View : 211
เรื่อง: กิตติวุฒิ เฉลยถ้อย

ทำไมพื้นคอนกรีตต้องมีรอยต่อ

คอนกรีตเป็นวัสดุก่อสร้างที่มีการยืดหดตัวตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงทำให้เกิดรอยแตกร้าวไม่สวยงาม แต่สามารถป้องกันได้โดยการทำรอยต่อที่พื้นคอนกรีตซึ่งมีหลายวิธี

       ในการก่อสร้างพื้นภายนอกอาคาร รวมถึงงานต่อเติมบ้านในส่วนต่าง ๆ จะมีการเทพื้นคอนกรีตโครงสร้างซึ่งมักเกิดการแตกร้าวเนื่องจากคอนกรีตหดตัว หรือเกิดการทรุดตัวเนื่องจากเป็นโครงสร้างคนละส่วน การทำรอยต่อพื้นคอนกรีตจะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจจะตามมาในภายหลัง

       การทำรอยต่อแบบแรกคือ รอยต่อเพื่อการหดตัว (Contraction Joint) เป็นการทำรอยต่อบนพื้นคอนกรีตขนาดใหญ่ เช่น ถนน หรือลานคอนกรีตขนาดใหญ่ ฯลฯ ซึ่งมีโอกาสแตกร้าวได้เนื่องจากคอนกรีตหดตัวเพราะอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง หรือหดตัวมากขึ้นเพราะน้ำระเหยออกไปจากคอนกรีต  อีกทั้งเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มใช้งานไปแล้ว  คอนกรีตซึ่งเป็นวัสดุที่รับแรงดึงได้ต่ำ เมื่อต้องรับแรงหรือรับน้ำหนักมากกว่าความสามารถในการรับแรงดึง ก็จะเกิดรอยแตกร้าวได้เช่นกัน จึงควรทำรอยต่อพื้นคอนกรีตเอาไว้ก่อน เพื่อควบคุมแนวการเกิดรอยแตกร้าวและลดโอกาสเกิดรอยแตกร้าวลามไปทั่วทั้งพื้นคอนกรีต

ภาพ:  การทำรอยต่อเพื่อการหดตัวบนพื้นถนนคอนกรีตขนาดใหญ่

       วิธีการทำรอยต่อเพื่อการหดตัวจะทำทุกระยะ 3 เมตร โดยส่วนใหญ่นิยมทำอยู่ 2 วิธี วิธีแรกคือการใช้เส้นพลาสติก เส้นโลหะ หรือไม้ฝังไว้ตามแนวที่กำหนดในระหว่างที่คอนกรีตยังหมาดอยู่ภายใน 1-4 ชม. หลังจากแต่งผิวหน้าคอนกรีตเสร็จ แล้วจึงดึงออกเมื่อคอนกรีตเริ่มเซตตัว อีกวิธีคือการใช้เลื่อยไฟฟ้าตัด (Saw-Cut) เพื่อแบ่งพื้นคอนกรีตให้เป็นส่วน ๆ ซึ่งจะทำภายใน 4-12 ชม. หลังจากคอนกรีตเริ่มเซตตัว

ภาพ: การใช้เลื่อยไฟฟ้าตัด (Saw Cut) แบ่งพื้นคอนกรีต

       การทำรอยต่ออีกรูปแบบ คือ รอยต่อเพื่อการเคลื่อนตัวอย่างอิสระ (Isolation Joint หรือ Expansion Joint) เป็นรอยต่อแยกส่วนระหว่างชิ้นส่วนของอาคาร เพื่อให้อาคารทั้งสองส่วนที่มีระดับไม่เท่ากันหรือเป็นโครงสร้างคนละระบบ สามารถขยับเคลื่อนตัวหรือทรุดตัวได้อิสระออกจากกัน  โดยไม่ดึงอีกส่วนให้เสียหายตามไปด้วย อย่างเช่น รอยต่อระหว่างชิ้นส่วนสะพาน รอยต่อระหว่างอาคารสองหลัง  รอยต่อระหว่างถนนกับบ้าน

ภาพ:  การทำรอยต่อเพื่อการเคลื่อนตัวอย่างอิสระระหว่างโครงสร้างบ้านซึ่งมีเสาเข็มรองรับและพื้นที่จอดรถซึ่งเป็นพื้นคอนกรีตวางบนดิน

ภาพ: การทำรอยต่อเพื่อการเคลื่อนตัวอย่างอิสระระหว่างอาคารเดิมและอาคารใหม่

       ในการต่อเติมบ้านมักจะมีการเชื่อมต่อระหว่างโครงสร้างคนละระบบกันอยู่บ่อยครั้ง อย่างเช่น เชื่อมต่อระหว่างพื้นคอนกรีตวางบนคานและพื้นคอนกรีตวางบนดิน  เชื่อมต่อระหว่างโครงสร้างเสาคานบ้านเดิมและพื้นคอนกรีตวางบนคานที่ต่อเติมใหม่  จึงควรเว้นรอยต่อพื้นคอนกรีต เพื่อความสะดวกในการก่อสร้าง และเพื่อป้องกันปัญหาการแตกร้าวหรือการทรุดตัวในภายหลัง

ภาพ: การทำรอยต่อเพื่อการเคลื่อนตัวอย่างอิสระระหว่างบ้านและระเบียงที่ต่อเติมใหม่

       กล่าวโดยสรุป การทำรอยต่อบนพื้นคอนกรีตนั้นเป็นวิธีที่จะช่วยป้องกันความเสียหายของพื้นคอนกรีตระหว่างก่อสร้างและหลังจากการใช้งานได้  เพราะเป็นการแยกพื้นคอนกรีตออกเป็นส่วนๆ จึงลดปัญหาการแตกร้าวเนื่องจากการหดตัว หรือการทรุดตัวต่างกันของโครงสร้างได้ ทั้งนี้ ควรปรึกษาวิศวกรสำหรับแนวทางที่เหมาะสมรวมถึงวัสดุที่เลือกใช้ด้วย


กิตติวุฒิ เฉลยถ้อย
การศึกษา: สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 



 

เรื่อง: กิตติวุฒิ เฉลยถ้อย

ทำไมพื้นคอนกรีตต้องมีรอยต่อ

คอนกรีตเป็นวัสดุก่อสร้างที่มีการยืดหดตัวตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงทำให้เกิดรอยแตกร้าวไม่สวยงาม แต่สามารถป้องกันได้โดยการทำรอยต่อที่พื้นคอนกรีตซึ่งมีหลายวิธี

       ในการก่อสร้างพื้นภายนอกอาคาร รวมถึงงานต่อเติมบ้านในส่วนต่าง ๆ จะมีการเทพื้นคอนกรีตโครงสร้างซึ่งมักเกิดการแตกร้าวเนื่องจากคอนกรีตหดตัว หรือเกิดการทรุดตัวเนื่องจากเป็นโครงสร้างคนละส่วน การทำรอยต่อพื้นคอนกรีตจะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจจะตามมาในภายหลัง

       การทำรอยต่อแบบแรกคือ รอยต่อเพื่อการหดตัว (Contraction Joint) เป็นการทำรอยต่อบนพื้นคอนกรีตขนาดใหญ่ เช่น ถนน หรือลานคอนกรีตขนาดใหญ่ ฯลฯ ซึ่งมีโอกาสแตกร้าวได้เนื่องจากคอนกรีตหดตัวเพราะอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง หรือหดตัวมากขึ้นเพราะน้ำระเหยออกไปจากคอนกรีต  อีกทั้งเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มใช้งานไปแล้ว  คอนกรีตซึ่งเป็นวัสดุที่รับแรงดึงได้ต่ำ เมื่อต้องรับแรงหรือรับน้ำหนักมากกว่าความสามารถในการรับแรงดึง ก็จะเกิดรอยแตกร้าวได้เช่นกัน จึงควรทำรอยต่อพื้นคอนกรีตเอาไว้ก่อน เพื่อควบคุมแนวการเกิดรอยแตกร้าวและลดโอกาสเกิดรอยแตกร้าวลามไปทั่วทั้งพื้นคอนกรีต

ภาพ:  การทำรอยต่อเพื่อการหดตัวบนพื้นถนนคอนกรีตขนาดใหญ่

       วิธีการทำรอยต่อเพื่อการหดตัวจะทำทุกระยะ 3 เมตร โดยส่วนใหญ่นิยมทำอยู่ 2 วิธี วิธีแรกคือการใช้เส้นพลาสติก เส้นโลหะ หรือไม้ฝังไว้ตามแนวที่กำหนดในระหว่างที่คอนกรีตยังหมาดอยู่ภายใน 1-4 ชม. หลังจากแต่งผิวหน้าคอนกรีตเสร็จ แล้วจึงดึงออกเมื่อคอนกรีตเริ่มเซตตัว อีกวิธีคือการใช้เลื่อยไฟฟ้าตัด (Saw-Cut) เพื่อแบ่งพื้นคอนกรีตให้เป็นส่วน ๆ ซึ่งจะทำภายใน 4-12 ชม. หลังจากคอนกรีตเริ่มเซตตัว

ภาพ: การใช้เลื่อยไฟฟ้าตัด (Saw Cut) แบ่งพื้นคอนกรีต

       การทำรอยต่ออีกรูปแบบ คือ รอยต่อเพื่อการเคลื่อนตัวอย่างอิสระ (Isolation Joint หรือ Expansion Joint) เป็นรอยต่อแยกส่วนระหว่างชิ้นส่วนของอาคาร เพื่อให้อาคารทั้งสองส่วนที่มีระดับไม่เท่ากันหรือเป็นโครงสร้างคนละระบบ สามารถขยับเคลื่อนตัวหรือทรุดตัวได้อิสระออกจากกัน  โดยไม่ดึงอีกส่วนให้เสียหายตามไปด้วย อย่างเช่น รอยต่อระหว่างชิ้นส่วนสะพาน รอยต่อระหว่างอาคารสองหลัง  รอยต่อระหว่างถนนกับบ้าน

ภาพ:  การทำรอยต่อเพื่อการเคลื่อนตัวอย่างอิสระระหว่างโครงสร้างบ้านซึ่งมีเสาเข็มรองรับและพื้นที่จอดรถซึ่งเป็นพื้นคอนกรีตวางบนดิน

ภาพ: การทำรอยต่อเพื่อการเคลื่อนตัวอย่างอิสระระหว่างอาคารเดิมและอาคารใหม่

       ในการต่อเติมบ้านมักจะมีการเชื่อมต่อระหว่างโครงสร้างคนละระบบกันอยู่บ่อยครั้ง อย่างเช่น เชื่อมต่อระหว่างพื้นคอนกรีตวางบนคานและพื้นคอนกรีตวางบนดิน  เชื่อมต่อระหว่างโครงสร้างเสาคานบ้านเดิมและพื้นคอนกรีตวางบนคานที่ต่อเติมใหม่  จึงควรเว้นรอยต่อพื้นคอนกรีต เพื่อความสะดวกในการก่อสร้าง และเพื่อป้องกันปัญหาการแตกร้าวหรือการทรุดตัวในภายหลัง

ภาพ: การทำรอยต่อเพื่อการเคลื่อนตัวอย่างอิสระระหว่างบ้านและระเบียงที่ต่อเติมใหม่

       กล่าวโดยสรุป การทำรอยต่อบนพื้นคอนกรีตนั้นเป็นวิธีที่จะช่วยป้องกันความเสียหายของพื้นคอนกรีตระหว่างก่อสร้างและหลังจากการใช้งานได้  เพราะเป็นการแยกพื้นคอนกรีตออกเป็นส่วนๆ จึงลดปัญหาการแตกร้าวเนื่องจากการหดตัว หรือการทรุดตัวต่างกันของโครงสร้างได้ ทั้งนี้ ควรปรึกษาวิศวกรสำหรับแนวทางที่เหมาะสมรวมถึงวัสดุที่เลือกใช้ด้วย


กิตติวุฒิ เฉลยถ้อย
การศึกษา: สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 



 

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ