View : 23177

มีพื้นที่จำกัด จะลงเสาเข็มลึกถึงชั้นดินแข็งได้หรือไม่?
       พื้นที่ที่จะใช้สร้างส่วนต่อเติมนั้น ผู้รับเหมาหรือช่างส่วนใหญ่มักแนะนำให้ใช้เสาเข็มสั้น เพื่อความสะดวกในการทำงาน ซึ่งแน่นอนว่าย่อมทรุดตัวเร็วมากเมื่อเทียบกับเสาเข็มที่ลงลึกถึงชั้นดินแข็งแต่ครั้นจะเลือกลงเสาเข็มยาวลึกถึงชั้นดินแข็ง นั้น นอกจากจะไม่สะดวกด้วยข้อจำกัดของพื้นที่แล้ว ยังอาจต้องใช้งบประมาณที่สูงมาก อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของบ้านต้องการเลือกลงเสาเข็มยาวลึกจริงๆ ก็ต้องพิจารณาความเป็นไปได้เรื่องการติดตั้งเครื่องมือในการลงเสาเข็ม เช่น “สามขา” (สำหรับเสาเข็มเจาะ) เป็นต้น

       สำหรับพื้นที่ในเมืองใหญ่ซึ่งที่ดินแสนจะคับแคบนั้น การลงเสาเข็มยาวลึกอาจเป็นไปได้ยากแต่ทั้งนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางออก เพราะยังมีเสาเข็มอีกชนิดที่เรียกว่า เสาเข็มสปัน (SPUN MICRO PILE)ผลิตโดยการปั่นคอนกรีตด้วยความเร็วสูงจึงแข็งแรงกว่าเสาเข็มทั่วไป ทั้งยังสามารถตอกในพื้นที่แคบได้เนื่องจากอุปกรณ์ตอกมีขนาดเล็กมาก เสาเข็มสปันมีความยาวประมาณ 1.5 เมตร แต่สามารถนำมาต่อกันเพื่อตอกให้ลึกไปถึงชั้นดินแข็งได้ และด้วยหน้าตัดเสาเข็มที่กลวง ทำให้ดินไหลออกทางรูกลวงเวลาตอกจึงช่วยลดแรงสั่นสะเทือนอย่างไรก็ตาม เสาเข็มสปันนี้มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ทำให้เจ้าของบ้านหลายคนหันกลับมาเลือกใช้เสาเข็มสั้นแทน

 

การวางเฟอร์นิเจอร์บนส่วนต่อเติมให้กระจายน้ำหนักสองข้างเท่ากัน

(ซ้าย) ส่วนต่อเติมฝากโครงสร้างไว้กับบ้าน จึงเกิดการทรุดตัวในแนวเอียง
(ขวา) การแยกโครงสร้างส่วนต่อเติมออกจากโครงสร้างบ้านเดิม (ฐานรากเสาเข็มแยกคนละชุดกับอาคารเดิม)

สรุปแล้ว เสาเข็มสั้นที่ผู้รับเหมาหรือช่าง แนะนำมานั้น จะ “พอ” หรือไม่ ?
       หากเจ้าของบ้านมีข้อสงสัยในจุดนี้จะต้องหันมาทำความเข้าใจก่อนว่า “พอ” ในที่นี้ คือ จากประสบการณ์ของผู้ที่แนะนำเจ้าของบ้านมานั้น เห็นว่า “พอที่จะ” รับน้ำหนักส่วนต่อเติมบนสภาพดินในพื้นที่นั้นได้โดยไม่น่าจะเกิดอันตราย ซึ่งรวมถึง “เป็นอัตราการทรุดตัวที่คนทั่วไปมักรับมือและทำใจยอมรับได้” ด้วย ทั้งนี้ หากเป็นไปได้ควรปรึกษาหาคำตอบจากวิศวกรโครงสร้างจะดีที่สุด สำหรับเจ้าของบ้านที่ตกลงปลงใจฝากส่วนต่อเติมไว้กับเสาเข็มสั้นแล้ว ก็อย่าลืมหันไปพิจารณาปัจจัยที่ช่วยชลอการทรุดตัวจากหัวข้อที่แล้วด้วย

       การสร้างส่วนต่อเติมใดๆ ก็ตาม นอกจากเสาเข็มแล้วยังต้องคำนึงเรื่องรูปแบบฐานรากด้วย เพราะอันที่จริงฐานรากและเสาเข็มนั้นเป็นชุดเดียวกัน เรียกรวมกันว่า “ระบบฐานราก-เสาเข็ม”การเลือกใช้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ทั้งตัวส่วนต่อเติมเอง และสภาพใต้พื้นดิน เช่น อยากเลือกใช้ฐานเข็มแบบปูพรมในการต่อเติมที่จอดรถ มีข้อดีคือ ระบบรับน้ำหนักถูกกระจายเท่ากันจึงช่วยลดความเสี่ยงที่พื้นจะแตกร้าว แต่กรณีนี้หากใต้ดินมีการเดินงานระบบขวางไว้ก็จะไม่สามารถทำได้  จึงอาจต้องเลือกใช้ฐานเข็มแบบกลุ่ม หรือใช้การเทพื้นบนดิน (Slab on Ground) แทน เป็นต้น ซึ่งทางที่ดีควรจะเลือกปรึกษาวิศวกรด้วยเช่นกัน

เสาเข็มส่วนต่อเติมลึกเท่าไหร่ดี
ตอนที่ 2 : เสาเข็มในพื้นที่จำกัด

ส่วนต่อเติมที่กำลังจะสร้าง เราจะใช้เสาเข็มแบบใด กี่ต้น ลึกเท่าไหร่

หน้าตัดเสาเข็มสั้นแบบต่างๆ

เสาเข็มสปัน (SPUN MICRO PILE) มีโครงลวดเหล็กอัดแรงฝังในเนื้อคอนกรีตโดยรอบ

หากตัดสินใจเลือกใช้เสาเข็มสั้น มีปัจจัยอะไรต้องคำนึงบ้าง?
       การเลือกใช้เสาเข็มสั้นย่อมต้องทำใจเรื่องอัตราการทรุดตัวที่เร็วขึ้นและควรคำนึงถึงปัจจัยที่ช่วยชลอและการทรุดตัวด้วยได้แก่
       - จำนวนและความลึกของเสาเข็มจากที่เล่าไปตอนที่แล้ว จะเห็นว่า “เสาเข็มสั้น” อาศัยแรงเสียดทานระหว่างผิวของเสาเข็มกับดิน” ในการรับน้ำหนักอาคาร ดังนั้น ยิ่งเสาเข็มมีจำนวนมาก และลึกมาก ก็ยิ่งเพิ่มผิวสัมผัสที่ช่วยรับน้ำหนักได้มากขึ้น (ค่าใช้จ่ายก็มากขึ้นตามด้วยเช่นกัน) ทั้งนี้ เสาเข็มสั้นมีความยาวให้เลือกตั้งแต่ 1 ถึง 6 เมตร  โดยเสาเข็มสั้นแต่ละต้น หากจำเป็นต้องวางใกล้กัน (เช่น เสาเข็มส่วนต่อเติมในจุดที่ใกล้กับอาคารเดิม เป็นต้น) โดยหลักแล้วควรลงห่างกันไม่ต่ำกว่า 3 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลาง เช่น เสาเข็มหน้าตัด 60 ซม. ควรห่างกันไม่ต่ำกว่า 180 ซม. เพราะหากระยะน้อยไป แรงเสียดทานระหว่างดินในจุดนั้นอาจช่วยรับน้ำหนักได้ไม่ดีนัก แต่สำหรับเสาเข็มที่ลงลึกถึงชั้นดินแข็งจะมีระยะห่างขั้นต่ำแคบกว่าได้ คือ 2 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลาง  เนื่องจากมีแรงดันจากชั้นดินแข็งช่วยพยุงด้วย) 
       - ความแน่นของดินโดยหลักแล้วก่อนจะเริ่มก่อสร้าง ควรบดอัดดินให้แน่นที่สุดเพื่อช่วยชลอการทรุดตัว ซึ่งอย่างที่เล่าไปในตอนที่แล้วว่า ดินแต่ละพื้นที่มีความแข็งอ่อนไม่เท่ากัน บางแห่งดินแข็งมากจนสามารถสร้างฐานรากรองรับบ้านทั้งหลังโดยไม่ต้องมีเสาเข็มได้แต่สำหรับพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ ควรต้องมีเสาเข็มรองรับโดยพื้นดินที่จะทำการก่อสร้างควรถูกถมไว้ไม่ต่ำกว่า 1-2 ปี และจะให้ดีควรเลี่ยงพื้นที่ที่เคยเป็นบ่อหรือบึงมาก่อนแล้วมาถมทีหลัง 
       - น้ำหนักของส่วนต่อเติมควรให้มีน้ำหนักน้อยที่สุดเช่น ใช้โครงสร้างเบา วัสดุเบา เคาน์เตอร์ครัวแบบเบา และควรระวังมิให้เกิดการทรุดแบบเอียง โดยการกระจายน้ำหนักในส่วนต่อเติมให้สม่ำเสมอ ไม่วางเฟอร์นิเจอร์ที่มีน้ำหนักมากกระจุกไว้ฝั่งเดียวกัน 
       - โครงสร้างของส่วนต่อเติม จะต้องแยกกันจากโครงสร้างเดิมโดยสิ้นเชิง เพื่อให้เกิดการทรุดตัวได้อย่างอิสระ ป้องกันการดึงรั้งกับโครงสร้างเก่าจนเกิดการทรุดตัวแบบเอียงในส่วนของรอยต่อพื้น ผนัง ระหว่างอาคารเดิมและส่วนต่อเติม ควรใช้แผ่นโฟมกั้นและยาแนวรอยต่อด้วยซิลิโคน เปรียบเสมือนการสร้างอาคารอีกหลังมาแตะหรือต่อชนกับตัวบ้านเดิม ส่วนหลังคาควรทำปีกนก  (Flashing) กันน้ำ ซึ่งมักเป็นวัสดุประเภทสเตนเลส สังกะสี หรือเหล็กเคลือบอะลูซิงค์

รอยต่อระหว่างอาคารเก่ากับส่วนต่อเติมใหม่ ในส่วนของ พื้น ผนัง หลังคา

 

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
หลากหลายไอเดียปรับปรุงบ้าน
001-หลากหลายไอเดียปรับปรุงบ้านTemplateS.jpg


เสาเข็มส่วนต่อเติมลึกเท่าไหร่ดี
ตอนที่ 2 : เสาเข็มในพื้นที่จำกัด

ส่วนต่อเติมที่กำลังจะสร้าง เราจะใช้เสาเข็มแบบใด กี่ต้น ลึกเท่าไหร่

หน้าตัดเสาเข็มสั้นแบบต่างๆ

เสาเข็มสปัน (SPUN MICRO PILE) มีโครงลวดเหล็กอัดแรงฝังในเนื้อคอนกรีตโดยรอบ

มีพื้นที่จำกัด จะลงเสาเข็มลึกถึงชั้นดินแข็งได้หรือไม่?
       พื้นที่ที่จะใช้สร้างส่วนต่อเติมนั้น ผู้รับเหมาหรือช่างส่วนใหญ่มักแนะนำให้ใช้เสาเข็มสั้น เพื่อความสะดวกในการทำงาน ซึ่งแน่นอนว่าย่อมทรุดตัวเร็วมากเมื่อเทียบกับเสาเข็มที่ลงลึกถึงชั้นดินแข็งแต่ครั้นจะเลือกลงเสาเข็มยาวลึกถึงชั้นดินแข็ง นั้น นอกจากจะไม่สะดวกด้วยข้อจำกัดของพื้นที่แล้ว ยังอาจต้องใช้งบประมาณที่สูงมาก อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของบ้านต้องการเลือกลงเสาเข็มยาวลึกจริงๆ ก็ต้องพิจารณาความเป็นไปได้เรื่องการติดตั้งเครื่องมือในการลงเสาเข็ม เช่น “สามขา” (สำหรับเสาเข็มเจาะ) เป็นต้น

       สำหรับพื้นที่ในเมืองใหญ่ซึ่งที่ดินแสนจะคับแคบนั้น การลงเสาเข็มยาวลึกอาจเป็นไปได้ยากแต่ทั้งนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางออก เพราะยังมีเสาเข็มอีกชนิดที่เรียกว่า เสาเข็มสปัน (SPUN MICRO PILE)ผลิตโดยการปั่นคอนกรีตด้วยความเร็วสูงจึงแข็งแรงกว่าเสาเข็มทั่วไป ทั้งยังสามารถตอกในพื้นที่แคบได้เนื่องจากอุปกรณ์ตอกมีขนาดเล็กมาก เสาเข็มสปันมีความยาวประมาณ 1.5 เมตร แต่สามารถนำมาต่อกันเพื่อตอกให้ลึกไปถึงชั้นดินแข็งได้ และด้วยหน้าตัดเสาเข็มที่กลวง ทำให้ดินไหลออกทางรูกลวงเวลาตอกจึงช่วยลดแรงสั่นสะเทือนอย่างไรก็ตาม เสาเข็มสปันนี้มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ทำให้เจ้าของบ้านหลายคนหันกลับมาเลือกใช้เสาเข็มสั้นแทน

 

การวางเฟอร์นิเจอร์บนส่วนต่อเติมให้กระจายน้ำหนักสองข้างเท่ากัน

(ซ้าย) ส่วนต่อเติมฝากโครงสร้างไว้กับบ้าน จึงเกิดการทรุดตัวในแนวเอียง
(ขวา) การแยกโครงสร้างส่วนต่อเติมออกจากโครงสร้างบ้านเดิม (ฐานรากเสาเข็มแยกคนละชุดกับอาคารเดิม)

หากตัดสินใจเลือกใช้เสาเข็มสั้น มีปัจจัยอะไรต้องคำนึงบ้าง?
       การเลือกใช้เสาเข็มสั้นย่อมต้องทำใจเรื่องอัตราการทรุดตัวที่เร็วขึ้นและควรคำนึงถึงปัจจัยที่ช่วยชลอและการทรุดตัวด้วยได้แก่
       - จำนวนและความลึกของเสาเข็มจากที่เล่าไปตอนที่แล้ว จะเห็นว่า “เสาเข็มสั้น” อาศัยแรงเสียดทานระหว่างผิวของเสาเข็มกับดิน” ในการรับน้ำหนักอาคาร ดังนั้น ยิ่งเสาเข็มมีจำนวนมาก และลึกมาก ก็ยิ่งเพิ่มผิวสัมผัสที่ช่วยรับน้ำหนักได้มากขึ้น (ค่าใช้จ่ายก็มากขึ้นตามด้วยเช่นกัน) ทั้งนี้ เสาเข็มสั้นมีความยาวให้เลือกตั้งแต่ 1 ถึง 6 เมตร  โดยเสาเข็มสั้นแต่ละต้น หากจำเป็นต้องวางใกล้กัน (เช่น เสาเข็มส่วนต่อเติมในจุดที่ใกล้กับอาคารเดิม เป็นต้น) โดยหลักแล้วควรลงห่างกันไม่ต่ำกว่า 3 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลาง เช่น เสาเข็มหน้าตัด 60 ซม. ควรห่างกันไม่ต่ำกว่า 180 ซม. เพราะหากระยะน้อยไป แรงเสียดทานระหว่างดินในจุดนั้นอาจช่วยรับน้ำหนักได้ไม่ดีนัก แต่สำหรับเสาเข็มที่ลงลึกถึงชั้นดินแข็งจะมีระยะห่างขั้นต่ำแคบกว่าได้ คือ 2 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลาง  เนื่องจากมีแรงดันจากชั้นดินแข็งช่วยพยุงด้วย) 
       - ความแน่นของดินโดยหลักแล้วก่อนจะเริ่มก่อสร้าง ควรบดอัดดินให้แน่นที่สุดเพื่อช่วยชลอการทรุดตัว ซึ่งอย่างที่เล่าไปในตอนที่แล้วว่า ดินแต่ละพื้นที่มีความแข็งอ่อนไม่เท่ากัน บางแห่งดินแข็งมากจนสามารถสร้างฐานรากรองรับบ้านทั้งหลังโดยไม่ต้องมีเสาเข็มได้แต่สำหรับพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ ควรต้องมีเสาเข็มรองรับโดยพื้นดินที่จะทำการก่อสร้างควรถูกถมไว้ไม่ต่ำกว่า 1-2 ปี และจะให้ดีควรเลี่ยงพื้นที่ที่เคยเป็นบ่อหรือบึงมาก่อนแล้วมาถมทีหลัง 
       - น้ำหนักของส่วนต่อเติมควรให้มีน้ำหนักน้อยที่สุดเช่น ใช้โครงสร้างเบา วัสดุเบา เคาน์เตอร์ครัวแบบเบา และควรระวังมิให้เกิดการทรุดแบบเอียง โดยการกระจายน้ำหนักในส่วนต่อเติมให้สม่ำเสมอ ไม่วางเฟอร์นิเจอร์ที่มีน้ำหนักมากกระจุกไว้ฝั่งเดียวกัน 
       - โครงสร้างของส่วนต่อเติม จะต้องแยกกันจากโครงสร้างเดิมโดยสิ้นเชิง เพื่อให้เกิดการทรุดตัวได้อย่างอิสระ ป้องกันการดึงรั้งกับโครงสร้างเก่าจนเกิดการทรุดตัวแบบเอียงในส่วนของรอยต่อพื้น ผนัง ระหว่างอาคารเดิมและส่วนต่อเติม ควรใช้แผ่นโฟมกั้นและยาแนวรอยต่อด้วยซิลิโคน เปรียบเสมือนการสร้างอาคารอีกหลังมาแตะหรือต่อชนกับตัวบ้านเดิม ส่วนหลังคาควรทำปีกนก  (Flashing) กันน้ำ ซึ่งมักเป็นวัสดุประเภทสเตนเลส สังกะสี หรือเหล็กเคลือบอะลูซิงค์

รอยต่อระหว่างอาคารเก่ากับส่วนต่อเติมใหม่ ในส่วนของ พื้น ผนัง หลังคา

 

บทความที่แล้ว
เสาเข็มส่วนต่อเติมลึกเท่าไหร่ดี (ตอนที่ 1)
002-เสาเข็มส่วนต่อเติมลึกเท่าไหร่ดี-ตอนที่-1.jpg



บทความถัดไป
ลงเสาเข็มยาวแล้ว ทำไมส่วนต่อเติมยังทรุด
004-ลงเสาเข็มยาวแล้ว-ทำไมส่วนต่อเติมยังทรุด.jpg


 
บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
หลากหลายไอเดียปรับปรุงบ้าน
001-หลากหลายไอเดียปรับปรุงบ้านTemplateS.jpg


สรุปแล้ว เสาเข็มสั้นที่ผู้รับเหมาหรือช่าง แนะนำมานั้น จะ “พอ” หรือไม่ ?
       หากเจ้าของบ้านมีข้อสงสัยในจุดนี้จะต้องหันมาทำความเข้าใจก่อนว่า “พอ” ในที่นี้ คือ จากประสบการณ์ของผู้ที่แนะนำเจ้าของบ้านมานั้น เห็นว่า “พอที่จะ” รับน้ำหนักส่วนต่อเติมบนสภาพดินในพื้นที่นั้นได้โดยไม่น่าจะเกิดอันตราย ซึ่งรวมถึง “เป็นอัตราการทรุดตัวที่คนทั่วไปมักรับมือและทำใจยอมรับได้” ด้วย ทั้งนี้ หากเป็นไปได้ควรปรึกษาหาคำตอบจากวิศวกรโครงสร้างจะดีที่สุด สำหรับเจ้าของบ้านที่ตกลงปลงใจฝากส่วนต่อเติมไว้กับเสาเข็มสั้นแล้ว ก็อย่าลืมหันไปพิจารณาปัจจัยที่ช่วยชลอการทรุดตัวจากหัวข้อที่แล้วด้วย

       การสร้างส่วนต่อเติมใดๆ ก็ตาม นอกจากเสาเข็มแล้วยังต้องคำนึงเรื่องรูปแบบฐานรากด้วย เพราะอันที่จริงฐานรากและเสาเข็มนั้นเป็นชุดเดียวกัน เรียกรวมกันว่า “ระบบฐานราก-เสาเข็ม”การเลือกใช้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ทั้งตัวส่วนต่อเติมเอง และสภาพใต้พื้นดิน เช่น อยากเลือกใช้ฐานเข็มแบบปูพรมในการต่อเติมที่จอดรถ มีข้อดีคือ ระบบรับน้ำหนักถูกกระจายเท่ากันจึงช่วยลดความเสี่ยงที่พื้นจะแตกร้าว แต่กรณีนี้หากใต้ดินมีการเดินงานระบบขวางไว้ก็จะไม่สามารถทำได้  จึงอาจต้องเลือกใช้ฐานเข็มแบบกลุ่ม หรือใช้การเทพื้นบนดิน (Slab on Ground) แทน เป็นต้น ซึ่งทางที่ดีควรจะเลือกปรึกษาวิศวกรด้วยเช่นกัน

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ