View : 1885
เรื่อง: SCG Experience

ไอเดียการใช้หลังคาโปร่งแสงตกแต่งมุมพักผ่อนนอกบ้านในสไตล์โมเดิร์น ด้วยหลังคา
โปร่งแสงอะคริลิก Shinkolite

       หลังคาโปร่งแสงอะคริลิก Shinkolite เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของวัสดุหลังคาสำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการต่อเติมพื้นที่ใช้สอยนอกบ้าน ด้วยลักษณะแผ่นที่เรียบและมีผิวเงา จึงเหมาะกับบ้านหลากหลายสไตล์โดยเฉพาะบ้านสไตล์โมเดิร์น นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติเด่นที่ช่วยกรองแสงและลดความร้อนได้เป็นอย่างดี การติดตั้งและการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมจะช่วยยืดอายุการใช้งานให้สวยคงทนยาวนาน
           
       ด้วยกรรมวิธีการผลิตระบบหล่อแบบต่อเนื่อง ทำให้หลังคาโปร่งแสงอะคริลิก Shinkolite มีความหนาสม่ำเสมอเท่ากันทั้งแผ่น เนื้อสะอาดใส มีน้ำหนักเบากว่ากระจกครึ่งหนึ่งแต่สามารถทนแรงกระแทกได้มากกว่ากระจกถึง 10 เท่า และยังรับน้ำหนักได้ถึง 90 กิโลกรัมต่อตารางเมตร สามารถตัดและติดตั้งง่าย รวมถึงดัดโค้งได้ที่รัศมี 1.5 เมตร จึงเหมาะกับการนำไปใช้งานได้หลากหลายรูปแบบทั้งหลังคากันสาด หลังคาโรงรถ หลังคาโค้ง หรือแม้แต่นำมาใช้แทนผนังบ้านภายนอก

ภาพ: การใช้งานหลังคาโปร่งแสงอะคริลิก Shinkolite : หลังคากันสาด หลังคาโรงรถ หลังคาทางเดินทรงโค้ง

       หลังคาโปร่งแสงอะคริลิก Shinkolite มี 2 รุ่น คือ รุ่นทั่วไป (General Grade) และรุ่นกันความร้อน (Heat Cut Grade) ซึ่งทั้ง 2 รุ่นสามารถกรองแสงและป้องกัน UV ได้ถึง 90% แต่สำหรับรุ่นกันความร้อนมีความพิเศษที่สามารถป้องกันอินฟาเรด 50% ได้อีกด้วย จึงลดความร้อนลงได้เฉลี่ยประมาณ 5 องศา (จากผลทดสอบในห้องปฎิบัติการ) หลังคาโปร่งแสงอะคริลิก Shinkolite ทั้งสองรุ่นมีขนาดกว้าง 1.38 ม. ยาว 3 ม. โดยมีความหนา 6, 8 และ 10 มม.  มีสีให้เลือกหลากหลาย โดยรุ่นทั่วไปจะเป็นสีโทนสว่าง ส่วนรุ่นกันความร้อนจะเป็นสีโทนเข้ม ทั้งนี้สีของเนื้อผลิตภัณฑ์มีผลต่อปริมาณแสงที่กรองได้ และค่าการกันความร้อน

ภาพ: แผ่นโปร่งแสงอะคริลิก Shinkolite (ซ้าย) รุ่นทั่วไป สี Milky White ,(ขวา) รุ่นกันความร้อน สี Noble Green

       โครงสร้างสำหรับการติดตั้งหลังคาโปร่งแสงอะคริลิก Shinkolite ไม่ต่างจากโครงหลังคาทั่วไป คือประกอบด้วยอเส (คานหลังคา) จันทัน และแป ควรเตรียมระยะของโครงสร้างส่วนต่างๆ ตามคู่มือการติดตั้ง (ระดับหลังจันทันและแปเท่ากันจะดีที่สุด) หรือตามที่วิศวกรออกแบบ โดยระยะจันทันที่เหมาะสมเพื่อให้ติดตั้งได้พอดีจะใกล้เคียงกับความกว้างของแผ่นหลังคา คืออยู่ที่ 1.39 ม. ส่วนระยะแปจะเริ่มที่ 0.60 ม. และห่างขึ้นเรื่อยๆ ตามความหนาของแผ่นหลังคา ทั้งนี้ควรมีองศาความลาดเอียงของหลังคาอย่างน้อย 5 องศาขึ้นไปเพื่อการระบายน้ำที่ดี

ภาพ: ระยะโครงหลังคาตามคู่มือการติดตั้ง

       การติดตั้งหลังคาโปร่งแสงอะคริลิก Shinkolite โดยทั่วไปจะไม่มีการเจาะรูที่แผ่นหลังคาเพื่อยึดกับโครงสร้าง แต่จะใช้เฟรมอะลูมิเนียมปะกบด้านบนของขอบด้านข้างแผ่นหลังคาไว้ โดยมีแผ่นยาง EPDM (Ethylene Propylene Diene Monomer) รองใต้แผ่นหลังคาอีกชั้น แล้วจึงยึดเฟรมอะลูมิเนียมเข้ากับโครงหลังคาด้วยตะปูเกลียว (สกรู) ทุกระยะ 25 ซม. ยกเว้นในตำแหน่งที่แผ่นหลังคาชนกับผนัง และด้านข้างของแผ่นหลังคาที่ต้องติดตั้งแฟลชชิ่งตัวแอล (ครอบข้าง) ซึ่งจำเป็นต้องเจาะรูบนแผ่นหลังคา และแทรกแฟลชชิ่งตัวแอลเพื่อยึดด้วยเฟรมอะลูมิเนียมอีกชั้น  เมื่อยึดแผ่นอะคริลิกเรียบร้อย จึงเก็บความเรียบร้อยด้วยครอบเฟรมอะลูมิเนียม และฝาอะลูมิเนียม (end cap) เพื่อป้องกันน้ำเข้าโดยใช้ค้อนยางตีเพื่อให้ล็อคเข้ากับเฟรม

ภาพ: การยึดแผ่นอะคริลิก Shinkolite เข้ากับโครงหลังคาด้วยเฟรมอะลูมิเนียม

ภาพ: ลักษณะการติดตั้งแฟลชชิ่งตัวแอล เฟรมอลูมิเนียม และฝาอะลูมิเนียมป้องกันน้ำ 

       อย่างไรก็ตาม สำหรับหลังคาที่มีการออกแบบเฉพาะโดยมีระยะแปและจันทันต่างออกไปจากคู่มือการติดตั้ง สามารถปรับเปลี่ยนวิธีการติดตั้งให้เข้ากับงานโครงสร้างได้เป็นกรณีๆ ได้ ภายใต้การพิจารณาจากวิศวกร

       การดูแลรักษาหลังการติดตั้ง สามารถใช้น้ำสบู่อ่อนๆ ทำความสะอาดแเล้วล้างด้วยน้ำเปล่าจนสะอาด หรือสามารถเช็ดด้วยผ้าขนอ่อนหากมีคราบสกปรก ในกรณีที่มีคราบสีเปรอะเปื้อนสามารถเช็ดออกได้ด้วยผ้าชุบน้ำมันก๊าดหรือน้ำมันสน หลีกเลี่ยงการใช้ของแข็งมีคม น้ำยาเช็ดกระจก น้ำยาทำความสะอาด แกสโซลีน แล็กเกอร์ และทินเนอร์ทำความสะอาดโดยเด็ดขาด เพราะจะไปทำลายผิวหน้าของแผ่นอะคริลิก Shinkolite ได้

ภาพ: ตัวอย่างสถานที่ใช้งานหลังคาโปร่งแสง Shinkolite 

       ข้อควรคำนึงของการเลือกใช้หลังคาโปร่งแสงอะคริลิก Shinkolite คือควรติดตั้งให้ได้มาตรฐาน หรือปฏิบัติตามคำแนะนำของวิศวกร เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อการใช้งานที่ยาวนานตลอดอายุการใช้งาน 









เรื่อง: SCG Experience

ไอเดียการใช้หลังคาโปร่งแสงตกแต่งมุมพักผ่อนนอกบ้านในสไตล์โมเดิร์น ด้วยหลังคา
โปร่งแสงอะคริลิก Shinkolite

       หลังคาโปร่งแสงอะคริลิก Shinkolite เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของวัสดุหลังคาสำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการต่อเติมพื้นที่ใช้สอยนอกบ้าน ด้วยลักษณะแผ่นที่เรียบและมีผิวเงา จึงเหมาะกับบ้านหลากหลายสไตล์โดยเฉพาะบ้านสไตล์โมเดิร์น นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติเด่นที่ช่วยกรองแสงและลดความร้อนได้เป็นอย่างดี การติดตั้งและการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมจะช่วยยืดอายุการใช้งานให้สวยคงทนยาวนาน
           
       ด้วยกรรมวิธีการผลิตระบบหล่อแบบต่อเนื่อง ทำให้หลังคาโปร่งแสงอะคริลิก Shinkolite มีความหนาสม่ำเสมอเท่ากันทั้งแผ่น เนื้อสะอาดใส มีน้ำหนักเบากว่ากระจกครึ่งหนึ่งแต่สามารถทนแรงกระแทกได้มากกว่ากระจกถึง 10 เท่า และยังรับน้ำหนักได้ถึง 90 กิโลกรัมต่อตารางเมตร สามารถตัดและติดตั้งง่าย รวมถึงดัดโค้งได้ที่รัศมี 1.5 เมตร จึงเหมาะกับการนำไปใช้งานได้หลากหลายรูปแบบทั้งหลังคากันสาด หลังคาโรงรถ หลังคาโค้ง หรือแม้แต่นำมาใช้แทนผนังบ้านภายนอก

ภาพ: การใช้งานหลังคาโปร่งแสงอะคริลิก Shinkolite : หลังคากันสาด หลังคาโรงรถ หลังคาทางเดินทรงโค้ง

       หลังคาโปร่งแสงอะคริลิก Shinkolite มี 2 รุ่น คือ รุ่นทั่วไป (General Grade) และรุ่นกันความร้อน (Heat Cut Grade) ซึ่งทั้ง 2 รุ่นสามารถกรองแสงและป้องกัน UV ได้ถึง 90% แต่สำหรับรุ่นกันความร้อนมีความพิเศษที่สามารถป้องกันอินฟาเรด 50% ได้อีกด้วย จึงลดความร้อนลงได้เฉลี่ยประมาณ 5 องศา (จากผลทดสอบในห้องปฎิบัติการ) หลังคาโปร่งแสงอะคริลิก Shinkolite ทั้งสองรุ่นมีขนาดกว้าง 1.38 ม. ยาว 3 ม. โดยมีความหนา 6, 8 และ 10 มม.  มีสีให้เลือกหลากหลาย โดยรุ่นทั่วไปจะเป็นสีโทนสว่าง ส่วนรุ่นกันความร้อนจะเป็นสีโทนเข้ม ทั้งนี้สีของเนื้อผลิตภัณฑ์มีผลต่อปริมาณแสงที่กรองได้ และค่าการกันความร้อน

ภาพ: แผ่นโปร่งแสงอะคริลิก Shinkolite (ซ้าย) รุ่นทั่วไป สี Milky White ,(ขวา) รุ่นกันความร้อน สี Noble Green

       โครงสร้างสำหรับการติดตั้งหลังคาโปร่งแสงอะคริลิก Shinkolite ไม่ต่างจากโครงหลังคาทั่วไป คือประกอบด้วยอเส (คานหลังคา) จันทัน และแป ควรเตรียมระยะของโครงสร้างส่วนต่างๆ ตามคู่มือการติดตั้ง (ระดับหลังจันทันและแปเท่ากันจะดีที่สุด) หรือตามที่วิศวกรออกแบบ โดยระยะจันทันที่เหมาะสมเพื่อให้ติดตั้งได้พอดีจะใกล้เคียงกับความกว้างของแผ่นหลังคา คืออยู่ที่ 1.39 ม. ส่วนระยะแปจะเริ่มที่ 0.60 ม. และห่างขึ้นเรื่อยๆ ตามความหนาของแผ่นหลังคา ทั้งนี้ควรมีองศาความลาดเอียงของหลังคาอย่างน้อย 5 องศาขึ้นไปเพื่อการระบายน้ำที่ดี

ภาพ: ระยะโครงหลังคาตามคู่มือการติดตั้ง

       การติดตั้งหลังคาโปร่งแสงอะคริลิก Shinkolite โดยทั่วไปจะไม่มีการเจาะรูที่แผ่นหลังคาเพื่อยึดกับโครงสร้าง แต่จะใช้เฟรมอะลูมิเนียมปะกบด้านบนของขอบด้านข้างแผ่นหลังคาไว้ โดยมีแผ่นยาง EPDM (Ethylene Propylene Diene Monomer) รองใต้แผ่นหลังคาอีกชั้น แล้วจึงยึดเฟรมอะลูมิเนียมเข้ากับโครงหลังคาด้วยตะปูเกลียว (สกรู) ทุกระยะ 25 ซม. ยกเว้นในตำแหน่งที่แผ่นหลังคาชนกับผนัง และด้านข้างของแผ่นหลังคาที่ต้องติดตั้งแฟลชชิ่งตัวแอล (ครอบข้าง) ซึ่งจำเป็นต้องเจาะรูบนแผ่นหลังคา และแทรกแฟลชชิ่งตัวแอลเพื่อยึดด้วยเฟรมอะลูมิเนียมอีกชั้น  เมื่อยึดแผ่นอะคริลิกเรียบร้อย จึงเก็บความเรียบร้อยด้วยครอบเฟรมอะลูมิเนียม และฝาอะลูมิเนียม (end cap) เพื่อป้องกันน้ำเข้าโดยใช้ค้อนยางตีเพื่อให้ล็อคเข้ากับเฟรม

ภาพ: การยึดแผ่นอะคริลิก Shinkolite เข้ากับโครงหลังคาด้วยเฟรมอะลูมิเนียม

ภาพ: ลักษณะการติดตั้งแฟลชชิ่งตัวแอล เฟรมอลูมิเนียม และฝาอะลูมิเนียมป้องกันน้ำ 

       อย่างไรก็ตาม สำหรับหลังคาที่มีการออกแบบเฉพาะโดยมีระยะแปและจันทันต่างออกไปจากคู่มือการติดตั้ง สามารถปรับเปลี่ยนวิธีการติดตั้งให้เข้ากับงานโครงสร้างได้เป็นกรณีๆ ได้ ภายใต้การพิจารณาจากวิศวกร

       การดูแลรักษาหลังการติดตั้ง สามารถใช้น้ำสบู่อ่อนๆ ทำความสะอาดแเล้วล้างด้วยน้ำเปล่าจนสะอาด หรือสามารถเช็ดด้วยผ้าขนอ่อนหากมีคราบสกปรก ในกรณีที่มีคราบสีเปรอะเปื้อนสามารถเช็ดออกได้ด้วยผ้าชุบน้ำมันก๊าดหรือน้ำมันสน หลีกเลี่ยงการใช้ของแข็งมีคม น้ำยาเช็ดกระจก น้ำยาทำความสะอาด แกสโซลีน แล็กเกอร์ และทินเนอร์ทำความสะอาดโดยเด็ดขาด เพราะจะไปทำลายผิวหน้าของแผ่นอะคริลิก Shinkolite ได้

ภาพ: ตัวอย่างสถานที่ใช้งานหลังคาโปร่งแสง Shinkolite 

       ข้อควรคำนึงของการเลือกใช้หลังคาโปร่งแสงอะคริลิก Shinkolite คือควรติดตั้งให้ได้มาตรฐาน หรือปฏิบัติตามคำแนะนำของวิศวกร เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อการใช้งานที่ยาวนานตลอดอายุการใช้งาน 









ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ