View : 3531

เพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการจัดสวนภายในอาคาร

การออกแบบจัดสวนภายในอาคาร ด้วยรูปแบบและขนาดที่แตกต่างกัน จึงมีหลายปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพันธุ์ไม้ แสงสว่าง อุณหภูมิ ความชื้น น้ำ เครื่องปลูก และคุณภาพอากาศที่เหมาะสม รวมถึงขนาดของพื้นที่และความสามารถของโครงสร้างที่จะใช้รองรับพื้นที่นั้นด้วย

       ความพยายามที่จะนำธรรมชาติเข้ามาไว้ใกล้ตัว หรือความต้องการสัมผัสที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกซึ่งมักเกิดขึ้นเป็นปกติกับผู้คนที่อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบเมือง รูปแบบที่ง่ายที่สุดของวิธีการดึงธรรมชาติมาไว้ใกล้ๆก็คือ การสร้างพื้นที่สีเขียว หรือการปลูกต้นไม้ไว้ในบริเวณอาคาร เพราะนอกจากจะให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติแล้ว ยังมีส่วนช่วยในการประดับตกแต่ง สร้างความสวยงาม ลดความร้อน สร้างสุนทรียภาพ และบรรยากาศที่ผ่อนคลาย

       มากไปกว่าการปลูกพืชพรรณไม้รอบๆ อาคาร หรือปลูกต้นไม้ภายนอกอาคาร แนวคิดใหม่ๆของการผสมผสานสร้างความกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวของที่ว่างภายใน-ภายนอก และแนวคิดในการดึงพื้นที่ธรรมชาติให้ไหลต่อเนื่องเข้ามาในอาคาร เพื่อความรู้สึกสดชื่น ทั้งในระดับพื้นที่ใหญ่แบบสวนน้ำ สวนหิน สวนแนวตั้ง ผนังต้นไม้ หรือระดับกลางถึงเล็ก แบบเทอราเรียม พาลูดาเรียม ต้นไม้กระถาง ต้นไม้แขวน หรือแม้แต่แค่ต้นไม้เล็กๆบนโต๊ะทำงาน ล้วนเป็นแนวคิดที่ทำให้การมีสวนภายในอาคารเป็นเรื่องที่มีข้อดีมากมาย และควรให้ความสำคัญ

ภาพ: การจัดสวนภายในอาคารด้วยขนาดที่แตกต่างกัน

       เงื่อนไขในการสร้างสวนภายในอาคารประกอบไปด้วยปัจจัยที่หลากหลาย ทั้งจากขนาดที่อาจจะแตกต่างกันของสวน หรือพื้นที่ที่ใช้ปลูกต้นไม้นั้นๆ ชนิด-ความสามารถของโครงสร้างที่จะใช้รองรับพื้นที่ ตำแหน่งที่ตั้งของสวน เงื่อนไขของบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในอาคาร หรือชนิดของกลุ่มต้นไม้ที่เหมาะจะนำมาใช้สำหรับแต่ละสภาพแวดล้อม ทำให้ในการออกแบบ สร้าง จัด และนำมาใช้ ต้องคำนึงถึงปัจจัยให้ครอบคลุมกับสภาวะการอยู่อาศัยของพืช และการอยู่ร่วมกันในสภาพแวดล้อมปิดที่จำกัดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
 
       สิ่งที่ควรคำนึงถึงเบื้องต้นสำหรับการทำสวนภายในอาคารคือ ความต้องการด้านกายภาพต่างๆ ของต้นไม้แต่ละชนิดที่เราจะใช้ปลูกภายในอาคารนั้นๆ ทั้งแสงสว่างที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโต คุณภาพ และระดับความเข้มของแสงจากแหล่งกำเนิดที่ต่างกัน เช่นแสงจากหน้าต่าง แสงจากหลอดไฟแต่ละประเภท รวมถึงระยะเวลาในการได้รับแสงที่เพียงพอต่อความต้องการด้วย นอกจากแสงสว่างแล้วก็ยังมีเรื่องอุณหภูมิ ความชื้น และคุณภาพอากาศที่คงที่ หรือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเหมาะสมกับชนิดพันธุ์และความต้องการของต้นไม้ ปัจจัยที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันที่เหลือก็คือ ปริมาณน้ำที่ต้นไม้ต้องการและการระบายน้ำที่ดี เครื่องปลูก หรือดินที่ใช้ปลูกที่ยอมให้ธาตุอาหาร น้ำ ออกซิเจน เข้าสู่ระบบรากได้อย่างสะดวก และเนื้อที่-ปริมาตรของพื้นที่ที่ใช้ในการปลูกต้นไม้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เล็กหรือพื้นที่ใหญ่ ซึ่งจะเกี่ยวเนื่องไปถึงรูปร่าง รูปทรง ขนาด แลน้ำหนักของต้นไม้ที่จะนำมาปลูก

ภาพ: สวนผนังภายในอาคาร

ภาพ: การมีสวนภายในอาคารช่วยดึงธรรมชาติ และความสดชื่นให้เกิดขึ้นกับอาคาร

       แต่ก่อนที่จะนำต้นไม้ใดๆ เข้ามาปลูกในอาคาร จำเป็นต้องมีการปรับสภาพต้นไม้เพื่อให้คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม สภาพอากาศ หรือแสงภายในอาคาร เพื่อป้องกันการช็อกหรือหยุดเติบโตจากการเปลี่ยนแปลงแบบกะทันหัน ระยะเวลาที่ต้นไม้ใช้ในการปรับสภาพนั้นผันแปรไปตามชนิด รวมทั้งขนาดของพืช ต้นไม้ขนาดใหญ่อาจต้องใช้เวลาในการปรับสภาพนานกว่าต้นไม้ขนาดเล็ก ทั้งนี้การที่จะทำให้ต้นไม้ที่ปลูกมีอายุยืนนานมากแค่ไหนก็ขึ้นกับระดับการดูแลรักษา การตัดแต่ง การให้น้ำ ให้ปุ๋ย การควบคุมโรค ตลอดจนการสังเกตอาการของต้นไม้อย่างสม่ำเสมอด้วย

       การเลือกใช้ต้นไม้ที่เหมาะสมที่จะนำมาปลูกภายในอาคารนั้น ในเบื้องต้นควรพิจารณาชนิดพันธุ์ที่เห็นแล้วว่า สามารถอยู่ได้ภายใต้สภาพ เงื่อนไข ตำแหน่ง และสิ่งแวดล้อมภายในอาคาร โดยมากแล้วมักจะเป็นต้นไม้ชนิดที่ไม่ต้องการแสงแดดจัดมากนัก และไม่ควรเลือกต้นไม้ที่จะเติบโตมากเกินพื้นที่ที่จำกัดไว้ ถึงแม้ว่าต้นไม้ที่นำมาปลูกในอาคารมีแนวโน้มที่จะไม่เจริญเติบโตมากนักก็ตาม ต้นไม้ที่จะนำมาใช้อาจแบ่งเป็นกลุ่มโดยใช้ขนาด อาทิเช่น
 

ไม้คลุมดิน เช่น หนวดปลาดุกแคระ
ไม้พื้นล่างขนาดเล็ก เช่น คล้า เฟิร์น เสน่ห์จันทร์ ฟิโลเดนดรอน 
ไม้พื้นล่างขนาดใหญ่ เช่น จั๋ง บอนชนิดต่างๆ 
ต้นไม้ใหญ่ เช่น จันผา โมก พืชตระกูลหมาก หรือปาล์ม
 ไม้เลื้อย ไม้แขวน เช่น เดฟกระเป๋า เคราฤๅษี หรือเฟิร์นชายผ้าสีดา 

       โดยที่ต้นไม้บางชนิดอาจจะจัดไว้ได้หลายกลุ่มขึ้นอยู่กับ ขนาด ช่วงวัย นอกจากการแบ่งกลุ่มโดยใช้ขนาดแล้ว ยังสามารถใช้อุปนิสัยการเจริญเติบโต การแผ่กระจายของใบ ทรงพุ่ม รวมถึงการเจริญเติบโตของลำต้น และผิวสัมผัสของใบที่มีความหยาบ ความละเอียดแตกต่างกันในการจัดกลุ่มได้ด้วย

ภาพ: ไม้คลุมดินขนาดเล็กที่นำมาใช้ในสวนภายในอาคาร

ภาพ:  ไม้พื้นล่างขนาดเล็กที่มักนำใช้ในงาน

ภาพ: พืชจำพวกปรง ต้นไม้พื้นล่างขนาดกลาง-ใหญ่

ภาพ: พืชจำพวกหมาก-ปาล์มก็เป็นที่นิยมสำหรับการทำสวนในอาคาร

ภาพ: พืชน้ำบางชนิดก็ยังสามารถนำมาปลูกในอาคารได้หากมีการจัดการที่เหมาะสม

ภาพ: ไม้อวบน้ำและกระบองเพชรที่ต้องการแดด ก็สามารถปลูกภายในอาคารได้ ถ้ามีการจัดการที่ดี

       หลักการและหัวใจที่สำคัญของการสร้างพื้นที่สวนภายในอาคารในทุกๆ ขนาดก็คือ การสร้างและจำลองสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับชนิดของพืชให้มากที่สุด ต้องให้แสงสว่างมากเพียงพอต่อความต้องการ ในกรณีที่แสงสว่างไม่เพียงพอและต้นไม้นั้นสามารถเคลื่อนย้ายได้ ก็ควรนำต้นไม้ไปรับแสงธรรมชาติบ้างเป็นครั้งคราว และต้องคำนึงถึงการรักษาสภาพภูมิอากาศ การถ่ายเทหมุนเวียนอากาศให้เหมาะสมด้วย ส่วนที่เหลือคือการดูแลรักษา คอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะปรับปรุง แก้ไข ได้  ทันท่วงที

TIPS:   
- ไม่ควรปลูกต้นไม้ในที่อับลม โดยเฉพาะยอดของต้นไม้ใหญ่ และไม้แขวน

- หลีกเลี่ยงการปลูกต้นไม้ใกล้กับกระจกที่โดนแดดส่อง เพราะจะสร้างอุณหภูมิที่สูงมากเกินไป

- กำหนดตำแหน่งต้นไม้ ไม่ควรใกล้กับผู้คนหรือการสัมผัสมากเกินไป

- ระวังเรื่องเสา บันได ระเบียงที่อาจมีผลต่อการจัดวางต้นไม้ หากเป็นต้นไม้ใหญ่ต้องปรึกษากับวิศวกรโครงสร้างก่อน

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

เพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการจัดสวนภายในอาคาร

การออกแบบจัดสวนภายในอาคาร ด้วยรูปแบบและขนาดที่แตกต่างกัน จึงมีหลายปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพันธุ์ไม้ แสงสว่าง อุณหภูมิ ความชื้น น้ำ เครื่องปลูก และคุณภาพอากาศที่เหมาะสม รวมถึงขนาดของพื้นที่และความสามารถของโครงสร้างที่จะใช้รองรับพื้นที่นั้นด้วย

       ความพยายามที่จะนำธรรมชาติเข้ามาไว้ใกล้ตัว หรือความต้องการสัมผัสที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกซึ่งมักเกิดขึ้นเป็นปกติกับผู้คนที่อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบเมือง รูปแบบที่ง่ายที่สุดของวิธีการดึงธรรมชาติมาไว้ใกล้ๆก็คือ การสร้างพื้นที่สีเขียว หรือการปลูกต้นไม้ไว้ในบริเวณอาคาร เพราะนอกจากจะให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติแล้ว ยังมีส่วนช่วยในการประดับตกแต่ง สร้างความสวยงาม ลดความร้อน สร้างสุนทรียภาพ และบรรยากาศที่ผ่อนคลาย

       มากไปกว่าการปลูกพืชพรรณไม้รอบๆ อาคาร หรือปลูกต้นไม้ภายนอกอาคาร แนวคิดใหม่ๆของการผสมผสานสร้างความกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวของที่ว่างภายใน-ภายนอก และแนวคิดในการดึงพื้นที่ธรรมชาติให้ไหลต่อเนื่องเข้ามาในอาคาร เพื่อความรู้สึกสดชื่น ทั้งในระดับพื้นที่ใหญ่แบบสวนน้ำ สวนหิน สวนแนวตั้ง ผนังต้นไม้ หรือระดับกลางถึงเล็ก แบบเทอราเรียม พาลูดาเรียม ต้นไม้กระถาง ต้นไม้แขวน หรือแม้แต่แค่ต้นไม้เล็กๆบนโต๊ะทำงาน ล้วนเป็นแนวคิดที่ทำให้การมีสวนภายในอาคารเป็นเรื่องที่มีข้อดีมากมาย และควรให้ความสำคัญ

ภาพ: การจัดสวนภายในอาคารด้วยขนาดที่แตกต่างกัน

       เงื่อนไขในการสร้างสวนภายในอาคารประกอบไปด้วยปัจจัยที่หลากหลาย ทั้งจากขนาดที่อาจจะแตกต่างกันของสวน หรือพื้นที่ที่ใช้ปลูกต้นไม้นั้นๆ ชนิด-ความสามารถของโครงสร้างที่จะใช้รองรับพื้นที่ ตำแหน่งที่ตั้งของสวน เงื่อนไขของบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในอาคาร หรือชนิดของกลุ่มต้นไม้ที่เหมาะจะนำมาใช้สำหรับแต่ละสภาพแวดล้อม ทำให้ในการออกแบบ สร้าง จัด และนำมาใช้ ต้องคำนึงถึงปัจจัยให้ครอบคลุมกับสภาวะการอยู่อาศัยของพืช และการอยู่ร่วมกันในสภาพแวดล้อมปิดที่จำกัดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
 
       สิ่งที่ควรคำนึงถึงเบื้องต้นสำหรับการทำสวนภายในอาคารคือ ความต้องการด้านกายภาพต่างๆ ของต้นไม้แต่ละชนิดที่เราจะใช้ปลูกภายในอาคารนั้นๆ ทั้งแสงสว่างที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโต คุณภาพ และระดับความเข้มของแสงจากแหล่งกำเนิดที่ต่างกัน เช่นแสงจากหน้าต่าง แสงจากหลอดไฟแต่ละประเภท รวมถึงระยะเวลาในการได้รับแสงที่เพียงพอต่อความต้องการด้วย นอกจากแสงสว่างแล้วก็ยังมีเรื่องอุณหภูมิ ความชื้น และคุณภาพอากาศที่คงที่ หรือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเหมาะสมกับชนิดพันธุ์และความต้องการของต้นไม้ ปัจจัยที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันที่เหลือก็คือ ปริมาณน้ำที่ต้นไม้ต้องการและการระบายน้ำที่ดี เครื่องปลูก หรือดินที่ใช้ปลูกที่ยอมให้ธาตุอาหาร น้ำ ออกซิเจน เข้าสู่ระบบรากได้อย่างสะดวก และเนื้อที่-ปริมาตรของพื้นที่ที่ใช้ในการปลูกต้นไม้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เล็กหรือพื้นที่ใหญ่ ซึ่งจะเกี่ยวเนื่องไปถึงรูปร่าง รูปทรง ขนาด แลน้ำหนักของต้นไม้ที่จะนำมาปลูก

ภาพ: สวนผนังภายในอาคาร

ภาพ: การมีสวนภายในอาคารช่วยดึงธรรมชาติ และความสดชื่นให้เกิดขึ้นกับอาคาร

       แต่ก่อนที่จะนำต้นไม้ใดๆ เข้ามาปลูกในอาคาร จำเป็นต้องมีการปรับสภาพต้นไม้เพื่อให้คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม สภาพอากาศ หรือแสงภายในอาคาร เพื่อป้องกันการช็อกหรือหยุดเติบโตจากการเปลี่ยนแปลงแบบกะทันหัน ระยะเวลาที่ต้นไม้ใช้ในการปรับสภาพนั้นผันแปรไปตามชนิด รวมทั้งขนาดของพืช ต้นไม้ขนาดใหญ่อาจต้องใช้เวลาในการปรับสภาพนานกว่าต้นไม้ขนาดเล็ก ทั้งนี้การที่จะทำให้ต้นไม้ที่ปลูกมีอายุยืนนานมากแค่ไหนก็ขึ้นกับระดับการดูแลรักษา การตัดแต่ง การให้น้ำ ให้ปุ๋ย การควบคุมโรค ตลอดจนการสังเกตอาการของต้นไม้อย่างสม่ำเสมอด้วย

       การเลือกใช้ต้นไม้ที่เหมาะสมที่จะนำมาปลูกภายในอาคารนั้น ในเบื้องต้นควรพิจารณาชนิดพันธุ์ที่เห็นแล้วว่า สามารถอยู่ได้ภายใต้สภาพ เงื่อนไข ตำแหน่ง และสิ่งแวดล้อมภายในอาคาร โดยมากแล้วมักจะเป็นต้นไม้ชนิดที่ไม่ต้องการแสงแดดจัดมากนัก และไม่ควรเลือกต้นไม้ที่จะเติบโตมากเกินพื้นที่ที่จำกัดไว้ ถึงแม้ว่าต้นไม้ที่นำมาปลูกในอาคารมีแนวโน้มที่จะไม่เจริญเติบโตมากนักก็ตาม ต้นไม้ที่จะนำมาใช้อาจแบ่งเป็นกลุ่มโดยใช้ขนาด อาทิเช่น
 

ไม้คลุมดิน เช่น หนวดปลาดุกแคระ
ไม้พื้นล่างขนาดเล็ก เช่น คล้า เฟิร์น เสน่ห์จันทร์ ฟิโลเดนดรอน 
ไม้พื้นล่างขนาดใหญ่ เช่น จั๋ง บอนชนิดต่างๆ 
ต้นไม้ใหญ่ เช่น จันผา โมก พืชตระกูลหมาก หรือปาล์ม
 ไม้เลื้อย ไม้แขวน เช่น เดฟกระเป๋า เคราฤๅษี หรือเฟิร์นชายผ้าสีดา 

       โดยที่ต้นไม้บางชนิดอาจจะจัดไว้ได้หลายกลุ่มขึ้นอยู่กับ ขนาด ช่วงวัย นอกจากการแบ่งกลุ่มโดยใช้ขนาดแล้ว ยังสามารถใช้อุปนิสัยการเจริญเติบโต การแผ่กระจายของใบ ทรงพุ่ม รวมถึงการเจริญเติบโตของลำต้น และผิวสัมผัสของใบที่มีความหยาบ ความละเอียดแตกต่างกันในการจัดกลุ่มได้ด้วย

ภาพ: ไม้คลุมดินขนาดเล็กที่นำมาใช้ในสวนภายในอาคาร

ภาพ:  ไม้พื้นล่างขนาดเล็กที่มักนำใช้ในงาน

ภาพ: พืชจำพวกปรง ต้นไม้พื้นล่างขนาดกลาง-ใหญ่

ภาพ: พืชจำพวกหมาก-ปาล์มก็เป็นที่นิยมสำหรับการทำสวนในอาคาร

ภาพ: พืชน้ำบางชนิดก็ยังสามารถนำมาปลูกในอาคารได้หากมีการจัดการที่เหมาะสม

ภาพ: ไม้อวบน้ำและกระบองเพชรที่ต้องการแดด ก็สามารถปลูกภายในอาคารได้ ถ้ามีการจัดการที่ดี

       หลักการและหัวใจที่สำคัญของการสร้างพื้นที่สวนภายในอาคารในทุกๆ ขนาดก็คือ การสร้างและจำลองสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับชนิดของพืชให้มากที่สุด ต้องให้แสงสว่างมากเพียงพอต่อความต้องการ ในกรณีที่แสงสว่างไม่เพียงพอและต้นไม้นั้นสามารถเคลื่อนย้ายได้ ก็ควรนำต้นไม้ไปรับแสงธรรมชาติบ้างเป็นครั้งคราว และต้องคำนึงถึงการรักษาสภาพภูมิอากาศ การถ่ายเทหมุนเวียนอากาศให้เหมาะสมด้วย ส่วนที่เหลือคือการดูแลรักษา คอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะปรับปรุง แก้ไข ได้  ทันท่วงที

TIPS:   
- ไม่ควรปลูกต้นไม้ในที่อับลม โดยเฉพาะยอดของต้นไม้ใหญ่ และไม้แขวน

- หลีกเลี่ยงการปลูกต้นไม้ใกล้กับกระจกที่โดนแดดส่อง เพราะจะสร้างอุณหภูมิที่สูงมากเกินไป

- กำหนดตำแหน่งต้นไม้ ไม่ควรใกล้กับผู้คนหรือการสัมผัสมากเกินไป

- ระวังเรื่องเสา บันได ระเบียงที่อาจมีผลต่อการจัดวางต้นไม้ หากเป็นต้นไม้ใหญ่ต้องปรึกษากับวิศวกรโครงสร้างก่อน

สินค้าที่เกี่ยวข้อง
ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ