วัสดุธรรมชาติอย่าง ไม้ หิน รวมไปถึงเหล็ก และกระจก มาประกอบกันเป็นงานที่มีความพิถีพิถันในรายละเอียดของการออกแบบและงานก่อสร้าง โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องมีราคาแพงเสมอไป เรียกได้ว่าเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบบ้านและตกแต่งบ้านอย่างเรียบง่ายได้เป็นอย่างดี
 
สำหรับท่านที่สนใจจะชมบ้านของ Ray Kappe หลังปัจจุบันที่ผมพูดถึงในตอนต้น สามารถเข้าไปชมได้ที่ link ข้างล่างนี้ครับ
www.behance.net/gallery/2064128/Ray-Kappe-Swiss-Architectural-Magazine

มุมมองจากห้องรับแขกไปสู่โถงทางเข้าหน้าบ้าน

ห้องรับแขก

ห้องนอนหลัก

ซ้าย : ห้องทานอาหาร ผนังกระจกเป็นกระจกใสเพื่อให้เห็นวิวสวนได้อย่างเต็มที่ ผนังทางขวามือเป็นกระจกเงา

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
*กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น คลิกที่นี่ เพื่อเข้าสู่ระบบ
ส่งข้อความ

น่าอยู่นะคะ

udom_m@yahoo.com 14.10.2560 1

แปลกและสวยดีคะ

udom_m@yahoo.com 28.09.2560 1

สไตล์ธรรมชาติน่าอยู่มากๆ

รัชดาภรณ์ นนท์จันทร์ 09.08.2559 0
ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ