View : 554

       หลายคนทราบกันดีว่า ญี่ปุ่นเป็นชนชาติที่มีความแข็งแกร่งด้านวัฒนธรรม ทั้งภาษา ขนบธรรมเนียม ประวัติศาสตร์ รวมถึงศิลปะและการออกแบบแขนงต่างๆ ที่ผสานความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างสวยงามลงตัวมีเอกลักษณ์ นอกจากนี้ ในด้านสถาปัตยกรรมยังมีการ “รีโนเวทอาคารเก่า” หรือการนำอาคารเก่ามาอนุรักษ์และประยุกต์ใช้งานได้อย่างน่าสนใจ นับเป็นอีกประสบการณ์จากการท่องชมสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นที่อยากนำมาเล่าสู่กันฟัง (นอกเหนือจากเรื่องการป้องกันแผ่นดินไหวในอาคารสูงที่ได้กล่าวถึงในตอนที่แล้ว)
 
Yokohama Red Brick Warehouse
       ณ ริมอ่าวทะเลของเมืองท่าโยโกฮาม่า เป็นที่ตั้งของอาคารโบราณ 2 หลัง สร้างด้วยอิฐสีแดง เป็นที่รู้จักกันในนามของ  “Yokohama Red Brick Warehouse”  มีรูปลักษณ์สไตล์ยุโรปผสมผสานกับสไตล์ญี่ปุ่น ตัวอาคารดั้งเดิมสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเมจิ (ค.ศ. 1911-1913) เพื่อใช้เป็นด่านศุลกากรและโกดังเก็บสินค้าในยุคสมัยที่ญี่ปุ่นเปิดประเทศค้าขายกับต่างชาติ  ต่อมา เหตุการณ์แผ่นดินไหวคันโตในปี ค.ศ. 1923 ได้สร้างความเสียหายแก่อาคารอิฐสีแดงทั้ง 2 โดยเฉพาะอาคาร 1 ที่ต้องบูรณะกันยกใหญ่ในภายหลัง (สังเกตให้ดีจะเห็นว่าขนาดและสีของผนังอาคารทั้ง 2 มีความแตกต่างกันเล็กน้อย)

       ปัจจุบัน Yokohama Red Brick Warehouse ทั้ง 2 อาคาร ได้มีการปรับปรุงเชิงอนุรักษ์อย่างดี จนได้รับรางวัล UNESCO Asia-Pacific Heritage Award of Distinction in 2010  เริ่มเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002  โดยอาคาร 1 ใช้เป็นสถานจัดแสดงงานศิลปะและเทศกาลภาพยนตร์ดนตรี ส่วนอาคาร 2 จะเป็นร้านค้าและร้านอาหารจำนวน 3 ชั้น นอกจากนี้ พื้นที่ระหว่างอาคารทั้ง 2 เป็นลานจัดกิจกรรมและอีเวนท์ประจำฤดูอีกด้วย

ภายใน Yokohama Red Brick Warehouse อาคาร 2

บริเวณระเบียงของ Yokohama Red Brick Warehouse อาคาร 2

 ทั้งนี้ส่วนของ facade ดังกล่าวเป็นผนังกระจก Curtain Wall เรียงเป็นรูปลอนคลื่นโค้งขนาดใหญ่ โดยด้านนอกจะกรุโครงเหล็กพร้อมเกล็ดแผงโปร่งแสงแนวนอนซึ่งช่วยกรองแสงอาทิตย์ได้ด้วย  และจากภายในอาคารยังสามารถเห็นพื้นที่สีเขียวของ Public Space ด้านนอกได้อย่างชัดเจน โดยมองผ่านทะลุ facade ส่วนที่เป็นกระจกใส

       เมื่อ facade กระจกชุดใหม่ถูกสร้างขึ้น ผนังภายนอกเดิมจึงกลายมาเป็นผนังห้องจัดแสดงภายในอาคารไปโดยปริยาย และมีการตกแต่งพื้นผิวด้านนอกด้วยเส้นสายแนวตั้งของไม้ ถ่ายทอดความรู้สึกอบอุ่นสไตล์สถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ จุดเด่นที่น่าสนใจอีกอย่างของอาคาร คือ องค์ประกอบทรงกรวย 3 จุด อันได้แก่ กรวยกระจกโครงเหล็กทรงคว่ำที่เป็นทางเข้าหน้าอาคาร ส่วนอีก 2 จุดจะเป็นกรวยคอนกรีตทรงหงายโดยใช้พื้นที่ด้านบนสุดเป็น Café & Restaurant สำหรับนั่งทานอาหาร ดื่มกาแฟ หรือแม้กระทั่งนั่งรับไออุ่นของแสงแดดในยามบ่ายของฤดูหนาว

       นอกจากตัวอย่างการรีโนเวทอาคารเก่าที่ได้เล่าไปแล้ว ยังมีพื้นที่บางแห่งที่ได้ปรับประยุกต์ใช้งานโดยคงไว้ซึ่งลักษณะและเรื่องราวในอดีตของสถานที่ ยกตัวอย่างเช่น บริเวณฐานด้านนอกของตึก Yokohama Landmark Tower ซึ่งในอดีตสมัยเมจิเคยใช้งานเป็นอู่ต่อเรือ และถูกปิดไปในสมัยโชวะเนื่องจากมีขนาดไม่เพียงพอรองรับความใหญ่โตของเรือรุ่นใหม่ๆ ปัจจุบัน พื้นที่ส่วนหนึ่งของอู่ต่อเรือที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นแห่งนี้ ได้รับการปรับปรุงประยุกต์ใช้เป็น Public Space ในนามของ “Dockyard Garden” ใช้จัดแสดงคอนเสิร์ตและงานอีเวนท์ต่างๆ ทั้งยังมีการจัดแสงไฟที่ช่วยขับบรรยากาศให้ดูสวยงามในยามค่ำคืนอีกด้วย นับเป็นอีกพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก

       ถึงตอนนี้ท่านผู้อ่านคงได้เห็นตัวอย่างไอเดียการรีโนเวท อาคารเก่าของญี่ปุ่น ซึ่งนอกจากจะเป็นการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรม อันทรงคุณค่าของประเทศชาติแล้ว ยังช่วยลดการใช้ทรัพยากรได้มากเมื่อเทียบกับการทุบทำลายอาคารเพื่อสร้างใหม่ ทั้งนี้ ในตอนหน้าจะขอนำตัวอย่างการถ่ายทอดแนวคิดสู่รูปทรงสถาปัตยกรรมมาเล่าให้ฟัง นับเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจสำหรับการท่องญี่ปุ่นครั้งนี้
 

ท่องญี่ปุ่นกรุ่นกลิ่นสถาปัตย์ 
ตอน 2 : รีโนเวทอาคารเก่า เล่าอดีตผ่านสถาปัตยกรรม

เมื่อพูดถึงสถาปัตยกรรมในญี่ปุ่น เรามักจะนึกถึงอาคารสวยงามรูปแบบทันสมัย แต่ในขณะเดียวกัน สถาปัตยกรรมบางแห่งที่เห็นในทุกวันนี้ กลับถ่ายทอดความงามและเรื่องราวในอดีตของท้องถิ่น ผ่านการรีโนเวทอาคารเก่าที่ได้มีการอนุรักษ์และประยุกต์เข้ากับการใช้งานในปัจจุบัน

Yokohama Red Brick Warehouse (มุมมองจากจุดชมวิวของ Yokohama Landmark Tower)

มุมต่างๆ ของ Yokohama Red Brick Warehouse
 

       ทั้งนี้ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บรรดาอาคารที่สร้างใหม่ใกล้เคียงล้วนอยู่ภายใต้ข้อแม้ว่าจะต้องไม่บดบังมุมมอง Yokohama Red Brick Warehouse ตัวอย่างเช่น ตึก Navios Yokohama Hotel ยังมีการเจาะช่องบริเวณด้านล่างเพื่อให้สามารถมองทะลุไปยังอาคารอิฐทั้ง 2 ได้ 

Tokyo National Art Center
       เป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นซึ่งตั้งอยู่ในย่านรปปงหงิ ในอดีต ตัวอาคารเคยถูกใช้งานด้านการทหารมาก่อน ปัจจุบันมีการปรับปรุงให้ดูทันสมัยสวยงามด้วยการทำ Facade (เปลือกนอกอาคาร) ใหม่ซ้อนทับด้านหน้าตึก โดยเว้นระยะห่างจากผนังภายนอกเดิม เกิดเป็นพื้นที่ Double Space สำหรับใช้งานเป็น Lobby ด้านล่างได้ นับเป็นการสอดแทรกวัฒนธรรมยุคใหม่สู่ย่าน commercial อย่างรปปงหงิ ผ่านไอเดียการก่อสร้างและการออกแบบสถาปัตยกรรม
 

ซ้าย - พื้นที่ลานกิจกรรม ระหว่างอาคารทั้ง 2
ขวา - ลานเสกตน้ำแข็งบริเวณด้านหน้าอาคาร

บริเวณ Façade ด้านล่าง มีการต่อเติมกล่องกระจกเป็นที่นั่งสำหรับร้านอาหาร และซุ้มประตูทางเข้าออก

ซ้าย - การเจาะช่องด้านล่างของตึก Navios Yokohama Hotel เพื่อให้มองทะลุไปยัง Yokohama Red Brick Warehouse ได้
ขวา - Yokohama Red Brick Warehouse เมื่อมองจากถนน
ขอบคุณภาพ :  www.city.yokohama.lg.jp

มุมมองภายนอกของ Tokyo National Art Center

ซ้าย - ภาพมุมสูงแสดงให้เห็นส่วนของอาคารเดิม กับFacade ส่วนต่อเติมใหม่
ขวา - รายละเอียดFaçade ด้านนอก 
ขอบคุณภาพ : www.arcspace.com

พื้นที่ Double Space ระหว่าง Facadeใหม่และเก่า

ซ้ายบน - เส้นสายแนวตั้งของไม้ที่ตกแต่งผนัง Facade เก่า
ซ้ายล่าง - ร้านอาหาร ณ พื้นที่ด้านบนของกรวยคอนกรีต
ขวา - ซุ้มทางเข้าหน้าอาคารเป็นกรวยกระจกทรงคว่ำ

ท่องญี่ปุ่นกรุ่นกลิ่นสถาปัตย์ 
ตอน 2 : รีโนเวทอาคารเก่า เล่าอดีตผ่านสถาปัตยกรรม

เมื่อพูดถึงสถาปัตยกรรมในญี่ปุ่น เรามักจะนึกถึงอาคารสวยงามรูปแบบทันสมัย แต่ในขณะเดียวกัน สถาปัตยกรรมบางแห่งที่เห็นในทุกวันนี้ กลับถ่ายทอดความงามและเรื่องราวในอดีตของท้องถิ่น ผ่านการรีโนเวทอาคารเก่าที่ได้มีการอนุรักษ์และประยุกต์เข้ากับการใช้งานในปัจจุบัน

Yokohama Red Brick Warehouse (มุมมองจากจุดชมวิวของ Yokohama Landmark Tower)

มุมต่างๆ ของ Yokohama Red Brick Warehouse
 

       หลายคนทราบกันดีว่า ญี่ปุ่นเป็นชนชาติที่มีความแข็งแกร่งด้านวัฒนธรรม ทั้งภาษา ขนบธรรมเนียม ประวัติศาสตร์ รวมถึงศิลปะและการออกแบบแขนงต่างๆ ที่ผสานความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างสวยงามลงตัวมีเอกลักษณ์ นอกจากนี้ ในด้านสถาปัตยกรรมยังมีการ “รีโนเวทอาคารเก่า” หรือการนำอาคารเก่ามาอนุรักษ์และประยุกต์ใช้งานได้อย่างน่าสนใจ นับเป็นอีกประสบการณ์จากการท่องชมสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นที่อยากนำมาเล่าสู่กันฟัง (นอกเหนือจากเรื่องการป้องกันแผ่นดินไหวในอาคารสูงที่ได้กล่าวถึงในตอนที่แล้ว)
 
Yokohama Red Brick Warehouse
       ณ ริมอ่าวทะเลของเมืองท่าโยโกฮาม่า เป็นที่ตั้งของอาคารโบราณ 2 หลัง สร้างด้วยอิฐสีแดง เป็นที่รู้จักกันในนามของ  “Yokohama Red Brick Warehouse”  มีรูปลักษณ์สไตล์ยุโรปผสมผสานกับสไตล์ญี่ปุ่น ตัวอาคารดั้งเดิมสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเมจิ (ค.ศ. 1911-1913) เพื่อใช้เป็นด่านศุลกากรและโกดังเก็บสินค้าในยุคสมัยที่ญี่ปุ่นเปิดประเทศค้าขายกับต่างชาติ  ต่อมา เหตุการณ์แผ่นดินไหวคันโตในปี ค.ศ. 1923 ได้สร้างความเสียหายแก่อาคารอิฐสีแดงทั้ง 2 โดยเฉพาะอาคาร 1 ที่ต้องบูรณะกันยกใหญ่ในภายหลัง (สังเกตให้ดีจะเห็นว่าขนาดและสีของผนังอาคารทั้ง 2 มีความแตกต่างกันเล็กน้อย)

       ปัจจุบัน Yokohama Red Brick Warehouse ทั้ง 2 อาคาร ได้มีการปรับปรุงเชิงอนุรักษ์อย่างดี จนได้รับรางวัล UNESCO Asia-Pacific Heritage Award of Distinction in 2010  เริ่มเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002  โดยอาคาร 1 ใช้เป็นสถานจัดแสดงงานศิลปะและเทศกาลภาพยนตร์ดนตรี ส่วนอาคาร 2 จะเป็นร้านค้าและร้านอาหารจำนวน 3 ชั้น นอกจากนี้ พื้นที่ระหว่างอาคารทั้ง 2 เป็นลานจัดกิจกรรมและอีเวนท์ประจำฤดูอีกด้วย

ภายใน Yokohama Red Brick Warehouse อาคาร 2

บริเวณระเบียงของ Yokohama Red Brick Warehouse อาคาร 2

       ทั้งนี้ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บรรดาอาคารที่สร้างใหม่ใกล้เคียงล้วนอยู่ภายใต้ข้อแม้ว่าจะต้องไม่บดบังมุมมอง Yokohama Red Brick Warehouse ตัวอย่างเช่น ตึก Navios Yokohama Hotel ยังมีการเจาะช่องบริเวณด้านล่างเพื่อให้สามารถมองทะลุไปยังอาคารอิฐทั้ง 2 ได้ 

Tokyo National Art Center
       เป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นซึ่งตั้งอยู่ในย่านรปปงหงิ ในอดีต ตัวอาคารเคยถูกใช้งานด้านการทหารมาก่อน ปัจจุบันมีการปรับปรุงให้ดูทันสมัยสวยงามด้วยการทำ Facade (เปลือกนอกอาคาร) ใหม่ซ้อนทับด้านหน้าตึก โดยเว้นระยะห่างจากผนังภายนอกเดิม เกิดเป็นพื้นที่ Double Space สำหรับใช้งานเป็น Lobby ด้านล่างได้ นับเป็นการสอดแทรกวัฒนธรรมยุคใหม่สู่ย่าน commercial อย่างรปปงหงิ ผ่านไอเดียการก่อสร้างและการออกแบบสถาปัตยกรรม
 

ซ้าย - พื้นที่ลานกิจกรรม ระหว่างอาคารทั้ง 2
ขวา - ลานเสกตน้ำแข็งบริเวณด้านหน้าอาคาร

บริเวณ Façade ด้านล่าง มีการต่อเติมกล่องกระจกเป็นที่นั่งสำหรับร้านอาหาร และซุ้มประตูทางเข้าออก

 ทั้งนี้ส่วนของ facade ดังกล่าวเป็นผนังกระจก Curtain Wall เรียงเป็นรูปลอนคลื่นโค้งขนาดใหญ่ โดยด้านนอกจะกรุโครงเหล็กพร้อมเกล็ดแผงโปร่งแสงแนวนอนซึ่งช่วยกรองแสงอาทิตย์ได้ด้วย  และจากภายในอาคารยังสามารถเห็นพื้นที่สีเขียวของ Public Space ด้านนอกได้อย่างชัดเจน โดยมองผ่านทะลุ facade ส่วนที่เป็นกระจกใส

       เมื่อ facade กระจกชุดใหม่ถูกสร้างขึ้น ผนังภายนอกเดิมจึงกลายมาเป็นผนังห้องจัดแสดงภายในอาคารไปโดยปริยาย และมีการตกแต่งพื้นผิวด้านนอกด้วยเส้นสายแนวตั้งของไม้ ถ่ายทอดความรู้สึกอบอุ่นสไตล์สถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ จุดเด่นที่น่าสนใจอีกอย่างของอาคาร คือ องค์ประกอบทรงกรวย 3 จุด อันได้แก่ กรวยกระจกโครงเหล็กทรงคว่ำที่เป็นทางเข้าหน้าอาคาร ส่วนอีก 2 จุดจะเป็นกรวยคอนกรีตทรงหงายโดยใช้พื้นที่ด้านบนสุดเป็น Café & Restaurant สำหรับนั่งทานอาหาร ดื่มกาแฟ หรือแม้กระทั่งนั่งรับไออุ่นของแสงแดดในยามบ่ายของฤดูหนาว

       นอกจากตัวอย่างการรีโนเวทอาคารเก่าที่ได้เล่าไปแล้ว ยังมีพื้นที่บางแห่งที่ได้ปรับประยุกต์ใช้งานโดยคงไว้ซึ่งลักษณะและเรื่องราวในอดีตของสถานที่ ยกตัวอย่างเช่น บริเวณฐานด้านนอกของตึก Yokohama Landmark Tower ซึ่งในอดีตสมัยเมจิเคยใช้งานเป็นอู่ต่อเรือ และถูกปิดไปในสมัยโชวะเนื่องจากมีขนาดไม่เพียงพอรองรับความใหญ่โตของเรือรุ่นใหม่ๆ ปัจจุบัน พื้นที่ส่วนหนึ่งของอู่ต่อเรือที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นแห่งนี้ ได้รับการปรับปรุงประยุกต์ใช้เป็น Public Space ในนามของ “Dockyard Garden” ใช้จัดแสดงคอนเสิร์ตและงานอีเวนท์ต่างๆ ทั้งยังมีการจัดแสงไฟที่ช่วยขับบรรยากาศให้ดูสวยงามในยามค่ำคืนอีกด้วย นับเป็นอีกพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก

       ถึงตอนนี้ท่านผู้อ่านคงได้เห็นตัวอย่างไอเดียการรีโนเวท อาคารเก่าของญี่ปุ่น ซึ่งนอกจากจะเป็นการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรม อันทรงคุณค่าของประเทศชาติแล้ว ยังช่วยลดการใช้ทรัพยากรได้มากเมื่อเทียบกับการทุบทำลายอาคารเพื่อสร้างใหม่ ทั้งนี้ ในตอนหน้าจะขอนำตัวอย่างการถ่ายทอดแนวคิดสู่รูปทรงสถาปัตยกรรมมาเล่าให้ฟัง นับเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจสำหรับการท่องญี่ปุ่นครั้งนี้
 

ซ้าย - การเจาะช่องด้านล่างของตึก Navios Yokohama Hotel เพื่อให้มองทะลุไปยัง Yokohama Red Brick Warehouse ได้
ขวา - Yokohama Red Brick Warehouse เมื่อมองจากถนน
ขอบคุณภาพ :  www.city.yokohama.lg.jp

มุมมองภายนอกของ Tokyo National Art Center

ซ้าย - ภาพมุมสูงแสดงให้เห็นส่วนของอาคารเดิม กับFacade ส่วนต่อเติมใหม่
ขวา - รายละเอียดFaçade ด้านนอก 
ขอบคุณภาพ : www.arcspace.com

พื้นที่ Double Space ระหว่าง Facadeใหม่และเก่า

ซ้ายบน - เส้นสายแนวตั้งของไม้ที่ตกแต่งผนัง Facade เก่า
ซ้ายล่าง - ร้านอาหาร ณ พื้นที่ด้านบนของกรวยคอนกรีต
ขวา - ซุ้มทางเข้าหน้าอาคารเป็นกรวยกระจกทรงคว่ำ

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ