View : 5404

สถาปัตยกรรมที่เรียกว่า “บ้าน” หรือที่อยู่อาศัยของมนุษย์นั้น มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ทั้งด้านแนวความคิดในการออกแบบ รูปร่างอาคาร การใช้วัสดุที่มีความหลากหลาย และนำมาผสมผสานจนเกิดเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ในขณะที่อิทธิพลของสื่อจากช่องทางต่าง ๆ ทั้งอินเตอร์เน็ต หนังสือและนิตยสารเกี่ยวกับงานสถาปัตยกรรมทั้งในและต่างประเทศ งานแฟร์หรืองานนิทรรศการของหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน รวมไปถึงสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ส่งผลให้เจ้าของบ้าน และสถาปนิกรับรู้ได้ถึงแนวโน้มของเทรนด์ หรือรูปแบบของการออกแบบบ้านได้ง่ายยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะ “รูปแบบโมเดิร์น (Modern Style)” ซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมแพร่หลายทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยมีลักษณะที่โดดเด่นคือ รูปทรงบ้านที่เป็นกล่อง หลังคาแบน เส้นสายที่ดูเรียบง่าย มีการนำกระจกมาใช้เป็นส่วนประกอบอาคารค่อนข้างมาก เพื่อให้เกิดความโล่งโปร่งของพื้นที่ภายในที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ธรรมชาติภายนอก และใช้ประโยชน์จากแสงสว่างตามธรรมชาติ
 
แต่หากเจ้าของบ้าน และสถาปนิกผู้ออกแบบนำคุณลักษณะของบ้านกล่องโมเดิร์น มาใช้เพื่อกำหนดให้รูปร่างหน้าตาดูสวยงามละม้ายคล้ายคลึงกับบ้านในต่างประเทศ โดยขาดการออกแบบ และวิเคราะห์บริบทของภูมิอากาศแบบร้อนชื้นของประเทศไทยแล้ว อาจนำมาสู่สภาวะไม่น่าสบายของผู้อยู่อาศัย ได้แก่ ความร้อน คุณภาพของแสง การสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า และการใช้สอยพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น
 
การออกแบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ทั้งภายในและภายนอกให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และภูมิอากาศที่ร้อนชื้น เพื่อให้นำไปสู่สภาวะน่าสบายแก่ผู้อยู่อาศัย จึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ตัวอย่างแนวความคิดในการออกแบบต่อไปนี้ น่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ดี โดยที่ยังคงเอกลักษณ์ของบ้านสไตล์โมเดิร์นได้
 
การจัดรูปทรง และทิศทางอาคารให้เหมาะสม :

การจัดวางผัง รูปร่าง และความสูงของบ้าน ร่วมกับพื้นที่ใช้สอยทั้งภายในและภายนอกให้เหมาะสมกับทิศทางแดด ลม และฝน ย่อมช่วยให้เกิดร่มเงาสำหรับการใช้สอยพื้นที่ และลดปริมาณความร้อนที่เข้าสู่อาคาร ควรจัดวางตำแหน่งห้องในบ้านที่ใช้ในแต่ละช่วงเวลาให้สัมพันธ์กับทิศทางของแสงแดด เช่น การจัดวางพื้นที่ห้องอาหารซึ่งคนในบ้านส่วนใหญ่อยู่ร่วมกันในตอนเย็น ในตำแหน่งบ้านทางด้านทิศเหนือ หรือทิศตะวันออก โดยให้ต่อเนื่องกับส่วนของระเบียงที่ได้ร่มเงาจากตัวบ้านที่ช่วยบังแสงแดด เป็นต้น
 
 

สร้างร่มเงาให้กับอาคาร : 

หากตำแหน่งห้องภายในบ้านที่มีผนังกระจก หรือหน้าต่างบานใหญ่ถูกจัดวางให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์เป็นเวลานาน ควรออกแบบโดยการสร้างร่มเงาให้กับอาคารอย่างเหมาะสม และเข้ากับสไตล์ของบ้าน เช่น การออกแบบอาคารชั้นบนให้ยื่นล้ำเพื่อให้ร่มเงาแก่ช่องหน้าต่างชั้นล่าง การใช้แผงกันสาดแบบระแนงแนวนอนเหนือช่องเปิดของบ้านกล่องที่ไม่มีชายคาทางด้านทิศใต้ การติดตั้งแผงกันแดดแนวตั้งที่ผนังหรือช่องแสงทางด้านทิศตะวันตก เป็นต้น
 
การนำแสงธรรมชาติ และร่มเงาจากต้นไม้มาใช้อย่างเหมาะสม : 

การออกแบบตำแหน่งของผนังกระจก หรือหน้าต่างบานใหญ่ให้อยู่ทางด้านทิศเหนือของบ้านซึ่งไม่ได้รับแสงแดด และความร้อนจากแสงอาทิตย์โดยตรง ร่วมกับการลดทอนความสว่างของแสงด้วยต้นไม้เพื่อเพิ่มร่มเงา ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศให้เกิดความรู้สึกสบายตาได้
 
การระบายอากาศด้วยวิธีธรรมชาติ : 

การออกแบบตำแหน่งช่องหน้าต่างที่เหมาะกับทิศทางลมประจำฤดู คือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศตะวันตกเฉียงใต้ สำหรับพื้นที่บ้านแถบชานเมือง เป็นการช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจากเครื่องปรับอากาศได้ แต่หากเป็นพื้นที่ในเมืองจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยเรื่องมลภาวะต่าง ๆ ของสภาพแวดล้อมในแต่ละพื้นที่ด้วย
 
การเลือกใช้วัสดุที่มีผลต่อการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่อาคาร : 

รูปแบบของความร้อนที่เข้าสู่อาคารได้แก่ การสะท้อนความร้อน การพาความร้อน การนำความร้อน และการแผ่ความร้อน ดังนั้น วัสดุประกอบอาคารจึงเป็นส่วนสำคัญในการช่วยลดความร้อนเข้าสู่อาคาร ควรพิจารณาเลือกวัสดุที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งที่นำไปใช้ เช่น เลือกใช้วัสดุผนังก่อที่มีคุณสมบัติหน่วงความร้อน ร่วมกับพื้นผิวภายนอกที่สะท้อนความร้อนได้ในปริมาณที่เหมาะสม การติดตั้งฉนวนสะท้อนความร้อน และหน่วงความร้อนใต้หลังคา การใช้กระจกสองชั้นที่มีช่องว่างสูญญากาศป้องกันการส่งผ่านความร้อน หรือติดตั้งฟิล์มสะท้อนและป้องกันความร้อนเข้าสู่พื้นที่ภายในของกระจกด้านตะวันตก เป็นต้น
 

ไม่ว่ารูปแบบทางสถาปัตยกรรมจะเป็นแบบบ้านกล่อง หรือทันสมัยด้วยรูปแบบอย่างไร การผสมผสาน หรือต่อยอดแนวความคิดข้างต้นเพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับการออกแบบบ้านสไตล์ต่าง ๆ ย่อมจะได้บ้านที่สวยงาม สามารถใช้สอยพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และทำให้เกิดภาวะน่าสบายในภูมิอากาศแบบร้อนชื้นของไทยได้อย่างลงตัว







บ้านสไตล์โมเดิร์นที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ

การออกแบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ทั้งภายในและภายนอกให้สวยงาม เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และภูมิอากาศแบบไทยๆ


บ้านสไตล์โมเดิร์นที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ

การออกแบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ทั้งภายในและภายนอกให้สวยงาม เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และภูมิอากาศแบบไทยๆ

สถาปัตยกรรมที่เรียกว่า “บ้าน” หรือที่อยู่อาศัยของมนุษย์นั้น มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ทั้งด้านแนวความคิดในการออกแบบ รูปร่างอาคาร การใช้วัสดุที่มีความหลากหลาย และนำมาผสมผสานจนเกิดเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ในขณะที่อิทธิพลของสื่อจากช่องทางต่าง ๆ ทั้งอินเตอร์เน็ต หนังสือและนิตยสารเกี่ยวกับงานสถาปัตยกรรมทั้งในและต่างประเทศ งานแฟร์หรืองานนิทรรศการของหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน รวมไปถึงสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ส่งผลให้เจ้าของบ้าน และสถาปนิกรับรู้ได้ถึงแนวโน้มของเทรนด์ หรือรูปแบบของการออกแบบบ้านได้ง่ายยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะ “รูปแบบโมเดิร์น (Modern Style)” ซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมแพร่หลายทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยมีลักษณะที่โดดเด่นคือ รูปทรงบ้านที่เป็นกล่อง หลังคาแบน เส้นสายที่ดูเรียบง่าย มีการนำกระจกมาใช้เป็นส่วนประกอบอาคารค่อนข้างมาก เพื่อให้เกิดความโล่งโปร่งของพื้นที่ภายในที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ธรรมชาติภายนอก และใช้ประโยชน์จากแสงสว่างตามธรรมชาติ
 
แต่หากเจ้าของบ้าน และสถาปนิกผู้ออกแบบนำคุณลักษณะของบ้านกล่องโมเดิร์น มาใช้เพื่อกำหนดให้รูปร่างหน้าตาดูสวยงามละม้ายคล้ายคลึงกับบ้านในต่างประเทศ โดยขาดการออกแบบ และวิเคราะห์บริบทของภูมิอากาศแบบร้อนชื้นของประเทศไทยแล้ว อาจนำมาสู่สภาวะไม่น่าสบายของผู้อยู่อาศัย ได้แก่ ความร้อน คุณภาพของแสง การสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า และการใช้สอยพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น
 
การออกแบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ทั้งภายในและภายนอกให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และภูมิอากาศที่ร้อนชื้น เพื่อให้นำไปสู่สภาวะน่าสบายแก่ผู้อยู่อาศัย จึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ตัวอย่างแนวความคิดในการออกแบบต่อไปนี้ น่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ดี โดยที่ยังคงเอกลักษณ์ของบ้านสไตล์โมเดิร์นได้
 
การจัดรูปทรง และทิศทางอาคารให้เหมาะสม :

การจัดวางผัง รูปร่าง และความสูงของบ้าน ร่วมกับพื้นที่ใช้สอยทั้งภายในและภายนอกให้เหมาะสมกับทิศทางแดด ลม และฝน ย่อมช่วยให้เกิดร่มเงาสำหรับการใช้สอยพื้นที่ และลดปริมาณความร้อนที่เข้าสู่อาคาร ควรจัดวางตำแหน่งห้องในบ้านที่ใช้ในแต่ละช่วงเวลาให้สัมพันธ์กับทิศทางของแสงแดด เช่น การจัดวางพื้นที่ห้องอาหารซึ่งคนในบ้านส่วนใหญ่อยู่ร่วมกันในตอนเย็น ในตำแหน่งบ้านทางด้านทิศเหนือ หรือทิศตะวันออก โดยให้ต่อเนื่องกับส่วนของระเบียงที่ได้ร่มเงาจากตัวบ้านที่ช่วยบังแสงแดด เป็นต้น
 
 

สร้างร่มเงาให้กับอาคาร : 

หากตำแหน่งห้องภายในบ้านที่มีผนังกระจก หรือหน้าต่างบานใหญ่ถูกจัดวางให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์เป็นเวลานาน ควรออกแบบโดยการสร้างร่มเงาให้กับอาคารอย่างเหมาะสม และเข้ากับสไตล์ของบ้าน เช่น การออกแบบอาคารชั้นบนให้ยื่นล้ำเพื่อให้ร่มเงาแก่ช่องหน้าต่างชั้นล่าง การใช้แผงกันสาดแบบระแนงแนวนอนเหนือช่องเปิดของบ้านกล่องที่ไม่มีชายคาทางด้านทิศใต้ การติดตั้งแผงกันแดดแนวตั้งที่ผนังหรือช่องแสงทางด้านทิศตะวันตก เป็นต้น
 
การนำแสงธรรมชาติ และร่มเงาจากต้นไม้มาใช้อย่างเหมาะสม : 

การออกแบบตำแหน่งของผนังกระจก หรือหน้าต่างบานใหญ่ให้อยู่ทางด้านทิศเหนือของบ้านซึ่งไม่ได้รับแสงแดด และความร้อนจากแสงอาทิตย์โดยตรง ร่วมกับการลดทอนความสว่างของแสงด้วยต้นไม้เพื่อเพิ่มร่มเงา ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศให้เกิดความรู้สึกสบายตาได้
 
การระบายอากาศด้วยวิธีธรรมชาติ : 

การออกแบบตำแหน่งช่องหน้าต่างที่เหมาะกับทิศทางลมประจำฤดู คือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศตะวันตกเฉียงใต้ สำหรับพื้นที่บ้านแถบชานเมือง เป็นการช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจากเครื่องปรับอากาศได้ แต่หากเป็นพื้นที่ในเมืองจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยเรื่องมลภาวะต่าง ๆ ของสภาพแวดล้อมในแต่ละพื้นที่ด้วย
 
การเลือกใช้วัสดุที่มีผลต่อการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่อาคาร : 

รูปแบบของความร้อนที่เข้าสู่อาคารได้แก่ การสะท้อนความร้อน การพาความร้อน การนำความร้อน และการแผ่ความร้อน ดังนั้น วัสดุประกอบอาคารจึงเป็นส่วนสำคัญในการช่วยลดความร้อนเข้าสู่อาคาร ควรพิจารณาเลือกวัสดุที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งที่นำไปใช้ เช่น เลือกใช้วัสดุผนังก่อที่มีคุณสมบัติหน่วงความร้อน ร่วมกับพื้นผิวภายนอกที่สะท้อนความร้อนได้ในปริมาณที่เหมาะสม การติดตั้งฉนวนสะท้อนความร้อน และหน่วงความร้อนใต้หลังคา การใช้กระจกสองชั้นที่มีช่องว่างสูญญากาศป้องกันการส่งผ่านความร้อน หรือติดตั้งฟิล์มสะท้อนและป้องกันความร้อนเข้าสู่พื้นที่ภายในของกระจกด้านตะวันตก เป็นต้น
 

ไม่ว่ารูปแบบทางสถาปัตยกรรมจะเป็นแบบบ้านกล่อง หรือทันสมัยด้วยรูปแบบอย่างไร การผสมผสาน หรือต่อยอดแนวความคิดข้างต้นเพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับการออกแบบบ้านสไตล์ต่าง ๆ ย่อมจะได้บ้านที่สวยงาม สามารถใช้สอยพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และทำให้เกิดภาวะน่าสบายในภูมิอากาศแบบร้อนชื้นของไทยได้อย่างลงตัว



บทความที่แล้ว
เรียงจังหวะไม้เป็นแพทเทิร์นสไตล์โมเดิร์น
32-เรียงจังหวะไม้เป็นแพทเทิร์นสไตล์โมเดิร์น.jpg



บทความถัดไป
หลังคาบ้านสไตล์โมเดิร์นกับแดด ฟ้า ฝน ที่ไม่ควรมองข้าม
34-หลังคาบ้านสไตล์โมเดิร์นกับแดดฟ้าฝนที่ไม่ควรมองข้าม.jpg



บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
4 แนวทางสร้างบ้านใหม่
1-4-แนวทางสร้างบ้านใหม่-บริษัทรับสร้างบ้าน-สถาปนิก-แบบบ้านฟรี-ซื้อแบบบ้าน-บ้านสำเร็จรูป.jpg



เตรียมขออนุญาตก่อสร้าง และหาผู้รับเหมาไปพร้อมกัน
1-เตรียมขออนุญาตก่อสร้าง-และหาผู้รับเหมาไปพร้อมกัน.jpg





ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ