View : 2806

คำถามจากกิจกรรมมินิโฮมกูรู คุยสบายสไตล์คนรักบ้านค่ะ เมื่อเราพูดถึงที่อยู่อาศัยที่น่าอยู่ นอกจากพื้นที่ใช้สอยที่เหมาะสม ความสวยงาม ความปลอดภัย และความสะดวกสบายของเทคโนโลยีก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่เราต้องคำนึงถึงเช่นกัน ดังนั้น  SCG EXPERIENCE สาขา MEGABANGNA จึงได้จัดกิจกรรมมินิโฮมกูรูคุยสบายสไตล์คนรักบ้านขึ้นในวันที่ 27 ตุลาคม 2556 โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันอาทิตย์ที่ 4 ของเดือนเพื่อให้เจ้าของบ้านได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบ้านแสนรักของเรามากขึ้น  โดยในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 10 แล้วค่ะ ภายชื่อหัวข้อ “บ้านอัจฉริยะกับเทคโนโลยีของการอยู่อาศัยในอนาคต”

โดยทาง SCG EXPERIENCE ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้มีความเชี่ยวชาญในด้านบ้านพักอาศัยจาก SCG HEIM คือ คุณชาญวิทย์ นาถเสวี หรือคุณก๊อก มาไขความหมายของบ้านอัจฉริยะในแบบต่างๆ รวมถึงได้อธิบายการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาควบคุมอุปกรณ์ภายในของบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้อยู่อาศัย รวมถึงเทคโนโลยีการก่อสร้างสมัยใหม่ เป็นต้นค่ะ

ทั้งนี้สำหรับภายในงานยังมีคำถามที่น่าสนใจของผู้ร่วมลงทะเบียนได้ถามไว้ค่ะ ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่ง ที่จะเผยแผ่ แบ่งปัน แก่บุคคลอื่นๆ ต่อไป ทางทีม Dream Driver จึงได้หาข้อมูลเพิ่มเติมและขอตอบคำถามผู้ร่วมลงทะเบียนดังนี้ค่ะ
 
1. บ้านยุคใหม่อยู่สบายจริงเหรอ?
บ้านยุคใหม่จะอยู่สบายได้ค่ะ หากมีการวางแผน และออกแบบอย่างเหมาะสม ทั้งในด้านลักษณะรูปทรง ,รูปร่างของอาคาร , ลักษณะของหลังคา ,ตำแหน่งการวางตัวอาคาร ,ตำแหน่ง หรือขนาดของช่องเปิด และช่องแสง รวมถึงการคำนึงถึงปัจจัยต่างๆของที่ตั้ง และสภาพแวดล้อม โดยการออกแบบที่ดีนั้น ต้องนำเอาข้อดีจากสภาพแวดล้อมนั้นๆ มาใช้ประโยชน์ด้วยค่ะ  ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของภูมิประเทศ ,สภาพอากาศ ,ทิศทางของ ลม แสงแดด แหล่งน้ำ และพืชพรรณต่างๆ ทั้งนี้ยังรวมถึง การเลือกใช้วิธีการก่อสร้าง และวัสดุที่เหมาะสม เช่น เลือกวัสดุที่ป้องกัน หรือ สะท้อนความร้อน ,วัสดุที่ดูดซับความร้อน และความชื้นต่ำ เป็นต้นค่ะ
 
2. ขอคำแนะนำเกี่ยวกับการปลูกบ้านประหยัดพลังงาน และประหยัดงบประมาณในการก่อสร้าง
 “บ้านประหยัดพลังงาน” (ซึ่งโดยส่วนใหญ่น่าจะหมายถึงพลังงานไฟฟ้า) หมายถึงบ้านที่มีอัตราการบริโภคพลังงานไฟฟ้าต่ำ ซึ่งพลังงานไฟฟ้าเกี่ยวข้องกับเรื่อง ระบบแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ ระบบทำความร้อน/เย็น รวมถึงเครื่องอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ดังนั้นการสร้างบ้านที่จะประหยัดพลังงานได้สูงนั้น  “ต้อง”
- เป็นบ้านที่ออกแบบเพื่อใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมให้มาก เช่น ใช้แสงธรรมชาติ ในการให้ความสว่างภายในบ้าน ใช้ลม ทิศทางการวางอาคาร และการเจาะช่องเปิด เพื่อให้เกิดความเย็น และการระบายอากาศ โดยไม่ต้องใช้ระบบปรับอากาศด้วยไฟฟ้าค่ะ
- ออกแบบระบบต่างๆ ให้สามารถหมุนเวียนพลังงานกลับมาใช้ได้ใหม่ เช่น การใช้ความร้อนในระบบปรับอากาศ นำมาหมุนเวียน เพื่อต้มเป็นน้ำร้อนได้ค่ะ
- การเลือกวัสดุ และการวางตำแหน่งในการใช้วัสดุที่เหมาะสมในการปกป้องสภาวะน่าสบายภายในบ้านเพื่อลดการใช้พลังงานจากไฟฟ้าเพื่อปรับอากาศ เช่น ใช้วัสดุที่เป็นฉนวนป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวอาคารจากผนัง ฝ้า หลังคา การก่อผนัง 2 ชั้น หรือใช้กระจกแบบกันความร้อนค่ะ

การหานวัตกรรมใหม่ๆเพื่อสร้างพลังงานทดแทน เช่น พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ หรือ จากลม หรือพลังงานความร้อนจากก๊าซชีวภาพ เป็นต้นค่ะ

“ประหยัดงบประมาณ”  สิ่งที่จะสามารถช่วยให้ประหยัดงบประมาณในการก่อสร้างได้ก็คือ
- ระยะเวลาในการก่อสร้าง การใช้เวลาก่อสร้างน้อย จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผน เตรียมการ มีตารางการทำงานที่ชัดเจน คาดคะเนถึงปัญหาอุปสรรคในการก่อสร้าง รวมถึงวิธีแก้มาเป็นอย่างดีค่ะ
- การเลือกใช้วัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ คือเหลือเศษชิ้นส่วนที่ตัดออกน้อยที่สุด หรือใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุที่เหลือ ให้ได้มากที่สุดค่ะ โดยต้องมีการคำนวณจำนวนของวัสดุมาเป็นอย่างดี ซึ่งหมายถึงต้องเอาใจใส่ในขั้นตอนของการออกแบบมากเป็นพิเศษ เช่นการออกแบบแบบ Modular หรือระบบพิกัด(Grid) ค่ะ
การเลือกใช้โครงสร้าง วัสดุอุปกณ์ในการก่อสร้างที่มีราคาเหมาะสมกับลักษณะของบ้าน และงบประมาณในการก่อสร้างค่ะ
 
3. ใช้ระบบการควบคุมความชื้นแบบไหนได้บ้าง
- ใช้วิธีการทางธรรมชาติ โดยการจำกัด และลดการสะสมตัวของความชื้นภายในอาคาร เช่น การใช้ลม โดยการสร้างช่องเปิดที่มากพอ ทั้งรวมถึงขนาด ตำแหน่ง และทิศทางของช่องเปิดที่เหมาะสมค่ะ กระแสลมจะช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของอากาศ และพัดพาความชื้นออกจากตัวอาคาร หรือการใช้ความร้อนจากแสงแดดเพื่อช่วยให้น้ำระเหยไปได้อย่างรวดเร็วค่ะ
- ใช้วิธีการกำจัด และควบคุมความชื้น (ในอากาศ) โดยอุปกรณ์ไฟฟ้า ในกรณีนี้หมายถึงเครื่องฟอกอากาศ และเครื่องปรับอากาศ ซึ่งขนาดเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสม (BTU) ก็สามารถคำนวณคร่าวๆได้จาก ปริมาตรของห้อง, จำนวนคนที่ใช้, ระยะเวลาในการใช้งานค่ะ
 

BTU ห้องปกติ ห้องโดนแดด
9,000 12-15 ตร.ม. 11-14 ตร.ม.
12,000 16-20 ตร.ม. 14-18 ตร.ม.
18,000 24-30 ตร.ม.  21-27 ตร.ม.
21,000 28-35 ตร.ม. 25-32 ตร.ม.
24,000 32-40 ตร.ม. 28-36 ตร.ม.
25,000 35-44 ตร.ม. 30-39 ตร.ม.
30,000 40-50 ตร.ม. 35-45 ตร.ม.
35,000 48-60 ตร.ม. 42-54 ตร.ม.
48,000 64-80 ตร.ม. 56-72 ตร.ม.
80,000 80-100 ตร.ม. 70-90 ตร.ม.
ตารางแสดงถึงขนาดของเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสม (BTU) กับ พื้นที่ภายในห้องปกติ และห้องโดดแดด
 
4. การป้องกันความชื้นจากภายนอกเข้าสู่ตัวอาคาร ทำได้อย่างไรบ้าง
- ใช้วัสดุก่อสร้างที่สามารถป้องกันความชื้น เช่น การทำระบบกันซึม หรือกันความชื้นได้ดีทั้งจากใต้พื้น ,จากหลังคา ,จากผนัง หรือเลือกใช้วัสดุที่ทนความชื้นได้ดีค่ะ
- ใช้วัสดุก่อสร้างที่เหมาะกับตามรอยต่อต่างๆ เช่น ระหว่างผนัง  หรือระหว่างหลังคา เพื่อไม่ให้ความชื้นสามารถเข้าสู่ตัวอาคารได้
การใช้ลักษณะ และองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมในการป้องกันความชื้นเข้าสู่ตัวอาคาร เช่น การออกแบบโดยการยื่นชายคาให้ยาว ,การใช้กันสาดในการป้องกันน้ำฝน ,การใช้หลังคาลาดชันเพื่อการระบายน้ำหลังคาอย่างรวดเร็วค่ะ
 
5. นวัตกรรมในการประหยัดพลังงาน และอำนวยความสะดวกแก่ผู้อยู่อาศัยทั้งเด็กและผู้สูงอายุ
นวัตกรรมหมายถึง การทำสิ่งต่างๆด้วยความคิด และวิธีใหม่ๆ  จึงน่าจะเกี่ยวข้องกับ วัสดุ ,อุปกรณ์ ,เทคนิควิธีการก่อสร้าง และการออกแบบที่ช่วยสร้างให้สภาวะต่างๆ ในบ้านเอื้อต่อการอยู่อาศัยได้อย่างสบายขึ้นค่ะ เช่น การฉนวนกันความร้อนแบบต่างๆ ติดตั้งที่ผนังอาคาร หรือบนฝ้าเพดาน  ,การใช้แผ่นสะท้อนความร้อนติดตั้งที่หลังคา ทั้งนี้รวมไปถึงนวัตกรรมที่สร้างพลังงานทดแทน เช่น พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ หรือ ลม เป็นต้นค่ะ

ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้อยู่อาศัยทั้งเด็กและผู้สูงอายุนั้น เริ่มตั้งแต่กระบวนการออกแบบที่คำนึงถึงสัดส่วนของร่างกาย และลักษณะในการใช้งานของเด็ก และคนชรานะคะ เช่น ตำแหน่งการติดมือจับ ,ขนาดและลักษณะการเปิดของประตู หน้าต่าง โดยร่วมกับการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม และปลอดภัย เช่น เลือกกระเบื้องที่ไม่ลื่น, สีของกระเบื้อง และผนังที่สว่าง รวมถึงมีการติดตั้งอุปกรณ์ช่วยพยุงตัวในตำแหน่งต่างๆ ของบ้าน เช่น ในห้องน้ำเพื่อช่วยป้องกันในเรื่องของอุบัติเหตุได้ค่ะ
 
6. ควรจะสร้างบ้านอย่างไรในอนาคตดี
หากประเมินจากแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศของโลกปัจจุบัน บวกกับอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร รวมถึงอัตราการบริโภคทรัพยากรด้านต่างๆของมนุษย์ ซึ่งทำให้ทรัพยากรลดลงอย่างรวดเร็ว สิ่งที่น่าจะต้องคำนึงถึงในการสร้างบ้าน เช่น
- ความคงทนแข็งแรงของโครงสร้าง สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลง หรือ ความรุนแรงของสภาพอากาศ และสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดีค่ะ
- ออกแบบให้มีความเป็นมิตร กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม ปลดปล่อยของเสียออกสู่สภาพแวดล้อมน้อยค่ะ
- ใช้การก่อสร้างที่ถูกต้องแม่นยำผ่านการออกแบบ และวางแผนมาอย่างถ้วนถี่ เพื่อประหยัดทั้งเวลา พลังงาน และวัสดุค่ะ
- ใช้วัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างที่ผลิตขึ้นโดยใช้พลังงานต่ำ ทั้งในแง่การผลิต และการขนส่ง
- ใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูง และเหมาะสมกับหน้าที่ใช้สอยค่ะ
- นอกจากนี้ยังควรเป็นบ้านที่ใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมอย่างเต็มที่ เช่น แสงสว่าง ลม น้ำ ภูมิทัศน์ และต้นไม้ค่ะ
- สามารถหมุนเวียนพลังงานกลับมาใช้ หรือสามารถสร้างพลังงานได้ด้วยตัวเองค่ะ



 


กิจกรรมมินิโฮมกูรู
“บ้านอัจฉริยะกับเทคโนโลยีของการอยู่อาศัยในอนาคต”
 

ภาพบรรยากาศงาน กิจกรรมมินิโฮมกูรู “บ้านอัจฉริยะกับเทคโนโลยีของการอยู่อาศัยในอนาคต”    

รูปภาพแสดงถึงแสงแดด และลมประจำฤดู

รูปภาพแสดงถึงการการเจาะช่องเปิด เพื่อให้การระบายอากาศที่บริเวณใต้หลังคาอาคาร

รูปภาพแสดงถึงการฉนวนกันความร้อน ติดตั้งบนฝ้าเพดานหรือบนแปหลังคา และ  การใช้แผ่นสะท้อนความร้อนติดตั้งที่หลังคา


กิจกรรมมินิโฮมกูรู
“บ้านอัจฉริยะกับเทคโนโลยีของการอยู่อาศัยในอนาคต”
 

ภาพบรรยากาศงาน กิจกรรมมินิโฮมกูรู “บ้านอัจฉริยะกับเทคโนโลยีของการอยู่อาศัยในอนาคต”    

รูปภาพแสดงถึงแสงแดด และลมประจำฤดู

คำถามจากกิจกรรมมินิโฮมกูรู คุยสบายสไตล์คนรักบ้านค่ะ เมื่อเราพูดถึงที่อยู่อาศัยที่น่าอยู่ นอกจากพื้นที่ใช้สอยที่เหมาะสม ความสวยงาม ความปลอดภัย และความสะดวกสบายของเทคโนโลยีก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่เราต้องคำนึงถึงเช่นกัน ดังนั้น  SCG EXPERIENCE สาขา MEGABANGNA จึงได้จัดกิจกรรมมินิโฮมกูรูคุยสบายสไตล์คนรักบ้านขึ้นในวันที่ 27 ตุลาคม 2556 โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันอาทิตย์ที่ 4 ของเดือนเพื่อให้เจ้าของบ้านได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบ้านแสนรักของเรามากขึ้น  โดยในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 10 แล้วค่ะ ภายชื่อหัวข้อ “บ้านอัจฉริยะกับเทคโนโลยีของการอยู่อาศัยในอนาคต”

โดยทาง SCG EXPERIENCE ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้มีความเชี่ยวชาญในด้านบ้านพักอาศัยจาก SCG HEIM คือ คุณชาญวิทย์ นาถเสวี หรือคุณก๊อก มาไขความหมายของบ้านอัจฉริยะในแบบต่างๆ รวมถึงได้อธิบายการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาควบคุมอุปกรณ์ภายในของบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้อยู่อาศัย รวมถึงเทคโนโลยีการก่อสร้างสมัยใหม่ เป็นต้นค่ะ

ทั้งนี้สำหรับภายในงานยังมีคำถามที่น่าสนใจของผู้ร่วมลงทะเบียนได้ถามไว้ค่ะ ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่ง ที่จะเผยแผ่ แบ่งปัน แก่บุคคลอื่นๆ ต่อไป ทางทีม Dream Driver จึงได้หาข้อมูลเพิ่มเติมและขอตอบคำถามผู้ร่วมลงทะเบียนดังนี้ค่ะ
 
1. บ้านยุคใหม่อยู่สบายจริงเหรอ?
บ้านยุคใหม่จะอยู่สบายได้ค่ะ หากมีการวางแผน และออกแบบอย่างเหมาะสม ทั้งในด้านลักษณะรูปทรง ,รูปร่างของอาคาร , ลักษณะของหลังคา ,ตำแหน่งการวางตัวอาคาร ,ตำแหน่ง หรือขนาดของช่องเปิด และช่องแสง รวมถึงการคำนึงถึงปัจจัยต่างๆของที่ตั้ง และสภาพแวดล้อม โดยการออกแบบที่ดีนั้น ต้องนำเอาข้อดีจากสภาพแวดล้อมนั้นๆ มาใช้ประโยชน์ด้วยค่ะ  ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของภูมิประเทศ ,สภาพอากาศ ,ทิศทางของ ลม แสงแดด แหล่งน้ำ และพืชพรรณต่างๆ ทั้งนี้ยังรวมถึง การเลือกใช้วิธีการก่อสร้าง และวัสดุที่เหมาะสม เช่น เลือกวัสดุที่ป้องกัน หรือ สะท้อนความร้อน ,วัสดุที่ดูดซับความร้อน และความชื้นต่ำ เป็นต้นค่ะ
 
2. ขอคำแนะนำเกี่ยวกับการปลูกบ้านประหยัดพลังงาน และประหยัดงบประมาณในการก่อสร้าง
 “บ้านประหยัดพลังงาน” (ซึ่งโดยส่วนใหญ่น่าจะหมายถึงพลังงานไฟฟ้า) หมายถึงบ้านที่มีอัตราการบริโภคพลังงานไฟฟ้าต่ำ ซึ่งพลังงานไฟฟ้าเกี่ยวข้องกับเรื่อง ระบบแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ ระบบทำความร้อน/เย็น รวมถึงเครื่องอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ดังนั้นการสร้างบ้านที่จะประหยัดพลังงานได้สูงนั้น  “ต้อง”
- เป็นบ้านที่ออกแบบเพื่อใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมให้มาก เช่น ใช้แสงธรรมชาติ ในการให้ความสว่างภายในบ้าน ใช้ลม ทิศทางการวางอาคาร และการเจาะช่องเปิด เพื่อให้เกิดความเย็น และการระบายอากาศ โดยไม่ต้องใช้ระบบปรับอากาศด้วยไฟฟ้าค่ะ
- ออกแบบระบบต่างๆ ให้สามารถหมุนเวียนพลังงานกลับมาใช้ได้ใหม่ เช่น การใช้ความร้อนในระบบปรับอากาศ นำมาหมุนเวียน เพื่อต้มเป็นน้ำร้อนได้ค่ะ
- การเลือกวัสดุ และการวางตำแหน่งในการใช้วัสดุที่เหมาะสมในการปกป้องสภาวะน่าสบายภายในบ้านเพื่อลดการใช้พลังงานจากไฟฟ้าเพื่อปรับอากาศ เช่น ใช้วัสดุที่เป็นฉนวนป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวอาคารจากผนัง ฝ้า หลังคา การก่อผนัง 2 ชั้น หรือใช้กระจกแบบกันความร้อนค่ะ

การหานวัตกรรมใหม่ๆเพื่อสร้างพลังงานทดแทน เช่น พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ หรือ จากลม หรือพลังงานความร้อนจากก๊าซชีวภาพ เป็นต้นค่ะ

“ประหยัดงบประมาณ”  สิ่งที่จะสามารถช่วยให้ประหยัดงบประมาณในการก่อสร้างได้ก็คือ
- ระยะเวลาในการก่อสร้าง การใช้เวลาก่อสร้างน้อย จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผน เตรียมการ มีตารางการทำงานที่ชัดเจน คาดคะเนถึงปัญหาอุปสรรคในการก่อสร้าง รวมถึงวิธีแก้มาเป็นอย่างดีค่ะ
- การเลือกใช้วัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ คือเหลือเศษชิ้นส่วนที่ตัดออกน้อยที่สุด หรือใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุที่เหลือ ให้ได้มากที่สุดค่ะ โดยต้องมีการคำนวณจำนวนของวัสดุมาเป็นอย่างดี ซึ่งหมายถึงต้องเอาใจใส่ในขั้นตอนของการออกแบบมากเป็นพิเศษ เช่นการออกแบบแบบ Modular หรือระบบพิกัด(Grid) ค่ะ
การเลือกใช้โครงสร้าง วัสดุอุปกณ์ในการก่อสร้างที่มีราคาเหมาะสมกับลักษณะของบ้าน และงบประมาณในการก่อสร้างค่ะ
 
3. ใช้ระบบการควบคุมความชื้นแบบไหนได้บ้าง
- ใช้วิธีการทางธรรมชาติ โดยการจำกัด และลดการสะสมตัวของความชื้นภายในอาคาร เช่น การใช้ลม โดยการสร้างช่องเปิดที่มากพอ ทั้งรวมถึงขนาด ตำแหน่ง และทิศทางของช่องเปิดที่เหมาะสมค่ะ กระแสลมจะช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของอากาศ และพัดพาความชื้นออกจากตัวอาคาร หรือการใช้ความร้อนจากแสงแดดเพื่อช่วยให้น้ำระเหยไปได้อย่างรวดเร็วค่ะ
- ใช้วิธีการกำจัด และควบคุมความชื้น (ในอากาศ) โดยอุปกรณ์ไฟฟ้า ในกรณีนี้หมายถึงเครื่องฟอกอากาศ และเครื่องปรับอากาศ ซึ่งขนาดเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสม (BTU) ก็สามารถคำนวณคร่าวๆได้จาก ปริมาตรของห้อง, จำนวนคนที่ใช้, ระยะเวลาในการใช้งานค่ะ
 

BTU ห้องปกติ ห้องโดนแดด
9,000 12-15 ตร.ม. 11-14 ตร.ม.
12,000 16-20 ตร.ม. 14-18 ตร.ม.
18,000 24-30 ตร.ม.  21-27 ตร.ม.
21,000 28-35 ตร.ม. 25-32 ตร.ม.
24,000 32-40 ตร.ม. 28-36 ตร.ม.
25,000 35-44 ตร.ม. 30-39 ตร.ม.
30,000 40-50 ตร.ม. 35-45 ตร.ม.
35,000 48-60 ตร.ม. 42-54 ตร.ม.
48,000 64-80 ตร.ม. 56-72 ตร.ม.
80,000 80-100 ตร.ม. 70-90 ตร.ม.
ตารางแสดงถึงขนาดของเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสม (BTU) กับ พื้นที่ภายในห้องปกติ และห้องโดดแดด
 
4. การป้องกันความชื้นจากภายนอกเข้าสู่ตัวอาคาร ทำได้อย่างไรบ้าง
- ใช้วัสดุก่อสร้างที่สามารถป้องกันความชื้น เช่น การทำระบบกันซึม หรือกันความชื้นได้ดีทั้งจากใต้พื้น ,จากหลังคา ,จากผนัง หรือเลือกใช้วัสดุที่ทนความชื้นได้ดีค่ะ
- ใช้วัสดุก่อสร้างที่เหมาะกับตามรอยต่อต่างๆ เช่น ระหว่างผนัง  หรือระหว่างหลังคา เพื่อไม่ให้ความชื้นสามารถเข้าสู่ตัวอาคารได้
การใช้ลักษณะ และองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมในการป้องกันความชื้นเข้าสู่ตัวอาคาร เช่น การออกแบบโดยการยื่นชายคาให้ยาว ,การใช้กันสาดในการป้องกันน้ำฝน ,การใช้หลังคาลาดชันเพื่อการระบายน้ำหลังคาอย่างรวดเร็วค่ะ
 
5. นวัตกรรมในการประหยัดพลังงาน และอำนวยความสะดวกแก่ผู้อยู่อาศัยทั้งเด็กและผู้สูงอายุ
นวัตกรรมหมายถึง การทำสิ่งต่างๆด้วยความคิด และวิธีใหม่ๆ  จึงน่าจะเกี่ยวข้องกับ วัสดุ ,อุปกรณ์ ,เทคนิควิธีการก่อสร้าง และการออกแบบที่ช่วยสร้างให้สภาวะต่างๆ ในบ้านเอื้อต่อการอยู่อาศัยได้อย่างสบายขึ้นค่ะ เช่น การฉนวนกันความร้อนแบบต่างๆ ติดตั้งที่ผนังอาคาร หรือบนฝ้าเพดาน  ,การใช้แผ่นสะท้อนความร้อนติดตั้งที่หลังคา ทั้งนี้รวมไปถึงนวัตกรรมที่สร้างพลังงานทดแทน เช่น พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ หรือ ลม เป็นต้นค่ะ

ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้อยู่อาศัยทั้งเด็กและผู้สูงอายุนั้น เริ่มตั้งแต่กระบวนการออกแบบที่คำนึงถึงสัดส่วนของร่างกาย และลักษณะในการใช้งานของเด็ก และคนชรานะคะ เช่น ตำแหน่งการติดมือจับ ,ขนาดและลักษณะการเปิดของประตู หน้าต่าง โดยร่วมกับการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม และปลอดภัย เช่น เลือกกระเบื้องที่ไม่ลื่น, สีของกระเบื้อง และผนังที่สว่าง รวมถึงมีการติดตั้งอุปกรณ์ช่วยพยุงตัวในตำแหน่งต่างๆ ของบ้าน เช่น ในห้องน้ำเพื่อช่วยป้องกันในเรื่องของอุบัติเหตุได้ค่ะ
 
6. ควรจะสร้างบ้านอย่างไรในอนาคตดี
หากประเมินจากแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศของโลกปัจจุบัน บวกกับอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร รวมถึงอัตราการบริโภคทรัพยากรด้านต่างๆของมนุษย์ ซึ่งทำให้ทรัพยากรลดลงอย่างรวดเร็ว สิ่งที่น่าจะต้องคำนึงถึงในการสร้างบ้าน เช่น
- ความคงทนแข็งแรงของโครงสร้าง สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลง หรือ ความรุนแรงของสภาพอากาศ และสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดีค่ะ
- ออกแบบให้มีความเป็นมิตร กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม ปลดปล่อยของเสียออกสู่สภาพแวดล้อมน้อยค่ะ
- ใช้การก่อสร้างที่ถูกต้องแม่นยำผ่านการออกแบบ และวางแผนมาอย่างถ้วนถี่ เพื่อประหยัดทั้งเวลา พลังงาน และวัสดุค่ะ
- ใช้วัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างที่ผลิตขึ้นโดยใช้พลังงานต่ำ ทั้งในแง่การผลิต และการขนส่ง
- ใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูง และเหมาะสมกับหน้าที่ใช้สอยค่ะ
- นอกจากนี้ยังควรเป็นบ้านที่ใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมอย่างเต็มที่ เช่น แสงสว่าง ลม น้ำ ภูมิทัศน์ และต้นไม้ค่ะ
- สามารถหมุนเวียนพลังงานกลับมาใช้ หรือสามารถสร้างพลังงานได้ด้วยตัวเองค่ะ



 

รูปภาพแสดงถึงการการเจาะช่องเปิด เพื่อให้การระบายอากาศที่บริเวณใต้หลังคาอาคาร

รูปภาพแสดงถึงการฉนวนกันความร้อน ติดตั้งบนฝ้าเพดานหรือบนแปหลังคา และ  การใช้แผ่นสะท้อนความร้อนติดตั้งที่หลังคา

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ