View : 74571

เมื่อพูดถึงงานระบบเกี่ยวกับการใช้น้ำในบ้านเรือนในการสร้างบ้านใหม่สักหลัง  คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องกล่าวถึง “ระบบระบายน้ำเสีย” หลายท่านอาจยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว บางท่านอาจนึกภาพไม่ออกว่าระบบดังกล่าวจะมีความสำคัญหรือเกี่ยวกับกับชีวิตเราได้อย่างไร ขออธิบายดังนี้ค่ะ ปัจจุบันมนุษย์มีอัตราการใช้น้ำภายในบ้านเรือนประมาณ 200 ลิตร/คน/วัน และมีอัตราน้ำเสียที่ต้องระบายออกจากตัวบ้านประมาณ 80 % ของอัตราน้ำที่เราใช้สอย ซึ่งหากภายในบ้านมีผู้อยู่อาศัยหลายท่าน ก็จะส่งผลให้อัตราน้ำเสียที่ต้องการระบายออกมีปริมาณมากขึ้นตามลำดับ อีกทั้งยังมีของเสียจากโถสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำและกากไขมันที่เกิดจากการทำอาหารบริเวณห้องครัว ซึ่งล้วนต่างต้องใช้ระบบระบายน้ำและระบายของเสียที่มีประสิทธิภาพด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้น ระบบการระบายของเสียจึงถือเป็นอีกระบบที่ต้องเตรียมการและออกแบบให้เหมาะสมสำหรับแต่ละพื้นที่ และนับว่ามีความสำคัญไม่แพ้กับระบบอื่นๆ ภายในบ้านเลยทีเดียว
 
เพื่อให้การออกแบบและเลือกใช้อุปกรณ์ต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เราจะมาดูกันถึงภาพรวมของระบบนี้กันก่อนนะคะ ทั้งนี้เราสามารถทำการแบ่งสิ่งที่ต้องการระบายออกจากบ้านของเราออกได้เป็น 2 ประเภทคือ “น้ำเสีย” และ “ของเสียที่มาจากสุขภัณฑ์”
 
น้ำเสีย

เป็นน้ำที่ผ่านจากใช้งานแล้ว มีการปนเปื้อนสิ่งสกปรกต่างๆ นิยมใช้ท่อพีวีซีสีเทาหรือ PVC สีฟ้า class 8.5 (รับแรงดันน้ำได้ 0.85 Mpa หรือ 8.5 กก.ต่อตารางเซนติเมตร หรือ อนุโลมให้เท่ากับ 8.5 บาร์) ซึ่งท่อชนิดนี้เหมาะกับการใช้เป็นท่อน้ำทิ้งอาคาร และท่อโสโครก (ท่อส้วม) (ในขณะที่ท่อประปาควรใช้เป็นท่อ PVC class 13.5 ซึ่งสามารถรองรับความดันของน้ำได้มากกว่าท่อน้ำเสียนั่นเองค่ะ) ส่วนขนาดที่เหมาะสมในการใช้งานคือขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2-4 นิ้ว  ในการวางท่อเพื่อระบายน้ำเสียประเภทนี้ควรมีความลาดเอียงประมาณ 1 : 100 (ความยาว 100 ซม.ระดับลดลง 1 ซม.) ค่ะ  ซึ่งเราสามารถแบ่งน้ำเสียได้เป็น 2 ลักษณะ คือ “น้ำทิ้งจากห้องครัว” กับ “น้ำเสียที่มาจากบริเวณห้องน้ำและนำทิ้งทั่วไป” 
 
    - น้ำทิ้งจากห้องครัว  ส่วนใหญ่เป็นน้ำเสียจากอ่างล้างจานซึ่งอาจมีเศษอาหารและไขมันปะปนอยู่บ้าง จึงควรใช้ร่วมกับถังดักไขมัน  (Grease Trap) ก่อนระบายลงสู่ระบบท่อสาธารณะ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของท่อที่เหมาะสมคือ  2 นิ้ว นอกจากนี้บริเวณใต้อ่างที่จะต่อออกสู่ระบายน้ำทิ้งจะต้องมีที่ดักกลิ่น  (P-trap ) เพื่อป้องกันกลิ่นเหม็นในท่อไม่ให้ย้อนขึ้นมาด้านบนได้
 
     - น้ำเสียที่มาจากบริเวณห้องน้ำและน้ำทิ้งทั่วไป  มาจากการอาบน้ำ ล้างหน้า และพื้นที่ซักล้าง โดยส่วนใหญ่ใช้จะท่อ PVC ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 นิ้วค่ะ สำหรับการระบายน้ำในส่วนนี้ควรมีท่อดักกลิ่นชนิด P-Trap เพื่อป้องกันกลิ่น โดยติดตั้งบริเวณจุดระบายน้ำ (Floor Drain) เช่นเดียวกัน นอกจากนี้บริเวณฝาท่อระบายน้ำก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญค่ะ ทั้งนี้ควรเลือกฝาท่อระบายน้ำชนิดมีตะแกรงกันกลิ่น ที่อาศัยหลักการให้น้ำขังบริเวณถ้วยด้านล่างช่วยบล็อคกลิ่นไม่ให้ผ่านขึ้นมาได้ คล้ายกับหลักการของP-Trap เช่นกันค่ะ จากนั้นจึงทำการต่อลงท่อระบายน้ำเพื่อออกสู่ระบบสาธารณะต่อไป ซึ่งน้ำเสียส่วนนี้อาจมีการต่อท่อเพื่อนำกลับมาใช้ในบางกิจกรรมได้ อาทิเช่น รดน้ำต้นไม้ เป็นต้น
 
ของเสียที่มาจากสุขภัณฑ์

สำหรับของเสียประเภทนี้จะมีส่วนผสมของกากอาหารด้วย ส่งผลให้การเลือกใช้ท่อต่างๆ มีความแตกต่างกับน้ำเสียประเภทแรก อาทิ ขนาดของท่อที่ใช้ที่มีขนาดใหญ่กว่าท่อน้ำทิ้งทั่วไป โดยส่วนใหญ่จะใช้ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-6 นิ้ว นอกจากนี้ความลาดเอียงของท่อก็จะมีมากกว่าน้ำทิ้งทั่วไป คื อประมาณ 1 : 50 (ความยาว 50 ซม. ระดับลดลง 1 ซม.)  เพื่อให้ของเสียสามารถเคลื่อนที่ได้ง่าย นอกจากนี้ ของเสียชนิดนี้ต้องทำการผ่านถังบำบัดน้ำเสีย (Septic Tank) ก่อนจะทำการปล่อยน้ำเสียที่ผ่านการกรองเรียบร้อยแล้วลงสู่ระบบท่อสาธารณะ
 
การเดินทางของระบบระบายน้ำเสีย

ของเสียที่เกิดจากการชำระล้างในกิจวัตรประจำวัน จะผ่านเข้าสู่ “ระบบระบายน้ำเสีย” ซึ่งสามารถติดตั้งได้ 2 วิธีค่ะ 

วิธีแรกคือชนิดท่อรวม เป็นการติดตั้งระบบระบายน้ำจากห้องครัวและระบบระบายน้ำจากห้องส้วมมารวมไว้ที่ถังบำบัดน้ำเสีย ก่อนปล่อยลงสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะ วิธีนี้จะช่วยเพิ่มคุณภาพของน้ำที่ปล่อยลงสู่ระบบสาธารณะให้ดียิ่งขึ้น แต่ควรมีบ่อพักดักกลิ่นเพื่อป้องกันกลิ่นจากบ่อบำบัดย้อนกลับขึ้นมา
 
วิธีที่ 2 คือ ระบบท่อแยก
เป็นการแยกระบบการระบายน้ำทิ้งและน้ำโสโครกออกจากกัน น้ำทิ้งจากห้องครัวและห้องอาบน้ำจะถูกระบายไปยังถังดักไขมันก่อนจะลงสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะ ส่วนของเสียจากท่อโสโครกที่มาจากห้องส้วมจะถูกแยกไปลงยังถังบำบัดก่อนที่จะทำการปล่อยออกสู่ท่อสาธารณะเช่นกัน วิธีนี้เป็นการแยกท่อน้ำเสียและโสโครกออกจากกันซึ่งจะไม่เกิดปัญหาเรื่องกลิ่นย้อนกลับ แต่ประสิทธิภาพของน้ำเสียอาจจะไม่ดีเท่าวิธีแรกเนื่องจากไม่ผ่านถังบำบัดก่อนที่จะปล่อยออกสู่ท่อสาธารณะ
 
ลำดับต่อมาเมื่อน้ำเสียเดินทางออกมาจากจุดต่างๆ ทั้งห้องครัวและห้องน้ำของเราเรียบร้อยแล้วนั้น ก็จะมาถึงบริเวณภายนอกบ้านที่เราจะต้องทำการเตรียมบ่อพักและท่อระบายน้ำที่จะออกสู่ท่อสาธารณะกันค่ะ สำหรับจุดแรกที่สำคัญคือ  บ่อพักน้ำรอบบ้าน (Man Hole) ต้องมีไว้สำหรับระบายน้ำโดยรอบบ้านซึ่งมาจากน้ำฝน รวมถึงน้ำจากพื้นที่ข้างเคียง นอกจากนี้ยังเป็นที่รวบรวมตะกอน ของเสีย หากเกิดการอุดตันก็สามารถเปิดฝาบ่อพักเพื่อทำความสะอาดภายในได้ บ่อพักที่นิยมใช้สำหรับบ้านพักอาศัยคือ บ่อพักสำเร็จรูปชนิดมีฝาปิดซึ่งเหมาะสำหรับงานวางท่อขนาดเล็ก เช่นท่อซีเมนต์ใยหิน เป็นต้น  นอกจากนี้บ่อพักสำเร็จรูปยังมีทั้งชนิดคอนกรีตอัดแรงและไม่อัดแรง ซึ่งหากเลือกใช้คอนกรีตชนิดอัดแรงจะมีความทนทานมากกว่าแต่ผิวไม่เรียบ ในขณะที่แบบไม่อัดแรงจะมีผิวเรียบสวยแต่มีความทนทานน้อยกว่า
 
ขนาดของบ่อพักน้ำควรเลือกใช้ให้มีขนาดเหมาะสมกับท่อระบายน้ำภายในบ้าน โดยทั่วไปจะใช้ขนาดประมาณ 0.40x0.40 เมตร หรือ 0.5x    0.5 เมตร และมีระยะห่างกันประมาณ  4-8 เมตร หรือทุกจุดที่มีการหักเลี้ยวเกิน 90 องศา
 
ท่อระบายน้ำภายในบ้านพักอาศัยส่วนใหญ่จะนิยมใช้ท่อซีเมนต์ใยหิน หรือท่อคอนกรีตชนิดเสริมเหล็ก(หรือไม่เสริมเหล็กก็ได้) ทั้งนี้ควรเลือกใช้ขนาดท่อประมาณ 8 นิ้ว และในการติดตั้งท่อควรมีความลาดชันประมาณ  1 : 200 (ความยาว 200 ซม. ระดับลดลง 1 ซม.) สำหรับตัววัสดุท่อซีเมนต์ใยหินนั้นมีความหนาไม่มากและไม่มีการเสริมเหล็ก จึงไม่สามารถรับกำลังได้มากนัก แต่เนื่องจากราคาย่อมเยาจึงเป็นที่นิยม โดยสามารถเลือกใช้ตามขนาดพื้นที่ ดังนี้
 
       -  ท่อน้ำขนาด 200 มิลลิเมตร สำหรับพื้นที่ระบายน้ำประมาณ 550 ตารางเมตร
 
       -  ท่อน้ำขนาด 300 มิลลิเมตร สำหรับพื้นที่ระบายน้ำประมาณ 1,600 ตารางเมตร
 
       -  ท่อน้ำขนาด 400 มิลลิเมตร สำหรับพื้นที่ระบายน้ำประมาณ 3,600 ตารางเมตร
 
(ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.oknation.net/blog/print.php?id=881660)
 
จะเห็นว่า ระบบระบายน้ำเสียภายในบ้าน ไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจยากเกินไปนัก ทั้งนี้ในตอนถัดไป เจ้าของบ้านสามารถทำความเข้าใจเพิ่มเติม เกี่ยวกับระบบระบายน้ำรวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ของห้องครัว (ตอนที่ 2  ) และห้องน้ำ (ตอนที่ 3)  ได้ค่ะ


ก่อนจะจัดการกับน้ำเสีย
(ระบบระบายน้ำเสียภายในบ้าน : ตอนที่ 1)

ที่มาภาพ : COTTO

การระบายน้ำเสียชนิดท่อแยกและท่อรวม
ที่มาภาพ : www.dos.co.th

บ่อพักน้ำขนาดต่างๆ
ที่มาภาพ : bpkconcrete.com

ตำแหน่งการติดตั้งบ่อพักน้ำ
ที่มาภาพ : www.srangsookjai.com


ก่อนจะจัดการกับน้ำเสีย
(ระบบระบายน้ำเสียภายในบ้าน : ตอนที่ 1)

ที่มาภาพ : COTTO

การระบายน้ำเสียชนิดท่อแยกและท่อรวม
ที่มาภาพ : www.dos.co.th

เมื่อพูดถึงงานระบบเกี่ยวกับการใช้น้ำในบ้านเรือนในการสร้างบ้านใหม่สักหลัง  คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องกล่าวถึง “ระบบระบายน้ำเสีย” หลายท่านอาจยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว บางท่านอาจนึกภาพไม่ออกว่าระบบดังกล่าวจะมีความสำคัญหรือเกี่ยวกับกับชีวิตเราได้อย่างไร ขออธิบายดังนี้ค่ะ ปัจจุบันมนุษย์มีอัตราการใช้น้ำภายในบ้านเรือนประมาณ 200 ลิตร/คน/วัน และมีอัตราน้ำเสียที่ต้องระบายออกจากตัวบ้านประมาณ 80 % ของอัตราน้ำที่เราใช้สอย ซึ่งหากภายในบ้านมีผู้อยู่อาศัยหลายท่าน ก็จะส่งผลให้อัตราน้ำเสียที่ต้องการระบายออกมีปริมาณมากขึ้นตามลำดับ อีกทั้งยังมีของเสียจากโถสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำและกากไขมันที่เกิดจากการทำอาหารบริเวณห้องครัว ซึ่งล้วนต่างต้องใช้ระบบระบายน้ำและระบายของเสียที่มีประสิทธิภาพด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้น ระบบการระบายของเสียจึงถือเป็นอีกระบบที่ต้องเตรียมการและออกแบบให้เหมาะสมสำหรับแต่ละพื้นที่ และนับว่ามีความสำคัญไม่แพ้กับระบบอื่นๆ ภายในบ้านเลยทีเดียว
 
เพื่อให้การออกแบบและเลือกใช้อุปกรณ์ต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เราจะมาดูกันถึงภาพรวมของระบบนี้กันก่อนนะคะ ทั้งนี้เราสามารถทำการแบ่งสิ่งที่ต้องการระบายออกจากบ้านของเราออกได้เป็น 2 ประเภทคือ “น้ำเสีย” และ “ของเสียที่มาจากสุขภัณฑ์”
 
น้ำเสีย

เป็นน้ำที่ผ่านจากใช้งานแล้ว มีการปนเปื้อนสิ่งสกปรกต่างๆ นิยมใช้ท่อพีวีซีสีเทาหรือ PVC สีฟ้า class 8.5 (รับแรงดันน้ำได้ 0.85 Mpa หรือ 8.5 กก.ต่อตารางเซนติเมตร หรือ อนุโลมให้เท่ากับ 8.5 บาร์) ซึ่งท่อชนิดนี้เหมาะกับการใช้เป็นท่อน้ำทิ้งอาคาร และท่อโสโครก (ท่อส้วม) (ในขณะที่ท่อประปาควรใช้เป็นท่อ PVC class 13.5 ซึ่งสามารถรองรับความดันของน้ำได้มากกว่าท่อน้ำเสียนั่นเองค่ะ) ส่วนขนาดที่เหมาะสมในการใช้งานคือขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2-4 นิ้ว  ในการวางท่อเพื่อระบายน้ำเสียประเภทนี้ควรมีความลาดเอียงประมาณ 1 : 100 (ความยาว 100 ซม.ระดับลดลง 1 ซม.) ค่ะ  ซึ่งเราสามารถแบ่งน้ำเสียได้เป็น 2 ลักษณะ คือ “น้ำทิ้งจากห้องครัว” กับ “น้ำเสียที่มาจากบริเวณห้องน้ำและนำทิ้งทั่วไป” 
 
    - น้ำทิ้งจากห้องครัว  ส่วนใหญ่เป็นน้ำเสียจากอ่างล้างจานซึ่งอาจมีเศษอาหารและไขมันปะปนอยู่บ้าง จึงควรใช้ร่วมกับถังดักไขมัน  (Grease Trap) ก่อนระบายลงสู่ระบบท่อสาธารณะ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของท่อที่เหมาะสมคือ  2 นิ้ว นอกจากนี้บริเวณใต้อ่างที่จะต่อออกสู่ระบายน้ำทิ้งจะต้องมีที่ดักกลิ่น  (P-trap ) เพื่อป้องกันกลิ่นเหม็นในท่อไม่ให้ย้อนขึ้นมาด้านบนได้
 
     - น้ำเสียที่มาจากบริเวณห้องน้ำและน้ำทิ้งทั่วไป  มาจากการอาบน้ำ ล้างหน้า และพื้นที่ซักล้าง โดยส่วนใหญ่ใช้จะท่อ PVC ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 นิ้วค่ะ สำหรับการระบายน้ำในส่วนนี้ควรมีท่อดักกลิ่นชนิด P-Trap เพื่อป้องกันกลิ่น โดยติดตั้งบริเวณจุดระบายน้ำ (Floor Drain) เช่นเดียวกัน นอกจากนี้บริเวณฝาท่อระบายน้ำก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญค่ะ ทั้งนี้ควรเลือกฝาท่อระบายน้ำชนิดมีตะแกรงกันกลิ่น ที่อาศัยหลักการให้น้ำขังบริเวณถ้วยด้านล่างช่วยบล็อคกลิ่นไม่ให้ผ่านขึ้นมาได้ คล้ายกับหลักการของP-Trap เช่นกันค่ะ จากนั้นจึงทำการต่อลงท่อระบายน้ำเพื่อออกสู่ระบบสาธารณะต่อไป ซึ่งน้ำเสียส่วนนี้อาจมีการต่อท่อเพื่อนำกลับมาใช้ในบางกิจกรรมได้ อาทิเช่น รดน้ำต้นไม้ เป็นต้น
 
ของเสียที่มาจากสุขภัณฑ์

สำหรับของเสียประเภทนี้จะมีส่วนผสมของกากอาหารด้วย ส่งผลให้การเลือกใช้ท่อต่างๆ มีความแตกต่างกับน้ำเสียประเภทแรก อาทิ ขนาดของท่อที่ใช้ที่มีขนาดใหญ่กว่าท่อน้ำทิ้งทั่วไป โดยส่วนใหญ่จะใช้ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-6 นิ้ว นอกจากนี้ความลาดเอียงของท่อก็จะมีมากกว่าน้ำทิ้งทั่วไป คื อประมาณ 1 : 50 (ความยาว 50 ซม. ระดับลดลง 1 ซม.)  เพื่อให้ของเสียสามารถเคลื่อนที่ได้ง่าย นอกจากนี้ ของเสียชนิดนี้ต้องทำการผ่านถังบำบัดน้ำเสีย (Septic Tank) ก่อนจะทำการปล่อยน้ำเสียที่ผ่านการกรองเรียบร้อยแล้วลงสู่ระบบท่อสาธารณะ
 
การเดินทางของระบบระบายน้ำเสีย

ของเสียที่เกิดจากการชำระล้างในกิจวัตรประจำวัน จะผ่านเข้าสู่ “ระบบระบายน้ำเสีย” ซึ่งสามารถติดตั้งได้ 2 วิธีค่ะ 

วิธีแรกคือชนิดท่อรวม เป็นการติดตั้งระบบระบายน้ำจากห้องครัวและระบบระบายน้ำจากห้องส้วมมารวมไว้ที่ถังบำบัดน้ำเสีย ก่อนปล่อยลงสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะ วิธีนี้จะช่วยเพิ่มคุณภาพของน้ำที่ปล่อยลงสู่ระบบสาธารณะให้ดียิ่งขึ้น แต่ควรมีบ่อพักดักกลิ่นเพื่อป้องกันกลิ่นจากบ่อบำบัดย้อนกลับขึ้นมา
 
วิธีที่ 2 คือ ระบบท่อแยก
เป็นการแยกระบบการระบายน้ำทิ้งและน้ำโสโครกออกจากกัน น้ำทิ้งจากห้องครัวและห้องอาบน้ำจะถูกระบายไปยังถังดักไขมันก่อนจะลงสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะ ส่วนของเสียจากท่อโสโครกที่มาจากห้องส้วมจะถูกแยกไปลงยังถังบำบัดก่อนที่จะทำการปล่อยออกสู่ท่อสาธารณะเช่นกัน วิธีนี้เป็นการแยกท่อน้ำเสียและโสโครกออกจากกันซึ่งจะไม่เกิดปัญหาเรื่องกลิ่นย้อนกลับ แต่ประสิทธิภาพของน้ำเสียอาจจะไม่ดีเท่าวิธีแรกเนื่องจากไม่ผ่านถังบำบัดก่อนที่จะปล่อยออกสู่ท่อสาธารณะ
 
ลำดับต่อมาเมื่อน้ำเสียเดินทางออกมาจากจุดต่างๆ ทั้งห้องครัวและห้องน้ำของเราเรียบร้อยแล้วนั้น ก็จะมาถึงบริเวณภายนอกบ้านที่เราจะต้องทำการเตรียมบ่อพักและท่อระบายน้ำที่จะออกสู่ท่อสาธารณะกันค่ะ สำหรับจุดแรกที่สำคัญคือ  บ่อพักน้ำรอบบ้าน (Man Hole) ต้องมีไว้สำหรับระบายน้ำโดยรอบบ้านซึ่งมาจากน้ำฝน รวมถึงน้ำจากพื้นที่ข้างเคียง นอกจากนี้ยังเป็นที่รวบรวมตะกอน ของเสีย หากเกิดการอุดตันก็สามารถเปิดฝาบ่อพักเพื่อทำความสะอาดภายในได้ บ่อพักที่นิยมใช้สำหรับบ้านพักอาศัยคือ บ่อพักสำเร็จรูปชนิดมีฝาปิดซึ่งเหมาะสำหรับงานวางท่อขนาดเล็ก เช่นท่อซีเมนต์ใยหิน เป็นต้น  นอกจากนี้บ่อพักสำเร็จรูปยังมีทั้งชนิดคอนกรีตอัดแรงและไม่อัดแรง ซึ่งหากเลือกใช้คอนกรีตชนิดอัดแรงจะมีความทนทานมากกว่าแต่ผิวไม่เรียบ ในขณะที่แบบไม่อัดแรงจะมีผิวเรียบสวยแต่มีความทนทานน้อยกว่า
 
ขนาดของบ่อพักน้ำควรเลือกใช้ให้มีขนาดเหมาะสมกับท่อระบายน้ำภายในบ้าน โดยทั่วไปจะใช้ขนาดประมาณ 0.40x0.40 เมตร หรือ 0.5x    0.5 เมตร และมีระยะห่างกันประมาณ  4-8 เมตร หรือทุกจุดที่มีการหักเลี้ยวเกิน 90 องศา
 
ท่อระบายน้ำภายในบ้านพักอาศัยส่วนใหญ่จะนิยมใช้ท่อซีเมนต์ใยหิน หรือท่อคอนกรีตชนิดเสริมเหล็ก(หรือไม่เสริมเหล็กก็ได้) ทั้งนี้ควรเลือกใช้ขนาดท่อประมาณ 8 นิ้ว และในการติดตั้งท่อควรมีความลาดชันประมาณ  1 : 200 (ความยาว 200 ซม. ระดับลดลง 1 ซม.) สำหรับตัววัสดุท่อซีเมนต์ใยหินนั้นมีความหนาไม่มากและไม่มีการเสริมเหล็ก จึงไม่สามารถรับกำลังได้มากนัก แต่เนื่องจากราคาย่อมเยาจึงเป็นที่นิยม โดยสามารถเลือกใช้ตามขนาดพื้นที่ ดังนี้
 
       -  ท่อน้ำขนาด 200 มิลลิเมตร สำหรับพื้นที่ระบายน้ำประมาณ 550 ตารางเมตร
 
       -  ท่อน้ำขนาด 300 มิลลิเมตร สำหรับพื้นที่ระบายน้ำประมาณ 1,600 ตารางเมตร
 
       -  ท่อน้ำขนาด 400 มิลลิเมตร สำหรับพื้นที่ระบายน้ำประมาณ 3,600 ตารางเมตร
 
(ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.oknation.net/blog/print.php?id=881660)
 
จะเห็นว่า ระบบระบายน้ำเสียภายในบ้าน ไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจยากเกินไปนัก ทั้งนี้ในตอนถัดไป เจ้าของบ้านสามารถทำความเข้าใจเพิ่มเติม เกี่ยวกับระบบระบายน้ำรวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ของห้องครัว (ตอนที่ 2  ) และห้องน้ำ (ตอนที่ 3)  ได้ค่ะ

บ่อพักน้ำขนาดต่างๆ
ที่มาภาพ : bpkconcrete.com

ตำแหน่งการติดตั้งบ่อพักน้ำ
ที่มาภาพ : www.srangsookjai.com

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ