View : 1491

Osanbashi Yokohama International Passenger Terminal
       อดีตท่าเรือในหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ที่กลายมาเป็นท่าเรือนานาชาติของเมืองโยโกฮาม่า และยังเป็นพื้นที่สาธารณะพร้อมด้วยจุดชมวิวที่มีการคำนึงเรื่องมุมมองอย่างลงตัว ทั้งนี้ รูปแบบการดีไซน์ในปัจจุบันมาจากการแข่งขันประกวดแบบจากสถาปนิกประเทศต่างๆ โดยผู้ชนะคือทีมออกแบบจากสหราชอาณาจักร

       ลักษณะที่โดดเด่นของท่าเรือนี้ คือ เมื่อมองจากภายนอกแล้วดูคล้ายกับเป็นส่วนต่อเติมของภูมิทัศน์มากกว่าที่จะเป็นอาคาร ด้วยรูปฟอร์มที่เน้นเส้นสายโค้งของทางลาดระดับต่างๆ หากเดินมาจากถนนจะมีทางลาดนำขึ้นไปสู่ Roof Top ซึ่งเป็น Public Space กลางแจ้ง นอกจากนี้ยังมีทางลาดยังเชื่อมไปสู่  Space ภายในแทนการใช้บันได ทำให้พื้นที่แต่ละส่วนเชื่อมต่อในลักษณะลื่นไหลถึงกันได้เป็นอย่างดี

       ทั้งนี้ ภายใต้ Roof Top จะเป็นพื้นที่ใช้งาน Indoor จำนวน 2 ชั้น ชั้นล่างสุดจะเป็น Terminal และที่จอดรถ ส่วนชั้นบนเป็นท่าจอดเทียบเรือ และมีส่วนของ Hall อเนกประสงค์ ที่ใช้จัดงานอีเวนต์เป็นครั้งคราวได้

Asakusa Culture Tourist Information Center (รางวัล Good Design Award  2012) 
       เป็นศูนย์ข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว ณ หัวมุมถนนตรงข้ามวัดอาซาคุสะ ตัวอาคารมี 8 ชั้น ภายใต้ไอเดียการออกแบบสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเหมือนนำบ้านมาวางซ้อนในแนวตั้ง ทำให้ Space ภายในแต่ละชั้นมีระดับความสูงจากพื้นถึงเพดานแตกต่างกัน  ซึ่งสอดคล้องกับการใช้งานของแต่ละพื้นที่  อย่างเช่น ความลาดของหลังคาชั้น 5 จะกลายเป็นพื้นลาดของห้อง Home Theatre  ชั้น 6 เป็นต้น และช่องว่างระหว่างหลังคากับพื้นชั้นบนบางตำแหน่งก็ยังสามารถใช้เป็นที่เก็บของได้ด้วย นับเป็นการใช้พื้นที่ที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง 

       พื้นที่ใช้งานภายอาคารชั้นล่างสุดเป็นเคาน์เตอร์สำหรับสอบถามข้อมูล ส่วนชั้นบนจะเป็นพื้นที่ใช้งานอื่นๆ ทั้งสำนักงาน พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ ห้องประชุม เป็นต้น นอกจากนี้ พื้นอาคารบางชั้นจะเชื่อมต่อกับ Terrace ภายนอกในตำแหน่งที่ต่างกันด้วย สำหรับตัวอาคารภายนอกนั้นเป็นกระจกสลับกับระแนงไม้แนวตั้ง  ทำให้พื้นที่ภายในอาคารดูสว่างและปลอดโปร่งจากแสงธรรมชาติ โดยความถี่ของระแนงแต่ละจุดจะแตกต่างกันไปตามสภาพแสงที่เหมาะสมกับการใช้งานด้านใน

ทางเข้าหน้า Terminal ชั้นล่าง 

ภายใน Terminal เมื่อมองขึ้นเพดานจะเห็น คานแบบ Girder (เช่นเดียวกับ Hall ชั้นบน) พยุงข้างด้วย Plate ทรงปิระมิดสามเหลี่ยมพับ ทำให้รองรับโครงสร้างได้โดยปราศจากเสา

Mode Gakuen Cocoon Tower   (“Skyscraper of the Year 2008”  จาก Emporis Skyscraper Award)
       อาคารสถานศึกษารูปทรงทันสมัยแปลกตาตั้งตระหง่านโดดเด่นกว่าตึกอื่นๆ ในย่านชินจูกุฝั่งตะวันตก รูปทรงและfacade ของตึกถูกถักทอด้วยโลหะกับกระจกภายใต้แนวคิด “รังไหม” (Cocoon) ที่กำลังฟักตัวอ่อนก่อนจะกลายเป็นผีเสื้อโบยบินสู่โลกกว้าง เปรียบกับนักศึกษาผู้กำลังเรียนรู้พัฒนาตนเองเพื่อก้าวสู่โลกภายนอกวันข้างหน้า นอกจากนี้ รูปทรงของอาคารที่บีบแคบช่วงบนและล่างยังช่วยเพิ่มพื้นที่ของ Landscape รอบอาคาร และเพิ่มมุมมองท้องฟ้าให้กว้างขึ้น ภายในย่านพื้นที่อันจำกัด

       ภายในอาคารทรงรังไหมใช้เป็นสถานศึกษา 3 สถาบัน ใน 3 สาขาวิชา ได้แก่  Fashion, IT and Digital Contents และ Medical Treatments and Care  โดยจะมีอาคาร Low-Rise รูปไข่ทรงกลมอยู่ด้านข้าง ซึ่งมีพื้นที่ใช้งานภายในเป็น Auditorium และ Public Hall

       ส่วนอาคารทรงรังไหมนั้น นอกเหนือจากห้องเรียนแล้วยังประกอบด้วยพื้นที่ใช้งานอื่นๆ ที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์ ที่โดดเด่นที่สุด คือ Student Lounge  เพดานสูงโปร่งโล่ง คั่นอยู่ระหว่างห้องเรียน ทั้งนี้ ในตัวอาคารยังมีการผลิตพลังงานด้วยระบบ Co-Generation  (คือการผลิตไฟฟ้าโดยใช้พลังงานนอกรูปแบบ เช่น กาก หรือเศษวัสดุเหลือใช้และการผลิตไฟฟ้าด้วยไอน้ำร่วมกัน) ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ด้วย

       นอกจากสถาปัตยกรรมที่ได้รับรางวัลต่างๆ แล้ว ในประเทศญี่ปุ่นยังมีอาคารที่น่าสนใจอีกมากมาย ยกตัวอย่างจากที่ได้เยี่ยมชมในทริปนี้ ก็อย่างเช่น “ร้านหนังสือ Daikanyama T-Site” ที่นำรูปตัว T ขนาดเล็กมาต่อกันเป็น Facade ด้านนอก หรือ  “พิพิธภัณฑ์ 21_21 DESIGN SIGHT” ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง Tadao  Ando ซึ่งได้นำเอาจุดเด่นในงานออกแบบแฟชั่นของ Miyake มาใช้เป็นแรงบันดาลใจ เป็นต้น นับเป็นอีกตัวอย่างสถาปัตยกรรมที่ผู้ไปเยือนประเทศญี่ปุ่นไม่ควรพลาด
 

ท่องญี่ปุ่นกรุ่นกลิ่นสถาปัตย์ ตอน 3 : สัมผัสไอเดียแห่งสถาปัตยกรรม

จากตอนที่ผ่านมา ได้นำประสบการณ์จากการท่องญี่ปุ่นมาเล่า ทั้งในเรื่องเทคโนโลยีการก่อสร้างป้องกันภัยพิบัติแผ่นดินไหว และการรีโนเวทอาคารเก่า อย่างไรก็ตาม เมื่อมีโอกาสได้ไปเยือนญี่ปุ่นทั้งที คงพลาดไม่ได้ที่จะพูดถึงไอเดียการออกแบบที่ทำให้สถาปัตยกรรมมีรูปลักษณ์น่าสนใจผนวกกับการใช้งานที่ลงตัว จนเป็นที่มาของตำแหน่งผู้ชนะการแข่งขันและรางวัลต่างๆ ดังที่จะหยิบยกมาเล่าจากการเยี่ยมชมในทริปนี้

ทางลาดขึ้นสู่ Roof Top และพื้นไม้บน Roof Top ที่ถ่ายทอดความเป็นเรือ (เป็นไม้สนจากประเทศบราซิล ซึ่งทนต่อความชื้น แดด ฝนได้ดี) โดยมีพื้นหญ้าผสมในบางส่วน

ทางเข้าสู่ Indoor ชั้นบนจาก Roof Top และ (ล่างขวา) บรรยากาศใน Hall อเนกประสงค์

อาคาร Asakusa Culture Tourist Information Center

พื้นที่ชั้นล่างบริเวณเคาน์เตอร์สอบถามข้อมูล

ซ้ายและบนขวา - บรรยากาศชั้นบน 
ล่างขวา - ห้อง Home Theatre ชั้น 6

บน - ห้องแสดงนิทรรศการ
ล่าง - หนึ่งใน Terrace ของอาคาร

มุมมองต่างๆ ของ Mode Gakuen Cocoon Tower  

ซ้าย - ด้านหน้าอาคารทรงรังไหม
ขวาบน - อาคารรูปไข่ทรงกลม
ขวาล่าง - พื้นที่ระหว่างอาคารทั้งสอง

บรรยากาศภายในอาคาร
ขอบคุณภาพ : www.architonic.com

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
ข้อมูล :
- another29.exblog.jp
www.archdaily.com
- www.osanbashi.com
www.dezeen.com
- inhabitat.com
- kkaa.co.jp
- www.arup.com
- www.ctbuh.org

ท่องญี่ปุ่นกรุ่นกลิ่นสถาปัตย์ ตอน 3 : สัมผัสไอเดียแห่งสถาปัตยกรรม

จากตอนที่ผ่านมา ได้นำประสบการณ์จากการท่องญี่ปุ่นมาเล่า ทั้งในเรื่องเทคโนโลยีการก่อสร้างป้องกันภัยพิบัติแผ่นดินไหว และการรีโนเวทอาคารเก่า อย่างไรก็ตาม เมื่อมีโอกาสได้ไปเยือนญี่ปุ่นทั้งที คงพลาดไม่ได้ที่จะพูดถึงไอเดียการออกแบบที่ทำให้สถาปัตยกรรมมีรูปลักษณ์น่าสนใจผนวกกับการใช้งานที่ลงตัว จนเป็นที่มาของตำแหน่งผู้ชนะการแข่งขันและรางวัลต่างๆ ดังที่จะหยิบยกมาเล่าจากการเยี่ยมชมในทริปนี้

ทางลาดขึ้นสู่ Roof Top และพื้นไม้บน Roof Top ที่ถ่ายทอดความเป็นเรือ (เป็นไม้สนจากประเทศบราซิล ซึ่งทนต่อความชื้น แดด ฝนได้ดี) โดยมีพื้นหญ้าผสมในบางส่วน

ทางเข้าสู่ Indoor ชั้นบนจาก Roof Top และ (ล่างขวา) บรรยากาศใน Hall อเนกประสงค์

Osanbashi Yokohama International Passenger Terminal
       อดีตท่าเรือในหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ที่กลายมาเป็นท่าเรือนานาชาติของเมืองโยโกฮาม่า และยังเป็นพื้นที่สาธารณะพร้อมด้วยจุดชมวิวที่มีการคำนึงเรื่องมุมมองอย่างลงตัว ทั้งนี้ รูปแบบการดีไซน์ในปัจจุบันมาจากการแข่งขันประกวดแบบจากสถาปนิกประเทศต่างๆ โดยผู้ชนะคือทีมออกแบบจากสหราชอาณาจักร

       ลักษณะที่โดดเด่นของท่าเรือนี้ คือ เมื่อมองจากภายนอกแล้วดูคล้ายกับเป็นส่วนต่อเติมของภูมิทัศน์มากกว่าที่จะเป็นอาคาร ด้วยรูปฟอร์มที่เน้นเส้นสายโค้งของทางลาดระดับต่างๆ หากเดินมาจากถนนจะมีทางลาดนำขึ้นไปสู่ Roof Top ซึ่งเป็น Public Space กลางแจ้ง นอกจากนี้ยังมีทางลาดยังเชื่อมไปสู่  Space ภายในแทนการใช้บันได ทำให้พื้นที่แต่ละส่วนเชื่อมต่อในลักษณะลื่นไหลถึงกันได้เป็นอย่างดี

       ทั้งนี้ ภายใต้ Roof Top จะเป็นพื้นที่ใช้งาน Indoor จำนวน 2 ชั้น ชั้นล่างสุดจะเป็น Terminal และที่จอดรถ ส่วนชั้นบนเป็นท่าจอดเทียบเรือ และมีส่วนของ Hall อเนกประสงค์ ที่ใช้จัดงานอีเวนต์เป็นครั้งคราวได้

Asakusa Culture Tourist Information Center (รางวัล Good Design Award  2012) 
       เป็นศูนย์ข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว ณ หัวมุมถนนตรงข้ามวัดอาซาคุสะ ตัวอาคารมี 8 ชั้น ภายใต้ไอเดียการออกแบบสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเหมือนนำบ้านมาวางซ้อนในแนวตั้ง ทำให้ Space ภายในแต่ละชั้นมีระดับความสูงจากพื้นถึงเพดานแตกต่างกัน  ซึ่งสอดคล้องกับการใช้งานของแต่ละพื้นที่  อย่างเช่น ความลาดของหลังคาชั้น 5 จะกลายเป็นพื้นลาดของห้อง Home Theatre  ชั้น 6 เป็นต้น และช่องว่างระหว่างหลังคากับพื้นชั้นบนบางตำแหน่งก็ยังสามารถใช้เป็นที่เก็บของได้ด้วย นับเป็นการใช้พื้นที่ที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง 

       พื้นที่ใช้งานภายอาคารชั้นล่างสุดเป็นเคาน์เตอร์สำหรับสอบถามข้อมูล ส่วนชั้นบนจะเป็นพื้นที่ใช้งานอื่นๆ ทั้งสำนักงาน พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ ห้องประชุม เป็นต้น นอกจากนี้ พื้นอาคารบางชั้นจะเชื่อมต่อกับ Terrace ภายนอกในตำแหน่งที่ต่างกันด้วย สำหรับตัวอาคารภายนอกนั้นเป็นกระจกสลับกับระแนงไม้แนวตั้ง  ทำให้พื้นที่ภายในอาคารดูสว่างและปลอดโปร่งจากแสงธรรมชาติ โดยความถี่ของระแนงแต่ละจุดจะแตกต่างกันไปตามสภาพแสงที่เหมาะสมกับการใช้งานด้านใน

ทางเข้าหน้า Terminal ชั้นล่าง 

ภายใน Terminal เมื่อมองขึ้นเพดานจะเห็น คานแบบ Girder (เช่นเดียวกับ Hall ชั้นบน) พยุงข้างด้วย Plate ทรงปิระมิดสามเหลี่ยมพับ ทำให้รองรับโครงสร้างได้โดยปราศจากเสา

อาคาร Asakusa Culture Tourist Information Center

พื้นที่ชั้นล่างบริเวณเคาน์เตอร์สอบถามข้อมูล

Mode Gakuen Cocoon Tower   (“Skyscraper of the Year 2008”  จาก Emporis Skyscraper Award)
       อาคารสถานศึกษารูปทรงทันสมัยแปลกตาตั้งตระหง่านโดดเด่นกว่าตึกอื่นๆ ในย่านชินจูกุฝั่งตะวันตก รูปทรงและfacade ของตึกถูกถักทอด้วยโลหะกับกระจกภายใต้แนวคิด “รังไหม” (Cocoon) ที่กำลังฟักตัวอ่อนก่อนจะกลายเป็นผีเสื้อโบยบินสู่โลกกว้าง เปรียบกับนักศึกษาผู้กำลังเรียนรู้พัฒนาตนเองเพื่อก้าวสู่โลกภายนอกวันข้างหน้า นอกจากนี้ รูปทรงของอาคารที่บีบแคบช่วงบนและล่างยังช่วยเพิ่มพื้นที่ของ Landscape รอบอาคาร และเพิ่มมุมมองท้องฟ้าให้กว้างขึ้น ภายในย่านพื้นที่อันจำกัด

       ภายในอาคารทรงรังไหมใช้เป็นสถานศึกษา 3 สถาบัน ใน 3 สาขาวิชา ได้แก่  Fashion, IT and Digital Contents และ Medical Treatments and Care  โดยจะมีอาคาร Low-Rise รูปไข่ทรงกลมอยู่ด้านข้าง ซึ่งมีพื้นที่ใช้งานภายในเป็น Auditorium และ Public Hall

       ส่วนอาคารทรงรังไหมนั้น นอกเหนือจากห้องเรียนแล้วยังประกอบด้วยพื้นที่ใช้งานอื่นๆ ที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์ ที่โดดเด่นที่สุด คือ Student Lounge  เพดานสูงโปร่งโล่ง คั่นอยู่ระหว่างห้องเรียน ทั้งนี้ ในตัวอาคารยังมีการผลิตพลังงานด้วยระบบ Co-Generation  (คือการผลิตไฟฟ้าโดยใช้พลังงานนอกรูปแบบ เช่น กาก หรือเศษวัสดุเหลือใช้และการผลิตไฟฟ้าด้วยไอน้ำร่วมกัน) ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ด้วย

       นอกจากสถาปัตยกรรมที่ได้รับรางวัลต่างๆ แล้ว ในประเทศญี่ปุ่นยังมีอาคารที่น่าสนใจอีกมากมาย ยกตัวอย่างจากที่ได้เยี่ยมชมในทริปนี้ ก็อย่างเช่น “ร้านหนังสือ Daikanyama T-Site” ที่นำรูปตัว T ขนาดเล็กมาต่อกันเป็น Facade ด้านนอก หรือ  “พิพิธภัณฑ์ 21_21 DESIGN SIGHT” ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง Tadao  Ando ซึ่งได้นำเอาจุดเด่นในงานออกแบบแฟชั่นของ Miyake มาใช้เป็นแรงบันดาลใจ เป็นต้น นับเป็นอีกตัวอย่างสถาปัตยกรรมที่ผู้ไปเยือนประเทศญี่ปุ่นไม่ควรพลาด
 

ซ้ายและบนขวา - บรรยากาศชั้นบน 
ล่างขวา - ห้อง Home Theatre ชั้น 6

บน - ห้องแสดงนิทรรศการ
ล่าง - หนึ่งใน Terrace ของอาคาร

มุมมองต่างๆ ของ Mode Gakuen Cocoon Tower  

ซ้าย - ด้านหน้าอาคารทรงรังไหม
ขวาบน - อาคารรูปไข่ทรงกลม
ขวาล่าง - พื้นที่ระหว่างอาคารทั้งสอง

บรรยากาศภายในอาคาร
ขอบคุณภาพ : www.architonic.com

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
ข้อมูล :
- another29.exblog.jp
www.archdaily.com
- www.osanbashi.com
www.dezeen.com
- inhabitat.com
- kkaa.co.jp
- www.arup.com
- www.ctbuh.org

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ