View : 6426

ปรับปรุงห้องน้ำใหม่ ขยายใหญ่ เพิ่มจำนวน

เมื่อห้องน้ำในบ้านมีจำนวนจำกัดหรือมีพื้นที่คับแคบเกินไป เราอาจหาวิธีรีโนเวทใหม่ด้วยการเพิ่มจำนวนห้องน้ำ หรือขยับขยายปรับปรุงห้องน้ำได้ โดยคำนึงเรื่องตำแหน่งที่ตั้ง ระบบพื้นผนัง และพิจารณาควบคู่กับการจัดการงานระบบอย่างเหมาะสม

       บ้านพักอาศัยและทาวน์โฮมขนาดเล็ก รวมถึงอาคารพาณิชย์ อาจมีจำนวนห้องน้ำไม่เพียงพอต่อการใช้งานของสมาชิกในบ้าน บางครั้งขนาดห้องน้ำเล็กเกินไปจนใช้งานไม่สะดวก หรือบางกรณีที่มีการปรับตำแหน่งพื้นที่ใช้สอยในบ้านซึ่งสมควรโยกย้ายห้องน้ำ ทั้งนี้ หากเจ้าของบ้านตัดสินใจรีโนเวทปรับปรุงห้องน้ำใหม่ ด้วยการเพิ่มจำนวน ขยายขนาด หรือย้ายตำแหน่งห้องน้ำ ควรพิจารณาปัจจัยสำคัญก่อนลงมือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้  เพื่อให้ได้ห้องน้ำที่เหมาะกับการใช้งานและสามารถดำเนินการรีโนเวทได้อย่างราบรื่น 

ตำแหน่งห้องน้ำและโครงสร้างพื้นเดิม
       ควรพิจารณาระบบประปาและสุขาภิบาลเดิมว่ามีท่อน้ำดีหรือท่อน้ำเสียอยู่ในบริเวณห้องน้ำที่จะเพิ่มเติมหรือโยกย้ายหรือไม่ รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะเดินท่อต่อมายังบริเวณดังกล่าว  นอกจากนี้ ตำแหน่งของบ่อบำบัดเดิมก็สำคัญ หากอยู่ใกล้ตำแหน่งห้องน้ำใหม่ก็จะเดินท่อได้สะดวก แต่หากอยู่ไกลควรพิจารณาความลาดชันของท่อว่าเพียงพอที่จะระบายของเสียได้ง่ายหรือไม่

       ปัจจัยถัดไปที่ควรคำนึงคือ โครงสร้างพื้น หากตำแหน่งที่จะย้ายหรือขยายปรับปรุงห้องน้ำเป็นพื้นคอนกรีตหล่อในที่จะเหมาะที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนเปียก แต่หากเป็นแผ่นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูปหรือพื้นไม้ควรระวังปัญหาน้ำรั่วซึมตามบริเวณรอยต่อระหว่างแผ่นพื้น กรณีนี้แนะนำให้แบ่งพื้นที่เป็นส่วนเปียกและส่วนแห้งให้ชัดเจน และทำระบบกันซึมอย่างถูกวิธี

ภาพ:: ตู้อาบน้ำพร้อมถาดรอง

       ทั้งนี้ไม่แนะนำให้เจาะแผ่นพื้นสำเร็จรูป เพราะอาจโดนเหล็กเสริมจนสูญเสียประสิทธิภาพการรับน้ำหนัก (หากจำเป็นให้ปรึกษาวิศวกร) ควรใช้โถสุขภัณฑ์ที่มีท่อออกผนัง และเดินท่อทั้งหมดไปรวมกันตรงช่องเซอร์วิสเดิมเพื่อต่อไปชั้นล่าง (อาจทำผนังเบาอีกชั้นปิดแนวท่อ) กรณีไม่มีช่องเซอร์วิสให้เจาะออกทางผนังแล้วทำช่องเซอร์วิสภายนอกเพื่อความเรียบร้อย

การเดินท่อน้ำดีและท่อน้ำเสียต่างๆ ภายในห้องน้ำ
       ในกรณีที่จำเป็นต้องเดินท่อน้ำดีหรือท่อระบายน้ำเสียบริเวณห้องน้ำใหม่ หากไม่สามารถสกัดผนังเดิมเพื่อเดินท่อได้ สามารถใช้วิธีติดตั้งโครงเหล็กภายในห้องน้ำและกรุผนังเบาเพิ่มขึ้นอีกชั้น จากนั้นจึงเดินท่อภายในระหว่างผนังเดิมและผนังเบา วิธีนี้จะช่วยลดความยุ่งยากในการที่ต้องสกัดผนังเดิมได้ ทั้งยังช่วยให้ผนังสวยงามเรียบร้อยไม่มีระบบท่อเดินลอยให้รกรุงรังอีกด้วย ถึงแม้จะทำให้พื้นที่ห้องน้ำลดลงเล็กน้อย

       นอกจากนี้การระบายน้ำออกจากพื้นที่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ หากมีการปรับระดับพื้นบริเวณห้องน้ำ ควรทำให้ลาดชันไปยังจุดระบายน้ำในอัตราส่วนไม่น้อยกว่า 1:200 (ความยาว 200 ซม.ระดับลดลง 1 ซม.)  รวมถึงท่อระบายน้ำก็ควรมีความลาดชันให้ระบายของเสียได้สะดวก สำหรับท่อโสโครกที่มาจากสุขภัณฑ์ก็ควรลาดเอียงกว่าท่อน้ำทิ้งทั่วไปคือประมาณ 1:50 (ความยาว 50 ซม.ระดับลดลง 1 ซม.) หากเป็นท่อน้ำทิ้งที่มาจากอ่างล้างมือหรือท่อระบายน้ำเสียควรลาดชันไม่น้อยกว่า 1:100 เป็นต้น 

       กรณีที่พื้นเดิมเป็นพื้นสำเร็จซึ่งควรเลี่ยงการเจาะพื้นนั้น เราสามารถใช้วิธีทำระบบพื้นเบาซ้อนทับพื้นเดิมโดยให้มีระยะสูงพอที่จะเดินท่อซ่อนข้างใต้ได้ รวมถึงแยกส่วนเปียก ส่วนแห้งอย่างชัดเจน โดยใช้ถาดอาบน้ำหรือตู้อาบน้ำเพื่อลดโอกาสรั่วซึมที่ส่วนเปียก สำหรับพื้นที่ส่วนแห้งให้ใช้วิธีระบายน้ำจากสุขภัณฑ์และอ่างล้างมือลงสู่ท่อระบายน้ำเพียงท่อละจุดตามปกติ 

ภาพ: ตัวอย่างการทำห้องน้ำเพิ่มเติมในบ้านบนระบบแผ่นพื้นสำเร็จรูป

       ทั้งนี้ ทำระบบพื้นเบาเพิ่มบนพื้นสำเร็จเดิมนั้นย่อมทำให้ระดับพื้นสูงขึ้น อาจต้องทำธรณีประตูเพิ่มเพื่อกั้นพื้นที่ห้องน้ำ อีกเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงคือ ควรงดเว้นการล้างห้องน้ำเพื่อเลี่ยงการรั่วซึม โดยอาจใช้วิธีเช็ดถูทำความสะอาดแทน แต่หากเจ้าของบ้านต้องการป้องกันการรั่วซึมอย่างจริงจัง ควรทำระบบกันซึมในส่วนที่จำเป็น เช่น ส่วนเปียก หรือส่วนแห้งที่ต้องการชะล้างเป็นประจำ 

ภาพ: ตัวอย่างการติดตั้งระบบพื้นโครงเบาด้วยแผ่นซีเมนต์บอร์ด (เช่น ไม้อัดซีเมนต์ ไฟเบอร์ซีเมนต์) พร้อมทำระบบกันซึมก่อนปูกระเบื้อง เพื่อช่วยลดโอกาสรั่วซึม

ระดับพื้นบ้านนั้นก็สำคัญ
       ตามปกติระดับพื้นห้องน้ำทั่วไปมักจะมีการลดระดับลงจากพื้นที่โดยรอบประมาณ 10 ซม.เพื่อป้องกันน้ำล้นออกสู่พื้นที่ภายนอก กรณีที่การปรับปรุงห้องน้ำใหม่หรือสร้างเพิ่มนั้นไม่สะดวกลดระดับพื้นเพราะติดปัญหาที่ระดับโครงสร้างพื้นเดิม แนะนำให้ทำธรณีประตูเพื่อแก้ปัญหาน้ำล้นที่อาจเกิดขึ้น 

       นอกจากนี้ สำหรับพื้นห้องน้ำหล่อในที่ สามารถเลือกทำพื้นห้องน้ำระดับเดียว โดยใช้รางน้ำแบบฝังพร้อมสกัดหน้าพื้นเดิมเพื่อเทปรับระดับใหม่ให้พื้นลาดไปยังรางน้ำดังกล่าว ซึ่งปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่ใช้รถเข็นด้วย

ภาพ: การฝังรางน้ำแทนการทำพื้นต่างระดับหรือคันกั้น

กั้นผนังห้องน้ำใหม่ใช้วัสดุอะไรดี
       เมื่อต้องการเพิ่ม ขยาย หรือโยกย้ายพื้นที่ห้องน้ำนั้น สิ่งหนึ่งที่ต้องดำเนินการคือ ทุบหรือย้ายผนังเดิมเพื่อกั้นแบ่งผนังใหม่ ซึ่งควรพิจารณาโครงสร้างพื้นจุดนั้นว่ามีคานรองรับอยู่หรือไม่ หากตรวจสอบแล้วไม่พบแนวคานจะไม่แนะนำให้ใช้ผนังก่ออิฐฉาบปูน  เพราะน้ำหนักอาจเพิ่มมากเกินขีดจำกัดของโครงสร้างจนก่อให้เกิดการแตกร้าวเสียหายในที่สุด กรณีนี้ควรใช้ผนังเบาอย่าง ไม้อัดซีเมนต์ ไฟเบอร์ซีเมนต์ ในการกั้นแบ่งพื้นที่ แต่หากกังวลเรื่องรั่วซึม ให้ใช้ผนังเบาบริเวณส่วนแห้ง และใช้ตู้อาบน้ำในส่วนเปียกเพื่อลดปัญหาน้ำกระเซ็นตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ทั้งนี้ ก่อนจะติดตั้งผนังเบา ควรหล่อขอบปูนกันน้ำบริเวณที่ต้องการเพื่อป้องกันน้ำล้นและกำหนดขอบเขตพื้นที่บริเวณรอยต่อระหว่างพื้นและผนัง จากนั้นจึงใช้แผ่นวัสดุกันซึมปูรองพื้นจนปิดทับบริเวณรอยต่อแล้วจึงกรุทับด้วยวัสดุกรุผนังตามต้องการ 

ภาพ: ผนังโครงเบากรุแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์

ภาพ: การปูแผ่นยางกันรั่วซึมให้เลยผนังขึ้นมาบนผนัง

       จะเห็นได้ว่า การปรับปรุงห้องน้ำด้วยการสร้างเพิ่มหรือปรับเปลี่ยนพื้นที่การใช้งานในบ้านเป็นห้องน้ำนั้น เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ เพียงแค่มีข้อควรคำนึงถึงที่แตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์การใช้งานของพื้นที่ และด้วยห้องน้ำเป็นจุดที่ต้องเดินท่อหรือติดตั้งสุขภัณฑ์หลายชนิดอีกทั้งยังเสี่ยงต่อการรั่วซึมหากไม่ได้ทำการออกแบบหรือวางแผนอย่างเหมาะสม ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจลงมือดำเนินการควรทำการตรวจสอบพื้นที่ให้ครบถ้วนเสียก่อนเพื่อจะได้ทราบจุดดี จุดด้อย และตัดสินใจแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการที่ถูกต้อง เพื่อให้เจ้าของบ้านได้ห้องน้ำสวยที่ใช้งานได้จริงไม่ต้องตามแก้ปัญหาในอนาคตค่ะ



บทความถัดไป
ขยายพื้นที่ห้องน้ำเดิม


บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
รีโนเวทบ้านส่วนไหน ต้องคำนึงอะไรบ้าง
001-รีโนเวทบ้านส่วนไหน-ต้องคำนึงอะไรบ้างน-TemplateS.jpg



ข้อควรคิดพิจารณาก่อนต่อเติมบ้าน
001ข้อควรคิดพิจารณาก่อนต่อเติมบ้าน-TemplateS.jpg
 

 

ปรับปรุงห้องน้ำใหม่ ขยายใหญ่ เพิ่มจำนวน

เมื่อห้องน้ำในบ้านมีจำนวนจำกัดหรือมีพื้นที่คับแคบเกินไป เราอาจหาวิธีรีโนเวทใหม่ด้วยการเพิ่มจำนวนห้องน้ำ หรือขยับขยายปรับปรุงห้องน้ำได้ โดยคำนึงเรื่องตำแหน่งที่ตั้ง ระบบพื้นผนัง และพิจารณาควบคู่กับการจัดการงานระบบอย่างเหมาะสม

       บ้านพักอาศัยและทาวน์โฮมขนาดเล็ก รวมถึงอาคารพาณิชย์ อาจมีจำนวนห้องน้ำไม่เพียงพอต่อการใช้งานของสมาชิกในบ้าน บางครั้งขนาดห้องน้ำเล็กเกินไปจนใช้งานไม่สะดวก หรือบางกรณีที่มีการปรับตำแหน่งพื้นที่ใช้สอยในบ้านซึ่งสมควรโยกย้ายห้องน้ำ ทั้งนี้ หากเจ้าของบ้านตัดสินใจรีโนเวทปรับปรุงห้องน้ำใหม่ ด้วยการเพิ่มจำนวน ขยายขนาด หรือย้ายตำแหน่งห้องน้ำ ควรพิจารณาปัจจัยสำคัญก่อนลงมือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้  เพื่อให้ได้ห้องน้ำที่เหมาะกับการใช้งานและสามารถดำเนินการรีโนเวทได้อย่างราบรื่น 

ตำแหน่งห้องน้ำและโครงสร้างพื้นเดิม
       ควรพิจารณาระบบประปาและสุขาภิบาลเดิมว่ามีท่อน้ำดีหรือท่อน้ำเสียอยู่ในบริเวณห้องน้ำที่จะเพิ่มเติมหรือโยกย้ายหรือไม่ รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะเดินท่อต่อมายังบริเวณดังกล่าว  นอกจากนี้ ตำแหน่งของบ่อบำบัดเดิมก็สำคัญ หากอยู่ใกล้ตำแหน่งห้องน้ำใหม่ก็จะเดินท่อได้สะดวก แต่หากอยู่ไกลควรพิจารณาความลาดชันของท่อว่าเพียงพอที่จะระบายของเสียได้ง่ายหรือไม่

       ปัจจัยถัดไปที่ควรคำนึงคือ โครงสร้างพื้น หากตำแหน่งที่จะย้ายหรือขยายปรับปรุงห้องน้ำเป็นพื้นคอนกรีตหล่อในที่จะเหมาะที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนเปียก แต่หากเป็นแผ่นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูปหรือพื้นไม้ควรระวังปัญหาน้ำรั่วซึมตามบริเวณรอยต่อระหว่างแผ่นพื้น กรณีนี้แนะนำให้แบ่งพื้นที่เป็นส่วนเปียกและส่วนแห้งให้ชัดเจน และทำระบบกันซึมอย่างถูกวิธี

ภาพ:: ตู้อาบน้ำพร้อมถาดรอง

       ทั้งนี้ไม่แนะนำให้เจาะแผ่นพื้นสำเร็จรูป เพราะอาจโดนเหล็กเสริมจนสูญเสียประสิทธิภาพการรับน้ำหนัก (หากจำเป็นให้ปรึกษาวิศวกร) ควรใช้โถสุขภัณฑ์ที่มีท่อออกผนัง และเดินท่อทั้งหมดไปรวมกันตรงช่องเซอร์วิสเดิมเพื่อต่อไปชั้นล่าง (อาจทำผนังเบาอีกชั้นปิดแนวท่อ) กรณีไม่มีช่องเซอร์วิสให้เจาะออกทางผนังแล้วทำช่องเซอร์วิสภายนอกเพื่อความเรียบร้อย

การเดินท่อน้ำดีและท่อน้ำเสียต่างๆ ภายในห้องน้ำ
       ในกรณีที่จำเป็นต้องเดินท่อน้ำดีหรือท่อระบายน้ำเสียบริเวณห้องน้ำใหม่ หากไม่สามารถสกัดผนังเดิมเพื่อเดินท่อได้ สามารถใช้วิธีติดตั้งโครงเหล็กภายในห้องน้ำและกรุผนังเบาเพิ่มขึ้นอีกชั้น จากนั้นจึงเดินท่อภายในระหว่างผนังเดิมและผนังเบา วิธีนี้จะช่วยลดความยุ่งยากในการที่ต้องสกัดผนังเดิมได้ ทั้งยังช่วยให้ผนังสวยงามเรียบร้อยไม่มีระบบท่อเดินลอยให้รกรุงรังอีกด้วย ถึงแม้จะทำให้พื้นที่ห้องน้ำลดลงเล็กน้อย

       นอกจากนี้การระบายน้ำออกจากพื้นที่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ หากมีการปรับระดับพื้นบริเวณห้องน้ำ ควรทำให้ลาดชันไปยังจุดระบายน้ำในอัตราส่วนไม่น้อยกว่า 1:200 (ความยาว 200 ซม.ระดับลดลง 1 ซม.)  รวมถึงท่อระบายน้ำก็ควรมีความลาดชันให้ระบายของเสียได้สะดวก สำหรับท่อโสโครกที่มาจากสุขภัณฑ์ก็ควรลาดเอียงกว่าท่อน้ำทิ้งทั่วไปคือประมาณ 1:50 (ความยาว 50 ซม.ระดับลดลง 1 ซม.) หากเป็นท่อน้ำทิ้งที่มาจากอ่างล้างมือหรือท่อระบายน้ำเสียควรลาดชันไม่น้อยกว่า 1:100 เป็นต้น 

       กรณีที่พื้นเดิมเป็นพื้นสำเร็จซึ่งควรเลี่ยงการเจาะพื้นนั้น เราสามารถใช้วิธีทำระบบพื้นเบาซ้อนทับพื้นเดิมโดยให้มีระยะสูงพอที่จะเดินท่อซ่อนข้างใต้ได้ รวมถึงแยกส่วนเปียก ส่วนแห้งอย่างชัดเจน โดยใช้ถาดอาบน้ำหรือตู้อาบน้ำเพื่อลดโอกาสรั่วซึมที่ส่วนเปียก สำหรับพื้นที่ส่วนแห้งให้ใช้วิธีระบายน้ำจากสุขภัณฑ์และอ่างล้างมือลงสู่ท่อระบายน้ำเพียงท่อละจุดตามปกติ 

ภาพ: ตัวอย่างการทำห้องน้ำเพิ่มเติมในบ้านบนระบบแผ่นพื้นสำเร็จรูป

       ทั้งนี้ ทำระบบพื้นเบาเพิ่มบนพื้นสำเร็จเดิมนั้นย่อมทำให้ระดับพื้นสูงขึ้น อาจต้องทำธรณีประตูเพิ่มเพื่อกั้นพื้นที่ห้องน้ำ อีกเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงคือ ควรงดเว้นการล้างห้องน้ำเพื่อเลี่ยงการรั่วซึม โดยอาจใช้วิธีเช็ดถูทำความสะอาดแทน แต่หากเจ้าของบ้านต้องการป้องกันการรั่วซึมอย่างจริงจัง ควรทำระบบกันซึมในส่วนที่จำเป็น เช่น ส่วนเปียก หรือส่วนแห้งที่ต้องการชะล้างเป็นประจำ 

ภาพ: ตัวอย่างการติดตั้งระบบพื้นโครงเบาด้วยแผ่นซีเมนต์บอร์ด (เช่น ไม้อัดซีเมนต์ ไฟเบอร์ซีเมนต์) พร้อมทำระบบกันซึมก่อนปูกระเบื้อง เพื่อช่วยลดโอกาสรั่วซึม

ระดับพื้นบ้านนั้นก็สำคัญ
       ตามปกติระดับพื้นห้องน้ำทั่วไปมักจะมีการลดระดับลงจากพื้นที่โดยรอบประมาณ 10 ซม.เพื่อป้องกันน้ำล้นออกสู่พื้นที่ภายนอก กรณีที่การปรับปรุงห้องน้ำใหม่หรือสร้างเพิ่มนั้นไม่สะดวกลดระดับพื้นเพราะติดปัญหาที่ระดับโครงสร้างพื้นเดิม แนะนำให้ทำธรณีประตูเพื่อแก้ปัญหาน้ำล้นที่อาจเกิดขึ้น 

       นอกจากนี้ สำหรับพื้นห้องน้ำหล่อในที่ สามารถเลือกทำพื้นห้องน้ำระดับเดียว โดยใช้รางน้ำแบบฝังพร้อมสกัดหน้าพื้นเดิมเพื่อเทปรับระดับใหม่ให้พื้นลาดไปยังรางน้ำดังกล่าว ซึ่งปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่ใช้รถเข็นด้วย

ภาพ: การฝังรางน้ำแทนการทำพื้นต่างระดับหรือคันกั้น

กั้นผนังห้องน้ำใหม่ใช้วัสดุอะไรดี
       เมื่อต้องการเพิ่ม ขยาย หรือโยกย้ายพื้นที่ห้องน้ำนั้น สิ่งหนึ่งที่ต้องดำเนินการคือ ทุบหรือย้ายผนังเดิมเพื่อกั้นแบ่งผนังใหม่ ซึ่งควรพิจารณาโครงสร้างพื้นจุดนั้นว่ามีคานรองรับอยู่หรือไม่ หากตรวจสอบแล้วไม่พบแนวคานจะไม่แนะนำให้ใช้ผนังก่ออิฐฉาบปูน  เพราะน้ำหนักอาจเพิ่มมากเกินขีดจำกัดของโครงสร้างจนก่อให้เกิดการแตกร้าวเสียหายในที่สุด กรณีนี้ควรใช้ผนังเบาอย่าง ไม้อัดซีเมนต์ ไฟเบอร์ซีเมนต์ ในการกั้นแบ่งพื้นที่ แต่หากกังวลเรื่องรั่วซึม ให้ใช้ผนังเบาบริเวณส่วนแห้ง และใช้ตู้อาบน้ำในส่วนเปียกเพื่อลดปัญหาน้ำกระเซ็นตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ทั้งนี้ ก่อนจะติดตั้งผนังเบา ควรหล่อขอบปูนกันน้ำบริเวณที่ต้องการเพื่อป้องกันน้ำล้นและกำหนดขอบเขตพื้นที่บริเวณรอยต่อระหว่างพื้นและผนัง จากนั้นจึงใช้แผ่นวัสดุกันซึมปูรองพื้นจนปิดทับบริเวณรอยต่อแล้วจึงกรุทับด้วยวัสดุกรุผนังตามต้องการ 

ภาพ: ผนังโครงเบากรุแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์

ภาพ: การปูแผ่นยางกันรั่วซึมให้เลยผนังขึ้นมาบนผนัง

       จะเห็นได้ว่า การปรับปรุงห้องน้ำด้วยการสร้างเพิ่มหรือปรับเปลี่ยนพื้นที่การใช้งานในบ้านเป็นห้องน้ำนั้น เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ เพียงแค่มีข้อควรคำนึงถึงที่แตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์การใช้งานของพื้นที่ และด้วยห้องน้ำเป็นจุดที่ต้องเดินท่อหรือติดตั้งสุขภัณฑ์หลายชนิดอีกทั้งยังเสี่ยงต่อการรั่วซึมหากไม่ได้ทำการออกแบบหรือวางแผนอย่างเหมาะสม ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจลงมือดำเนินการควรทำการตรวจสอบพื้นที่ให้ครบถ้วนเสียก่อนเพื่อจะได้ทราบจุดดี จุดด้อย และตัดสินใจแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการที่ถูกต้อง เพื่อให้เจ้าของบ้านได้ห้องน้ำสวยที่ใช้งานได้จริงไม่ต้องตามแก้ปัญหาในอนาคตค่ะ

บทความที่แล้ว
เพิ่มเติมห้องน้ำในบ้าน
011-เพิ่มเติมห้องน้ำในบ้าน.jpg


บทความถัดไป
ขยายพื้นที่ห้องน้ำเดิม


บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
รีโนเวทบ้านส่วนไหน ต้องคำนึงอะไรบ้าง
001-รีโนเวทบ้านส่วนไหน-ต้องคำนึงอะไรบ้างน-TemplateS.jpg



ข้อควรคิดพิจารณาก่อนต่อเติมบ้าน
001ข้อควรคิดพิจารณาก่อนต่อเติมบ้าน-TemplateS.jpg
 

 

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ