View : 14965



วิธีสังเกตกระเบื้องนั้นดูได้ง่ายๆที่ความหนา โดยแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ แบบแผ่นบาง และ แผ่นหนา
 
กระเบื้องแผ่นบาง (มีความหนาประมาณ 6 มิลลิเมตร)
โดยทั่วไปจะเป็นกระเบื้องที่มีการเคลือบสี, ลวดลาย หรือร่องลายที่ผิวหน้า ซึ่ง เราสามารถแบ่งกระเบื้องแผ่นบางเป็น 2 ประเภทดังนี้
 
1. กระเบื้องกรุผนัง (Wall Tile)
เป็นเนื้อแบบ Earthen Ware กระเบื้องที่มีเนื้อละเอียด แต่มีความพรุนตัวและการดูดซึมน้ำสูง สีของเนื้อกระเบื้องอาจเป็นสีขาวหรือสีแดง มีการเคลือบผิวหน้าทั้งแบบเรียบมันและเรียบ แต่มีความแข็งแกร่งและการรับน้ำหนักน้อยกว่าประเภทอื่นจึง ไม่สามารถใช้เป็นกระเบื้องปูพื้นหรือใช้นอกอาคารได้
 
2. กระเบื้องปูพื้น (Floor Tile)
เป็นเนื้อแบบ Stone Ware เป็นกระเบื้องที่มีเนื้อแข็งแกร่งและทึบแสง โดยทั่วไปมักจะมีสีน้ำตาล แต่อาจมีเนื้อสีขาวได้ มีการเคลือบที่ผิวหน้าทั้งแบบด้าน แบบมัน และแบบผิวสัมผัสหยาบ มีมีความแกร่งมากกว่ากระเบื้องกรุผนัง และรับน้ำหนักได้มากกว่า จึงสามารถนำมาใช้ได้ทั้งงานพื้นและงานผนัง

กระเบื้อง Glazed Porcelain สังเกตได้ว่าผิวและเนื้อกระเบื้องแตกต่างกัน (บน) และกระเบื้องแกรนิตโต้ (Homogeneous Tile) มีสีและลวดลายเหมือนกันทั้งแผ่น (ล่าง)

SELECTION OAK กระเบื้อง คอตโต้ อิตาเลีย ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากไม้โอ๊ค


อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการกันลื่นของกระเบื้องปูพื้นอาจเปลี่ยนไปจากค่าที่ระบุ หากการดูแลรักษาไม่เหมาะสมและทำให้ความสามารถในการกันลื่นของกระเบื้องนั้นๆ ลดลง การทำความสะอาดและการบำรุงรักษานั้นก็ต้องคำนึงถึงเช่นกัน
 
ผิวสัมผัสกระเบื้องที่แตกต่างกันนั้น การดูแลรักษาก็แตกต่างกันไปด้วย ซึ่งในท้องตลาดปัจจุบันก็มีน้ำยาในการเคลือบผิวประเภทต่างๆ ให้เหมาะกับการใช้งาน ทั้งนี้ทั้งนั้นควรศึกษาคู่มือการใช้งานให้ละเอียดก่อนนำมาใช้จริง

เลือกกระเบื้องอย่างไร
ให้ตอบโจทย์การใช้งาน

ลักษณะด้านข้างและด้านหลังของกระเบื้องกรุผนัง

ลักษณะด้านข้างและด้านหลังของกระเบื้องปูพื้น

กระเบื้องแผ่นหนา (มีความหนากระเบื้องประมาณ 10 มิลลิเมตร)
เป็นเนื้อแบบพอร์ซเลน เนื้อจึงแน่นละเอียดและมีสีขาว มีความแกร่งสูง สามารถรับแรงได้มาก ทนต่อการขัดสีได้ดี จึงเหมาะสำหรับใช้เป็นกระเบื้องปูพื้นหรือใช้นอกอาคาร โดยส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่ากระเบื้องแผ่นบาง สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ
 
1. กระเบื้องแผ่นหนาแบบเคลือบผิวหน้า
โดยทั่วไปเรียกกันว่า Glazed Porcelain Tile หากถูกกระเทาะหรือเกิดการสึกหรอที่ผิวหน้าไปจนถึงเนื้อกระเบื้อง จะสังเกตเห็นได้ว่าเป็นคนละสีกัน
 
2. กระเบื้องแผ่นหนาแบบเป็นเนื้อเดียวกันทั้งแผ่น
โดยทั่วไปเรียกกันว่าแกรนิตโต้ เป็นกระเบื้องที่มีความพิเศษ คือ สามารถทำผิวสัมผัสได้หลากหลาย หากถูกกระเทาะหรือเกิดการสึกหรอจะสังเกตเห็นได้ยาก
 
นอกจากรายละเอียดและคุณสมบัติต่างๆ ของกระเบื้องแต่ละประเภทแล้ว สิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้คือ “ค่าการกันลื่น” มีความสำคัญอย่างมากเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของคนในบ้าน

มีตั้งแต่ R9 ถึง R13 ตาม DIN51130 (the German Methods) เป็นการทดสอบที่เรียกว่า “Ramp Test” มีการทดสอบในห้องทดลองที่พื้นปูด้วยกระเบื้อง มีความลาดชันหรือพื้นเอียงในระดับองศาต่างๆ ที่ทำให้คนเดินไปเดินมาบนพื้นนั้นๆ เกิดการลื่นไถล แบ่งลักษณะการใช้คร่าวๆ ได้ ดังนี้
 
- ค่า R9 เป็นค่าที่ต่ำสุดที่รับได้สำหรับกระเบื้องที่ปูพื้นทั่วไป สามารถใช้ในพื้นที่สาธารณะโซนแห้ง
 
- กระเบื้องที่มีค่า R10 เหมาะกับบริเวณที่ต้องเปียกน้ำ ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ โรงรถ หรือที่จอดรถ
 
- พื้นที่ภายนอก (Outdoor Area) ไม่ว่าจะเป็นทางเข้าภายนอก บันไดนอกตัวอาคาร ที่จอดรถภายนอกอาคาร พื้นที่จราจร แนะนำให้ใช้กระเบื้อง R10-R11
 
- กระเบื้องที่มีค่า R12 ใช้สำหรับพื้นที่ภายนอกที่มีความลาดชัน เช่น ทางเดินสำหรับรถเข็น ทางขนของ รวมถึงบริเวณที่มีความมัน ไม่ว่าจะเป็นบริเวณที่ต้องมีคราบมันหรือไขมัน

AZULEJ กระเบื้อง คอตโต้ อิตาเลีย ที่ใช้แนวคิดเรื่องการวางองค์ประกอบแบบผสมผสาน-ปะติดปะต่อ

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
www.cotto.co.th
http://www.ribaproductselector.com/
http://www.infotile.com/pdfFile/Product/ProductFile/223201022057.pdf
http://www.asa.or.th/?q=node/100177
http://www.leonardoceramica.com/

 

เลือกกระเบื้องอย่างไร
ให้ตอบโจทย์การใช้งาน

ลักษณะด้านข้างและด้านหลังของกระเบื้องกรุผนัง

ลักษณะด้านข้างและด้านหลังของกระเบื้องปูพื้น



วิธีสังเกตกระเบื้องนั้นดูได้ง่ายๆที่ความหนา โดยแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ แบบแผ่นบาง และ แผ่นหนา
 
กระเบื้องแผ่นบาง (มีความหนาประมาณ 6 มิลลิเมตร)
โดยทั่วไปจะเป็นกระเบื้องที่มีการเคลือบสี, ลวดลาย หรือร่องลายที่ผิวหน้า ซึ่ง เราสามารถแบ่งกระเบื้องแผ่นบางเป็น 2 ประเภทดังนี้
 
1. กระเบื้องกรุผนัง (Wall Tile)
เป็นเนื้อแบบ Earthen Ware กระเบื้องที่มีเนื้อละเอียด แต่มีความพรุนตัวและการดูดซึมน้ำสูง สีของเนื้อกระเบื้องอาจเป็นสีขาวหรือสีแดง มีการเคลือบผิวหน้าทั้งแบบเรียบมันและเรียบ แต่มีความแข็งแกร่งและการรับน้ำหนักน้อยกว่าประเภทอื่นจึง ไม่สามารถใช้เป็นกระเบื้องปูพื้นหรือใช้นอกอาคารได้
 
2. กระเบื้องปูพื้น (Floor Tile)
เป็นเนื้อแบบ Stone Ware เป็นกระเบื้องที่มีเนื้อแข็งแกร่งและทึบแสง โดยทั่วไปมักจะมีสีน้ำตาล แต่อาจมีเนื้อสีขาวได้ มีการเคลือบที่ผิวหน้าทั้งแบบด้าน แบบมัน และแบบผิวสัมผัสหยาบ มีมีความแกร่งมากกว่ากระเบื้องกรุผนัง และรับน้ำหนักได้มากกว่า จึงสามารถนำมาใช้ได้ทั้งงานพื้นและงานผนัง

กระเบื้อง Glazed Porcelain สังเกตได้ว่าผิวและเนื้อกระเบื้องแตกต่างกัน (บน) และกระเบื้องแกรนิตโต้ (Homogeneous Tile) มีสีและลวดลายเหมือนกันทั้งแผ่น (ล่าง)

SELECTION OAK กระเบื้อง คอตโต้ อิตาเลีย ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากไม้โอ๊ค

กระเบื้องแผ่นหนา (มีความหนากระเบื้องประมาณ 10 มิลลิเมตร)
เป็นเนื้อแบบพอร์ซเลน เนื้อจึงแน่นละเอียดและมีสีขาว มีความแกร่งสูง สามารถรับแรงได้มาก ทนต่อการขัดสีได้ดี จึงเหมาะสำหรับใช้เป็นกระเบื้องปูพื้นหรือใช้นอกอาคาร โดยส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่ากระเบื้องแผ่นบาง สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ
 
1. กระเบื้องแผ่นหนาแบบเคลือบผิวหน้า
โดยทั่วไปเรียกกันว่า Glazed Porcelain Tile หากถูกกระเทาะหรือเกิดการสึกหรอที่ผิวหน้าไปจนถึงเนื้อกระเบื้อง จะสังเกตเห็นได้ว่าเป็นคนละสีกัน
 
2. กระเบื้องแผ่นหนาแบบเป็นเนื้อเดียวกันทั้งแผ่น
โดยทั่วไปเรียกกันว่าแกรนิตโต้ เป็นกระเบื้องที่มีความพิเศษ คือ สามารถทำผิวสัมผัสได้หลากหลาย หากถูกกระเทาะหรือเกิดการสึกหรอจะสังเกตเห็นได้ยาก
 
นอกจากรายละเอียดและคุณสมบัติต่างๆ ของกระเบื้องแต่ละประเภทแล้ว สิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้คือ “ค่าการกันลื่น” มีความสำคัญอย่างมากเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของคนในบ้าน

มีตั้งแต่ R9 ถึง R13 ตาม DIN51130 (the German Methods) เป็นการทดสอบที่เรียกว่า “Ramp Test” มีการทดสอบในห้องทดลองที่พื้นปูด้วยกระเบื้อง มีความลาดชันหรือพื้นเอียงในระดับองศาต่างๆ ที่ทำให้คนเดินไปเดินมาบนพื้นนั้นๆ เกิดการลื่นไถล แบ่งลักษณะการใช้คร่าวๆ ได้ ดังนี้
 
- ค่า R9 เป็นค่าที่ต่ำสุดที่รับได้สำหรับกระเบื้องที่ปูพื้นทั่วไป สามารถใช้ในพื้นที่สาธารณะโซนแห้ง
 
- กระเบื้องที่มีค่า R10 เหมาะกับบริเวณที่ต้องเปียกน้ำ ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ โรงรถ หรือที่จอดรถ
 
- พื้นที่ภายนอก (Outdoor Area) ไม่ว่าจะเป็นทางเข้าภายนอก บันไดนอกตัวอาคาร ที่จอดรถภายนอกอาคาร พื้นที่จราจร แนะนำให้ใช้กระเบื้อง R10-R11
 
- กระเบื้องที่มีค่า R12 ใช้สำหรับพื้นที่ภายนอกที่มีความลาดชัน เช่น ทางเดินสำหรับรถเข็น ทางขนของ รวมถึงบริเวณที่มีความมัน ไม่ว่าจะเป็นบริเวณที่ต้องมีคราบมันหรือไขมัน

AZULEJ กระเบื้อง คอตโต้ อิตาเลีย ที่ใช้แนวคิดเรื่องการวางองค์ประกอบแบบผสมผสาน-ปะติดปะต่อ


อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการกันลื่นของกระเบื้องปูพื้นอาจเปลี่ยนไปจากค่าที่ระบุ หากการดูแลรักษาไม่เหมาะสมและทำให้ความสามารถในการกันลื่นของกระเบื้องนั้นๆ ลดลง การทำความสะอาดและการบำรุงรักษานั้นก็ต้องคำนึงถึงเช่นกัน
 
ผิวสัมผัสกระเบื้องที่แตกต่างกันนั้น การดูแลรักษาก็แตกต่างกันไปด้วย ซึ่งในท้องตลาดปัจจุบันก็มีน้ำยาในการเคลือบผิวประเภทต่างๆ ให้เหมาะกับการใช้งาน ทั้งนี้ทั้งนั้นควรศึกษาคู่มือการใช้งานให้ละเอียดก่อนนำมาใช้จริง



บทความที่แล้ว
Material Guide : รู้เรื่องกระเบื้องเซรามิก
89-Material-Guide-รู้เรื่องกระเบื้องเซรามิก.jpg



บทความถัดไป
Q&A กระเบื้องตัดขอบ และไม่ตัดขอบ ต่างกันอย่างไร
91-Q-A-กระเบื้องตัดขอบ-และไม่ตัดขอบ-ต่างกันอย่างไร.jpg

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
www.cotto.co.th
http://www.ribaproductselector.com/
http://www.infotile.com/pdfFile/Product/ProductFile/223201022057.pdf
http://www.asa.or.th/?q=node/100177
http://www.leonardoceramica.com/

 

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ