View : 7307

       ด้วยรูปแบบของสังคมเมืองในบ้านเราที่มีการเปลี่ยนแปลงจากแหล่งชุมชนอยู่อาศัยกลายเป็นแหล่งธุรกิจที่มีราคาที่ดินต่อตารางเมตรสูงขึ้น จึงส่งผลต่อรูปแบบอาคารประเภทต่างๆ ที่ต้องใช้พื้นที่ทุกตารางเมตรอย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยซึ่งต้องมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนประชากรในเมือง รูปทรงอาคารถูกบีบให้สูงขึ้นในแนวตั้ง จากบ้านเดี่ยว 1-2 ชั้นกลายเป็นทาวน์เฮาส์หรือทาวน์โฮม 4-5 ชั้น ไปจนถึงคอนโดมิเนียมสูงหลายสิบชั้น ในขณะที่พื้นฐานความต้องการด้านที่อยู่อาศัยของคนโดยทั่วไปซึ่งนอกจากรูปแบบที่สวยงามเป็นที่น่าพอใจ รวมถึงการมีพื้นที่ใช้สอยตอบสนองความต้องการในด้านต่างๆ แล้ว ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนทั้งทางร่างกายและจิตใจ หลีกหนีจากความวุ่นวายที่พบเจอมาในแต่ละวัน          

       ณ ชุมชนเมืองย่านสาทร...ถือเป็นเกียรติอย่างสูงของทีมงานที่มีโอกาสได้เข้าเยี่ยมชมบ้านของศาสตราจารย์ ดร. บัณฑิต จุลาสัย อดีตคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นบ้านที่สร้างจากความต้องการและประสบการณ์ของอาจารย์  ผสมผสานแนวความคิดในการออกแบบบ้านไทย ซึ่งเรียกได้ว่าตอบโจทย์รูปแบบการอยู่อาศัยในเมืองได้อย่างคุ้มค่าและน่าสนใจ

       ถึงแม้จุดเริ่มต้นของแนวคิดในการออกแบบบ้านหลังนี้คือเรื่องแก้ปัญหาน้ำท่วม เพราะเดิมพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นของโครงการบ้านจัดสรร ซึ่งประสบปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2538 แต่แนวคิดเรื่องความสงบเป็นส่วนตัวท่ามกลางชุมชนและสังคมเมืองก็เป็นสิ่งสำคัญในการออกแบบบ้านหลังนี้เช่นกัน อาจารย์จึงนำแนวคิดบ้านทรงไทยที่ยกใต้ถุนสูงมาใช้ เกิดเป็นอาคารสูง 7 ชั้น หรือไม่เกิน 23 เมตร (ตามที่กฎหมายควบคุมอาคารกำหนดในขณะนั้น) สิ่งที่ได้คือบ้านที่มีส่วนพักอาศัยของอาจารย์บนชั้นที่ 6 และ 7 ส่วนชั้นที่เหลือปล่อยให้โล่งเป็นคานลอยปราศจากพื้นและผนัง โดยมีส่วนของลิฟท์และบันไดซึ่งใช้เป็นทางสัญจรในแนวตั้งระหว่างแต่ละชั้น จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าบ้านหลังนี้จะมีลมพัดผ่านเย็นสบายตลอดเวลา และมีความเป็นส่วนตัวมากเพียงใด

       ด้วยความที่เป็นบ้านของอาจารย์เอง บวกกับประสบการณ์ และความใส่ใจในรายละเอียด บ้านของอาจารย์จึงมีรูปแบบที่เรียบง่าย สอดคล้องกับแนวคิดในการออกแบบและฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของอาจารย์อย่างเต็มที่ ...ชานบ้านโล่งๆ ที่เปรียบเสมือนใต้ถุนบ้านเรือนไทยบนชั้นที่ 6 ซึ่งเป็นทั้งส่วนรับแขก ทานข้าว นั่งเล่น อ่านหนังสือ และยังเป็นพื้นที่ปาร์ตี้ส่วนตัวได้สบาย โดยมี Pantry หรือห้องเตรียมอาหารขนาดเล็กพร้อมโต๊ะกินข้าวภายในบ้านสำหรับวันที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ และยังมีห้องอ่านหนังสือที่อาจารย์ใช้เป็นห้องทำงานและเก็บหนังสือต่างๆ ไว้มากมาย
 

บ้านในสมัยก่อนทำการรีโนเวท โดยระหว่างชั้น 2-5 จะเว้นเพียงคานเอาไว้
ขอบคุณภาพ : นิตยสาร ART4D (Number 57)

ชานบ้านที่ชั้น 6 บรรยากาศร่มร่นเย็นสบาย



       แม้ว่าปัจจุบันมีการใช้พื้นที่อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการต่อเติมพื้นที่เพิ่มเติมในชั้นที่ 3, 4 และ 5 เพื่อใช้เป็นห้องเช่าสำหรับชาวต่างประเทศ แต่ชานซึ่งเปรียบเสมือนใต้ถุนโล่งของบ้านเรือนไทยบนชั้นที่ 6 ช่วยแบ่งแยกส่วนพักอาศัยของอาจารย์ให้ยังมีความเป็นส่วนตัว และยังคงแนวความคิดดั้งเดิมในการออกแบบบ้านหลังนี้ของอาจารย์เช่นเคย

       สุดท้าย อาจารย์ได้บอกแก่ทีมงานว่า “บ้านหลังนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์และแก้ปัญหาที่เคยพบเจอมา” และยังย้ำด้วยว่า “บ้าน..ที่ออกแบบได้ดีนั้น ไม่ใช่บ้านที่สวยงามตามเทรนด์ แต่ควรเป็นบ้านที่ออกแบบให้ตอบรับกับการใช้สอยของเจ้าของบ้านได้ดีที่สุด”  ...เราจึงได้เห็นบ้านที่ถือได้ว่าเป็นต้นแบบแนวคิดบ้านในเมืองรูปแบบหนึ่ง ที่ผสมแนวคิดเรือนไทยแบบดั้งเดิม ซึ่งสามารถตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองได้เป็นอย่างดี

บ้านแนวคิดใหม่ในเมือง 
ตอนที่ 2 : บ้าน (ไทย) ยกสูง

“บ้าน..ที่ออกแบบได้ดีนั้น ไม่ใช่บ้านที่สวยงามตามเทรนด์ แต่ควรเป็นบ้านที่ออกแบบให้ตอบรับกับการใช้สอยของเจ้าของบ้านได้ดีที่สุด”  
ศาสตราจารย์ ดร. บัณฑิต จุลาสัย

บริเวณหน้าบ้านที่ปลูกต้นไม้ไว้อย่างร่มรื่น

ภาพวาดบ้านในสมัยก่อนทำการรีโนเวท
ขอบคุณภาพ : นิตยสาร ART4D (Number 57)


       อาจารย์ออกแบบพื้นที่ชั้นบนสุดของบ้านตามสไตล์ห้อง Suite ของโรงแรม ซึ่งมีเพียงห้องนอนโล่งที่วางเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น รวมถึงห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ และห้องน้ำที่เปิดโล่งไม่มีผนังทึบ โดยมีเพียงบานเลื่อนกระจกใสอยู่ชั้นใน และมีผนังก่อด้วยบล็อกคอนกรีตสำเร็จรูปที่มีรูสี่เหลี่ยมจัตุรัสอยู่ชั้นนอก ซึ่งปกติแล้วอาจารย์จะเปิดบานเลื่อนกระจกค้างไว้เพื่อให้ระบายความชื้นได้ดี

       นอกจากฟังก์ชั่นที่พอเพียงกับความต้องการแล้ว อาจารย์ได้ออกแบบงานระบบต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ และคำนึงถึงการดูแลรักษาง่ายในระยะยาว ทั้งระบบไฟฟ้า ระบบประปาและสุขาภิบาล เช่น สายไฟที่เดินลอยอย่างเป็นระเบียบ เพื่อช่วยระบายความร้อนของสายไฟและง่ายต่อการซ่อมแซม การเตรียมห้องสำหรับควบคุมและดูแลงานระบบต่างๆ รวมถึงระบบบำบัดน้ำเสียที่มีการนำน้ำมาใช้หมุนเวียนในการรดน้ำต้นไม้ เป็นต้น

       อย่างไรก็ตาม ลมที่พัดเย็นสบายบนพื้นที่อยู่อาศัยสองชั้นบนสุดของบ้าน ก็ต้องแลกกับลมฝนที่สาดเข้ามาโดยเฉพาะในวันที่มีพายุรุนแรง ซึ่งอาจารย์เตรียมความพร้อมเรื่องนี้ด้วยการปลูกต้นไม้ และทำระบบระบายน้ำเป็นพิเศษ นอกจากนี้ในด้านที่แสงแดดส่องมากๆ ก็มีการติดตั้งระแนงทั้งส่วนที่เป็นผนังและหลังคา เพื่อช่วยกรองแสงและลดความร้อนร่วมกับต้นไม้ที่ปลูกเป็นแนวไว้

 

ระแนงกับแดดที่ชั้นบนของบ้าน

บ้านแนวคิดใหม่ในเมือง 
ตอนที่ 2 : บ้าน (ไทย) ยกสูง

“บ้าน..ที่ออกแบบได้ดีนั้น ไม่ใช่บ้านที่สวยงามตามเทรนด์ แต่ควรเป็นบ้านที่ออกแบบให้ตอบรับกับการใช้สอยของเจ้าของบ้านได้ดีที่สุด”  
ศาสตราจารย์ ดร. บัณฑิต จุลาสัย

บริเวณหน้าบ้านที่ปลูกต้นไม้ไว้อย่างร่มรื่น

ภาพวาดบ้านในสมัยก่อนทำการรีโนเวท
ขอบคุณภาพ : นิตยสาร ART4D (Number 57)

       ด้วยรูปแบบของสังคมเมืองในบ้านเราที่มีการเปลี่ยนแปลงจากแหล่งชุมชนอยู่อาศัยกลายเป็นแหล่งธุรกิจที่มีราคาที่ดินต่อตารางเมตรสูงขึ้น จึงส่งผลต่อรูปแบบอาคารประเภทต่างๆ ที่ต้องใช้พื้นที่ทุกตารางเมตรอย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยซึ่งต้องมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนประชากรในเมือง รูปทรงอาคารถูกบีบให้สูงขึ้นในแนวตั้ง จากบ้านเดี่ยว 1-2 ชั้นกลายเป็นทาวน์เฮาส์หรือทาวน์โฮม 4-5 ชั้น ไปจนถึงคอนโดมิเนียมสูงหลายสิบชั้น ในขณะที่พื้นฐานความต้องการด้านที่อยู่อาศัยของคนโดยทั่วไปซึ่งนอกจากรูปแบบที่สวยงามเป็นที่น่าพอใจ รวมถึงการมีพื้นที่ใช้สอยตอบสนองความต้องการในด้านต่างๆ แล้ว ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนทั้งทางร่างกายและจิตใจ หลีกหนีจากความวุ่นวายที่พบเจอมาในแต่ละวัน          

       ณ ชุมชนเมืองย่านสาทร...ถือเป็นเกียรติอย่างสูงของทีมงานที่มีโอกาสได้เข้าเยี่ยมชมบ้านของศาสตราจารย์ ดร. บัณฑิต จุลาสัย อดีตคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นบ้านที่สร้างจากความต้องการและประสบการณ์ของอาจารย์  ผสมผสานแนวความคิดในการออกแบบบ้านไทย ซึ่งเรียกได้ว่าตอบโจทย์รูปแบบการอยู่อาศัยในเมืองได้อย่างคุ้มค่าและน่าสนใจ

       ถึงแม้จุดเริ่มต้นของแนวคิดในการออกแบบบ้านหลังนี้คือเรื่องแก้ปัญหาน้ำท่วม เพราะเดิมพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นของโครงการบ้านจัดสรร ซึ่งประสบปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2538 แต่แนวคิดเรื่องความสงบเป็นส่วนตัวท่ามกลางชุมชนและสังคมเมืองก็เป็นสิ่งสำคัญในการออกแบบบ้านหลังนี้เช่นกัน อาจารย์จึงนำแนวคิดบ้านทรงไทยที่ยกใต้ถุนสูงมาใช้ เกิดเป็นอาคารสูง 7 ชั้น หรือไม่เกิน 23 เมตร (ตามที่กฎหมายควบคุมอาคารกำหนดในขณะนั้น) สิ่งที่ได้คือบ้านที่มีส่วนพักอาศัยของอาจารย์บนชั้นที่ 6 และ 7 ส่วนชั้นที่เหลือปล่อยให้โล่งเป็นคานลอยปราศจากพื้นและผนัง โดยมีส่วนของลิฟท์และบันไดซึ่งใช้เป็นทางสัญจรในแนวตั้งระหว่างแต่ละชั้น จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าบ้านหลังนี้จะมีลมพัดผ่านเย็นสบายตลอดเวลา และมีความเป็นส่วนตัวมากเพียงใด

       ด้วยความที่เป็นบ้านของอาจารย์เอง บวกกับประสบการณ์ และความใส่ใจในรายละเอียด บ้านของอาจารย์จึงมีรูปแบบที่เรียบง่าย สอดคล้องกับแนวคิดในการออกแบบและฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของอาจารย์อย่างเต็มที่ ...ชานบ้านโล่งๆ ที่เปรียบเสมือนใต้ถุนบ้านเรือนไทยบนชั้นที่ 6 ซึ่งเป็นทั้งส่วนรับแขก ทานข้าว นั่งเล่น อ่านหนังสือ และยังเป็นพื้นที่ปาร์ตี้ส่วนตัวได้สบาย โดยมี Pantry หรือห้องเตรียมอาหารขนาดเล็กพร้อมโต๊ะกินข้าวภายในบ้านสำหรับวันที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ และยังมีห้องอ่านหนังสือที่อาจารย์ใช้เป็นห้องทำงานและเก็บหนังสือต่างๆ ไว้มากมาย
 

บ้านในสมัยก่อนทำการรีโนเวท โดยระหว่างชั้น 2-5 จะเว้นเพียงคานเอาไว้
ขอบคุณภาพ : นิตยสาร ART4D (Number 57)

ชานบ้านที่ชั้น 6 บรรยากาศร่มร่นเย็นสบาย


       อาจารย์ออกแบบพื้นที่ชั้นบนสุดของบ้านตามสไตล์ห้อง Suite ของโรงแรม ซึ่งมีเพียงห้องนอนโล่งที่วางเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น รวมถึงห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ และห้องน้ำที่เปิดโล่งไม่มีผนังทึบ โดยมีเพียงบานเลื่อนกระจกใสอยู่ชั้นใน และมีผนังก่อด้วยบล็อกคอนกรีตสำเร็จรูปที่มีรูสี่เหลี่ยมจัตุรัสอยู่ชั้นนอก ซึ่งปกติแล้วอาจารย์จะเปิดบานเลื่อนกระจกค้างไว้เพื่อให้ระบายความชื้นได้ดี

       นอกจากฟังก์ชั่นที่พอเพียงกับความต้องการแล้ว อาจารย์ได้ออกแบบงานระบบต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ และคำนึงถึงการดูแลรักษาง่ายในระยะยาว ทั้งระบบไฟฟ้า ระบบประปาและสุขาภิบาล เช่น สายไฟที่เดินลอยอย่างเป็นระเบียบ เพื่อช่วยระบายความร้อนของสายไฟและง่ายต่อการซ่อมแซม การเตรียมห้องสำหรับควบคุมและดูแลงานระบบต่างๆ รวมถึงระบบบำบัดน้ำเสียที่มีการนำน้ำมาใช้หมุนเวียนในการรดน้ำต้นไม้ เป็นต้น

       อย่างไรก็ตาม ลมที่พัดเย็นสบายบนพื้นที่อยู่อาศัยสองชั้นบนสุดของบ้าน ก็ต้องแลกกับลมฝนที่สาดเข้ามาโดยเฉพาะในวันที่มีพายุรุนแรง ซึ่งอาจารย์เตรียมความพร้อมเรื่องนี้ด้วยการปลูกต้นไม้ และทำระบบระบายน้ำเป็นพิเศษ นอกจากนี้ในด้านที่แสงแดดส่องมากๆ ก็มีการติดตั้งระแนงทั้งส่วนที่เป็นผนังและหลังคา เพื่อช่วยกรองแสงและลดความร้อนร่วมกับต้นไม้ที่ปลูกเป็นแนวไว้

 

ระแนงกับแดดที่ชั้นบนของบ้าน



       แม้ว่าปัจจุบันมีการใช้พื้นที่อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการต่อเติมพื้นที่เพิ่มเติมในชั้นที่ 3, 4 และ 5 เพื่อใช้เป็นห้องเช่าสำหรับชาวต่างประเทศ แต่ชานซึ่งเปรียบเสมือนใต้ถุนโล่งของบ้านเรือนไทยบนชั้นที่ 6 ช่วยแบ่งแยกส่วนพักอาศัยของอาจารย์ให้ยังมีความเป็นส่วนตัว และยังคงแนวความคิดดั้งเดิมในการออกแบบบ้านหลังนี้ของอาจารย์เช่นเคย

       สุดท้าย อาจารย์ได้บอกแก่ทีมงานว่า “บ้านหลังนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์และแก้ปัญหาที่เคยพบเจอมา” และยังย้ำด้วยว่า “บ้าน..ที่ออกแบบได้ดีนั้น ไม่ใช่บ้านที่สวยงามตามเทรนด์ แต่ควรเป็นบ้านที่ออกแบบให้ตอบรับกับการใช้สอยของเจ้าของบ้านได้ดีที่สุด”  ...เราจึงได้เห็นบ้านที่ถือได้ว่าเป็นต้นแบบแนวคิดบ้านในเมืองรูปแบบหนึ่ง ที่ผสมแนวคิดเรือนไทยแบบดั้งเดิม ซึ่งสามารถตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองได้เป็นอย่างดี



บทความที่แล้ว
บ้านแนวคิดใหม่ในเมือง: บ้านล้อมสวน
40-บ้านแนวคิดใหม่ในเมืองตอนที่1บ้านล้อมสวน.jpg



บทความถัดไป
แบบบ้านน็อคดาวน์ VS บ้านตู้คอนเทนเนอร์
42-แทบไม่น่าเชื่อไอเดียสร้างบ้านเสร็จเร็วแบบบ้านน็อคดาวน์-VS-บ้านตู้คอนเทนเนอร์.jpg



บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
4 แนวทางสร้างบ้านใหม่
1-4-แนวทางสร้างบ้านใหม่-บริษัทรับสร้างบ้าน-สถาปนิก-แบบบ้านฟรี-ซื้อแบบบ้าน-บ้านสำเร็จรูป.jpg



เตรียมขออนุญาตก่อสร้าง และหาผู้รับเหมาไปพร้อมกัน
1-เตรียมขออนุญาตก่อสร้าง-และหาผู้รับเหมาไปพร้อมกัน.jpg


ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ