View : 7121

นึกถึงตู้เย็นและกระติกน้ำร้อนไว้เสมอ เมื่อคิดจะติดฉนวนให้กับบ้าน

ตู้เย็นและกระติกน้ำร้อนมีฉนวนกันความร้อนที่หุ้มอยู่โดยรอบเหมือนกัน แต่ฉนวนนั้นทำหน้าที่ต่างกัน ฉนวนที่หุ้มรอบตู้เย็นทำหน้าที่ไม่ให้ความร้อนเข้า ส่วนฉนวนที่หุ้มรอบกระติกน้ำร้อนทำหน้าที่ไม่ให้ความร้อนออก การติดฉนวนให้กับบ้านก็ควรติดตั้งอย่างถูกต้องและอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม และควรมีการระบายอากาศที่ดีด้วย

       การประหยัดพลังงานในบ้านนั้นมีหลักการอยู่สองแนวทาง แนวทางแรก คือ ใช้พลังงานให้น้อยที่สุดหรือไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานเลย แนวทางที่สอง คือ เมื่อต้องใช้พลังงานก็ให้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้ที่อาศัยในบ้านทั้งสองแนวทางต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีพอประมาณด้วย ไม่ใช่ว่าแนวทางแรกต้องทนร้อนทนมืดโดยปิดไฟปิดพัดลมไม่เปิดแอร์แล้วมาบอกว่าเป็นการประหยัดพลังงาน ก็คงจะไม่ใช่ หรือแนวทางที่สองก็ใช้พลังงานไฟฟ้าเปิดไฟเปิดแอร์กันจนถึงสิ้นเดือนเกือบสลบเมื่อเห็นใบเสร็จเรียกเก็บค่าไฟ ก็คงไม่ได้เช่นกัน

       การประหยัดพลังงานทั้งสองแนวทางสำหรับบ้านในเมืองร้อน วิธีการอย่างหนึ่งที่สำคัญและทำได้เหมือนกันก็คือ “การป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน” เมื่อความร้อนเข้ามาน้อย ภายในบ้านก็ไม่ร้อน ไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ หรือถ้าจำเป็นต้องเปิด ก็เปิดเพียงน้อยชั่วโมงและเครื่องปรับอากาศทำงานไม่หนัก ค่าไฟฟ้าที่ต้องเสียก็น้อยลง การป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพและนิยมทำกันก็คือ “การติดฉนวนให้กับตัวบ้าน” ไม่ว่าจะเป็นที่หลังคาหรือผนังบ้าน

ฉนวน...ป้องกันความร้อนเข้า หรือ เก็บกักความร้อน
       หลายคนคงทราบว่าคุณสมบัติที่สำคัญของฉนวนก็คือ การไม่ยอมให้ความร้อนถ่ายเทผ่านตัวฉนวนจากด้านหนึ่ง (ด้านที่ร้อนกว่า) ไปสู่อีกด้านหนึ่ง (ด้านที่เย็นกว่า) ถ้าเอาฉนวนใส่ไว้ที่หลังคาบ้าน อากาศร้อนจากภายนอกก็ไม่สามารถถ่ายเทผ่านเข้ามาสู่ภายในตัวบ้านได้ ภายในบ้านก็ไม่ร้อนมาก แต่ในทางกลับกัน หากมีความร้อนเกิดขึ้นภายในบ้าน ความร้อนนั้นก็ไม่สามารถถ่ายเทออกไปได้เช่นกัน ดังนั้นฉนวนจึงทำหน้าที่ทั้งป้องกันความร้อนจากภายนอกเข้า ภายในบ้านจึงไม่ร้อน และกักเก็บความร้อนที่อยู่ภายในไม่ให้ออกไปด้วย ภายในบ้านจึงอุ่น ดังนั้นฉนวนจึงทำหน้าที่ต่างกันขึ้นกับว่า บ้านนั้นตั้งอยู่ในอากาศแบบใด
               
       บ้านในเมืองร้อน ต้องการให้ฉนวนทำหน้าที่ป้องกันความร้อนเข้าเพื่อให้ภายในบ้านเย็น ส่วนบ้านในเมืองหนาว ต้องการให้ฉนวนทำหน้าที่เก็บกักความร้อนไว้เพื่อให้ภายในบ้านอุ่น....ถ้านึกเปรียบเทียบบ้านเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เราใช้กันประจำ นึกออกมั้ยครับ อย่างหนึ่งต้องการให้ภายในเย็น อีกอย่างต้องการให้ภายในอุ่นหรือร้อน...นึกออกแล้วใช่มั้ยครับ

ตู้เย็น กับ กระติกน้ำร้อน
       ทั้งตู้เย็นและกระติกน้ำร้อน ถ้าจับเอามาผ่าออกดูตัวถังของมัน จะพบว่าอุปกรณ์ทั้งสองมีฉนวนกันความร้อนหุ้มอยู่โดยรอบเหมือนกัน เพียงแต่ฉนวนนั้นทำหน้าที่คนละอย่าง ฉนวนที่หุ้มรอบตู้เย็นทำหน้าที่ไม่ให้ความร้อนเข้า ส่วนฉนวนที่หุ้มรอบกระติกน้ำร้อนทำหน้าที่ไม่ให้ความร้อนออก ถ้าฉนวนที่ติดตั้งทำหน้าที่ได้ดี ภายในตู้เย็นก็จะเย็น น้ำที่อยู่ในกระติกน้ำร้อนก็จะร้อนได้นาน ทั้งตู้เย็นและกระติกน้ำร้อนก็อาจถือเป็น อุปกรณ์ประหยัดไฟเบอร์ 5 ได้

หากนำตู้เย็นมาผ่าดู จะเห็นว่าผนังโดยรอบเป็นฉนวนกันความร้อน

หากนำกระติกน้ำร้อนมาผ่าดู จะเห็นว่าผนังโดยรอบเป็นฉนวนกันความร้อน

ติดฉนวนให้กับตัวบ้าน ให้เตือนตัวเองว่ากำลังทำให้บ้านเป็นตู้เย็น หรือกำลังทำให้บ้านเป็นกระติกน้ำร้อน
       เจ้าของบ้านหลายท่านหวังจะทำบ้านให้เย็น (เหมือนเป็นตู้เย็น) เลยติดฉนวนกันความร้อนให้กับบ้านทั้งหลัง ทั้งที่หลังคาและที่ผนังภายนอกโดยรอบ แน่นอนว่าความร้อนจากภายนอกจะเข้าบ้านได้น้อยลง แต่ลืมไปว่าบ้านต้องมีหน้าต่างกระจก ช่องแสงต่างๆ ไว้เพื่อระบายอากาศและมองออกไปภายนอกได้ ความร้อนยังไงก็จะเข้ามาได้จากช่องแสงหน้าต่างเหล่านั้น เมื่อความร้อนผ่านเข้ามาได้แล้วก็จะออกไปไม่ได้เช่นกัน ขณะเดียวกันความร้อนที่เกิดขึ้นภายในบ้านเองก็มี เช่น ความร้อนจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราเปิด แม้กระทั่งความร้อนจากตัวผู้อยู่อาศัยในบ้านเอง
               
       ดังนั้น การติดฉนวนให้กับบ้านในเมืองร้อนอย่างไม่เข้าใจ แทนที่ภายในบ้านจะกลายเป็น “ตู้เย็น” กลับกลายเป็น “กระติกน้ำร้อน” ที่หวังจะให้เป็นบ้านประหยัดพลังงานก็อาจกลายเป็นบ้านที่สิ้นเปลืองพลังงานเพิ่มขึ้น เพราะต้องเปิดแอร์เปิดพัดลมเพื่อขจัดความร้อนที่ถูกกักเก็บไว้

ติดฉนวนกันความร้อนให้บ้านที่ตรงไหนจึงพอเหมาะ
       สำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไปแล้ว ความร้อนจากภายนอกจะถ่ายเทเข้าสู่ตัวบ้านทางหลังคามากที่สุด ดังนั้นหากต้องการป้องกันความร้อนเข้า จึงควรติดฉนวนกันความร้อนที่หลังคาบ้าน และควรเลือกใช้ฉนวนที่มีความหนา (ส่วนตัวขอแนะนำให้เลือกฉนวนที่มีความหนาอย่างน้อย 3 นิ้ว) สำหรับบ้านสร้างใหม่จะติดฉนวนแบบเอียงตามมุมหลังคาหรือวางราบบนฝ้าเพดานก็ได้ เพราะสามารถออกแบบเตรียมไว้ได้ก่อน ส่วนบ้านที่สร้างเสร็จแล้วอาจต้องใช้การติดตั้งฉนวนแบบวางเหนือฝ้าเพดาน
               
       ข้อดีของการติดตั้งฉนวนที่มีความหนา เช่น หากติดตั้งไว้เหนือฝ้าเพดาน จะทำให้ผิวฝ้าเพดานภายในบ้านไม่ร้อน เพราะผิวฝ้าเพดานที่ร้อนจะทำตัวเป็นเหมือนแผ่นความร้อนขนาดใหญ่ แผ่ความร้อนลงมาหาตัวเรา (สำหรับบ้านที่ไม่มีฉนวนแบบมีที่มีความหนาติดตั้งบนหลังคาหรือเหนือฝ้าเพดานของชั้นบนสุด ใครอยากรู้ว่าผิวฝ้าเพดานร้อนแค่ไหน วันที่แดดจัด ๆ สักบ่ายสามโมง ขึ้นไปชั้นบนสุดแล้วยืนบนเก้าอี้แล้วเอามือไปแตะฝ้าเพดาน จะรู้ได้ทันที)

พื้นที่ที่ติดฉนวนต้องสามารถระบายอากาศได้

การติดฉนวนที่หลังคาหรือฝ้าเพดานชั้นบนสุด จะช่วยป้องกันความร้อนไม่ให้เข้าสู่ตัวบ้าน ขณะเดียวกันพื้นที่หรือห้องที่ติดฉนวนนั้น ก็ควรต้องมีการระบายอากาศที่ดี

       ถึงตอนนี้คงเข้าใจแล้วว่า ขณะที่เราต้องการติดตั้งฉนวนเพื่อป้องกันความร้อนเข้าบ้าน แต่หากมีความร้อนเกิดขึ้นภายในบ้านหรือความร้อนที่บางส่วนผ่านเข้ามาทางช่องแสงหน้าต่าง ความร้อนก็จะถูกกักเก็บไว้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นห้องหรือพื้นที่ที่มีการติดตั้งฉนวนกันความร้อน โดยเฉพาะห้องชั้นบนสุดที่มีหลังคา จึงควรต้องออกแบบก่อสร้างให้มีช่องหน้าต่างที่สามารถระบายความร้อนออกไปได้ด้วย ขณะเดียวกันช่องแสงหน้าต่าง ก็ควรอยู่ในตำแหน่งที่แสงแดดส่องเข้าได้น้อย ก็จะทำให้ความร้อนเข้ามาน้อย ภายในบ้านก็ไม่ร้อนมาก (ถ้านึกไม่ออกขอให้ลองย้อนไปอ่านเรื่อง สร้างบ้านอย่าให้เหมือนรถยนต์จอดกลางแดดที่เขียนไว้ในตอนที่แล้ว)
               
       อย่าลืมนะครับ นึกถึงตู้เย็นและกระติกน้ำร้อนไว้เสมอ เมื่อคิดจะติดฉนวนให้กับบ้าน



 
 

นึกถึงตู้เย็นและกระติกน้ำร้อนไว้เสมอ เมื่อคิดจะติดฉนวนให้กับบ้าน

ตู้เย็นและกระติกน้ำร้อนมีฉนวนกันความร้อนที่หุ้มอยู่โดยรอบเหมือนกัน แต่ฉนวนนั้นทำหน้าที่ต่างกัน ฉนวนที่หุ้มรอบตู้เย็นทำหน้าที่ไม่ให้ความร้อนเข้า ส่วนฉนวนที่หุ้มรอบกระติกน้ำร้อนทำหน้าที่ไม่ให้ความร้อนออก การติดฉนวนให้กับบ้านก็ควรติดตั้งอย่างถูกต้องและอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม และควรมีการระบายอากาศที่ดีด้วย

       การประหยัดพลังงานในบ้านนั้นมีหลักการอยู่สองแนวทาง แนวทางแรก คือ ใช้พลังงานให้น้อยที่สุดหรือไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานเลย แนวทางที่สอง คือ เมื่อต้องใช้พลังงานก็ให้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้ที่อาศัยในบ้านทั้งสองแนวทางต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีพอประมาณด้วย ไม่ใช่ว่าแนวทางแรกต้องทนร้อนทนมืดโดยปิดไฟปิดพัดลมไม่เปิดแอร์แล้วมาบอกว่าเป็นการประหยัดพลังงาน ก็คงจะไม่ใช่ หรือแนวทางที่สองก็ใช้พลังงานไฟฟ้าเปิดไฟเปิดแอร์กันจนถึงสิ้นเดือนเกือบสลบเมื่อเห็นใบเสร็จเรียกเก็บค่าไฟ ก็คงไม่ได้เช่นกัน

       การประหยัดพลังงานทั้งสองแนวทางสำหรับบ้านในเมืองร้อน วิธีการอย่างหนึ่งที่สำคัญและทำได้เหมือนกันก็คือ “การป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน” เมื่อความร้อนเข้ามาน้อย ภายในบ้านก็ไม่ร้อน ไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ หรือถ้าจำเป็นต้องเปิด ก็เปิดเพียงน้อยชั่วโมงและเครื่องปรับอากาศทำงานไม่หนัก ค่าไฟฟ้าที่ต้องเสียก็น้อยลง การป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพและนิยมทำกันก็คือ “การติดฉนวนให้กับตัวบ้าน” ไม่ว่าจะเป็นที่หลังคาหรือผนังบ้าน

ฉนวน...ป้องกันความร้อนเข้า หรือ เก็บกักความร้อน
       หลายคนคงทราบว่าคุณสมบัติที่สำคัญของฉนวนก็คือ การไม่ยอมให้ความร้อนถ่ายเทผ่านตัวฉนวนจากด้านหนึ่ง (ด้านที่ร้อนกว่า) ไปสู่อีกด้านหนึ่ง (ด้านที่เย็นกว่า) ถ้าเอาฉนวนใส่ไว้ที่หลังคาบ้าน อากาศร้อนจากภายนอกก็ไม่สามารถถ่ายเทผ่านเข้ามาสู่ภายในตัวบ้านได้ ภายในบ้านก็ไม่ร้อนมาก แต่ในทางกลับกัน หากมีความร้อนเกิดขึ้นภายในบ้าน ความร้อนนั้นก็ไม่สามารถถ่ายเทออกไปได้เช่นกัน ดังนั้นฉนวนจึงทำหน้าที่ทั้งป้องกันความร้อนจากภายนอกเข้า ภายในบ้านจึงไม่ร้อน และกักเก็บความร้อนที่อยู่ภายในไม่ให้ออกไปด้วย ภายในบ้านจึงอุ่น ดังนั้นฉนวนจึงทำหน้าที่ต่างกันขึ้นกับว่า บ้านนั้นตั้งอยู่ในอากาศแบบใด
               
       บ้านในเมืองร้อน ต้องการให้ฉนวนทำหน้าที่ป้องกันความร้อนเข้าเพื่อให้ภายในบ้านเย็น ส่วนบ้านในเมืองหนาว ต้องการให้ฉนวนทำหน้าที่เก็บกักความร้อนไว้เพื่อให้ภายในบ้านอุ่น....ถ้านึกเปรียบเทียบบ้านเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เราใช้กันประจำ นึกออกมั้ยครับ อย่างหนึ่งต้องการให้ภายในเย็น อีกอย่างต้องการให้ภายในอุ่นหรือร้อน...นึกออกแล้วใช่มั้ยครับ

ตู้เย็น กับ กระติกน้ำร้อน
       ทั้งตู้เย็นและกระติกน้ำร้อน ถ้าจับเอามาผ่าออกดูตัวถังของมัน จะพบว่าอุปกรณ์ทั้งสองมีฉนวนกันความร้อนหุ้มอยู่โดยรอบเหมือนกัน เพียงแต่ฉนวนนั้นทำหน้าที่คนละอย่าง ฉนวนที่หุ้มรอบตู้เย็นทำหน้าที่ไม่ให้ความร้อนเข้า ส่วนฉนวนที่หุ้มรอบกระติกน้ำร้อนทำหน้าที่ไม่ให้ความร้อนออก ถ้าฉนวนที่ติดตั้งทำหน้าที่ได้ดี ภายในตู้เย็นก็จะเย็น น้ำที่อยู่ในกระติกน้ำร้อนก็จะร้อนได้นาน ทั้งตู้เย็นและกระติกน้ำร้อนก็อาจถือเป็น อุปกรณ์ประหยัดไฟเบอร์ 5 ได้

หากนำตู้เย็นมาผ่าดู จะเห็นว่าผนังโดยรอบเป็นฉนวนกันความร้อน

หากนำกระติกน้ำร้อนมาผ่าดู จะเห็นว่าผนังโดยรอบเป็นฉนวนกันความร้อน

ติดฉนวนให้กับตัวบ้าน ให้เตือนตัวเองว่ากำลังทำให้บ้านเป็นตู้เย็น หรือกำลังทำให้บ้านเป็นกระติกน้ำร้อน
       เจ้าของบ้านหลายท่านหวังจะทำบ้านให้เย็น (เหมือนเป็นตู้เย็น) เลยติดฉนวนกันความร้อนให้กับบ้านทั้งหลัง ทั้งที่หลังคาและที่ผนังภายนอกโดยรอบ แน่นอนว่าความร้อนจากภายนอกจะเข้าบ้านได้น้อยลง แต่ลืมไปว่าบ้านต้องมีหน้าต่างกระจก ช่องแสงต่างๆ ไว้เพื่อระบายอากาศและมองออกไปภายนอกได้ ความร้อนยังไงก็จะเข้ามาได้จากช่องแสงหน้าต่างเหล่านั้น เมื่อความร้อนผ่านเข้ามาได้แล้วก็จะออกไปไม่ได้เช่นกัน ขณะเดียวกันความร้อนที่เกิดขึ้นภายในบ้านเองก็มี เช่น ความร้อนจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราเปิด แม้กระทั่งความร้อนจากตัวผู้อยู่อาศัยในบ้านเอง
               
       ดังนั้น การติดฉนวนให้กับบ้านในเมืองร้อนอย่างไม่เข้าใจ แทนที่ภายในบ้านจะกลายเป็น “ตู้เย็น” กลับกลายเป็น “กระติกน้ำร้อน” ที่หวังจะให้เป็นบ้านประหยัดพลังงานก็อาจกลายเป็นบ้านที่สิ้นเปลืองพลังงานเพิ่มขึ้น เพราะต้องเปิดแอร์เปิดพัดลมเพื่อขจัดความร้อนที่ถูกกักเก็บไว้

ติดฉนวนกันความร้อนให้บ้านที่ตรงไหนจึงพอเหมาะ
       สำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไปแล้ว ความร้อนจากภายนอกจะถ่ายเทเข้าสู่ตัวบ้านทางหลังคามากที่สุด ดังนั้นหากต้องการป้องกันความร้อนเข้า จึงควรติดฉนวนกันความร้อนที่หลังคาบ้าน และควรเลือกใช้ฉนวนที่มีความหนา (ส่วนตัวขอแนะนำให้เลือกฉนวนที่มีความหนาอย่างน้อย 3 นิ้ว) สำหรับบ้านสร้างใหม่จะติดฉนวนแบบเอียงตามมุมหลังคาหรือวางราบบนฝ้าเพดานก็ได้ เพราะสามารถออกแบบเตรียมไว้ได้ก่อน ส่วนบ้านที่สร้างเสร็จแล้วอาจต้องใช้การติดตั้งฉนวนแบบวางเหนือฝ้าเพดาน
               
       ข้อดีของการติดตั้งฉนวนที่มีความหนา เช่น หากติดตั้งไว้เหนือฝ้าเพดาน จะทำให้ผิวฝ้าเพดานภายในบ้านไม่ร้อน เพราะผิวฝ้าเพดานที่ร้อนจะทำตัวเป็นเหมือนแผ่นความร้อนขนาดใหญ่ แผ่ความร้อนลงมาหาตัวเรา (สำหรับบ้านที่ไม่มีฉนวนแบบมีที่มีความหนาติดตั้งบนหลังคาหรือเหนือฝ้าเพดานของชั้นบนสุด ใครอยากรู้ว่าผิวฝ้าเพดานร้อนแค่ไหน วันที่แดดจัด ๆ สักบ่ายสามโมง ขึ้นไปชั้นบนสุดแล้วยืนบนเก้าอี้แล้วเอามือไปแตะฝ้าเพดาน จะรู้ได้ทันที)

พื้นที่ที่ติดฉนวนต้องสามารถระบายอากาศได้

การติดฉนวนที่หลังคาหรือฝ้าเพดานชั้นบนสุด จะช่วยป้องกันความร้อนไม่ให้เข้าสู่ตัวบ้าน ขณะเดียวกันพื้นที่หรือห้องที่ติดฉนวนนั้น ก็ควรต้องมีการระบายอากาศที่ดี

       ถึงตอนนี้คงเข้าใจแล้วว่า ขณะที่เราต้องการติดตั้งฉนวนเพื่อป้องกันความร้อนเข้าบ้าน แต่หากมีความร้อนเกิดขึ้นภายในบ้านหรือความร้อนที่บางส่วนผ่านเข้ามาทางช่องแสงหน้าต่าง ความร้อนก็จะถูกกักเก็บไว้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นห้องหรือพื้นที่ที่มีการติดตั้งฉนวนกันความร้อน โดยเฉพาะห้องชั้นบนสุดที่มีหลังคา จึงควรต้องออกแบบก่อสร้างให้มีช่องหน้าต่างที่สามารถระบายความร้อนออกไปได้ด้วย ขณะเดียวกันช่องแสงหน้าต่าง ก็ควรอยู่ในตำแหน่งที่แสงแดดส่องเข้าได้น้อย ก็จะทำให้ความร้อนเข้ามาน้อย ภายในบ้านก็ไม่ร้อนมาก (ถ้านึกไม่ออกขอให้ลองย้อนไปอ่านเรื่อง สร้างบ้านอย่าให้เหมือนรถยนต์จอดกลางแดดที่เขียนไว้ในตอนที่แล้ว)
               
       อย่าลืมนะครับ นึกถึงตู้เย็นและกระติกน้ำร้อนไว้เสมอ เมื่อคิดจะติดฉนวนให้กับบ้าน



 
 

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ