เรื่อง: ชวนนท์ โฆษกิจจาเลิศ

ต่อเติมใต้ถุนบ้านไม้ เพิ่มพื้นที่ใช้สอย

ข้อควรคำนึงในการต่อเติมใต้ถุนบ้านไม้ เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยรองรับกิจกรรมต่างๆ ของสมาชิกในบ้าน

       บ้านไม้สมัยก่อนหรือเรือนไทยนั้นมีลักษณะเด่นคือมีใต้ถุนสูง ซึ่งมีประโยชน์ในหลายๆ ด้าน เช่น ทำให้ลมพัดผ่านช่วยลดความร้อนในตัวบ้าน ป้องกันความชื้นจากดิน ป้องกันสัตว์ร้ายเข้าบ้าน อยู่อาศัยได้หากเกิดน้ำท่วม เป็นต้น นอกจากนี้ใต้ถุนบ้านยังถูกใช้เป็นที่พักผ่อนในเวลากลางวัน หรือใช้เป็นที่รวมกลุ่มทำกิจกรรมต่างๆ และอาจจะใช้เป็นที่จอดรถด้วย อย่างไรก็ตามด้วยวิถีชีวิตในปัจจุบัน พื้นที่บ้านเพียงชั้นเดียวอาจจะไม่เพียงพอ จึงมีผู้นิยมต่อเติมใต้ถุนบ้านกั้นเป็นห้องถาวร ซึ่งมีข้อควรคำนึงอยู่หลายเรื่อง
 
ความสูงใต้ถุนบ้านเหมาะสม
       อันดับแรกควรพิจารณาว่าใต้ถุนบ้านมีความสูงเพียงพอที่จะเข้าใช้งานได้หรือไม่ หากใต้ถุนเตี้ยมากเกินไป เมื่อกั้นผนังห้องแล้วจะรู้สึกอึดอัดคับแคบ โดยระยะความสูงที่เหมาะสมคือ 2.4 เมตรขึ้นไป หรือสำหรับห้องขนาดเล็ก อย่างห้องน้ำ อาจมีความสูงของห้องที่ประมาณ 2.2 เมตรได้ หากระยะความสูงของใต้ถุนบ้านเตี้ยเกินไปแต่ยังต้องการที่จะต่อเติมอาจจะพิจารณาวิธีการดีดบ้านให้สูงขึ้น ซึ่งต้องปรึกษาวิศวกรและใช้บริการผู้รับเหมาที่เชี่ยวชาญเท่านั้น
 
มีคานคอดินหรือไม่
       พิจารณาโครงสร้างของชั้นใต้ถุนบ้านว่ามีคานคอดินหรือไม่ เพราะส่งผลต่อแนวทางการต่อเติมที่เหมาะสม

       แบบมีคานคอดิน คือ มีคานคอนกรีตเสริมเหล็กอยู่ที่ระดับดินซึ่งทำหน้าที่ยึดโครงสร้างระหว่างเสาแต่ละต้นเข้าด้วยกัน โครงสร้างแบบนี้มักจะมีการเทพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กมาด้วยอยู่แล้ว โดยพื้นจะถือเป็นโครงสร้างเดียวกับบ้านทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องการทรุดตัวไม่เท่ากัน การกั้นผนังสามารถพิจารณาเลือกใช้ผนังก่อ หรือผนังโครงเบาก็ได้ โดยมีหลักการพิจารณา คือ ผนังก่อ เช่น ผนังอิฐมอญ อิฐมวลเบา คอนกรีตบล็อก ควรเลือกใช้ในบริเวณที่มีคานรองรับเท่านั้น เช่น ช่วงระหว่างเสาถึงเสา หากเป็นบริเวณอื่นที่ไม่มีคานมารองรับควรเลือกใช้ผนังโครงเบา เช่น ผนังไม้ ผนังยิปซั่มบอร์ด ผนังไฟเบอร์ซีเมนต์ หรือหากจำเป็นต้องก่อผนังบนพื้นที่ไม่มีคานรองรับ ควรปรึกษาวิศวกรถึงแนวทางในการทำคานซอยเพิ่มเติม

       ทั้งนี้ การก่อผนังไปชนกับคานไม้ หรือพื้นไม้ชั้นบน ไม่ควรก่อชนชิดท้องคาน ควรเว้นระยะไว้ประมาณ 4-5 ซม. แล้วอุดด้วยวัสดุที่ยืดหยุ่นตัวได้ เช่น โฟมพียู เนื่องจากโครงสร้างไม้อาจเกิดการขยับตัวหรือแอ่นตัวได้ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความเสียหายกับตัวผนังในอนาคต

       แบบไม่มีคานคอดิน โครงสร้างแบบนี้หากมีการเทพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กจะเป็นโครงสร้างพื้นวางบนดิน (Slab on Ground) โดยที่พื้นจะมีการเว้นรอยต่อรอบเสาทุกต้น เพราะพื้นจะทรุดตัวไม่เท่ากับเสา การพิจารณากั้นผนังสามารถ ทำได้ 2 ทางเลือก คือ

       1. หากพื้นวางบนดินมีความหนา และแข็งแรงดี สามารถกั้นผนังได้ทั้งแบบผนังก่อ และผนังเบา โดยที่ผนังจะต้องไม่มีการยึดติดกับเสาบ้าน เนื่องจากพื้นวางบนดินสามารถทรุดตัวลงได้ การก่อสร้างจึงต้องปล่อยให้ผนังเป็นอิสระจากเสาบ้าน โดยอาจออกแบบให้มีบังใบระหว่างเสากับผนัง รวมถึงบริเวณด้านบนของผนังเพื่อปิดช่องว่างและกันฝนหากพื้นเกิดการทรุดตัวจนทำให้ผนังต่ำลง ทางเลือกนี้เหมาะกับบ้านที่ไม่สามารถทำคานคอดินได้ โดยต้องยอมรับเรื่องปัญหาการทรุดตัวในอนาคต

       2. หากโครงสร้างบ้านเดิมออกแบบเผื่อการรับน้ำหนักเพิ่มเติมไว้ สามารถทำคานรองรับโครงสร้างพื้น เช่น คานเหล็ก หรือคานไม้ ยึดระหว่างเสาบ้าน แล้วทำพื้นระบบโครงเบา จากนั้นจึงกั้นห้องด้วยผนังเบา โดยสามารถยึดโครงผนังเข้ากับเสาได้ตามปกติ และเว้นช่องว่างระหว่างผนังกับท้องพื้นหรือท้องคานไว้เช่นเดียวกับการทำผนังบนคานคอดิน

       ในกรณีที่พื้นใต้ถุนบ้านเป็นพื้นดิน สามารถเลือกวิธีใดวิธีหนึ่งใน 2 วิธีนี้ คือ เทพื้นวางบนดิน หรือทำคานเชื่อมระหว่างเสาบ้าน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างเดิมว่ามีการออกแบบรองรับน้ำหนักเพิ่มเติมหรือไม่ 

เสาชั้นใต้ถุนกับประเภทผนัง
       นอกจากพิจารณาเรื่องคานคอดินแล้ว ลักษณะของเสาบ้านมีผลกับประเภทของผนังที่เลือกใช้เช่นกัน โดยลักษณะของเสาที่มักพบได้ในบ้านไม้มีทั้งแบบที่เสาของชั้นใต้ถุนเป็นเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก แต่ส่วนตัวบ้านชั้นบนเป็นเสาไม้ กับแบบที่เป็นเสาไม้ตั้งแต่ชั้นใต้ถุนจนถึงชั้นบน โดยมีเพียงตอม่อคอนกรีตเสริมเหล็กโผล่ขึ้นมาเหนือระดับดินเล็กน้อย หากชั้นใต้ถุนเป็นเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก การเลือกใช้ผนังก่ออิฐฉาบปูนสามารถทำได้ตามปกติ แต่หากเป็นเสาไม้ การเลือกใช้ผนังก่ออิฐฉาบปูน อาจจะมีปัญหาการแตกร้าวจากการยืดหดตัวที่ไม่เท่ากันของวัสดุทั้งสองประเภทในภายหลัง ทางเลือกอื่นอาจจะใช้ผนังเบา โครงคร่าวไม้ หรือโครงคร่าวเหล็กชุบสังกะสี แทนผนังก่ออิฐฉาบปูน

งานระบบไฟฟ้าประปา
       ควรมีการวางแผนออกแบบงานระบบต่างๆ ก่อนเริ่มต่อเติม โดยสำหรับระบบประปา อย่างในกรณีที่มีห้องน้ำหรือห้องครัว ควรวางแผนเตรียมเดินท่อน้ำดีเชื่อมจากของเดิม (อาจพิจารณาเพิ่มขนาดปั๊มน้ำและถังเก็บน้ำตามเหมาะสม) ส่วนท่อระบายน้ำอาจเดินแยกต่างหาก และฝังถังบำบัดน้ำเสียบริเวณที่ว่างรอบบ้านใกล้ตำแหน่งห้องน้ำ/ห้องครัว ส่วนระบบไฟฟ้า ควรมีการคำนวณ Load ไฟในส่วนที่ต่อเติม และรูปแบบการเดินสายไฟ หากไม่ทำฝ้าเพดาน ควรเดินสายไฟให้เรียบร้อยแนบไปกับแนวโครงสร้างคานและตงไม้ของพื้นชั้นบน
 
       โดยสรุป การต่อเติมใต้ถุนของบ้านไม้ ให้พิจารณาความสูงของใต้ถุนบ้านว่าเพียงพอต่อการใช้งานหรือไม่ แล้วจึงพิจารณาโครงสร้างว่ามีคานคอดินหรือไม่ หากมีคานคอดินพร้อมพื้นคอนกรีตสามารถเลือกใช้ผนังก่อวางตามแนวคาน และเลือกใช้ผนังเบาวางในแนวอื่นๆ ที่ไม่มีคาน หากไม่มีคานคอดิน มีเพียงพื้นคอนกรีตวางบนดิน การกั้นผนังควรออกแบบเผื่อการทรุดตัวของพื้นและผนัง แต่หากโครงสร้างบ้านเดิมสามารถรองรับน้ำหนักเพิ่มเติมได้ควรทำคานยึดกับเสา และเลือกใช้ระบบพื้นโครงเบา ควบคู่กับผนังโครงเบาก็จะหมดปัญหาการทรุดตัวไม่เท่ากัน อย่างไรก็ตามการแก้ไขดัดแปลงโครงสร้างควรปรึกษาสถาปนิก และวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การต่อเติมใต้ถุนบ้านไม้เป็นไปอย่างราบรื่น มีความแข็งแรง ปลอดภัย และได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มเติมตามต้องการ


ชวนนท์ โฆษกิจจาเลิศ
การศึกษา: สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


สนใจรับคำปรึกษากับทีมสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญ คลิกที่นี่
DreamDriver-Consult.jpg


add-line-no-product.png

เรื่อง: ชวนนท์ โฆษกิจจาเลิศ

ต่อเติมใต้ถุนบ้านไม้ เพิ่มพื้นที่ใช้สอย

ข้อควรคำนึงในการต่อเติมใต้ถุนบ้านไม้ เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยรองรับกิจกรรมต่างๆ ของสมาชิกในบ้าน

       บ้านไม้สมัยก่อนหรือเรือนไทยนั้นมีลักษณะเด่นคือมีใต้ถุนสูง ซึ่งมีประโยชน์ในหลายๆ ด้าน เช่น ทำให้ลมพัดผ่านช่วยลดความร้อนในตัวบ้าน ป้องกันความชื้นจากดิน ป้องกันสัตว์ร้ายเข้าบ้าน อยู่อาศัยได้หากเกิดน้ำท่วม เป็นต้น นอกจากนี้ใต้ถุนบ้านยังถูกใช้เป็นที่พักผ่อนในเวลากลางวัน หรือใช้เป็นที่รวมกลุ่มทำกิจกรรมต่างๆ และอาจจะใช้เป็นที่จอดรถด้วย อย่างไรก็ตามด้วยวิถีชีวิตในปัจจุบัน พื้นที่บ้านเพียงชั้นเดียวอาจจะไม่เพียงพอ จึงมีผู้นิยมต่อเติมใต้ถุนบ้านกั้นเป็นห้องถาวร ซึ่งมีข้อควรคำนึงอยู่หลายเรื่อง
 
ความสูงใต้ถุนบ้านเหมาะสม
       อันดับแรกควรพิจารณาว่าใต้ถุนบ้านมีความสูงเพียงพอที่จะเข้าใช้งานได้หรือไม่ หากใต้ถุนเตี้ยมากเกินไป เมื่อกั้นผนังห้องแล้วจะรู้สึกอึดอัดคับแคบ โดยระยะความสูงที่เหมาะสมคือ 2.4 เมตรขึ้นไป หรือสำหรับห้องขนาดเล็ก อย่างห้องน้ำ อาจมีความสูงของห้องที่ประมาณ 2.2 เมตรได้ หากระยะความสูงของใต้ถุนบ้านเตี้ยเกินไปแต่ยังต้องการที่จะต่อเติมอาจจะพิจารณาวิธีการดีดบ้านให้สูงขึ้น ซึ่งต้องปรึกษาวิศวกรและใช้บริการผู้รับเหมาที่เชี่ยวชาญเท่านั้น
 
มีคานคอดินหรือไม่
       พิจารณาโครงสร้างของชั้นใต้ถุนบ้านว่ามีคานคอดินหรือไม่ เพราะส่งผลต่อแนวทางการต่อเติมที่เหมาะสม

       แบบมีคานคอดิน คือ มีคานคอนกรีตเสริมเหล็กอยู่ที่ระดับดินซึ่งทำหน้าที่ยึดโครงสร้างระหว่างเสาแต่ละต้นเข้าด้วยกัน โครงสร้างแบบนี้มักจะมีการเทพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กมาด้วยอยู่แล้ว โดยพื้นจะถือเป็นโครงสร้างเดียวกับบ้านทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องการทรุดตัวไม่เท่ากัน การกั้นผนังสามารถพิจารณาเลือกใช้ผนังก่อ หรือผนังโครงเบาก็ได้ โดยมีหลักการพิจารณา คือ ผนังก่อ เช่น ผนังอิฐมอญ อิฐมวลเบา คอนกรีตบล็อก ควรเลือกใช้ในบริเวณที่มีคานรองรับเท่านั้น เช่น ช่วงระหว่างเสาถึงเสา หากเป็นบริเวณอื่นที่ไม่มีคานมารองรับควรเลือกใช้ผนังโครงเบา เช่น ผนังไม้ ผนังยิปซั่มบอร์ด ผนังไฟเบอร์ซีเมนต์ หรือหากจำเป็นต้องก่อผนังบนพื้นที่ไม่มีคานรองรับ ควรปรึกษาวิศวกรถึงแนวทางในการทำคานซอยเพิ่มเติม

       ทั้งนี้ การก่อผนังไปชนกับคานไม้ หรือพื้นไม้ชั้นบน ไม่ควรก่อชนชิดท้องคาน ควรเว้นระยะไว้ประมาณ 4-5 ซม. แล้วอุดด้วยวัสดุที่ยืดหยุ่นตัวได้ เช่น โฟมพียู เนื่องจากโครงสร้างไม้อาจเกิดการขยับตัวหรือแอ่นตัวได้ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความเสียหายกับตัวผนังในอนาคต

       แบบไม่มีคานคอดิน โครงสร้างแบบนี้หากมีการเทพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กจะเป็นโครงสร้างพื้นวางบนดิน (Slab on Ground) โดยที่พื้นจะมีการเว้นรอยต่อรอบเสาทุกต้น เพราะพื้นจะทรุดตัวไม่เท่ากับเสา การพิจารณากั้นผนังสามารถ ทำได้ 2 ทางเลือก คือ

       1. หากพื้นวางบนดินมีความหนา และแข็งแรงดี สามารถกั้นผนังได้ทั้งแบบผนังก่อ และผนังเบา โดยที่ผนังจะต้องไม่มีการยึดติดกับเสาบ้าน เนื่องจากพื้นวางบนดินสามารถทรุดตัวลงได้ การก่อสร้างจึงต้องปล่อยให้ผนังเป็นอิสระจากเสาบ้าน โดยอาจออกแบบให้มีบังใบระหว่างเสากับผนัง รวมถึงบริเวณด้านบนของผนังเพื่อปิดช่องว่างและกันฝนหากพื้นเกิดการทรุดตัวจนทำให้ผนังต่ำลง ทางเลือกนี้เหมาะกับบ้านที่ไม่สามารถทำคานคอดินได้ โดยต้องยอมรับเรื่องปัญหาการทรุดตัวในอนาคต

       2. หากโครงสร้างบ้านเดิมออกแบบเผื่อการรับน้ำหนักเพิ่มเติมไว้ สามารถทำคานรองรับโครงสร้างพื้น เช่น คานเหล็ก หรือคานไม้ ยึดระหว่างเสาบ้าน แล้วทำพื้นระบบโครงเบา จากนั้นจึงกั้นห้องด้วยผนังเบา โดยสามารถยึดโครงผนังเข้ากับเสาได้ตามปกติ และเว้นช่องว่างระหว่างผนังกับท้องพื้นหรือท้องคานไว้เช่นเดียวกับการทำผนังบนคานคอดิน

       ในกรณีที่พื้นใต้ถุนบ้านเป็นพื้นดิน สามารถเลือกวิธีใดวิธีหนึ่งใน 2 วิธีนี้ คือ เทพื้นวางบนดิน หรือทำคานเชื่อมระหว่างเสาบ้าน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างเดิมว่ามีการออกแบบรองรับน้ำหนักเพิ่มเติมหรือไม่ 

เสาชั้นใต้ถุนกับประเภทผนัง
       นอกจากพิจารณาเรื่องคานคอดินแล้ว ลักษณะของเสาบ้านมีผลกับประเภทของผนังที่เลือกใช้เช่นกัน โดยลักษณะของเสาที่มักพบได้ในบ้านไม้มีทั้งแบบที่เสาของชั้นใต้ถุนเป็นเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก แต่ส่วนตัวบ้านชั้นบนเป็นเสาไม้ กับแบบที่เป็นเสาไม้ตั้งแต่ชั้นใต้ถุนจนถึงชั้นบน โดยมีเพียงตอม่อคอนกรีตเสริมเหล็กโผล่ขึ้นมาเหนือระดับดินเล็กน้อย หากชั้นใต้ถุนเป็นเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก การเลือกใช้ผนังก่ออิฐฉาบปูนสามารถทำได้ตามปกติ แต่หากเป็นเสาไม้ การเลือกใช้ผนังก่ออิฐฉาบปูน อาจจะมีปัญหาการแตกร้าวจากการยืดหดตัวที่ไม่เท่ากันของวัสดุทั้งสองประเภทในภายหลัง ทางเลือกอื่นอาจจะใช้ผนังเบา โครงคร่าวไม้ หรือโครงคร่าวเหล็กชุบสังกะสี แทนผนังก่ออิฐฉาบปูน

งานระบบไฟฟ้าประปา
       ควรมีการวางแผนออกแบบงานระบบต่างๆ ก่อนเริ่มต่อเติม โดยสำหรับระบบประปา อย่างในกรณีที่มีห้องน้ำหรือห้องครัว ควรวางแผนเตรียมเดินท่อน้ำดีเชื่อมจากของเดิม (อาจพิจารณาเพิ่มขนาดปั๊มน้ำและถังเก็บน้ำตามเหมาะสม) ส่วนท่อระบายน้ำอาจเดินแยกต่างหาก และฝังถังบำบัดน้ำเสียบริเวณที่ว่างรอบบ้านใกล้ตำแหน่งห้องน้ำ/ห้องครัว ส่วนระบบไฟฟ้า ควรมีการคำนวณ Load ไฟในส่วนที่ต่อเติม และรูปแบบการเดินสายไฟ หากไม่ทำฝ้าเพดาน ควรเดินสายไฟให้เรียบร้อยแนบไปกับแนวโครงสร้างคานและตงไม้ของพื้นชั้นบน
 
       โดยสรุป การต่อเติมใต้ถุนของบ้านไม้ ให้พิจารณาความสูงของใต้ถุนบ้านว่าเพียงพอต่อการใช้งานหรือไม่ แล้วจึงพิจารณาโครงสร้างว่ามีคานคอดินหรือไม่ หากมีคานคอดินพร้อมพื้นคอนกรีตสามารถเลือกใช้ผนังก่อวางตามแนวคาน และเลือกใช้ผนังเบาวางในแนวอื่นๆ ที่ไม่มีคาน หากไม่มีคานคอดิน มีเพียงพื้นคอนกรีตวางบนดิน การกั้นผนังควรออกแบบเผื่อการทรุดตัวของพื้นและผนัง แต่หากโครงสร้างบ้านเดิมสามารถรองรับน้ำหนักเพิ่มเติมได้ควรทำคานยึดกับเสา และเลือกใช้ระบบพื้นโครงเบา ควบคู่กับผนังโครงเบาก็จะหมดปัญหาการทรุดตัวไม่เท่ากัน อย่างไรก็ตามการแก้ไขดัดแปลงโครงสร้างควรปรึกษาสถาปนิก และวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การต่อเติมใต้ถุนบ้านไม้เป็นไปอย่างราบรื่น มีความแข็งแรง ปลอดภัย และได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มเติมตามต้องการ


ชวนนท์ โฆษกิจจาเลิศ
การศึกษา: สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


สนใจรับคำปรึกษากับทีมสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญ คลิกที่นี่
DreamDriver-Consult.jpg


add-line-no-product.png

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ