View : 9781

แนวทางการตรวจวัสดุตกแต่งปิดผิวบ้านเก่า ก่อนรีโนเวท

วัสดุตกแต่งปิดผิวเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่ทำให้บ้านหรือพื้นที่ห้องนั้นๆ ดูสวยงามรวมถึงบ่งบอกถึงสไตล์ของเจ้าของบ้านได้ แต่นอกจากความสวยงามแล้ว สภาพของวัสดุปิดผิวบางอย่างก็บ่งบอกถึงปัญหาอื่นๆ ที่จำเป็นต้องซ่อมแซมได้

       เมื่อได้ตรวจสอบด้านงานโครงสร้างกันไปแล้วในบทความ แนวทางการตรวจโครงสร้างบ้านเก่า ก่อนรีโนเวท (คลิกเพื่ออ่านบทความ) สิ่งต่อมาที่ต้องตรวจสอบควบคู่กันไปคือวัสดุตกแต่งปิดผิว หรืองาน Finishing โดยขอบเขตของวัสดุตกแต่งปิดผิวจะอยู่ในหมวดงานสถาปัตยกรรม ทั้ง พื้น ผนัง ฝ้าเพดาน รวมถึงช่องเปิด (คลิกเพื่ออ่านบทความ "ศัพท์คนสร้างบ้าน ช่องเปิด") ต่างๆ ซึ่งบ้านแต่ละหลังก็จะมีวัสดุปิดผิวที่ต่างกันออกไปตามสไตล์บ้านไม่ว่าจะเป็น ปูนฉาบทาสี งานไม้ กระเบื้อง เทอร์ราซโซ่ หินล้าง ทรายล้าง และหินธรรมชาติ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม วัสดุแต่ละประเภทก็มีอายุการใช้งานและข้อควรคำนึงที่ไม่เหมือนกัน การตรวจสอบคุณภาพและลักษณะวัสดุปิดผิวในแต่ละส่วนของบ้าน เพื่อประเมินงบประมาณในการซ่อมแซมก่อนเข้าอยู่ หรือซื้อเพื่อไปรีโนเวทจึงสำคัญไม่แพ้การตรวจงานโครงสร้างเลยทีเดียว

ภาพ: ตำแหน่งการตรวจวัสดุปิดผิว

       วัสดุปูพื้น-ผนัง
       สีทาผนังทั้งภายในและภายนอก ควรสังเกตการลอกล่อน บวมพอง หรือเชื้อราของผนังทาสี โดยเฉพาะบริเวณที่มีโอกาสโดนความชื้นได้ง่ายอย่างผนังบ้านชั้นล่างที่อยู่ใกล้ผิวดิน หรือผนังห้องที่อยู่อีกฝั่งของห้องน้ำ ซึ่งนอกจากความชื้นสะสมแล้ว อาจมีสาเหตุมาจากท่อประปาที่เดินในผนังรั่วซึม หรืออาจเกิดจากรอยร้าวที่ผิวปูนฉาบภายนอกจนทำให้น้ำฝนแทรกผ่านชั้นสี ส่งผลให้สีบวมและลอกล่อนได้เช่นกัน การแก้ไขควรแก้ที่ต้นเหตุซึ่งมีงบประมาณแตกต่างกันไป

ภาพ: ผนังทาสีเกิดการลอกล่อน
ขอบคุณภาพ: www.pantip.com

       กระเบื้องปูพื้นและผนัง ที่ต้องตรวจสอบเหมือนกันทั้งกระเบื้องปูพื้นและผนังคือเรื่อง การเปลี่ยนแปลงของสีกระเบื้องซึ่งอาจเกิดจากความชื้นสะสมหลังแผ่นกระเบื้อง รอยแตกร้าวซึ่งอาจเกิดจากการปูกระเบื้องแบบซาลาเปา ควรเคาะทดสอบเพื่อฟังเสียงว่าโปร่งหรือแน่นดี  สภาพร่องยาแนวว่ามีคราบดำหรือสึกกร่อนมากน้อยเพียงใด จำเป็นต้องยาแนว (คลิกเพื่ออ่านบทความ "MATERIAL GUIDE : ยาแนวกระเบื้องเรื่องสำคัญ") ใหม่หรือไม่ เดิมช่างปูกระเบื้องได้แนวดีหรือไม่ กระเบื้องแต่ละแผ่นปูได้เรียบเสมอกันดี ไม่กระเดิด โดยลองเดินเหยียบหรือใช้มือลูบว่ามีขอบเหลี่ยมคมมากน้อยเพียงใด จำเป็นต้องรื้อปูใหม่หรือไม่ ทั้งนี้ สำหรับกระเบื้องปูพื้นควรสังเกตเรื่องการปรับระดับให้ดีเป็นพิเศษ โดยเฉพาะที่พื้นห้องน้ำและพื้นภายนอกที่ต้องมีความลาดเอียงเพื่อการระบายน้ำที่ดี ไม่เกิดแอ่งน้ำขัง

ภาพ: ประเมินสภาพพื้นผิว การติดตั้งกระเบื้อง ร่องยาแนว และระดับลาดเอียง

       ไม้ปูพื้น ผนัง และฝ้า สิ่งแรกที่สามารถมองเห็นได้ชัดคือสภาพผิวหน้าไม้ทั้งสีและสภาพไม้ว่ามีการผุหรือบวมเนื่องจากความชื้นหรือไม่ รวมถึงร่องรอยการใช้งานว่ามีมากน้อยเพียงใด จำเป็นต้องขัดเปิดหน้า ทำสีใหม่ หรือต้องเปลี่ยนทั้งแผ่น มีปลวกกัดกินไม้หรือไม่ จากนั้นตรวจสอบการติดตั้งไม้ไม่ว่าจะที่พื้นหรือ ผนัง และฝ้าเพดานว่าติดตั้งได้แข็งแรงและถูกวิธีตามแต่ละประเภทไม้ สำรวจตะปูหรือสกรูว่ามีสนิมขึ้นหรือไม่เพื่อประเมินงบประมาณการซ่อมแซมในภายหลัง

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ เรื่องพื้นพื้นของคนรักไม้ (คลิกเพื่ออ่านบทความ)

ภาพ: พื้นไม้จริง

ภาพ: พื้นไม้ปาร์เกต์

ภาพ: พื้นไม้เทียม

       พื้นผิวปูนเปลือย ผิวขัดมัน หินขัด กรวดล้าง ควรตรวจสอบว่ามีรอยร้าวหรือรอยแตกกะเทาะมากน้อยเพียงใด เคาะทดสอบบริเวณพื้นผิวที่มีรอยร้าวด้วยเหรียญหรือของแข็งใกล้ ตัว หากได้ยินเสียงโปร่ง กลวง ควรสกัดออกเพื่อทำพื้นผิวใหม่ นอกจากนี้พื้นผิวประเภทปูนที่ผ่านการใช้งานมานาน สภาพผิวอาจเกิดรอยหรือคราบฝังลึกได้ ควรพิจารณาการซ่อมแซมตามประเภทวัสดุ หรือหากไม่ต้องการซ่อมแซมก็สามารถปูวัสดุอื่นทับพื้นเดิมได้ เช่น ไม้ลามิเนต ไม้เอนจิเนียร์ กระเบื้องยาง หรือพรมเพื่อประหยัดเวลาและงบประมาณลงได้ โดยคำนึงถึงระดับพื้นที่จะเพิ่มขึ้นตามความหนาของวัสดุที่ปูทับด้วย

ภาพ: ผนังปูนเปลือย

       หินธรรมชาติ โดยส่วนมากที่นิยมใช้กันคือ หินแกรนิต และหินอ่อน เพราะหินมีความแข็งแรงยู่แล้ว จึงไม่ค่อยพบว่าผิวหน้าหินมีการแตกกระเทาะเท่าไรนัก สิ่งที่ควรตรวจสอบคือมีรอยคราบฝังลึกหรือไม่ เพราะน้ำยาเคลือบอาจเสื่อมสภาพ ซึ่งสามารถทำการขัดและเคลือบผิวใหม่ได้ 

ภาพ: พื้นปูด้วยหินธรรมชาติ
ขอบคุณภาพ: www.homedecorthai.com

       ฝ้าเพดาน เริ่มตรวจสอบจากสภาพพื้นผิวว่ามีคราบน้ำ รอยบวม หรือราขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะฝ้าเพดานห้องที่อยู่ใต้หลังคาดาดฟ้า ห้องน้ำ และระเบียง เพราะบ้านเก่าอาจมีรอยร้าวที่พื้นหรือหลังคาจนเกิดปัญหาน้ำรั่วซึม รวมถึงปัญหาน้ำรั่วจากท่องานระบบประปาได้ ซึ่งหากพบคราบน้ำควรจัดการแก้ไขรอยร้าวและการรั่วซึมเสียก่อนที่จะเปลี่ยนแผ่นฝ้าใหม่ นอกจากนี้ควรสำรวจว่าฝ้าเดิมมีการแอ่นตัวหรือไม่ เพราะโครงคร่าว (คลิกเพื่ออ่านบทความ "ศัพท์คนสร้างบ้าน โครงคร่าว") อาจเริ่มเสื่อมสภาพ ไม่ได้มาตรฐาน หรืออาจจะรับน้ำหนักมากเกินไป ในกรณีนี้ต้องพิจารณาว่าควรเสริมโครงคร่าวเพิ่ม หรือรื้อแล้วเปลี่ยนใหม่ หรือเปลือยฝ้าเพดานโชว์ท้องพื้นตามสไตล์ลอฟท์ (คลิกเพื่ออ่านบทความ "เพดานเปลือยฝ้าท้าสไตล์ลอฟท์ (LOFT)") ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งเช่นกัน

ภาพ: ฝ้าเพดานยิปซัม
ขอบคุณภาพ: บ้านคุณประภาศรี บุญนำศิริ

       ประตูหน้าต่าง
       สำหรับงาน ประตู หน้าต่าง หรือช่องเปิดต่างๆ ซึ่งมีหลากหลายวัสดุ หากเป็นไม้ ควรสังเกตว่าบวม ผุ หรือไม่ สภาพสีต้องซ่อมแซมหรือไม่ ส่วนอะลูมิเนียม หรือไวนิล (คลิกเพื่อ่านบทความ"ศัพท์คนสร้างบ้าน ไวนิล) ควรสังเกตที่พื้นผิวว่ามีสีลอก จาง หรือถลอกจากการใช้งานมากน้อยเพียงใด มีสีไม่สม่ำเสมอหรือเปลี่ยนสีหรือไม่ บางกรณีอาจเนื่องจากเคยมีน้ำขังท่วมมาก่อน นอกจากนี้ควรตรวจสอบอุปกรณ์ประกอบต่างๆ ทั้งบานพับ กลอน ลูกบิด ว่ายังใช้การได้ดี เปิดปิดใช้งานได้ตามปกติ หรือมีบานไหนฝืดติดขัดและมีเสียงดังเอียดออดที่อุปกรณ์ชิ้นไหน นอกจากนี้ควรตรวจสอบสภาพซิลิโคนที่ยาตามแนวรอบวงกบ และรอบกระจกว่ายังสามารถป้องกันน้ำรั่วซึมได้ดีหรือไม่ โดยสังเกตคราบน้ำที่ผนังบริเวณใต้หน้าต่าง หรือขอบประตู

ภาพ: ช่องเปิดประตู หน้าต่าง
ขอบคุณภาพ: บ้านคุณวีรวัฒน์ คุณพิทักษ์วัฒนา

       จะเห็นได้ว่ากว่าจะตรวจบ้านได้สักหลังหนึ่ง นอกจากงานโครงสร้างแล้ว วัสดุปิดผิวก็มีสิ่งที่ต้องตรวจสอบจุกจิกมากมายไม่แพ้กัน อย่าลืมทำเช็คลิสต์สำหรับบันทึกข้อมูลการแก้ไขในส่วนต่างๆ ว่าจะต้องทำการแก้ไข หรือทำความสะอาดส่วนไหนเพิ่มเติมบ้าง เพื่อทำการประเมินค่าใช้จ่ายในส่วนงานวัสดุปิดผิวนี้นะคะ 



บทความที่แล้ว
แนวทางการตรวจโครงสร้างบ้านเก่า ก่อนรีโนเวท
009-แนวทางการตรวจโครงสร้างบ้านเก่า-ก่อนรีโนเวท.jpg


บทความถัดไป
โครงสร้างกับงานระบบ ต้องใส่ใจก่อนปรับปรุงบ้าน
A-structural-sanitary-system.jpg



บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ทบทวนความต้องการ ก่อนรีโนเวทบ้านให้ตอบโจทย์
001-ทบทวนความต้องการ-ก่อนรีโนเวทบ้านให้ตอบโจทย์-TemplateS.jpg


รีโนเวทบ้านส่วนไหนต้องคำนึงอะไรบ้าง
001-รีโนเวทบ้านส่วนไหน-ต้องคำนึงอะไรบ้างน-TemplateS.jpg

 

แนวทางการตรวจวัสดุตกแต่งปิดผิวบ้านเก่า ก่อนรีโนเวท

วัสดุตกแต่งปิดผิวเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่ทำให้บ้านหรือพื้นที่ห้องนั้นๆ ดูสวยงามรวมถึงบ่งบอกถึงสไตล์ของเจ้าของบ้านได้ แต่นอกจากความสวยงามแล้ว สภาพของวัสดุปิดผิวบางอย่างก็บ่งบอกถึงปัญหาอื่นๆ ที่จำเป็นต้องซ่อมแซมได้

       เมื่อได้ตรวจสอบด้านงานโครงสร้างกันไปแล้วในบทความ แนวทางการตรวจโครงสร้างบ้านเก่า ก่อนรีโนเวท (คลิกเพื่ออ่านบทความ) สิ่งต่อมาที่ต้องตรวจสอบควบคู่กันไปคือวัสดุตกแต่งปิดผิว หรืองาน Finishing โดยขอบเขตของวัสดุตกแต่งปิดผิวจะอยู่ในหมวดงานสถาปัตยกรรม ทั้ง พื้น ผนัง ฝ้าเพดาน รวมถึงช่องเปิด (คลิกเพื่ออ่านบทความ "ศัพท์คนสร้างบ้าน ช่องเปิด") ต่างๆ ซึ่งบ้านแต่ละหลังก็จะมีวัสดุปิดผิวที่ต่างกันออกไปตามสไตล์บ้านไม่ว่าจะเป็น ปูนฉาบทาสี งานไม้ กระเบื้อง เทอร์ราซโซ่ หินล้าง ทรายล้าง และหินธรรมชาติ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม วัสดุแต่ละประเภทก็มีอายุการใช้งานและข้อควรคำนึงที่ไม่เหมือนกัน การตรวจสอบคุณภาพและลักษณะวัสดุปิดผิวในแต่ละส่วนของบ้าน เพื่อประเมินงบประมาณในการซ่อมแซมก่อนเข้าอยู่ หรือซื้อเพื่อไปรีโนเวทจึงสำคัญไม่แพ้การตรวจงานโครงสร้างเลยทีเดียว

ภาพ: ตำแหน่งการตรวจวัสดุปิดผิว

       วัสดุปูพื้น-ผนัง
       สีทาผนังทั้งภายในและภายนอก ควรสังเกตการลอกล่อน บวมพอง หรือเชื้อราของผนังทาสี โดยเฉพาะบริเวณที่มีโอกาสโดนความชื้นได้ง่ายอย่างผนังบ้านชั้นล่างที่อยู่ใกล้ผิวดิน หรือผนังห้องที่อยู่อีกฝั่งของห้องน้ำ ซึ่งนอกจากความชื้นสะสมแล้ว อาจมีสาเหตุมาจากท่อประปาที่เดินในผนังรั่วซึม หรืออาจเกิดจากรอยร้าวที่ผิวปูนฉาบภายนอกจนทำให้น้ำฝนแทรกผ่านชั้นสี ส่งผลให้สีบวมและลอกล่อนได้เช่นกัน การแก้ไขควรแก้ที่ต้นเหตุซึ่งมีงบประมาณแตกต่างกันไป

ภาพ: ผนังทาสีเกิดการลอกล่อน
ขอบคุณภาพ: www.pantip.com

       กระเบื้องปูพื้นและผนัง ที่ต้องตรวจสอบเหมือนกันทั้งกระเบื้องปูพื้นและผนังคือเรื่อง การเปลี่ยนแปลงของสีกระเบื้องซึ่งอาจเกิดจากความชื้นสะสมหลังแผ่นกระเบื้อง รอยแตกร้าวซึ่งอาจเกิดจากการปูกระเบื้องแบบซาลาเปา ควรเคาะทดสอบเพื่อฟังเสียงว่าโปร่งหรือแน่นดี  สภาพร่องยาแนวว่ามีคราบดำหรือสึกกร่อนมากน้อยเพียงใด จำเป็นต้องยาแนว (คลิกเพื่ออ่านบทความ "MATERIAL GUIDE : ยาแนวกระเบื้องเรื่องสำคัญ") ใหม่หรือไม่ เดิมช่างปูกระเบื้องได้แนวดีหรือไม่ กระเบื้องแต่ละแผ่นปูได้เรียบเสมอกันดี ไม่กระเดิด โดยลองเดินเหยียบหรือใช้มือลูบว่ามีขอบเหลี่ยมคมมากน้อยเพียงใด จำเป็นต้องรื้อปูใหม่หรือไม่ ทั้งนี้ สำหรับกระเบื้องปูพื้นควรสังเกตเรื่องการปรับระดับให้ดีเป็นพิเศษ โดยเฉพาะที่พื้นห้องน้ำและพื้นภายนอกที่ต้องมีความลาดเอียงเพื่อการระบายน้ำที่ดี ไม่เกิดแอ่งน้ำขัง

ภาพ: ประเมินสภาพพื้นผิว การติดตั้งกระเบื้อง ร่องยาแนว และระดับลาดเอียง

       ไม้ปูพื้น ผนัง และฝ้า สิ่งแรกที่สามารถมองเห็นได้ชัดคือสภาพผิวหน้าไม้ทั้งสีและสภาพไม้ว่ามีการผุหรือบวมเนื่องจากความชื้นหรือไม่ รวมถึงร่องรอยการใช้งานว่ามีมากน้อยเพียงใด จำเป็นต้องขัดเปิดหน้า ทำสีใหม่ หรือต้องเปลี่ยนทั้งแผ่น มีปลวกกัดกินไม้หรือไม่ จากนั้นตรวจสอบการติดตั้งไม้ไม่ว่าจะที่พื้นหรือ ผนัง และฝ้าเพดานว่าติดตั้งได้แข็งแรงและถูกวิธีตามแต่ละประเภทไม้ สำรวจตะปูหรือสกรูว่ามีสนิมขึ้นหรือไม่เพื่อประเมินงบประมาณการซ่อมแซมในภายหลัง

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ เรื่องพื้นพื้นของคนรักไม้ (คลิกเพื่ออ่านบทความ)

ภาพ: พื้นไม้จริง

ภาพ: พื้นไม้ปาร์เกต์

ภาพ: พื้นไม้เทียม

       พื้นผิวปูนเปลือย ผิวขัดมัน หินขัด กรวดล้าง ควรตรวจสอบว่ามีรอยร้าวหรือรอยแตกกะเทาะมากน้อยเพียงใด เคาะทดสอบบริเวณพื้นผิวที่มีรอยร้าวด้วยเหรียญหรือของแข็งใกล้ ตัว หากได้ยินเสียงโปร่ง กลวง ควรสกัดออกเพื่อทำพื้นผิวใหม่ นอกจากนี้พื้นผิวประเภทปูนที่ผ่านการใช้งานมานาน สภาพผิวอาจเกิดรอยหรือคราบฝังลึกได้ ควรพิจารณาการซ่อมแซมตามประเภทวัสดุ หรือหากไม่ต้องการซ่อมแซมก็สามารถปูวัสดุอื่นทับพื้นเดิมได้ เช่น ไม้ลามิเนต ไม้เอนจิเนียร์ กระเบื้องยาง หรือพรมเพื่อประหยัดเวลาและงบประมาณลงได้ โดยคำนึงถึงระดับพื้นที่จะเพิ่มขึ้นตามความหนาของวัสดุที่ปูทับด้วย

ภาพ: ผนังปูนเปลือย

       หินธรรมชาติ โดยส่วนมากที่นิยมใช้กันคือ หินแกรนิต และหินอ่อน เพราะหินมีความแข็งแรงยู่แล้ว จึงไม่ค่อยพบว่าผิวหน้าหินมีการแตกกระเทาะเท่าไรนัก สิ่งที่ควรตรวจสอบคือมีรอยคราบฝังลึกหรือไม่ เพราะน้ำยาเคลือบอาจเสื่อมสภาพ ซึ่งสามารถทำการขัดและเคลือบผิวใหม่ได้ 

ภาพ: พื้นปูด้วยหินธรรมชาติ
ขอบคุณภาพ: www.homedecorthai.com

       ฝ้าเพดาน เริ่มตรวจสอบจากสภาพพื้นผิวว่ามีคราบน้ำ รอยบวม หรือราขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะฝ้าเพดานห้องที่อยู่ใต้หลังคาดาดฟ้า ห้องน้ำ และระเบียง เพราะบ้านเก่าอาจมีรอยร้าวที่พื้นหรือหลังคาจนเกิดปัญหาน้ำรั่วซึม รวมถึงปัญหาน้ำรั่วจากท่องานระบบประปาได้ ซึ่งหากพบคราบน้ำควรจัดการแก้ไขรอยร้าวและการรั่วซึมเสียก่อนที่จะเปลี่ยนแผ่นฝ้าใหม่ นอกจากนี้ควรสำรวจว่าฝ้าเดิมมีการแอ่นตัวหรือไม่ เพราะโครงคร่าว (คลิกเพื่ออ่านบทความ "ศัพท์คนสร้างบ้าน โครงคร่าว") อาจเริ่มเสื่อมสภาพ ไม่ได้มาตรฐาน หรืออาจจะรับน้ำหนักมากเกินไป ในกรณีนี้ต้องพิจารณาว่าควรเสริมโครงคร่าวเพิ่ม หรือรื้อแล้วเปลี่ยนใหม่ หรือเปลือยฝ้าเพดานโชว์ท้องพื้นตามสไตล์ลอฟท์ (คลิกเพื่ออ่านบทความ "เพดานเปลือยฝ้าท้าสไตล์ลอฟท์ (LOFT)") ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งเช่นกัน

ภาพ: ฝ้าเพดานยิปซัม
ขอบคุณภาพ: บ้านคุณประภาศรี บุญนำศิริ

       ประตูหน้าต่าง
       สำหรับงาน ประตู หน้าต่าง หรือช่องเปิดต่างๆ ซึ่งมีหลากหลายวัสดุ หากเป็นไม้ ควรสังเกตว่าบวม ผุ หรือไม่ สภาพสีต้องซ่อมแซมหรือไม่ ส่วนอะลูมิเนียม หรือไวนิล (คลิกเพื่อ่านบทความ"ศัพท์คนสร้างบ้าน ไวนิล) ควรสังเกตที่พื้นผิวว่ามีสีลอก จาง หรือถลอกจากการใช้งานมากน้อยเพียงใด มีสีไม่สม่ำเสมอหรือเปลี่ยนสีหรือไม่ บางกรณีอาจเนื่องจากเคยมีน้ำขังท่วมมาก่อน นอกจากนี้ควรตรวจสอบอุปกรณ์ประกอบต่างๆ ทั้งบานพับ กลอน ลูกบิด ว่ายังใช้การได้ดี เปิดปิดใช้งานได้ตามปกติ หรือมีบานไหนฝืดติดขัดและมีเสียงดังเอียดออดที่อุปกรณ์ชิ้นไหน นอกจากนี้ควรตรวจสอบสภาพซิลิโคนที่ยาตามแนวรอบวงกบ และรอบกระจกว่ายังสามารถป้องกันน้ำรั่วซึมได้ดีหรือไม่ โดยสังเกตคราบน้ำที่ผนังบริเวณใต้หน้าต่าง หรือขอบประตู

ภาพ: ช่องเปิดประตู หน้าต่าง
ขอบคุณภาพ: บ้านคุณวีรวัฒน์ คุณพิทักษ์วัฒนา

       จะเห็นได้ว่ากว่าจะตรวจบ้านได้สักหลังหนึ่ง นอกจากงานโครงสร้างแล้ว วัสดุปิดผิวก็มีสิ่งที่ต้องตรวจสอบจุกจิกมากมายไม่แพ้กัน อย่าลืมทำเช็คลิสต์สำหรับบันทึกข้อมูลการแก้ไขในส่วนต่างๆ ว่าจะต้องทำการแก้ไข หรือทำความสะอาดส่วนไหนเพิ่มเติมบ้าง เพื่อทำการประเมินค่าใช้จ่ายในส่วนงานวัสดุปิดผิวนี้นะคะ 



บทความที่แล้ว
แนวทางการตรวจโครงสร้างบ้านเก่า ก่อนรีโนเวท
009-แนวทางการตรวจโครงสร้างบ้านเก่า-ก่อนรีโนเวท.jpg


บทความถัดไป
โครงสร้างกับงานระบบ ต้องใส่ใจก่อนปรับปรุงบ้าน
A-structural-sanitary-system.jpg



บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ทบทวนความต้องการ ก่อนรีโนเวทบ้านให้ตอบโจทย์
001-ทบทวนความต้องการ-ก่อนรีโนเวทบ้านให้ตอบโจทย์-TemplateS.jpg


รีโนเวทบ้านส่วนไหนต้องคำนึงอะไรบ้าง
001-รีโนเวทบ้านส่วนไหน-ต้องคำนึงอะไรบ้างน-TemplateS.jpg

 

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ