View : 10642

แนวทางการตรวจบ้านเก่าก่อนรีโนเวท

หลากหลายสาเหตุทำไมปัจจุบันคนจึงเลือกซื้อบ้านเก่าแทนที่จะปลูกบ้านใหม่ เหตุเพราะทำเลที่ดินในเมืองนั้นมีจำกัด ซึ่งในขณะเดียวกันราคาก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น เพื่อแลกกับเวลาและความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต การซื้อบ้านเก่าในทำเลที่ดีอาจคุ้มค่ากว่าปลูกบ้านใหม่สำหรับใครหลายๆคน

       บ้านเก่า หรือบ้านที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว บ้างเรียกกันว่า “บ้านมือสอง” ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์ หรือคอนโดมิเนียมก็ตาม ลักษณะของบ้านเก่าย่อมไม่เหมือนกับบ้านใหม่อย่างแน่นอนเพราะอาจมีการต่อเติมหรือดัดแปลงไปจากเดิม แนวทางการตรวจรับบ้านเก่าก่อนซื้อไปอยู่อาศัยหรือรีโนเวทเพิ่มเติมต้องพิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วน ไม่เช่นนั้นอาจจะเสียใจภายหลังได้จากปัญหาต่างๆ เช่น หลังคารั่ว ท่ออุดตัน โครงสร้างบ้านทรุด หรือมีรอยร้าวอันตราย เป็นต้น ดังนั้นควรพิจารณาความคุ้มค่าตามสภาพของบ้านกับราคาขายให้ดี นอกจานี้ควรคิดเผื่องบประมาณในการรีโนเวทในภายหลังด้วย เพราะหากได้บ้านที่มีปัญหามากๆ อาจไม่คุ้มกันการซื้อไปรีโนเวท มิหนำซ้ำอาจต้องเสียค่ารีโนเวทพอๆ หรือมากกว่าการปลูกบ้านใหม่เลยทีเดียว ดังนั้นหากใครคิดจะซื้อบ้านมือสองควรศึกษาแนวทางการตรวจรับบ้านเก่าเสียก่อนนะคะ
           
       การตรวจบ้านเก่า ต้องพิจารณามากกว่าการซื้อบ้านใหม่ โดยเฉพาะปัญหาด้านโครงสร้างและงานระบบ (โดยเจ้าของเดิม หรือพนักงานขายบางท่านอาจไม่เล่าถึงปัญหาเพราะกลัวราคาตกลงไปจากราคาที่ตั้งขาย) ดังนั้นการสังเกตและพิจารณาด้วยตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเริ่มจากการเลือกทำเลบ้านที่จะซื้อ สำรวจโครงสร้าง ตรวจเช็คงานระบบ วัสดุปิดผิว วัสดุตกแต่ง และสุขภัณฑ์ ดังนี้

1. ทำเลบ้าน                                                          
       เหนือสิ่งอื่นใด..สิ่งแรกที่เจ้าของบ้านจะต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกคือทำเลบ้าน ทั้งในเรื่องการเดินทาง ถนนที่ตัดผ่าน สถานที่ใกล้เคียง สิ่งอำนวยความสะดวก และลักษณะชุมชน  นอกจากนี้ควรสอบถามเพื่อนบ้าน หรือผู้ที่อยู่อาศัยในบริเวณนั้นว่ามีประวัติการเกิดน้ำท่วม หรือการโจรกรรมหรือไม่ เพื่อประเมินความเสี่ยงในการอยู่อาศัยและการเตรียมตัวรับมือ

2. โครงสร้าง 
       งานโครงสร้างเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการพิจารณาซื้อบ้านเก่ามารีโนเวท โดยเริ่มตรวจจากภายนอกบ้าน  ตั้งแต่ประตู รั้วบ้าน ระดับพื้นทางเดินรอบบ้าน ที่จอดรถ และตัวบ้านทำจากโครงสร้างอะไร มีการทรุดตัวหรือไม่ สังเกตได้จากรอยร้าว ช่องใต้พื้น คราบดิน และคราบน้ำ เป็นต้น ซึ่งหากอยู่ในสภาพที่ไม่เหมาะสม ก็ควรทำการรีโนเวทเสียใหม่หลังจากซื้อบ้านมาแล้ว โดยต้องประเมินราคาคร่าวๆ ว่าต้องใช้งบประมาณประมาณเท่าไรในการแก้ไขแต่ละส่วน

ภาพ : ภายนอกบ้านควรตรวจสอบระดับถนนและบ้าน ระยะลาด และการระบายน้ำ

ภาพ : สวนและทางเดินภายนอกบ้าน ควรตรวจสอบเรื่องการทรุดตัวของบ้าน สภาพดินหรือวัสดุปู พื้นทางเดินรอบบ้าน และทิศทางการระบายน้ำ

ภาพ : ผนังภายนอกบ้าน ควรตรวจสอบรอยร้าวผนัง ช่องเปิด กรอบบานประตู และหน้าต่าง
ขอบคุณภาพ : http://pantip.com/topic/31175828
 

       สำรวจหลังคาและวัสดุมุงหลังคาจากภายนอกว่าติดตั้งได้ระดับ ไม่โก่ง ไม่เบี้ยว (หากได้เข้าไปสำรวจตอนฝนตกจะช่วยได้มาก เพราะสามารถตรวจสอบการรั่วซึมได้)

ภาพ : หลังคา ควรตรวจสอบการรั่วซึม 

       สำหรับภายในบ้าน ควรสังเกตว่ามีรอยร้าว หรือรอยคอนกรีตที่แตกกะเทาะจนสามารถมองเห็นเหล็กเสริมหรือไม่ โดยเฉพาะที่พื้น เสา คาน และท้องพื้น อาจพบรอยคราบน้ำที่ฝ้าเพดานซึ่งบ่งบอกถึงการรั่วซึม ทั้งนี้ เจ้าของบ้านควรศึกษาประเภทรอยร้าวที่ไม่เป็นอันตราย เช่น รอยร้าวผนังแตกลายงา รอยแตกร้าวที่มุมวงกบ และ รอยแตกร้าวแนวดิ่งข้างเสา เป็นต้น และรอยร้าวอันตราย ที่เกิดจากการทรุดตัว หรือเสื่อมสภาพของโครงสร้างที่มีหลายลักษณะ เช่น รอยแตกร้าวที่ปลายคาน รอยแตกร้าวแนวเฉียงที่ปลายคานไปหัวเสา รอยแตกร้าวแบบกะเทาะที่โครงสร้าง รอยแตกร้าวใต้ท้องพื้น และ รอยแตกร้าวเสาข้อปล้อง เป็นต้น ซึ่งหากพบรอยร้าวอันตราย แนะนำว่าไม่ควรซื้อมารีโนเวทต่อ เพราะอันตรายมาก ต้องปรึกษาวิศวกรอย่างเร่งด่วน ควรทำการซ่อมแซมงานโครงสร้างใหม่ให้ปลอดภัยเสียก่อนหากต้องการซื้อไปรีโนเวทจริงๆ 

ภาพ: รอยร้าวอันตรายรูปแบบต่างๆ
ขอบคุณภาพ : 
http://changrukubaan.com
- www.saangbaan.com
- www.oknation.net

 

       การต่อเติมบ้านก็สำคัญ เพราะทำให้โครงสร้างหรือการรับน้ำหนักเปลี่ยนแปลงไปจากแบบก่อสร้างเดิมที่วิศวกรคำนวณไว้ ดังนั้นควรสอบถามเจ้าของบ้านว่าเคยมีการต่อเติมส่วนใดเพิ่มบ้าง แล้วมีเอกสารแบบก่อสร้างฉบับล่าสุดหรือไม่ เช่น การทำหลังคาดาดฟ้า ทำห้องดาดฟ้า หรือต่อเติมครัวไทยออกมา เพื่อเป็นประโยชน์ในการรีโนเวทบ้านและคำนวณการรับน้ำหนักของโครงสร้างในอนาคต
 
3. งานระบบ 
       สำหรับงานระบบอย่างระบบไฟฟ้า และระบบสุขาภิบาล ควรคิดไว้ก่อนว่า หากบ้านมีอายุเกิน 20 ปี ก็ควรทำการเดินงานระบบใหม่ทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน และใช้วัสดุที่มีคุณภาพเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่หากบ้านมีอายุยังไม่มากก็สามารถใช้งานระบบเดิมต่อได้ โดยตรวจสอบงานระบบด้วยตนเองในส่วนที่สามารถมองเห็น โดยทดสอบการทำงานตู้ไฟหรือตู้เบรกเกอร์ จากนั้นทดสอบปลั๊กไฟให้ครบทุกจุด ทดสอบเปิด-ปิดดวงโคมทั้งในและนอกบ้าน ตรวจสายไฟในแต่ละจุดว่ายังใช้งานได้ดี มีการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยอยู่ในลักษณะที่สมบูรณ์ ติดตั้งในที่ปลอดภัย ไม่เสี่ยงต่อความชื้น หรือสัตว์มากัดแทะได้

ภาพ : งานระบบไฟฟ้าและการเดินสายไฟควรอยู่ในสภาพดี ใช้งานได้

       ระบบสุขาภิบาล ควรทดสอบระบบน้ำว่ายังใช้งานได้ดี มีแรงดันปกติ น้ำไม่มีสีสนิมหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ มีการติดตั้งระบบบำบัดน้ำ (ตรวจสอบว่าเป็นระบบบ่อเกรอะบ่อซึม หรือถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูป) และทดสอบการใช้งานสุขภัณฑ์ทั้งก็อกน้ำ ฝักบัว และโถสุขภัณฑ์ ทั้งนี้อย่าลืมมองหาท่ออากาศว่าได้ทำการติดตั้งหรือไม่ด้วยนะคะ 

ภาพ : ระบบน้ำในห้องน้ำทั้งน้ำดีน้ำเสีย ไม่ควรมีรอยรั่ว หรือการอุดตัน

4. วัสดุปิดผิว และวัสดุตกแต่ง 
       สุดท้ายจึงดูเรื่องวัสดุปิดผิว และวัสดุตกแต่ง ทั้งภายในและภายนอกบ้านโดยเฉพาะการ ฉาบปูน ทาสี นอกจากนี้ วัสดุปิดผิวเช่น กระเบื้อง หิน ไม้ ฯลฯ ควรติดตั้งอย่างถูกวิธี ตรวจสอบการติดตั้งตามแต่ละประเภทวัสดุปิดผิว เช่นกระเบื้องใช้การเคาะแล้วฟังเสียง เป็นต้น 

ซ้าย - ผนังภายในบ้านขึ้นรา
ขวา - การปูกระเบื้องเบบซาลาเปาที่ผิดวิธี
ขอบคุณภาพ : 
http://pantip.com/topic/31175828 
http://www.cm108.com

ภาพ : พื้นบ้านควรเรียบ เดินไม่สะดุด ไม้ไม่โก่งงอ หรือบวมจากความชื้น

       อย่างไรก็ตามการตรวจบ้านเก่าสามารถจ้างบริษัทรับตรวจบ้านเพื่อความสบายใจได้ เพราะบริษัทเหล่านี้มีผู้ตรวจสอบที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญพร้อมกับอุปกรณ์ตรวจสอบที่ครบครัน เช่น อุปกรณ์ตรวจสอบกระแสไฟ เป็นต้น   
 
       ทั้งนี้ เมื่อตรวจบ้านเรียบร้อยก็ควรพิจารณาราคาบ้านที่เจ้าของบ้านหรือตัวแทนขายบ้านเสนอมาว่าคุ้มกับการซื้อไปรีโนเวทต่อหรือไม่ อย่างไรก็ตามนอกจากการตรวจสอบสภาพบ้านแล้ว เรื่องเอกสารกรรมสิทธิ์ก็ควรระวังเป็นพิเศษ ควรตรวจเรื่องกรรมสิทธิ์และชื่อเจ้าของที่ดินอย่างละเอียดว่าเป็นใคร ตรงกับข้อมูลที่มีหรือไม่ เพื่อให้การซื้อขายเป็นไปตามกฎหมาย ควรมีหลักฐานเอกสารมอบอำนาจโอนกรรมสิทธิ์อย่างถูกต้องเพื่อป้องกันมิจฉาชีพ หรือนักต้มตุ๋นหลอกเอาได้นะคะ

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
www.thaiengineering.com
http://my-construction-knowledge.blogspot.com

แนวทางการตรวจบ้านเก่าก่อนรีโนเวท

หลากหลายสาเหตุทำไมปัจจุบันคนจึงเลือกซื้อบ้านเก่าแทนที่จะปลูกบ้านใหม่ เหตุเพราะทำเลที่ดินในเมืองนั้นมีจำกัด ซึ่งในขณะเดียวกันราคาก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น เพื่อแลกกับเวลาและความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต การซื้อบ้านเก่าในทำเลที่ดีอาจคุ้มค่ากว่าปลูกบ้านใหม่สำหรับใครหลายๆคน

       บ้านเก่า หรือบ้านที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว บ้างเรียกกันว่า “บ้านมือสอง” ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์ หรือคอนโดมิเนียมก็ตาม ลักษณะของบ้านเก่าย่อมไม่เหมือนกับบ้านใหม่อย่างแน่นอนเพราะอาจมีการต่อเติมหรือดัดแปลงไปจากเดิม แนวทางการตรวจรับบ้านเก่าก่อนซื้อไปอยู่อาศัยหรือรีโนเวทเพิ่มเติมต้องพิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วน ไม่เช่นนั้นอาจจะเสียใจภายหลังได้จากปัญหาต่างๆ เช่น หลังคารั่ว ท่ออุดตัน โครงสร้างบ้านทรุด หรือมีรอยร้าวอันตราย เป็นต้น ดังนั้นควรพิจารณาความคุ้มค่าตามสภาพของบ้านกับราคาขายให้ดี นอกจานี้ควรคิดเผื่องบประมาณในการรีโนเวทในภายหลังด้วย เพราะหากได้บ้านที่มีปัญหามากๆ อาจไม่คุ้มกันการซื้อไปรีโนเวท มิหนำซ้ำอาจต้องเสียค่ารีโนเวทพอๆ หรือมากกว่าการปลูกบ้านใหม่เลยทีเดียว ดังนั้นหากใครคิดจะซื้อบ้านมือสองควรศึกษาแนวทางการตรวจรับบ้านเก่าเสียก่อนนะคะ
           
       การตรวจบ้านเก่า ต้องพิจารณามากกว่าการซื้อบ้านใหม่ โดยเฉพาะปัญหาด้านโครงสร้างและงานระบบ (โดยเจ้าของเดิม หรือพนักงานขายบางท่านอาจไม่เล่าถึงปัญหาเพราะกลัวราคาตกลงไปจากราคาที่ตั้งขาย) ดังนั้นการสังเกตและพิจารณาด้วยตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเริ่มจากการเลือกทำเลบ้านที่จะซื้อ สำรวจโครงสร้าง ตรวจเช็คงานระบบ วัสดุปิดผิว วัสดุตกแต่ง และสุขภัณฑ์ ดังนี้

1. ทำเลบ้าน                                                          
       เหนือสิ่งอื่นใด..สิ่งแรกที่เจ้าของบ้านจะต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกคือทำเลบ้าน ทั้งในเรื่องการเดินทาง ถนนที่ตัดผ่าน สถานที่ใกล้เคียง สิ่งอำนวยความสะดวก และลักษณะชุมชน  นอกจากนี้ควรสอบถามเพื่อนบ้าน หรือผู้ที่อยู่อาศัยในบริเวณนั้นว่ามีประวัติการเกิดน้ำท่วม หรือการโจรกรรมหรือไม่ เพื่อประเมินความเสี่ยงในการอยู่อาศัยและการเตรียมตัวรับมือ

2. โครงสร้าง 
       งานโครงสร้างเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการพิจารณาซื้อบ้านเก่ามารีโนเวท โดยเริ่มตรวจจากภายนอกบ้าน  ตั้งแต่ประตู รั้วบ้าน ระดับพื้นทางเดินรอบบ้าน ที่จอดรถ และตัวบ้านทำจากโครงสร้างอะไร มีการทรุดตัวหรือไม่ สังเกตได้จากรอยร้าว ช่องใต้พื้น คราบดิน และคราบน้ำ เป็นต้น ซึ่งหากอยู่ในสภาพที่ไม่เหมาะสม ก็ควรทำการรีโนเวทเสียใหม่หลังจากซื้อบ้านมาแล้ว โดยต้องประเมินราคาคร่าวๆ ว่าต้องใช้งบประมาณประมาณเท่าไรในการแก้ไขแต่ละส่วน

ภาพ : ภายนอกบ้านควรตรวจสอบระดับถนนและบ้าน ระยะลาด และการระบายน้ำ

ภาพ : สวนและทางเดินภายนอกบ้าน ควรตรวจสอบเรื่องการทรุดตัวของบ้าน สภาพดินหรือวัสดุปู พื้นทางเดินรอบบ้าน และทิศทางการระบายน้ำ

ภาพ : ผนังภายนอกบ้าน ควรตรวจสอบรอยร้าวผนัง ช่องเปิด กรอบบานประตู และหน้าต่าง
ขอบคุณภาพ : http://pantip.com/topic/31175828
 

       สำรวจหลังคาและวัสดุมุงหลังคาจากภายนอกว่าติดตั้งได้ระดับ ไม่โก่ง ไม่เบี้ยว (หากได้เข้าไปสำรวจตอนฝนตกจะช่วยได้มาก เพราะสามารถตรวจสอบการรั่วซึมได้)

ภาพ : หลังคา ควรตรวจสอบการรั่วซึม 

       สำหรับภายในบ้าน ควรสังเกตว่ามีรอยร้าว หรือรอยคอนกรีตที่แตกกะเทาะจนสามารถมองเห็นเหล็กเสริมหรือไม่ โดยเฉพาะที่พื้น เสา คาน และท้องพื้น อาจพบรอยคราบน้ำที่ฝ้าเพดานซึ่งบ่งบอกถึงการรั่วซึม ทั้งนี้ เจ้าของบ้านควรศึกษาประเภทรอยร้าวที่ไม่เป็นอันตราย เช่น รอยร้าวผนังแตกลายงา รอยแตกร้าวที่มุมวงกบ และ รอยแตกร้าวแนวดิ่งข้างเสา เป็นต้น และรอยร้าวอันตราย ที่เกิดจากการทรุดตัว หรือเสื่อมสภาพของโครงสร้างที่มีหลายลักษณะ เช่น รอยแตกร้าวที่ปลายคาน รอยแตกร้าวแนวเฉียงที่ปลายคานไปหัวเสา รอยแตกร้าวแบบกะเทาะที่โครงสร้าง รอยแตกร้าวใต้ท้องพื้น และ รอยแตกร้าวเสาข้อปล้อง เป็นต้น ซึ่งหากพบรอยร้าวอันตราย แนะนำว่าไม่ควรซื้อมารีโนเวทต่อ เพราะอันตรายมาก ต้องปรึกษาวิศวกรอย่างเร่งด่วน ควรทำการซ่อมแซมงานโครงสร้างใหม่ให้ปลอดภัยเสียก่อนหากต้องการซื้อไปรีโนเวทจริงๆ 

ภาพ: รอยร้าวอันตรายรูปแบบต่างๆ
ขอบคุณภาพ : 
http://changrukubaan.com
- www.saangbaan.com
- www.oknation.net

 

       การต่อเติมบ้านก็สำคัญ เพราะทำให้โครงสร้างหรือการรับน้ำหนักเปลี่ยนแปลงไปจากแบบก่อสร้างเดิมที่วิศวกรคำนวณไว้ ดังนั้นควรสอบถามเจ้าของบ้านว่าเคยมีการต่อเติมส่วนใดเพิ่มบ้าง แล้วมีเอกสารแบบก่อสร้างฉบับล่าสุดหรือไม่ เช่น การทำหลังคาดาดฟ้า ทำห้องดาดฟ้า หรือต่อเติมครัวไทยออกมา เพื่อเป็นประโยชน์ในการรีโนเวทบ้านและคำนวณการรับน้ำหนักของโครงสร้างในอนาคต
 
3. งานระบบ 
       สำหรับงานระบบอย่างระบบไฟฟ้า และระบบสุขาภิบาล ควรคิดไว้ก่อนว่า หากบ้านมีอายุเกิน 20 ปี ก็ควรทำการเดินงานระบบใหม่ทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน และใช้วัสดุที่มีคุณภาพเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่หากบ้านมีอายุยังไม่มากก็สามารถใช้งานระบบเดิมต่อได้ โดยตรวจสอบงานระบบด้วยตนเองในส่วนที่สามารถมองเห็น โดยทดสอบการทำงานตู้ไฟหรือตู้เบรกเกอร์ จากนั้นทดสอบปลั๊กไฟให้ครบทุกจุด ทดสอบเปิด-ปิดดวงโคมทั้งในและนอกบ้าน ตรวจสายไฟในแต่ละจุดว่ายังใช้งานได้ดี มีการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยอยู่ในลักษณะที่สมบูรณ์ ติดตั้งในที่ปลอดภัย ไม่เสี่ยงต่อความชื้น หรือสัตว์มากัดแทะได้

ภาพ : งานระบบไฟฟ้าและการเดินสายไฟควรอยู่ในสภาพดี ใช้งานได้

       ระบบสุขาภิบาล ควรทดสอบระบบน้ำว่ายังใช้งานได้ดี มีแรงดันปกติ น้ำไม่มีสีสนิมหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ มีการติดตั้งระบบบำบัดน้ำ (ตรวจสอบว่าเป็นระบบบ่อเกรอะบ่อซึม หรือถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูป) และทดสอบการใช้งานสุขภัณฑ์ทั้งก็อกน้ำ ฝักบัว และโถสุขภัณฑ์ ทั้งนี้อย่าลืมมองหาท่ออากาศว่าได้ทำการติดตั้งหรือไม่ด้วยนะคะ 

ภาพ : ระบบน้ำในห้องน้ำทั้งน้ำดีน้ำเสีย ไม่ควรมีรอยรั่ว หรือการอุดตัน

4. วัสดุปิดผิว และวัสดุตกแต่ง 
       สุดท้ายจึงดูเรื่องวัสดุปิดผิว และวัสดุตกแต่ง ทั้งภายในและภายนอกบ้านโดยเฉพาะการ ฉาบปูน ทาสี นอกจากนี้ วัสดุปิดผิวเช่น กระเบื้อง หิน ไม้ ฯลฯ ควรติดตั้งอย่างถูกวิธี ตรวจสอบการติดตั้งตามแต่ละประเภทวัสดุปิดผิว เช่นกระเบื้องใช้การเคาะแล้วฟังเสียง เป็นต้น 

ซ้าย - ผนังภายในบ้านขึ้นรา
ขวา - การปูกระเบื้องเบบซาลาเปาที่ผิดวิธี
ขอบคุณภาพ : 
http://pantip.com/topic/31175828 
http://www.cm108.com

ภาพ : พื้นบ้านควรเรียบ เดินไม่สะดุด ไม้ไม่โก่งงอ หรือบวมจากความชื้น

       อย่างไรก็ตามการตรวจบ้านเก่าสามารถจ้างบริษัทรับตรวจบ้านเพื่อความสบายใจได้ เพราะบริษัทเหล่านี้มีผู้ตรวจสอบที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญพร้อมกับอุปกรณ์ตรวจสอบที่ครบครัน เช่น อุปกรณ์ตรวจสอบกระแสไฟ เป็นต้น   
 
       ทั้งนี้ เมื่อตรวจบ้านเรียบร้อยก็ควรพิจารณาราคาบ้านที่เจ้าของบ้านหรือตัวแทนขายบ้านเสนอมาว่าคุ้มกับการซื้อไปรีโนเวทต่อหรือไม่ อย่างไรก็ตามนอกจากการตรวจสอบสภาพบ้านแล้ว เรื่องเอกสารกรรมสิทธิ์ก็ควรระวังเป็นพิเศษ ควรตรวจเรื่องกรรมสิทธิ์และชื่อเจ้าของที่ดินอย่างละเอียดว่าเป็นใคร ตรงกับข้อมูลที่มีหรือไม่ เพื่อให้การซื้อขายเป็นไปตามกฎหมาย ควรมีหลักฐานเอกสารมอบอำนาจโอนกรรมสิทธิ์อย่างถูกต้องเพื่อป้องกันมิจฉาชีพ หรือนักต้มตุ๋นหลอกเอาได้นะคะ



บทความที่แล้ว
การเตรียมงบประมาณเพื่อปรับปรุงบ้าน
007-การเตรียมงบประมาณเพื่อปรับปรุงบ้าน.jpg



บทความถัดไป
แนวทางการตรวจโครงสร้างบ้านเก่า ก่อนรีโนเวท
009-แนวทางการตรวจโครงสร้างบ้านเก่า-ก่อนรีโนเวท.jpg


 

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
www.thaiengineering.com
http://my-construction-knowledge.blogspot.com

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ