View : 7904

       ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเข้าถึงหน้างานของรถปูนที่ค่อนข้างลำบากเพราะถนนทางเข้าแคบเกินไป หรืองานที่ต้องการเทคอนกรีตมีพื้นที่ไม่มาก เช่น งานเทพื้นลานรอบบ้าน งานหล่อแท่นปูนรับเสาเหล็กโรงรถเพียงไม่กี่จุด ซึ่งใช้คอนกรีตไม่ถึง 1 คิว (ลบ.ม.) อันเป็นปริมาณอย่างน้อยที่รถปูนขนาดเล็กจะมาส่ง แน่นอนว่าไม่คุ้มค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียให้กับปริมาณคอนกรีตส่วนเกินที่เหลือ และคำถามที่มักจะเกิดขึ้นเสมอก็คือ...การผสมคอนกรีตหน้างานจะแข็งแรงเพียงพอหรือไม่??       

       ย้อนกลับไปสมัยที่ยังไม่มีบริการคอนกรีตผสมเสร็จ งานก่อสร้างอาคารบ้านเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างสาธารณะต่าง ๆ ที่เป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กล้วนใช้คอนกรีตที่ผสมเองหน้างานทั้งสิ้น โดยมีสิ่งที่เป็นตัวบ่งบอกความแข็งแรงของคอนกรีตก็คือ ค่ากำลังอัดของคอนกรีต ภาษาช่างเค้าเรียกกันว่า “สเตร๊นจ์” ที่มาจาก “Strength” ในภาษาอังกฤษ มีหน่วยเป็นกิโลกรัมต่อตารางเซ็นติเมตร (Ksc) 

1. คุณภาพของวัตถุดิบ ได้แก่ ปูนซีเมนต์ หิน ทราย น้ำ
    - ปูนซีเมนต์ เป็นส่วนผสมที่มีอิทธิพลต่อคอนกรีตอย่างมาก เพราะมีหลายประเภท ซึ่งแตกต่างกันในเรื่ององค์ประกอบทางเคมี ความละเอียดของผงปูนที่ยิ่งละเอียดมากก็ยิ่งรับกำลังอัดได้สูง
    - หิน ทราย ที่ควรนำมาใช้ควรมีขนาดใหญ่ ผิวหยาบ และมีเหลี่ยมมุม ที่สำคัญต้องสะอาดปราศจากสิ่งเจือปนอื่น ๆ
    - น้ำ ต้องมีความใสสะอาด และถ้าหากมีส่วนผสมของเกลือคลอไรด์จะยิ่งช่วยเพิ่มกำลังให้คอนกรีตด้วย
**สำหรับปูนซีเมนต์ หิน ทราย ควรกองเก็บในที่แห้ง ปราศจากความชื้น และควรระวังไม่ให้ถุงบรรจุฉีกขาด

2. ส่วนผสมและการผสม ควรชั่งตวงตามอัตราส่วนผสมที่ถูกต้องและคงที่ รวมถึงการผสมให้เป็นเนื้อเดียวกันอย่างทั่วถึง

3. การควบคุมคุณภาพคอนกรีต ทั้งในเรื่องกำลังอัดให้เป็นไปตามที่กำหนด อุณหภูมิที่เหมาะสม ค่าการยุบตัว ระยะเวลาที่ใช้ในการก่อตัว ฯลฯ ซึ่งต้องอาศัยเครื่องมือและอุปกรณ์ทดสอบ และอาจรวมถึงการทดสอบในห้องแล็บ

4. กระบวนการหล่อเทคอนกรีต ในขณะที่มีการลำเลียงและเทลงในแบบ ล้วนมีความเสี่ยงเรื่องการเกิดฟองอากาศในเนื้อคอนกรีต ซึ่งมีผลต่อกำลังอัดของคอนกรีตที่ไม่สม่ำเสมอ ดังนั้น จึงควรเทคอนกรีตอย่างระมัดระวังโดยให้คอนกรีตค่อย ๆ ไหลลงในแบบ ไม่เทจากที่สูง และหมั่นจี้ปูนรวมทั้งการเคาะที่แบบเพื่อไล่ฟองอากาศอย่างถูกวิธี เพื่อให้เนื้อคอนกรีตแน่นตัวและรับแรงได้เต็มที่

5. การบ่มคอนกรีต ไปจนถึงระยะเวลาที่เหมาะสมในการแข็งตัวตามกำลังของคอนกรีต เนื่องจากน้ำเป็นส่วนผสมที่ทำให้คอนกรีตแข็งตัวและรับแรงได้เต็มประสิทธิภาพ แต่ในกระบวนการผสม หล่อ เทคอนกรีตทำให้คอนกรีตสูญเสียความชื้นจนเกิดการขาดน้ำ และส่งผลให้ผิวหน้าคอนกรีตแตกร้าวได้ ดังนั้น จึงต้องทำการบ่มคอนกรีตให้มีความชื้นอยู่ตลอดเวลาจนกว่าจะถึงเวลาที่คอนกรีตแข็งตัวตามกำลัง ซึ่งทำได้หลายวิธี โดยวิธีง่ายๆ ที่นิยมกันคือ การฉีดพรมด้วยน้ำเป็นประจำ  การหุ้มด้วยแผ่นพลาสติก        

       สำหรับคอนกรีตผสมเสร็จซึ่งมีการควบคุมกระบวนการผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน จึงหมดกังวลไปได้หลายปัจจัยโดยเฉพาะใน 3 ปัจจัยแรก ส่วนอีก 2 ปัจจัยเป็นเรื่องของการควบคุมงานก่อสร้างหน้างาน ส่วนในกรณีคอนกรีตที่ผสมเองหน้างานต้องอาศัยความใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอนของผู้ควบคุมงานและช่างก่อสร้างอย่างพิถีพิถัน  ตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบ งานกองเก็บ การตรวจสอบคุณภาพคอนกรีต ไปจนถึงกระบวนการหล่อเท และบ่มคอนกรีต เพื่อให้ได้บ้านที่แข็งแรงตามที่วิศวกรออกแบบและเจ้าของบ้านอยู่อาศัยอย่างมั่นใจในความปลอดภัยนั่นเอง


บ้านจะแข็งแรงหรือไม่ ถ้าใช้คอนกรีตผสมเอง

ถึงแม้คอนกรีตผสมเสร็จจะเป็นที่นิยมใช้ในงานก่อสร้างบ้านและอาคารที่เป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กอย่างมากในปัจจุบัน แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างที่เจ้าของบ้านหลายคนจำเป็นต้องใช้คอนกรีตที่ผสมเองหน้างาน 

โดยสำหรับคอนกรีตที่ผสมเองหน้างานทั้งในรูปแบบของการใช้โม่ปูนหรือกวนผสมเองด้วยช่าง จะมีค่ากำลังอัดอยู่ที่ประมาณ 150 – 180 Ksc ซึ่งแข็งแรงเพียงพอสำหรับงานโครงสร้างบ้านหรืออาคารที่มีความสูงไม่เกิน 3 ชั้นแน่นอน ดังนั้น งานหล่อคอนกรีตในพื้นที่เล็ก ๆ รับน้ำหนักไม่มากจึงยิ่งไม่มีปัญหา คิดง่าย ๆ ว่าในสมัยโรมันซึ่งเป็นยุคที่มีการใช้คอนกรีตในงานก่อสร้างครั้งแรกยังสร้างสถาปัตยกรรมที่ขนาดใหญ่ได้มากมาย เทียบกับเทคโนโลยีในการผลิตปูนซีเมนต์และคอนกรีตที่พัฒนามาหลายพันปี การสร้างบ้านโดยอาศัยแรงงานคนในทุกวันนี้ก็ไม่น่าจะด้อยคุณภาพกว่าในอดีต

     อย่างไรก็ตาม มีอีกหลายปัจจัยที่ช่วยทำให้คอนกรีตแข็งแรงเต็มประสิทธิภาพตามค่ากำลังอัดของคอนกรีตที่กำหนด ได้แก่


      

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
ภาพ :
- DragoArt.com
- www.forfur.com

บ้านจะแข็งแรงหรือไม่ ถ้าใช้คอนกรีตผสมเอง

ถึงแม้คอนกรีตผสมเสร็จจะเป็นที่นิยมใช้ในงานก่อสร้างบ้านและอาคารที่เป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กอย่างมากในปัจจุบัน แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างที่เจ้าของบ้านหลายคนจำเป็นต้องใช้คอนกรีตที่ผสมเองหน้างาน 

       ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเข้าถึงหน้างานของรถปูนที่ค่อนข้างลำบากเพราะถนนทางเข้าแคบเกินไป หรืองานที่ต้องการเทคอนกรีตมีพื้นที่ไม่มาก เช่น งานเทพื้นลานรอบบ้าน งานหล่อแท่นปูนรับเสาเหล็กโรงรถเพียงไม่กี่จุด ซึ่งใช้คอนกรีตไม่ถึง 1 คิว (ลบ.ม.) อันเป็นปริมาณอย่างน้อยที่รถปูนขนาดเล็กจะมาส่ง แน่นอนว่าไม่คุ้มค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียให้กับปริมาณคอนกรีตส่วนเกินที่เหลือ และคำถามที่มักจะเกิดขึ้นเสมอก็คือ...การผสมคอนกรีตหน้างานจะแข็งแรงเพียงพอหรือไม่??       

       ย้อนกลับไปสมัยที่ยังไม่มีบริการคอนกรีตผสมเสร็จ งานก่อสร้างอาคารบ้านเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างสาธารณะต่าง ๆ ที่เป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กล้วนใช้คอนกรีตที่ผสมเองหน้างานทั้งสิ้น โดยมีสิ่งที่เป็นตัวบ่งบอกความแข็งแรงของคอนกรีตก็คือ ค่ากำลังอัดของคอนกรีต ภาษาช่างเค้าเรียกกันว่า “สเตร๊นจ์” ที่มาจาก “Strength” ในภาษาอังกฤษ มีหน่วยเป็นกิโลกรัมต่อตารางเซ็นติเมตร (Ksc) 

โดยสำหรับคอนกรีตที่ผสมเองหน้างานทั้งในรูปแบบของการใช้โม่ปูนหรือกวนผสมเองด้วยช่าง จะมีค่ากำลังอัดอยู่ที่ประมาณ 150 – 180 Ksc ซึ่งแข็งแรงเพียงพอสำหรับงานโครงสร้างบ้านหรืออาคารที่มีความสูงไม่เกิน 3 ชั้นแน่นอน ดังนั้น งานหล่อคอนกรีตในพื้นที่เล็ก ๆ รับน้ำหนักไม่มากจึงยิ่งไม่มีปัญหา คิดง่าย ๆ ว่าในสมัยโรมันซึ่งเป็นยุคที่มีการใช้คอนกรีตในงานก่อสร้างครั้งแรกยังสร้างสถาปัตยกรรมที่ขนาดใหญ่ได้มากมาย เทียบกับเทคโนโลยีในการผลิตปูนซีเมนต์และคอนกรีตที่พัฒนามาหลายพันปี การสร้างบ้านโดยอาศัยแรงงานคนในทุกวันนี้ก็ไม่น่าจะด้อยคุณภาพกว่าในอดีต

     อย่างไรก็ตาม มีอีกหลายปัจจัยที่ช่วยทำให้คอนกรีตแข็งแรงเต็มประสิทธิภาพตามค่ากำลังอัดของคอนกรีตที่กำหนด ได้แก่


      

1. คุณภาพของวัตถุดิบ ได้แก่ ปูนซีเมนต์ หิน ทราย น้ำ
    - ปูนซีเมนต์ เป็นส่วนผสมที่มีอิทธิพลต่อคอนกรีตอย่างมาก เพราะมีหลายประเภท ซึ่งแตกต่างกันในเรื่ององค์ประกอบทางเคมี ความละเอียดของผงปูนที่ยิ่งละเอียดมากก็ยิ่งรับกำลังอัดได้สูง
    - หิน ทราย ที่ควรนำมาใช้ควรมีขนาดใหญ่ ผิวหยาบ และมีเหลี่ยมมุม ที่สำคัญต้องสะอาดปราศจากสิ่งเจือปนอื่น ๆ
    - น้ำ ต้องมีความใสสะอาด และถ้าหากมีส่วนผสมของเกลือคลอไรด์จะยิ่งช่วยเพิ่มกำลังให้คอนกรีตด้วย
**สำหรับปูนซีเมนต์ หิน ทราย ควรกองเก็บในที่แห้ง ปราศจากความชื้น และควรระวังไม่ให้ถุงบรรจุฉีกขาด

2. ส่วนผสมและการผสม ควรชั่งตวงตามอัตราส่วนผสมที่ถูกต้องและคงที่ รวมถึงการผสมให้เป็นเนื้อเดียวกันอย่างทั่วถึง

3. การควบคุมคุณภาพคอนกรีต ทั้งในเรื่องกำลังอัดให้เป็นไปตามที่กำหนด อุณหภูมิที่เหมาะสม ค่าการยุบตัว ระยะเวลาที่ใช้ในการก่อตัว ฯลฯ ซึ่งต้องอาศัยเครื่องมือและอุปกรณ์ทดสอบ และอาจรวมถึงการทดสอบในห้องแล็บ

4. กระบวนการหล่อเทคอนกรีต ในขณะที่มีการลำเลียงและเทลงในแบบ ล้วนมีความเสี่ยงเรื่องการเกิดฟองอากาศในเนื้อคอนกรีต ซึ่งมีผลต่อกำลังอัดของคอนกรีตที่ไม่สม่ำเสมอ ดังนั้น จึงควรเทคอนกรีตอย่างระมัดระวังโดยให้คอนกรีตค่อย ๆ ไหลลงในแบบ ไม่เทจากที่สูง และหมั่นจี้ปูนรวมทั้งการเคาะที่แบบเพื่อไล่ฟองอากาศอย่างถูกวิธี เพื่อให้เนื้อคอนกรีตแน่นตัวและรับแรงได้เต็มที่

5. การบ่มคอนกรีต ไปจนถึงระยะเวลาที่เหมาะสมในการแข็งตัวตามกำลังของคอนกรีต เนื่องจากน้ำเป็นส่วนผสมที่ทำให้คอนกรีตแข็งตัวและรับแรงได้เต็มประสิทธิภาพ แต่ในกระบวนการผสม หล่อ เทคอนกรีตทำให้คอนกรีตสูญเสียความชื้นจนเกิดการขาดน้ำ และส่งผลให้ผิวหน้าคอนกรีตแตกร้าวได้ ดังนั้น จึงต้องทำการบ่มคอนกรีตให้มีความชื้นอยู่ตลอดเวลาจนกว่าจะถึงเวลาที่คอนกรีตแข็งตัวตามกำลัง ซึ่งทำได้หลายวิธี โดยวิธีง่ายๆ ที่นิยมกันคือ การฉีดพรมด้วยน้ำเป็นประจำ  การหุ้มด้วยแผ่นพลาสติก        

       สำหรับคอนกรีตผสมเสร็จซึ่งมีการควบคุมกระบวนการผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน จึงหมดกังวลไปได้หลายปัจจัยโดยเฉพาะใน 3 ปัจจัยแรก ส่วนอีก 2 ปัจจัยเป็นเรื่องของการควบคุมงานก่อสร้างหน้างาน ส่วนในกรณีคอนกรีตที่ผสมเองหน้างานต้องอาศัยความใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอนของผู้ควบคุมงานและช่างก่อสร้างอย่างพิถีพิถัน  ตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบ งานกองเก็บ การตรวจสอบคุณภาพคอนกรีต ไปจนถึงกระบวนการหล่อเท และบ่มคอนกรีต เพื่อให้ได้บ้านที่แข็งแรงตามที่วิศวกรออกแบบและเจ้าของบ้านอยู่อาศัยอย่างมั่นใจในความปลอดภัยนั่นเอง



บทความที่แล้ว
คอนกรีต 1 คิว เทพื้นที่ความหนา 10 ซม. และ 15 ซม. ได้กี่ตารางเมตร?
16-คอนกรีต1คิวเทพื้นที่ความหนา10ซมและ15ซมได้กี่ตารางเมตร.jpg



บทความถัดไป
แบ่งเทคอนกรีตอย่างไรให้โครงสร้างบ้านแข็งแรง
18-แบ่งเทคอนกรีตอย่างไรให้โครงบ้านแข็งแรง.jpg



บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ควรตัดสินใจเลือกใช้วัสดุก่อสร้างในขั้นตอนใด?
1-ควรตัดสินใจเลือกใช้วัสดุก่อสร้างในขั้นตอนใด-(1).jpg

 

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
ภาพ :
- DragoArt.com
- www.forfur.com

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ