View : 187447

เปลี่ยนบ่อเกรอะเป็นถังบำบัดสำเร็จรูป

เมื่อห้องสุขาเริ่มทำให้เราไม่เป็นสุข  อันเนื่องมาจากกดชักโครกหรือราดน้ำไม่ลง ต้องคอยดูดสิ่งปฏิกูลในบ่อเกรอะเป็นระยะๆ ลองเปลี่ยนมาใช้ถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูปแทนจะดีกว่าหรือไม่ ?

       หลายบ้านที่เคยประสบเหตุน้ำท่วม มักมีปัญหาเรื่องการระบายน้ำเสียออกสู่ดิน เป็นเหตุให้โถสุขภัณฑ์กดชักโครกหรือราดน้ำไม่ลง ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์  หรือบ้านที่มีการเพิ่มจำนวนสุขภัณฑ์มากขึ้น จนบ่อบำบัดเดิมที่เป็นแบบบ่อเกรอะ บ่อซึม นั้นไม่สามารถรองรับได้ การเปลี่ยนมาใช้ถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูปอาจเป็นทางหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม เจ้าของบ้านควรทำความเข้าใจในหลักการที่ถูกต้องก่อนเป็นสำคัญ

เปลี่ยนบ่อเกรอะแบบเดิม เป็นถังบำบัดสำเร็จรูปใหม่
       ระบบบำบัดน้ำเสียแบบเดิมที่เรารู้จักกันดี อย่างบ่อเกรอะ บ่อซึม นั้น  มีขั้นตอนการทำงานคือ เมื่อของเสียจากสุขภัณฑ์ภายในบ้านไหลลงสู่บ่อเกรอะ ส่วนที่เป็นของแข็งจะตกตะกอนลงด้านล่างถัง ส่วนที่เป็นน้ำเสียจะถูกส่งมาที่บ่อซึม โดยบ่อซึมจะทำหน้าที่กระจายน้ำให้ซึมออกไปตามดินที่อยู่รอบๆ  

       หากดินรอบๆ บ่อซึมเป็นดินเหนียว ดินอุ้มน้ำ หรือบริเวณลุ่มน้ำท่วมถึง แรงดันจากน้ำในดินอาจทำให้บ่อซึมระบายน้ำสู่ดินได้ยาก  น้ำจากบ่อเกรอะจึงระบายไปยังบ่อซึมได้ไม่เต็มที่ เป็นที่มาของปัญหาส้วมตัน กดชักโครกหรือราดน้ำไม่ลง และมีกลิ่นเหม็น จนต้องดำเนินการสูบกากของเสียจากบ่อเกรอะ (หรือที่มักเรียกกันว่า “สูบส้วม”) ปัญหาและความยุ่งยากเหล่านี้  อาจทำให้เจ้าของบ้านนึกอยากเปลี่ยนมาใช้ระบบบำบัดอีกแบบ คือ ถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูป
 

แรงดันจากน้ำในดินทำให้บ่อซึมระบายน้ำไม่ทัน  น้ำในบ่อเกรอะจึงเอ่อล้น เกิดปัญหากดชัดโครกไม่ลงและส่งกลิ่นเหม็น

       ระบบการทำงานของถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูป ใช้หลักการ “จุลินทรีย์กำจัดจุลินทรีย์”  โดยกากของเสียซึ่งไหลลงสู่ถังบำบัดน้ำเสีย จะตกตะกอนอยู่ก้นถังที่เต็มไปด้วยจุลินทรีย์คอยย่อยสลาย  ทำให้ไม่มีกลิ่นเนื่องจากไม่มีตะกอนตกค้างในถังและไม่ต้องพึ่งการระบายน้ำของบ่อซึม  สำหรับน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วจะถูกลำเลียงไปยังปลายทางคือ ท่อระบายน้ำสาธารณะ ทั้งนี้ ตัวถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูปเป็นอุปกรณ์ที่ฝังอยู่ใต้ดินซึ่งยากต่อการดูแลรักษา เจ้าของบ้านจึงควรเลือกใช้ถังบำบัดและอุปกรณ์ ที่ทนทานมีคุณภาพตามมาตรฐาน มอก. โดยในท้องตลาดจะมีขายถังบำบัดสำเร็จรูปทั้งแบบเติมอากาศและแบบไม่เติมอากาศ ซึ่งปกติในบ้านพักอาศัยมักใช้แบบไม่เติมอากาศ

การระบายน้ำเสียผ่านถังบำบัดสำเร็จรูป

       การเปลี่ยนระบบบำบัดจากบ่อเกรอะบ่อซึมมาใช้ถังบำบัดสำเร็จรูปนั้น  ท่อรับน้ำเสียจากโถสุขภัณฑ์ทั้งหมดจะถูกย้ายมาต่อเข้าถังบำบัดสำเร็จรูป  ยกเว้นกรณีที่บ่อเกรอะเดิมฝังอยู่ในใต้พื้นห้องน้ำชั้นล่าง การขุดรื้อออกอาจยุ่งยากเกินไป ข้อแนะนำคือให้คงบ่อเกรอะเดิมไว้รองรับน้ำเสียจากโถสุขภัณฑ์ชั้นล่าง    ส่วนท่อน้ำเสียจากห้องน้ำชั้นอื่นสามารถต่อเข้าถังบำบัดสำเร็จรูปใหม่ได้ตามปกติ 

ขนาดถังบำบัดเท่าไหร่จึงเหมาะสม
       โดยทั่วไปผู้ผลิตถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูป มักจะระบุขนาดที่เหมาะสมไว้ในรายละเอียดผลิตภัณฑ์ หรือหากต้องการคำนวณเองสามารถทำได้ โดยนำ “จำนวนผู้อาศัย” คูณกับ “ปริมาณน้ำเสีย” (คิดเป็น ร้อยละ 80 ของปริมาณน้ำใช้ต่อวัน) จากนั้นคูณเข้ากับ “เวลาที่ใช้ในการบำบัด” (ประมาณ 1.5 วัน) ได้ตามสูตรดังนี้

ขนาดถังบำบัดน้ำเสีย (ลิตร)  =   จำนวนผู้อยู่อาศัย  x 0.8 x ปริมาณน้ำใช้ต่อคนต่อวัน (ลิตร) x1.5 

ยกตัวอย่างเช่น ในเขตนครหลวง ใช้น้ำเฉลี่ยต่อคน วันละ 200 ลิตร ถ้ามีคนอาศัยในบ้าน 5 คน ควรเลือกถังบำบัดน้ำเสีย ขนาด (5x0.8x200x1.5) = 1,200 ลิตร เป็นต้น

 

ตัวอย่างถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูป (ขอขอบคุณภาพจาก COTTO)

ตำแหน่งที่ตั้งถังบำบัดที่เหมาะสม
       ควรมีการวางแผนกำหนดตำแหน่งถังบำบัด  โดยจัดความกว้างและความลึกของพื้นที่ให้เพียงพอสำหรับถังบำบัดพร้อมคำนึงถึงเส้นทางเดินท่อที่สอดคล้องกัน เพื่อให้การระบายของเสียจากสุขภัณฑ์ไปยังถังบำบัดและท่อน้ำสาธารณะเป็นไปได้โดยสะดวก ถังบำบัดควรวางใกล้ตำแหน่งท่อระบายน้ำเดิม โดยเดินท่อให้มีความลาดชันไม่ต่ำกว่า 1: 50  นอกจากนี้ตำแหน่งของถังบำบัด จะต้องอยู่สูงกว่าปลายท่อน้ำสาธารณะด้วย  และอาจวางบ่อพักเป็นระยะๆ ตามความเหมาะสมรวมถึงทุกจุดหักเลี้ยวเพื่อความง่ายดายในการบำรุงรักษา

ตัวอย่างการวางตำแหน่งถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูป

กรณีบ่อเกรอะเดิมอยู่ใต้พื้นห้องน้ำชั้นล่าง ให้คงไว้รองรับของเสียจากห้องน้ำชั้นล่าง ส่วนห้องน้ำชั้นบนให้รวมต่อท่อเข้าถังบำบัดใหม

ข้อควรคำนึงในการเปลี่ยนถังบำบัด
       ก่อนติดตั้งถังบำบัดจะต้องมีการเตรียมพื้นที่ เริ่มด้วยการทุบรื้อบ่อเกรอะเดิมโดยดูดสิ่งปฏิกูลออกเสียก่อน และปรับพื้นที่ดินเดิมนั้นให้เรียบร้อย  และเนื่องจากตัวของถังบำบัดขณะใช้งานจะมีน้ำหนักมาก จึงควรเตรียมโครงสร้างโดยลงเสาเข็มสั้น และเทพื้น ค.ส.ล. เพื่อรองรับถังบำบัด (ศึกษาข้อมูลมาตรฐานการติดตั้งประกอบด้วย)

       เมื่อวางถังบำบัดลงในตำแหน่งติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ควรใส่น้ำหล่อลงในถังก่อนจะกลบดิน เพื่อป้องกันมิให้แรงอัดของดินกดตัวถังจนเสียหาย รวมถึงช่วยป้องกันไม่ให้น้ำใต้ดินดันตัวถังลอยขึ้น หลังจากติดตั้งงานระบบท่อเข้ากับท่อน้ำทิ้งเดิมและท่อระบายอากาศแล้ว อาจเก็บความเรียบร้อยของพื้นโดยการหล่อคอนกรีตและก่ออิฐเพื่อเป็นฐานสำหรับวางฝาปิด ทั้งนี้ ถังบำบัดบางรุ่นจะถูกออกแบบฝาปิดเป็นทรงสี่เหลี่ยมสำหรับปูกระเบื้องทับเพื่อความสวยงาม (ควรศึกษาวิธีติดตั้งตามคู่มือจากผู้ผลิต)

ฝาทรงสี่เหลี่ยมสำหรับปิดถังบำบัด สามารถปูกระเบื้องทับได้

(ซ้าย) วางตะแกรงเหล็ก Wiremesh เพื่อทำการเทพื้นรองถังบำบัดด้านล่าง และ (ขวา) ใส่น้ำลงถังบำบัด เพื่อป้องกันมิให้แรงอัดของดินกดตัวถังจนเสียหาย และช่วยให้ถังไม่ลอยตัวเนื่องจากแรงดันน้ำใต้ดิน

การต่อท่อถังบำบัดสำเร็จรูปเข้ากับระบบท่อระบายน้ำเดิมของบ้าน

       ถังบำบัดสำเร็จรูปนับเป็นระบบบำบัดน้ำเสียที่ช่วยอำนวยความสะดวกได้มาก เนื่องจากของเสียส่วนที่เป็นน้ำจะระบายไปยังท่อน้ำสาธารณะโดยตรง ไม่ต้องพึ่งบ่อซึม  นอกจากนี้ ยังมีจุลินทรีย์ทำหน้าที่ย่อยสลายกากของเสียโดยตรง ทำให้ไม่ต้องคอยดูดสิ่งปฏิกูลออกบ่อยๆ  แต่สำหรับบ้านที่ใช้ห้องน้ำน้อยมากเพราะอยู่อาศัยนานๆ ครั้ง จุลินทรีย์ที่มีอยู่อาจตายไปเพราะไม่มีสิ่งปฏิกูลให้ย่อยสลาย กรณีนี้ควรหมั่นเติมจุลินทรีย์เพิ่มในถังบำบัด เพื่อให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ

 

เทคอนกรีตปรับระดับพื้นของฝาบ่อเสมอระดับพื้นทางเดิน  ติดตั้งท่ออากาศให้พ้นระยะศีรษะ พร้อมทาสีเพื่อความเรียบร้อยสวยงาม

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

เปลี่ยนบ่อเกรอะเป็นถังบำบัดสำเร็จรูป

เมื่อห้องสุขาเริ่มทำให้เราไม่เป็นสุข  อันเนื่องมาจากกดชักโครกหรือราดน้ำไม่ลง ต้องคอยดูดสิ่งปฏิกูลในบ่อเกรอะเป็นระยะๆ ลองเปลี่ยนมาใช้ถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูปแทนจะดีกว่าหรือไม่ ?

       หลายบ้านที่เคยประสบเหตุน้ำท่วม มักมีปัญหาเรื่องการระบายน้ำเสียออกสู่ดิน เป็นเหตุให้โถสุขภัณฑ์กดชักโครกหรือราดน้ำไม่ลง ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์  หรือบ้านที่มีการเพิ่มจำนวนสุขภัณฑ์มากขึ้น จนบ่อบำบัดเดิมที่เป็นแบบบ่อเกรอะ บ่อซึม นั้นไม่สามารถรองรับได้ การเปลี่ยนมาใช้ถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูปอาจเป็นทางหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม เจ้าของบ้านควรทำความเข้าใจในหลักการที่ถูกต้องก่อนเป็นสำคัญ

เปลี่ยนบ่อเกรอะแบบเดิม เป็นถังบำบัดสำเร็จรูปใหม่
       ระบบบำบัดน้ำเสียแบบเดิมที่เรารู้จักกันดี อย่างบ่อเกรอะ บ่อซึม นั้น  มีขั้นตอนการทำงานคือ เมื่อของเสียจากสุขภัณฑ์ภายในบ้านไหลลงสู่บ่อเกรอะ ส่วนที่เป็นของแข็งจะตกตะกอนลงด้านล่างถัง ส่วนที่เป็นน้ำเสียจะถูกส่งมาที่บ่อซึม โดยบ่อซึมจะทำหน้าที่กระจายน้ำให้ซึมออกไปตามดินที่อยู่รอบๆ  

       หากดินรอบๆ บ่อซึมเป็นดินเหนียว ดินอุ้มน้ำ หรือบริเวณลุ่มน้ำท่วมถึง แรงดันจากน้ำในดินอาจทำให้บ่อซึมระบายน้ำสู่ดินได้ยาก  น้ำจากบ่อเกรอะจึงระบายไปยังบ่อซึมได้ไม่เต็มที่ เป็นที่มาของปัญหาส้วมตัน กดชักโครกหรือราดน้ำไม่ลง และมีกลิ่นเหม็น จนต้องดำเนินการสูบกากของเสียจากบ่อเกรอะ (หรือที่มักเรียกกันว่า “สูบส้วม”) ปัญหาและความยุ่งยากเหล่านี้  อาจทำให้เจ้าของบ้านนึกอยากเปลี่ยนมาใช้ระบบบำบัดอีกแบบ คือ ถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูป
 

แรงดันจากน้ำในดินทำให้บ่อซึมระบายน้ำไม่ทัน  น้ำในบ่อเกรอะจึงเอ่อล้น เกิดปัญหากดชัดโครกไม่ลงและส่งกลิ่นเหม็น

       ระบบการทำงานของถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูป ใช้หลักการ “จุลินทรีย์กำจัดจุลินทรีย์”  โดยกากของเสียซึ่งไหลลงสู่ถังบำบัดน้ำเสีย จะตกตะกอนอยู่ก้นถังที่เต็มไปด้วยจุลินทรีย์คอยย่อยสลาย  ทำให้ไม่มีกลิ่นเนื่องจากไม่มีตะกอนตกค้างในถังและไม่ต้องพึ่งการระบายน้ำของบ่อซึม  สำหรับน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วจะถูกลำเลียงไปยังปลายทางคือ ท่อระบายน้ำสาธารณะ ทั้งนี้ ตัวถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูปเป็นอุปกรณ์ที่ฝังอยู่ใต้ดินซึ่งยากต่อการดูแลรักษา เจ้าของบ้านจึงควรเลือกใช้ถังบำบัดและอุปกรณ์ ที่ทนทานมีคุณภาพตามมาตรฐาน มอก. โดยในท้องตลาดจะมีขายถังบำบัดสำเร็จรูปทั้งแบบเติมอากาศและแบบไม่เติมอากาศ ซึ่งปกติในบ้านพักอาศัยมักใช้แบบไม่เติมอากาศ

การระบายน้ำเสียผ่านถังบำบัดสำเร็จรูป

       การเปลี่ยนระบบบำบัดจากบ่อเกรอะบ่อซึมมาใช้ถังบำบัดสำเร็จรูปนั้น  ท่อรับน้ำเสียจากโถสุขภัณฑ์ทั้งหมดจะถูกย้ายมาต่อเข้าถังบำบัดสำเร็จรูป  ยกเว้นกรณีที่บ่อเกรอะเดิมฝังอยู่ในใต้พื้นห้องน้ำชั้นล่าง การขุดรื้อออกอาจยุ่งยากเกินไป ข้อแนะนำคือให้คงบ่อเกรอะเดิมไว้รองรับน้ำเสียจากโถสุขภัณฑ์ชั้นล่าง    ส่วนท่อน้ำเสียจากห้องน้ำชั้นอื่นสามารถต่อเข้าถังบำบัดสำเร็จรูปใหม่ได้ตามปกติ 

ขนาดถังบำบัดเท่าไหร่จึงเหมาะสม
       โดยทั่วไปผู้ผลิตถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูป มักจะระบุขนาดที่เหมาะสมไว้ในรายละเอียดผลิตภัณฑ์ หรือหากต้องการคำนวณเองสามารถทำได้ โดยนำ “จำนวนผู้อาศัย” คูณกับ “ปริมาณน้ำเสีย” (คิดเป็น ร้อยละ 80 ของปริมาณน้ำใช้ต่อวัน) จากนั้นคูณเข้ากับ “เวลาที่ใช้ในการบำบัด” (ประมาณ 1.5 วัน) ได้ตามสูตรดังนี้

ขนาดถังบำบัดน้ำเสีย (ลิตร)  =   จำนวนผู้อยู่อาศัย  x 0.8 x ปริมาณน้ำใช้ต่อคนต่อวัน (ลิตร) x1.5 

ยกตัวอย่างเช่น ในเขตนครหลวง ใช้น้ำเฉลี่ยต่อคน วันละ 200 ลิตร ถ้ามีคนอาศัยในบ้าน 5 คน ควรเลือกถังบำบัดน้ำเสีย ขนาด (5x0.8x200x1.5) = 1,200 ลิตร เป็นต้น

 

ตัวอย่างถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูป (ขอขอบคุณภาพจาก COTTO)

ตำแหน่งที่ตั้งถังบำบัดที่เหมาะสม
       ควรมีการวางแผนกำหนดตำแหน่งถังบำบัด  โดยจัดความกว้างและความลึกของพื้นที่ให้เพียงพอสำหรับถังบำบัดพร้อมคำนึงถึงเส้นทางเดินท่อที่สอดคล้องกัน เพื่อให้การระบายของเสียจากสุขภัณฑ์ไปยังถังบำบัดและท่อน้ำสาธารณะเป็นไปได้โดยสะดวก ถังบำบัดควรวางใกล้ตำแหน่งท่อระบายน้ำเดิม โดยเดินท่อให้มีความลาดชันไม่ต่ำกว่า 1: 50  นอกจากนี้ตำแหน่งของถังบำบัด จะต้องอยู่สูงกว่าปลายท่อน้ำสาธารณะด้วย  และอาจวางบ่อพักเป็นระยะๆ ตามความเหมาะสมรวมถึงทุกจุดหักเลี้ยวเพื่อความง่ายดายในการบำรุงรักษา

ตัวอย่างการวางตำแหน่งถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูป

กรณีบ่อเกรอะเดิมอยู่ใต้พื้นห้องน้ำชั้นล่าง ให้คงไว้รองรับของเสียจากห้องน้ำชั้นล่าง ส่วนห้องน้ำชั้นบนให้รวมต่อท่อเข้าถังบำบัดใหม

ข้อควรคำนึงในการเปลี่ยนถังบำบัด
       ก่อนติดตั้งถังบำบัดจะต้องมีการเตรียมพื้นที่ เริ่มด้วยการทุบรื้อบ่อเกรอะเดิมโดยดูดสิ่งปฏิกูลออกเสียก่อน และปรับพื้นที่ดินเดิมนั้นให้เรียบร้อย  และเนื่องจากตัวของถังบำบัดขณะใช้งานจะมีน้ำหนักมาก จึงควรเตรียมโครงสร้างโดยลงเสาเข็มสั้น และเทพื้น ค.ส.ล. เพื่อรองรับถังบำบัด (ศึกษาข้อมูลมาตรฐานการติดตั้งประกอบด้วย)

       เมื่อวางถังบำบัดลงในตำแหน่งติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ควรใส่น้ำหล่อลงในถังก่อนจะกลบดิน เพื่อป้องกันมิให้แรงอัดของดินกดตัวถังจนเสียหาย รวมถึงช่วยป้องกันไม่ให้น้ำใต้ดินดันตัวถังลอยขึ้น หลังจากติดตั้งงานระบบท่อเข้ากับท่อน้ำทิ้งเดิมและท่อระบายอากาศแล้ว อาจเก็บความเรียบร้อยของพื้นโดยการหล่อคอนกรีตและก่ออิฐเพื่อเป็นฐานสำหรับวางฝาปิด ทั้งนี้ ถังบำบัดบางรุ่นจะถูกออกแบบฝาปิดเป็นทรงสี่เหลี่ยมสำหรับปูกระเบื้องทับเพื่อความสวยงาม (ควรศึกษาวิธีติดตั้งตามคู่มือจากผู้ผลิต)

ฝาทรงสี่เหลี่ยมสำหรับปิดถังบำบัด สามารถปูกระเบื้องทับได้

(ซ้าย) วางตะแกรงเหล็ก Wiremesh เพื่อทำการเทพื้นรองถังบำบัดด้านล่าง และ (ขวา) ใส่น้ำลงถังบำบัด เพื่อป้องกันมิให้แรงอัดของดินกดตัวถังจนเสียหาย และช่วยให้ถังไม่ลอยตัวเนื่องจากแรงดันน้ำใต้ดิน

การต่อท่อถังบำบัดสำเร็จรูปเข้ากับระบบท่อระบายน้ำเดิมของบ้าน

       ถังบำบัดสำเร็จรูปนับเป็นระบบบำบัดน้ำเสียที่ช่วยอำนวยความสะดวกได้มาก เนื่องจากของเสียส่วนที่เป็นน้ำจะระบายไปยังท่อน้ำสาธารณะโดยตรง ไม่ต้องพึ่งบ่อซึม  นอกจากนี้ ยังมีจุลินทรีย์ทำหน้าที่ย่อยสลายกากของเสียโดยตรง ทำให้ไม่ต้องคอยดูดสิ่งปฏิกูลออกบ่อยๆ  แต่สำหรับบ้านที่ใช้ห้องน้ำน้อยมากเพราะอยู่อาศัยนานๆ ครั้ง จุลินทรีย์ที่มีอยู่อาจตายไปเพราะไม่มีสิ่งปฏิกูลให้ย่อยสลาย กรณีนี้ควรหมั่นเติมจุลินทรีย์เพิ่มในถังบำบัด เพื่อให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ

 

เทคอนกรีตปรับระดับพื้นของฝาบ่อเสมอระดับพื้นทางเดิน  ติดตั้งท่ออากาศให้พ้นระยะศีรษะ พร้อมทาสีเพื่อความเรียบร้อยสวยงาม

บทความที่แล้ว
​ติดตั้งถังบำบัดสำเร็จรูปแบบไม่พึ่งท่อระบายน้ำสาธารณะ
046-​ติดตั้งถังบำบัดสำเร็จรูปแบบไม่พึ่งท่อระบายน้ำสาธารณะ.jpg



บทความถัดไป
จัดการปัญหาท่อตันในห้องครัว เลือกถังดักไขมันแบบไหนดี?
C-grease-trap-tank.jpg


 

 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง
ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ