View : 190

ในปัจจุบัน จำนวนผู้สูงอายุมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป มีอัตราต่อประชากรทั้งประเทศเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากสาธารณสุขและการแพทย์ที่เจริญขึ้น ช่วยให้คนมีอายุยืนยาวขึ้น ผู้สูงอายุส่วนใหญ่แล้วเป็นบุคคลที่ต้องพึ่งพา เนื่องจากมีปัญหาในเรื่องเสื่อมถอยของร่างกาย  ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติตามวัยที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการมีปัญหาสุขภาพ การมีรายได้ลดลง หรือไม่มีรายได้ และมีปัญหาสุขภาพจิต เพราะเป็นวัยแห่งการพลัดพรากสูญเสีย  ดังนั้นจึงเป็นวัยที่ต้องมีการดูแลเฉพาะ ที่แตกต่างจากวัยอื่นๆ เพื่อให้ผู้สูงอายุนั้นสามารถดูแลตนเองได้พอสมควรกับวัย มีสุขภาพแข็งแรงทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อลดปัญหาของผู้สูงอายุเอง ของครอบครัว และของสังคม ดังนั้นที่อยู่อาศัยทั้งภายในบ้านและภายนอกบ้าน จึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะต้องมีการหลักออกแบบโดยเฉพาะ เพื่อให้เหมาะสมและปลอดภัยตอบสนองกับผู้สูงอายุมากที่สุด
 
แนวความคิดหลักในการออกแบบสภาพแวดล้อมและที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ
 
1. สร้างความปลอดภัยในทางกายภาพได้
ต้องเป็นสภาพแวดล้อมที่ก่อให้เกิดความปลอดภัยทางสุขภาพร่างกายด้านต่างๆ ทั้งการเคลื่อนไหว การมองเห็น การได้ยิน และด้านสุขอนามัย มีการจัดระบบแสง สี ที่ดี มีแสงสว่างเพียงพอ อากาศถ่ายเทได้อย่างสะดวก ระบบที่เอื้อต่อการรักษาความสะอาด พื้นที่อยู่อาศัยมีความปลอดภัย เช่น ระหว่างทางเดินในจุดต่างๆ มีราวจับ กระเบื้อง หรือวัสดุที่ใช้ปูพื้นต้องไม่ลื่น  มีระบบขอความช่วยเหลือหลายๆ จุด เช่นในห้องน้ำ ห้องนอน เป็นต้น
 
2. ต้องสามารถเข้าถึงง่าย
ในบริเวณที่มีการเปลี่ยนระดับต้องมีทางลาดสำหรับรถเข็น ในส่วนต่างๆ ของบ้านต้องทำให้ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ ของใช้ต่างๆได้อย่างสะดวก เช่น ความสูงของตู้เก็บของ และสวิทซ์ไฟที่เหมาะสม กับผู้สูงอายุ หรือผู้ใช้รถเข็น และที่พักอาศัยควรใกล้แหล่งบริการต่างๆ รวมถึงระบบขนส่งมวลชน
 
3. สภาพแวดล้อมควรช่วยสร้างแรงกระตุ้น และความน่าสนใจ
ต้องมีการสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมทางกายภาพให้มีความน่าสนใจ มีการเลือกใช้สีที่เหมาะสม ประกอบกับการใช้ความสว่างที่พอดี และชัดเจน นอกจากนี้ควรมีการสร้างสภาพแวดล้อมที่ผู้สูงอายุสามารถมีปฎิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม และชุมชนได้
 
4. ต้องดูแลรักษาได้ง่าย และสะดวกในการจัดการ
ที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุควรต้องดูแลรักษาง่าย มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก อากาศถ่ายเทได้สะดวก ทั้งความร้อน และความชื้น
 
แนวคิดหลักข้างต้นเป็นแนวแกนหลัก และเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในทุกครั้งในการสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อผู้สูงอายุ แต่ก็ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยในแต่ละส่วนประกอบของที่อยู่อาศัย ซึ่งส่วนประกอบที่สำคัญที่จะมีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ
 

แนวความคิดในการออกแบบส่วนต่างๆของสภาพแวดล้อมเพื่อผู้สูงอายุ
 
1. การออกแบบห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุ
- พื้นต้องกรุด้วยวัสดุไม่ลื่น เลือกสีกระเบื้องให้ต่างกันในบริเวณส่วนเปียกและแห้ง
- มีราวจับที่สามารถเดินได้ทั่วทั้งห้อง
- บริเวณฝักบัว และที่อาบน้ำ ควรมีที่นั่งสำหรับอาบน้ำ
- ติดตั้งปุ่มกดสัญญาณฉุกเฉินในระดับที่เอื้อมถึง ในกรณีที่เกิดการหกล้ม
- ประตูห้องน้ำควรเป็นแบบที่เปิดได้จากภายนอก หรือเป็นบานแบบเปิดออกจากห้องน้ำ
- ขนาดที่เหมาะสมของห้องน้ำคือประมาณ 1.50-2.00 ม.
- พื้นที่ว่างภายในห้องน้ำ (ระยะหมุน Wheelchair) ไม่ควรน้อยกว่า 1.50 ม.
 
2. การออกแบบห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุ
-  ขนาดของห้องที่เหมาะสมคือประมาณ 12-16 ตร.ม.มีขนาดที่ไม่ใหญ่ หรือเล็กจนเกินไป
-  เตียงนอนที่ใช้ควรสามารถเคลื่อนย้ายได้ในบางโอกาส และไม่ควรตั้งชิดมุม หรือผนังด้านใดด้านหนึ่ง
-  ควรมีพื้นที่แต่งตัวและโต๊ะแต่งตัว หรือโต๊ะทำกิจกรรม เล็กๆ น้อยๆ เพราะมีส่วนช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้น จากการได้เห็น ได้คิด หรือได้ดูแลตัวเอง
-  สามารถมองเห็นวิวธรรมชาติภายนอก และอากาศถ่ายเทสะดวก
-  ติดตั้งปุ่มกดสัญญาณฉุกเฉินไว้ที่บริเวณหัวเตียง
 
3. การออกแบบพื้นที่นั่งเล่น และพื้นที่รับประทานอาหาร
-  ใช้สีเฟอร์นิเจอร์และผนังที่มีความสว่างพอดี และชัดเจน
-  ระดับความสูงช่องเปิดสามารถมองเห็นวิวธรรมชาติภายนอก มีอากาศถ่ายเทสะดวก
-  ควรสร้างสภาพแวดล้อมให้เกิดความน่าสนใจ กระตุ้นความคิด และความทรงจำ เช่น ผนังที่ติดรูปในอดีต หรือจัดวางสิ่งของที่ผู้สูงอายุชอบ
-  เก้าอี้ที่นั่งควรมีพนักที่แขนและหลัง และมีระดับ 0.40-0.45 ม.
-  สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีกิจกรรม ระหว่างผู้สูงอายุ และคนในครอบครัว
 
4. การออกแบบบันได-ทางลาด
-  วัสดุที่ใช้ทำลูกนอนควรมีผิวสัมผัสที่ไม่ลื่น มีสีที่แตกต่างจากบริเวณอื่นอย่างชัดเจน
-  บันไดที่เป็นแบบทางเดียว ควรมีความกว้างอย่างน้อย 0.90 ม. ถ้าเป็นแบบเดินสวนกันได้ควรมีความกว้างอย่างน้อย 1.50 ม.
-  ควรต้องมีราวจับตลอดช่วงบันได ความสูงของราวจับ 0.80 ม.
-  ลูกตั้งบันไดไม่ควรเกิน 15 ซม. ลูกนอนกว้างไม่น้อยกว่า 28 ซม. จมูกบันไดยื่น 2 ซม.
-  ต้องมีการติดตั้งโคมไฟเพื่อให้แสงสว่างมากเพียงพอ ทั้งกลางวัน และกลางคืน
-  ในกรณีทางลาด ควรมีอัตราส่วนความสูง/ความยาวที่เหมาะสม~ 1:12 และควรมีราวจับตลอดทาง
 
5. การออกแบบประตูหน้าต่าง ช่องเปิด
-  ประตูทั่วไปควรมีความกว้างของบานไม่น้อยกว่า 0.90 ม. และไม่ควรมีธรณีประตู เพื่อป้องกันการสะดุดล้ม
-  หน้าต่าง และประตูควรปิด เปิดได้ง่าย เบาแรง อยู่ในตำแหน่ง และมีความสูงที่เหมาะสม สามารถระบายอากาศในห้องได้ดี
-  ไม่ควรติดตั้งอุปกรณ์เพื่อบังคับประตูให้ปิดอัตโนมัติ เพราะอาจเกิดอันตรายกับผู้สูงอายุได้
-  ติดป้ายสัญลักษณ์ไว้ที่หน้าประตู เพื่อช่วยเตือนเรื่องความทรงจำ หรือกรณีหลงลืมได้
-  อุปกรณ์เปิด-ปิด ประตูควรใช้แบบก้านโยก หรือแกนผลัก
-  กรณีที่ประตูเป็นบานเปิดผลักเข้าออก ควรมีที่ว่างหน้าพื้นที่ที่ใช้เปิด-ปิดไม่น้อยกว่า 1.50ม.x1.50ม.
 
6. การใช้สี / แสง / วัสดุ
-  ควรจัดให้มีไฟแสงสว่างทั้งภายนอกและภายในอาคาร เป็นแสงแบบไม่ส่องตรง และมีความสว่างที่พอเหมาะ ทั้งกลางวัน และกลางคืน
-  ควรเลือกใช้สีที่ตัดกันอย่างชัดเจนระหว่างพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนระดับ หรือระหว่างผนัง ทางเข้า ออก รวมถึงเสา สิ่งกีดขวาง และส่วนยื่นต่างๆ หลีกเลี่ยงการใช้สี ฟ้า เขียว ม่วง
-  วัสดุที่ใช้ในแต่ละส่วน ควรเป็นวัสดุที่มีผิวสัมผัสชัดเจน ไม่เรียบลื่น หรือสะท้อนแสงมากเกินไป
 
บทสรุปข้อควรคำนึงเพื่อการจัดการสภาพแวดล้อมสำหรับผู้สูงอายุที่เหมาะสม

1. ปัญหาสุขภาพ รวมถึงลักษณะของความเปลี่ยนแปลง ทางกายภาพ มีผลต่อพฤติกรรม และจิตใจของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย ดังนั้นพื้นที่ห้องนอนที่เหมาะสมจึงไม่ควรอยู่ไกลจากห้องน้ำ และต้องมีแสงสว่างเพียงพอทั้งกลางวัน และกลางคืน รวมถึงการที่จะต้องติดตั้งราวจับให้ทั่วบริเวณ เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถช่วยเหลือตนเองได้ตามสมควร

2. ปัญหาในการยืน เดิน การทรงตัว และการลื่นล้ม เป็นปัญหาสำคัญที่มักจะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ จึงควรต้องระมัดระวังในการเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่พื้น หรือบริเวณที่มีการเปลี่ยนระดับ และบริเวณที่อาจมีน้ำ

3. ต้องมีการคำนึงถึงระดับ และการจัดวาง ตำแหน่งอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่นระดับของปลั๊ก สวิทซ์ไฟ ตู้ลอย หรือระดับอุปกรณ์ต่างๆ ที่เหมาะกับความสูงของรถนั่งเข็น

4. ในทุกๆ การเปลี่ยนระดับความสูงของพื้นที่ในส่วนต่างๆ ของบ้าน หรือระหว่างภายใน-ภายนอกบ้าน ควรทำเป็นทางลาด มีสีหรือสัญลักษณ์ที่แสดงความแตกต่างของระดับอย่างชัดเจน พร้อมทั้งมีราวจับตลอดทางลาดนั้น

5. ต้องมีการจัดเตรียมพื้นที่ หรืออุปกรณ์ ในการขนย้าย ในกรณีที่ต้องมีการขนย้ายผู้สูงอายุอย่างเร่งด่วน ในบริเวณที่จอดรถไม่ควรมีสิ่งกีดขวาง เพื่อให้การขนย้ายเป็นไปได้อย่างรวดเร็วในกรณีฉุกเฉิน


ออกแบบบ้านที่ใช่
ให้ถูกใจวัยเก๋า

ตัวอย่างห้องน้ำ และอุปกรณ์ในห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุที่เหมาะสม

ตัวอย่างห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว เพื่อความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ

ตัวอย่างพื้นที่นั่งเล่น และพื้นที่รับประทานอาหาร

ตัวอย่างบันไดที่มีราวจับและระยะลูกตั้งลูกนอน สำหรับผู้สูงอายุ

ตัวอย่างขนาดช่องเปิดและทางลาดสำหรับพื้นที่สาธารณะ เพื่อความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ

ตัวอย่างขนาดประตูบานเปิดและระยะมือจับ

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
คู่มือการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ, สำนักส่งเสริม และพิทักษ์ผู้สูงอายุ
คู่มือสำหรับช่างและสมาชิกในชุมชน เพื่อการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ, สำนักส่งเสริม และพิทักษ์ผู้สูงอายุ


ออกแบบบ้านที่ใช่
ให้ถูกใจวัยเก๋า

ตัวอย่างห้องน้ำ และอุปกรณ์ในห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุที่เหมาะสม

ตัวอย่างห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว เพื่อความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ

ในปัจจุบัน จำนวนผู้สูงอายุมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป มีอัตราต่อประชากรทั้งประเทศเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากสาธารณสุขและการแพทย์ที่เจริญขึ้น ช่วยให้คนมีอายุยืนยาวขึ้น ผู้สูงอายุส่วนใหญ่แล้วเป็นบุคคลที่ต้องพึ่งพา เนื่องจากมีปัญหาในเรื่องเสื่อมถอยของร่างกาย  ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติตามวัยที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการมีปัญหาสุขภาพ การมีรายได้ลดลง หรือไม่มีรายได้ และมีปัญหาสุขภาพจิต เพราะเป็นวัยแห่งการพลัดพรากสูญเสีย  ดังนั้นจึงเป็นวัยที่ต้องมีการดูแลเฉพาะ ที่แตกต่างจากวัยอื่นๆ เพื่อให้ผู้สูงอายุนั้นสามารถดูแลตนเองได้พอสมควรกับวัย มีสุขภาพแข็งแรงทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อลดปัญหาของผู้สูงอายุเอง ของครอบครัว และของสังคม ดังนั้นที่อยู่อาศัยทั้งภายในบ้านและภายนอกบ้าน จึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะต้องมีการหลักออกแบบโดยเฉพาะ เพื่อให้เหมาะสมและปลอดภัยตอบสนองกับผู้สูงอายุมากที่สุด
 
แนวความคิดหลักในการออกแบบสภาพแวดล้อมและที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ
 
1. สร้างความปลอดภัยในทางกายภาพได้
ต้องเป็นสภาพแวดล้อมที่ก่อให้เกิดความปลอดภัยทางสุขภาพร่างกายด้านต่างๆ ทั้งการเคลื่อนไหว การมองเห็น การได้ยิน และด้านสุขอนามัย มีการจัดระบบแสง สี ที่ดี มีแสงสว่างเพียงพอ อากาศถ่ายเทได้อย่างสะดวก ระบบที่เอื้อต่อการรักษาความสะอาด พื้นที่อยู่อาศัยมีความปลอดภัย เช่น ระหว่างทางเดินในจุดต่างๆ มีราวจับ กระเบื้อง หรือวัสดุที่ใช้ปูพื้นต้องไม่ลื่น  มีระบบขอความช่วยเหลือหลายๆ จุด เช่นในห้องน้ำ ห้องนอน เป็นต้น
 
2. ต้องสามารถเข้าถึงง่าย
ในบริเวณที่มีการเปลี่ยนระดับต้องมีทางลาดสำหรับรถเข็น ในส่วนต่างๆ ของบ้านต้องทำให้ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ ของใช้ต่างๆได้อย่างสะดวก เช่น ความสูงของตู้เก็บของ และสวิทซ์ไฟที่เหมาะสม กับผู้สูงอายุ หรือผู้ใช้รถเข็น และที่พักอาศัยควรใกล้แหล่งบริการต่างๆ รวมถึงระบบขนส่งมวลชน
 
3. สภาพแวดล้อมควรช่วยสร้างแรงกระตุ้น และความน่าสนใจ
ต้องมีการสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมทางกายภาพให้มีความน่าสนใจ มีการเลือกใช้สีที่เหมาะสม ประกอบกับการใช้ความสว่างที่พอดี และชัดเจน นอกจากนี้ควรมีการสร้างสภาพแวดล้อมที่ผู้สูงอายุสามารถมีปฎิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม และชุมชนได้
 
4. ต้องดูแลรักษาได้ง่าย และสะดวกในการจัดการ
ที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุควรต้องดูแลรักษาง่าย มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก อากาศถ่ายเทได้สะดวก ทั้งความร้อน และความชื้น
 
แนวคิดหลักข้างต้นเป็นแนวแกนหลัก และเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในทุกครั้งในการสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อผู้สูงอายุ แต่ก็ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยในแต่ละส่วนประกอบของที่อยู่อาศัย ซึ่งส่วนประกอบที่สำคัญที่จะมีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ
 

แนวความคิดในการออกแบบส่วนต่างๆของสภาพแวดล้อมเพื่อผู้สูงอายุ
 
1. การออกแบบห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุ
- พื้นต้องกรุด้วยวัสดุไม่ลื่น เลือกสีกระเบื้องให้ต่างกันในบริเวณส่วนเปียกและแห้ง
- มีราวจับที่สามารถเดินได้ทั่วทั้งห้อง
- บริเวณฝักบัว และที่อาบน้ำ ควรมีที่นั่งสำหรับอาบน้ำ
- ติดตั้งปุ่มกดสัญญาณฉุกเฉินในระดับที่เอื้อมถึง ในกรณีที่เกิดการหกล้ม
- ประตูห้องน้ำควรเป็นแบบที่เปิดได้จากภายนอก หรือเป็นบานแบบเปิดออกจากห้องน้ำ
- ขนาดที่เหมาะสมของห้องน้ำคือประมาณ 1.50-2.00 ม.
- พื้นที่ว่างภายในห้องน้ำ (ระยะหมุน Wheelchair) ไม่ควรน้อยกว่า 1.50 ม.
 
2. การออกแบบห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุ
-  ขนาดของห้องที่เหมาะสมคือประมาณ 12-16 ตร.ม.มีขนาดที่ไม่ใหญ่ หรือเล็กจนเกินไป
-  เตียงนอนที่ใช้ควรสามารถเคลื่อนย้ายได้ในบางโอกาส และไม่ควรตั้งชิดมุม หรือผนังด้านใดด้านหนึ่ง
-  ควรมีพื้นที่แต่งตัวและโต๊ะแต่งตัว หรือโต๊ะทำกิจกรรม เล็กๆ น้อยๆ เพราะมีส่วนช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้น จากการได้เห็น ได้คิด หรือได้ดูแลตัวเอง
-  สามารถมองเห็นวิวธรรมชาติภายนอก และอากาศถ่ายเทสะดวก
-  ติดตั้งปุ่มกดสัญญาณฉุกเฉินไว้ที่บริเวณหัวเตียง
 
3. การออกแบบพื้นที่นั่งเล่น และพื้นที่รับประทานอาหาร
-  ใช้สีเฟอร์นิเจอร์และผนังที่มีความสว่างพอดี และชัดเจน
-  ระดับความสูงช่องเปิดสามารถมองเห็นวิวธรรมชาติภายนอก มีอากาศถ่ายเทสะดวก
-  ควรสร้างสภาพแวดล้อมให้เกิดความน่าสนใจ กระตุ้นความคิด และความทรงจำ เช่น ผนังที่ติดรูปในอดีต หรือจัดวางสิ่งของที่ผู้สูงอายุชอบ
-  เก้าอี้ที่นั่งควรมีพนักที่แขนและหลัง และมีระดับ 0.40-0.45 ม.
-  สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีกิจกรรม ระหว่างผู้สูงอายุ และคนในครอบครัว
 
4. การออกแบบบันได-ทางลาด
-  วัสดุที่ใช้ทำลูกนอนควรมีผิวสัมผัสที่ไม่ลื่น มีสีที่แตกต่างจากบริเวณอื่นอย่างชัดเจน
-  บันไดที่เป็นแบบทางเดียว ควรมีความกว้างอย่างน้อย 0.90 ม. ถ้าเป็นแบบเดินสวนกันได้ควรมีความกว้างอย่างน้อย 1.50 ม.
-  ควรต้องมีราวจับตลอดช่วงบันได ความสูงของราวจับ 0.80 ม.
-  ลูกตั้งบันไดไม่ควรเกิน 15 ซม. ลูกนอนกว้างไม่น้อยกว่า 28 ซม. จมูกบันไดยื่น 2 ซม.
-  ต้องมีการติดตั้งโคมไฟเพื่อให้แสงสว่างมากเพียงพอ ทั้งกลางวัน และกลางคืน
-  ในกรณีทางลาด ควรมีอัตราส่วนความสูง/ความยาวที่เหมาะสม~ 1:12 และควรมีราวจับตลอดทาง
 
5. การออกแบบประตูหน้าต่าง ช่องเปิด
-  ประตูทั่วไปควรมีความกว้างของบานไม่น้อยกว่า 0.90 ม. และไม่ควรมีธรณีประตู เพื่อป้องกันการสะดุดล้ม
-  หน้าต่าง และประตูควรปิด เปิดได้ง่าย เบาแรง อยู่ในตำแหน่ง และมีความสูงที่เหมาะสม สามารถระบายอากาศในห้องได้ดี
-  ไม่ควรติดตั้งอุปกรณ์เพื่อบังคับประตูให้ปิดอัตโนมัติ เพราะอาจเกิดอันตรายกับผู้สูงอายุได้
-  ติดป้ายสัญลักษณ์ไว้ที่หน้าประตู เพื่อช่วยเตือนเรื่องความทรงจำ หรือกรณีหลงลืมได้
-  อุปกรณ์เปิด-ปิด ประตูควรใช้แบบก้านโยก หรือแกนผลัก
-  กรณีที่ประตูเป็นบานเปิดผลักเข้าออก ควรมีที่ว่างหน้าพื้นที่ที่ใช้เปิด-ปิดไม่น้อยกว่า 1.50ม.x1.50ม.
 
6. การใช้สี / แสง / วัสดุ
-  ควรจัดให้มีไฟแสงสว่างทั้งภายนอกและภายในอาคาร เป็นแสงแบบไม่ส่องตรง และมีความสว่างที่พอเหมาะ ทั้งกลางวัน และกลางคืน
-  ควรเลือกใช้สีที่ตัดกันอย่างชัดเจนระหว่างพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนระดับ หรือระหว่างผนัง ทางเข้า ออก รวมถึงเสา สิ่งกีดขวาง และส่วนยื่นต่างๆ หลีกเลี่ยงการใช้สี ฟ้า เขียว ม่วง
-  วัสดุที่ใช้ในแต่ละส่วน ควรเป็นวัสดุที่มีผิวสัมผัสชัดเจน ไม่เรียบลื่น หรือสะท้อนแสงมากเกินไป
 
บทสรุปข้อควรคำนึงเพื่อการจัดการสภาพแวดล้อมสำหรับผู้สูงอายุที่เหมาะสม

1. ปัญหาสุขภาพ รวมถึงลักษณะของความเปลี่ยนแปลง ทางกายภาพ มีผลต่อพฤติกรรม และจิตใจของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย ดังนั้นพื้นที่ห้องนอนที่เหมาะสมจึงไม่ควรอยู่ไกลจากห้องน้ำ และต้องมีแสงสว่างเพียงพอทั้งกลางวัน และกลางคืน รวมถึงการที่จะต้องติดตั้งราวจับให้ทั่วบริเวณ เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถช่วยเหลือตนเองได้ตามสมควร

2. ปัญหาในการยืน เดิน การทรงตัว และการลื่นล้ม เป็นปัญหาสำคัญที่มักจะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ จึงควรต้องระมัดระวังในการเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่พื้น หรือบริเวณที่มีการเปลี่ยนระดับ และบริเวณที่อาจมีน้ำ

3. ต้องมีการคำนึงถึงระดับ และการจัดวาง ตำแหน่งอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่นระดับของปลั๊ก สวิทซ์ไฟ ตู้ลอย หรือระดับอุปกรณ์ต่างๆ ที่เหมาะกับความสูงของรถนั่งเข็น

4. ในทุกๆ การเปลี่ยนระดับความสูงของพื้นที่ในส่วนต่างๆ ของบ้าน หรือระหว่างภายใน-ภายนอกบ้าน ควรทำเป็นทางลาด มีสีหรือสัญลักษณ์ที่แสดงความแตกต่างของระดับอย่างชัดเจน พร้อมทั้งมีราวจับตลอดทางลาดนั้น

5. ต้องมีการจัดเตรียมพื้นที่ หรืออุปกรณ์ ในการขนย้าย ในกรณีที่ต้องมีการขนย้ายผู้สูงอายุอย่างเร่งด่วน ในบริเวณที่จอดรถไม่ควรมีสิ่งกีดขวาง เพื่อให้การขนย้ายเป็นไปได้อย่างรวดเร็วในกรณีฉุกเฉิน

ตัวอย่างพื้นที่นั่งเล่น และพื้นที่รับประทานอาหาร

ตัวอย่างบันไดที่มีราวจับและระยะลูกตั้งลูกนอน สำหรับผู้สูงอายุ

ตัวอย่างขนาดช่องเปิดและทางลาดสำหรับพื้นที่สาธารณะ เพื่อความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ

ตัวอย่างขนาดประตูบานเปิดและระยะมือจับ

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
คู่มือการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ, สำนักส่งเสริม และพิทักษ์ผู้สูงอายุ
คู่มือสำหรับช่างและสมาชิกในชุมชน เพื่อการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ, สำนักส่งเสริม และพิทักษ์ผู้สูงอายุ

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ