View : 34562

       อีกแนวทางหนึ่งของการประหยัดพลังงานภายในบ้านก็คือ ทำบ้านให้มีช่องเปิดช่องแสงเพื่อแสงธรรมชาติจะได้ส่องผ่านเข้ามาทำให้พื้นที่ภายในบ้านสว่าง จะไม่ต้องเปิดโคมไฟในช่วงเวลาที่แสงธรรมชาติภายนอกเพียงพอ แต่การเปิดช่องแสงที่มากจนเกินไปและอยู่ผิดทิศผิดทาง ก็อาจส่งผลให้เกิดปัญหาได้ ถ้าจะเปรียบเทียบบ้านที่มีช่องแสงมากเกินไปก็เหมือนกับรถยนต์ที่จอดกลางแดด...ลองนึกถึงตอนที่เราขับรถไปทำธุระแล้วต้องจอดรถกลางแจ้งที่แดดจัด ๆ ไว้สักพัก เมื่อทำธุระเสร็จกลับมาถึงแล้วเปิดรถจะเข้าไป พบว่าภายในรถร้อนจนไม่สามารถเข้าไปนั่งได้ จะจับพวงมาลัยหรือเบาะนั่งก็ร้อนไปเสียหมด ต้องเปิดประตู ไขกระจกรถลง หรือติดเครื่องรถยนต์แล้วเปิดแอร์แรง ๆ เพื่อไล่ความร้อนออกไปบางส่วนเสียก่อนจึงพอจะค่อยเข้าไปนั่งขับได้

       ความร้อนในรถที่ร้อนมากกว่าปกติ มีผลมาจากกระจกของรถยนต์นั่นเอง เพราะแสงแดด หรือ รังสีดวงอาทิตย์ แผ่รังสีมาในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ส่วนที่เป็นคลื่นสั้น เมื่อส่งผ่านกระจกรถยนต์เข้าไปภายในกระทบกับสิ่งของต่าง ๆ ในรถ เช่น เบาะ พวงมาลัย รังสีคลื่นสั้นจะเปลี่ยนเป็นคลื่นยาว ซึ่งเป็นคลื่นความร้อน จะไม่สามารถผ่านกระจกกลับออกไปภายนอกได้ (เพราะกระจกมีสมบัติที่กั้นไม่ให้รังสีคลื่นยาวผ่านตัวมัน) เกิดเป็นความร้อนสะสมอยู่ภายในรถ อากาศภายในรถจึงร้อนกว่าอากาศภายนอกมาก

       ปรากฏการณ์ที่ความร้อนสะสมขึ้นในรถยนต์นั้น พอจะนำไปอธิบายปรากฏการณ์ที่โลกร้อนขึ้นได้ เพราะมีก๊าซบางชนิด ในชั้นบรรยากาศทำหน้าที่ดูดซับความร้อนไว้ (เพื่อสภาวะอากาศของโลกให้สมดุล) แต่การมีก๊าซเหล่านี้เยอะเกินไปก็คล้ายกับมีกระจกปริมาณมากครอบโลกไว้ ความร้อนที่เกิดขึ้นบนพื้นโลกก็ถูกขังไว้เหมือนความร้อนที่ถูกกักอยู่ในรถ และเรียกปรากฏการณ์ที่โลกร้อนนี้ว่า “ปรากฏการณ์เรือนกระจก” ส่วนก๊าซที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนก็เรียกว่า “ก๊าซเรือนกระจก”* นั่นเอง

       ตัวบ้านของเราก็เช่นเดียวกัน เมื่อรังสีดวงอาทิตย์ส่งผ่านเข้ามาทางช่องแสงช่องเปิดกระจกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้าต่างหรือประตูกระจกที่อยู่บนผนัง หรือหลังคา (ที่เรียกกันว่า สกายไลท์; skylight) ก็จะกลายเป็นความร้อนสะสม ยิ่งช่องแสงมีมาก และอยู่ในทิศทางที่แดดส่องผ่านได้เต็มที่ ความร้อนก็จะยิ่งเข้ามาสะสมมากขึ้น สุดท้ายต้องใช้พลังงานขจัดความร้อนออกไปโดยการเปิดเครื่องปรับอากาศ ทำให้สิ้นเปลืองค่าพลังงานมากขึ้น

ทิศทางของดวงอาทิตย์ที่อ้อมเหนือและอ้อมใต้

ถ้าจะมีกระจกบานใหญ่ มีจำนวนช่องแสงเยอะๆ ต้องมีให้ถูกทิศทาง
       ประเทศไทยนั้นอยู่ทางซีกโลกเหนือ (ถ้าจับโลกมาวางเอาขั้วโลกเหนือตั้งขึ้นแล้วผ่าออกเป็น 2 ซีกบนล่าง ประเทศไทยจะอยู่ซีกบนของโลก) ด้วยเหตุนี้คนที่อยู่ในประเทศไทยจะเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นทางตะวันออกและตกทางตะวันตกโดยอ้อมไปทางทิศใต้เป็นเวลานานกว่าอ้อมไปทางทิศเหนือ โดยดวงอาทิตย์อ้อมไปทางทิศใต้ประมาณ 8 เดือนระหว่างเดือนกันยายนไปถึงเดือนเมษายน และอ้อมไปทางทิศเหนือประมาณ 4 เดือนระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม

       ดังนั้น หากต้องการจะทำหน้าต่างกระจกบานใหญ่ๆ หรือมีจำนวนมาก เพื่อให้ได้แสงสว่างธรรมชาติ ก็ควรจะเลือกทำที่ผนังด้านทิศเหนือ หรือตะวันออกเฉียงเหนือ (ที่ไม่ได้รับแดดช่วงบ่าย) หรือถ้าไปเลือกซื้อบ้าน แล้วถูกใจรูปแบบบ้านที่มีกระจกเยอะๆ ก็ต้องเลือกรูปแบบบ้านที่มีสัดส่วนของกระจกเยอะๆ นั้นหันไปทิศที่ได้รับแดดน้อยที่สุด

กันแดดให้ช่องแสงและช่องเปิดกระจก
       ขอกลับไปที่เรื่องรถยนต์ว่า เวลาที่เราหาที่จอดรถเราก็ต้องการจอดรถในอาคาร หรือที่ที่รถได้ร่มเงา เพื่อที่ว่าภายในของรถจะได้ไม่ร้อนมากนักเมื่อกลับเข้ามา ช่องแสงหน้าต่างของบ้านก็เช่นเดียวกันที่ควรทำแผงกันแดดให้กับช่องแสงดังกล่าวด้วย หากเป็นช่องแสงด้านทิศเหนือ การทำแผงกันแดดก็จะทำได้ง่ายกว่าเนื่องจากมุมแดดอยู่สูง แผงกันแดดหรือชายคาก็ไม่ต้องยื่นยาวนัก แต่หากเป็นทิศใต้และทิศตะวันตก การกันแดดให้ช่องแสงก็จะยากขึ้นเนื่องจากมีมุมแดดต่ำ แผงกันแดดหรือชายคาก็ต้องยื่นยาวหรือมีรูปแบบในแนวตั้งและแนวนอนผสมกัน

       การกันแดดนั้นไม่จำเป็นต้องกันได้ตลอดเวลาที่มีแสงแดดส่อง แต่อาจทำให้สามารถกันแดดได้ในช่วงเวลาที่แดดรุนแรง เช่น ประมาณตั้งแต่ 9 - 10 โมงเช้าไปจนถึง บ่าย 3 - 4 โมงเย็น 

       ส่วนแผงกันแดด ก็ไม่จำเป็นต้องทำเป็นสิ่งก่อสร้างชนิดที่ติดอยู่กับตัวอาคารเสมอไปนะครับ แต่สามารถใช้การปรับบริเวณภายนอกบ้านไม่ว่าจะปลูกต้นไม้ ทำเรือนไม้เลื้อยต่างๆ ขึ้นมาช่วยป้องกันก็ได้ นอกจากนั้นบางพื้นที่เราอาจยอมให้แสงแดดส่องผ่านเข้ามาได้ เช่น ห้องน้ำ หรือห้องที่มีลักษณะเปียกชื้น ซึ่งก็อาศัยการวางตำแหน่งของพื้นที่ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับทิศทางของดวงอาทิตย์นั่นเอง
               
       เรื่องกระจกกับบ้านประหยัดพลังงานนั้นยังมีอีกหลายประเด็น แล้วจะเขียนให้ทราบในโอกาสต่อ ๆ ไป สุดท้ายก็อย่าลืมนึกถึงรถยนต์ที่จอดกลางแดดเมื่อต้องการทำช่องแสงกระจกให้กับบ้านนะครับ
 
*(หมายเหตุเกี่ยวกับก๊าซเรือนกระจก: มีทั้งก๊าซที่เกิดโดยธรรมชาติ เช่น โอโซน แต่ที่เป็นปัญหาต้องจัดการคือก๊าซที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ ที่สำคัญก็คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์, มีเทน และสารทำความเย็นในระบบปรับอากาศ คือ คลอโรฟลูออโรคาร์บอน หรือ สารซีเอฟซี ปัจจุบันหลาย ๆ ประเทศมีเป้าหมายเลิกการใช้สารซีเอฟซีนี้ โดยนำสารอื่นมาใช้ทำความเย็นทดแทน เพราะสารซีเอฟซีนั้น มีผลทำให้เกิดภาวะโลกร้อนมากว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึงประมาณ 10,000 เท่า เมื่อเทียบกัน)

 



DreamDriver-Consult.jpg

สร้างบ้านประหยัดพลังงาน
อย่าให้เหมือนรถยนต์จอดกลางแดด

รถยนต์ที่จอดอยู่กลางแดด ภายในรถจะร้อนจัด เนื่องจากความร้อนเดินทางผ่านกระจกเข้าไปสะสมอยู่ภายในรถ บ้านก็เช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงควรคำนึงถึงตำแหน่ง ทิศทาง และขนาด ของหน้าต่าง ช่องแสง หรือแผงบังแดด ให้ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติในขณะเดียวกันก็ให้ความร้อนผ่านเข้าสู่ตัวบ้านน้อยที่สุด เพื่อลดการใช้พลังงานภายในบ้าน

ความร้อนที่สะสมในรถยนต์

ความร้อนที่สะสมในบ้าน






       อย่างไรก็ตามบ้านทุกหลังย่อมต้องมีช่องแสงหน้าต่าง ไว้เพื่อประโยชน์ในเรื่องอื่นด้วย เช่น ระบายอากาศ ให้ภายในสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกได้ ดังนั้นเพื่อจะสร้างบ้านไม่ให้เป็นเหมือนรถยนต์จอดกลางแดด จึงควรต้องมีข้อพิจารณาในการเลือกตำแหน่งของช่องแสงหน้าต่างกระจก เพื่อให้ได้แสงธรรมชาติเพียงพอในขณะที่มีความร้อนเข้ามาน้อยที่สุด





 

ทิศใต้มีมุมแดดต่ำกว่าทิศเหนือ บ้านฝั่งทิศใต้จึงควรมีชายคาหรือแผงกันแดดที่ยื่นยาว

สร้างบ้านประหยัดพลังงาน
อย่าให้เหมือนรถยนต์จอดกลางแดด

รถยนต์ที่จอดอยู่กลางแดด ภายในรถจะร้อนจัด เนื่องจากความร้อนเดินทางผ่านกระจกเข้าไปสะสมอยู่ภายในรถ บ้านก็เช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงควรคำนึงถึงตำแหน่ง ทิศทาง และขนาด ของหน้าต่าง ช่องแสง หรือแผงบังแดด ให้ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติในขณะเดียวกันก็ให้ความร้อนผ่านเข้าสู่ตัวบ้านน้อยที่สุด เพื่อลดการใช้พลังงานภายในบ้าน

ความร้อนที่สะสมในรถยนต์

ความร้อนที่สะสมในบ้าน

       อีกแนวทางหนึ่งของการประหยัดพลังงานภายในบ้านก็คือ ทำบ้านให้มีช่องเปิดช่องแสงเพื่อแสงธรรมชาติจะได้ส่องผ่านเข้ามาทำให้พื้นที่ภายในบ้านสว่าง จะไม่ต้องเปิดโคมไฟในช่วงเวลาที่แสงธรรมชาติภายนอกเพียงพอ แต่การเปิดช่องแสงที่มากจนเกินไปและอยู่ผิดทิศผิดทาง ก็อาจส่งผลให้เกิดปัญหาได้ ถ้าจะเปรียบเทียบบ้านที่มีช่องแสงมากเกินไปก็เหมือนกับรถยนต์ที่จอดกลางแดด...ลองนึกถึงตอนที่เราขับรถไปทำธุระแล้วต้องจอดรถกลางแจ้งที่แดดจัด ๆ ไว้สักพัก เมื่อทำธุระเสร็จกลับมาถึงแล้วเปิดรถจะเข้าไป พบว่าภายในรถร้อนจนไม่สามารถเข้าไปนั่งได้ จะจับพวงมาลัยหรือเบาะนั่งก็ร้อนไปเสียหมด ต้องเปิดประตู ไขกระจกรถลง หรือติดเครื่องรถยนต์แล้วเปิดแอร์แรง ๆ เพื่อไล่ความร้อนออกไปบางส่วนเสียก่อนจึงพอจะค่อยเข้าไปนั่งขับได้

       ความร้อนในรถที่ร้อนมากกว่าปกติ มีผลมาจากกระจกของรถยนต์นั่นเอง เพราะแสงแดด หรือ รังสีดวงอาทิตย์ แผ่รังสีมาในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ส่วนที่เป็นคลื่นสั้น เมื่อส่งผ่านกระจกรถยนต์เข้าไปภายในกระทบกับสิ่งของต่าง ๆ ในรถ เช่น เบาะ พวงมาลัย รังสีคลื่นสั้นจะเปลี่ยนเป็นคลื่นยาว ซึ่งเป็นคลื่นความร้อน จะไม่สามารถผ่านกระจกกลับออกไปภายนอกได้ (เพราะกระจกมีสมบัติที่กั้นไม่ให้รังสีคลื่นยาวผ่านตัวมัน) เกิดเป็นความร้อนสะสมอยู่ภายในรถ อากาศภายในรถจึงร้อนกว่าอากาศภายนอกมาก

       ปรากฏการณ์ที่ความร้อนสะสมขึ้นในรถยนต์นั้น พอจะนำไปอธิบายปรากฏการณ์ที่โลกร้อนขึ้นได้ เพราะมีก๊าซบางชนิด ในชั้นบรรยากาศทำหน้าที่ดูดซับความร้อนไว้ (เพื่อสภาวะอากาศของโลกให้สมดุล) แต่การมีก๊าซเหล่านี้เยอะเกินไปก็คล้ายกับมีกระจกปริมาณมากครอบโลกไว้ ความร้อนที่เกิดขึ้นบนพื้นโลกก็ถูกขังไว้เหมือนความร้อนที่ถูกกักอยู่ในรถ และเรียกปรากฏการณ์ที่โลกร้อนนี้ว่า “ปรากฏการณ์เรือนกระจก” ส่วนก๊าซที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนก็เรียกว่า “ก๊าซเรือนกระจก”* นั่นเอง

       ตัวบ้านของเราก็เช่นเดียวกัน เมื่อรังสีดวงอาทิตย์ส่งผ่านเข้ามาทางช่องแสงช่องเปิดกระจกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้าต่างหรือประตูกระจกที่อยู่บนผนัง หรือหลังคา (ที่เรียกกันว่า สกายไลท์; skylight) ก็จะกลายเป็นความร้อนสะสม ยิ่งช่องแสงมีมาก และอยู่ในทิศทางที่แดดส่องผ่านได้เต็มที่ ความร้อนก็จะยิ่งเข้ามาสะสมมากขึ้น สุดท้ายต้องใช้พลังงานขจัดความร้อนออกไปโดยการเปิดเครื่องปรับอากาศ ทำให้สิ้นเปลืองค่าพลังงานมากขึ้น

ทิศทางของดวงอาทิตย์ที่อ้อมเหนือและอ้อมใต้






       อย่างไรก็ตามบ้านทุกหลังย่อมต้องมีช่องแสงหน้าต่าง ไว้เพื่อประโยชน์ในเรื่องอื่นด้วย เช่น ระบายอากาศ ให้ภายในสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกได้ ดังนั้นเพื่อจะสร้างบ้านไม่ให้เป็นเหมือนรถยนต์จอดกลางแดด จึงควรต้องมีข้อพิจารณาในการเลือกตำแหน่งของช่องแสงหน้าต่างกระจก เพื่อให้ได้แสงธรรมชาติเพียงพอในขณะที่มีความร้อนเข้ามาน้อยที่สุด





 

ทิศใต้มีมุมแดดต่ำกว่าทิศเหนือ บ้านฝั่งทิศใต้จึงควรมีชายคาหรือแผงกันแดดที่ยื่นยาว

ถ้าจะมีกระจกบานใหญ่ มีจำนวนช่องแสงเยอะๆ ต้องมีให้ถูกทิศทาง
       ประเทศไทยนั้นอยู่ทางซีกโลกเหนือ (ถ้าจับโลกมาวางเอาขั้วโลกเหนือตั้งขึ้นแล้วผ่าออกเป็น 2 ซีกบนล่าง ประเทศไทยจะอยู่ซีกบนของโลก) ด้วยเหตุนี้คนที่อยู่ในประเทศไทยจะเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นทางตะวันออกและตกทางตะวันตกโดยอ้อมไปทางทิศใต้เป็นเวลานานกว่าอ้อมไปทางทิศเหนือ โดยดวงอาทิตย์อ้อมไปทางทิศใต้ประมาณ 8 เดือนระหว่างเดือนกันยายนไปถึงเดือนเมษายน และอ้อมไปทางทิศเหนือประมาณ 4 เดือนระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม

       ดังนั้น หากต้องการจะทำหน้าต่างกระจกบานใหญ่ๆ หรือมีจำนวนมาก เพื่อให้ได้แสงสว่างธรรมชาติ ก็ควรจะเลือกทำที่ผนังด้านทิศเหนือ หรือตะวันออกเฉียงเหนือ (ที่ไม่ได้รับแดดช่วงบ่าย) หรือถ้าไปเลือกซื้อบ้าน แล้วถูกใจรูปแบบบ้านที่มีกระจกเยอะๆ ก็ต้องเลือกรูปแบบบ้านที่มีสัดส่วนของกระจกเยอะๆ นั้นหันไปทิศที่ได้รับแดดน้อยที่สุด

กันแดดให้ช่องแสงและช่องเปิดกระจก
       ขอกลับไปที่เรื่องรถยนต์ว่า เวลาที่เราหาที่จอดรถเราก็ต้องการจอดรถในอาคาร หรือที่ที่รถได้ร่มเงา เพื่อที่ว่าภายในของรถจะได้ไม่ร้อนมากนักเมื่อกลับเข้ามา ช่องแสงหน้าต่างของบ้านก็เช่นเดียวกันที่ควรทำแผงกันแดดให้กับช่องแสงดังกล่าวด้วย หากเป็นช่องแสงด้านทิศเหนือ การทำแผงกันแดดก็จะทำได้ง่ายกว่าเนื่องจากมุมแดดอยู่สูง แผงกันแดดหรือชายคาก็ไม่ต้องยื่นยาวนัก แต่หากเป็นทิศใต้และทิศตะวันตก การกันแดดให้ช่องแสงก็จะยากขึ้นเนื่องจากมีมุมแดดต่ำ แผงกันแดดหรือชายคาก็ต้องยื่นยาวหรือมีรูปแบบในแนวตั้งและแนวนอนผสมกัน

       การกันแดดนั้นไม่จำเป็นต้องกันได้ตลอดเวลาที่มีแสงแดดส่อง แต่อาจทำให้สามารถกันแดดได้ในช่วงเวลาที่แดดรุนแรง เช่น ประมาณตั้งแต่ 9 - 10 โมงเช้าไปจนถึง บ่าย 3 - 4 โมงเย็น 

       ส่วนแผงกันแดด ก็ไม่จำเป็นต้องทำเป็นสิ่งก่อสร้างชนิดที่ติดอยู่กับตัวอาคารเสมอไปนะครับ แต่สามารถใช้การปรับบริเวณภายนอกบ้านไม่ว่าจะปลูกต้นไม้ ทำเรือนไม้เลื้อยต่างๆ ขึ้นมาช่วยป้องกันก็ได้ นอกจากนั้นบางพื้นที่เราอาจยอมให้แสงแดดส่องผ่านเข้ามาได้ เช่น ห้องน้ำ หรือห้องที่มีลักษณะเปียกชื้น ซึ่งก็อาศัยการวางตำแหน่งของพื้นที่ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับทิศทางของดวงอาทิตย์นั่นเอง
               
       เรื่องกระจกกับบ้านประหยัดพลังงานนั้นยังมีอีกหลายประเด็น แล้วจะเขียนให้ทราบในโอกาสต่อ ๆ ไป สุดท้ายก็อย่าลืมนึกถึงรถยนต์ที่จอดกลางแดดเมื่อต้องการทำช่องแสงกระจกให้กับบ้านนะครับ
 
*(หมายเหตุเกี่ยวกับก๊าซเรือนกระจก: มีทั้งก๊าซที่เกิดโดยธรรมชาติ เช่น โอโซน แต่ที่เป็นปัญหาต้องจัดการคือก๊าซที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ ที่สำคัญก็คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์, มีเทน และสารทำความเย็นในระบบปรับอากาศ คือ คลอโรฟลูออโรคาร์บอน หรือ สารซีเอฟซี ปัจจุบันหลาย ๆ ประเทศมีเป้าหมายเลิกการใช้สารซีเอฟซีนี้ โดยนำสารอื่นมาใช้ทำความเย็นทดแทน เพราะสารซีเอฟซีนั้น มีผลทำให้เกิดภาวะโลกร้อนมากว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึงประมาณ 10,000 เท่า เมื่อเทียบกัน)

 



DreamDriver-Consult.jpg

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ