View : 4737

“ห้องเก็บของ” พื้นที่ที่ควรทำให้ลืม แต่ไม่ควรลืมที่จะทำ

ห้องเก็บของเป็นพื้นที่หนึ่งที่สำคัญ เพราะเป็นพื้นที่ที่ช่วยจัดเก็บของต่างๆ ที่ไม่ต้องการโชว์ ให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบที่สามารถตอบโจทย์ในแต่ละพื้นที่และสะดวกต่อการใช้งาน

       คงไม่แปลกหากเจ้าของบ้านบางท่านอาจจะหลงลืมความสำคัญของห้องเก็บของ เพราะประสบการณ์ หรือความต้องการส่วนบุคคล รวมทั้งสมาชิกในครอบครัวมีวิถีการใช้ชีวิต มีข้าวของเครื่องใช้ที่แตกต่างกัน เห็นคุณค่า เห็นความสำคัญของสิ่งของแต่ละประเภทแตกต่างกัน จนกลายเป็นว่าบางครั้งเมื่อคิดจะทำบ้าน หรือซื้อบ้านสักหลังก็อาจลืมที่จะคิดถึงห้องเก็บของไปเลยก็ว่าได้

ภาพ: ตัวอย่างพื้นที่เก็บของ ที่ช่วยให้บ้านดูเป็นระเบียบเรียบร้อย

       เจ้าของบ้านบางท่านที่ให้ความสำคัญกับห้องเก็บของ และครุ่นคิดไปพร้อมๆ กับสถาปนิกผู้ออกแบบคือ เจ้าของบ้านที่มีคุณลักษณะเป็นคุณแม่บ้านและคุณพ่อบ้าน เรื่องพื้นที่สำหรับห้องเก็บของจะเป็นโจทย์ให้สถาปนิกนั่งคิดออกแบบว่าทำอย่างไรให้สวยงาม ทำอย่างไรให้ใช้สอยได้ดี ทำอย่างไรให้ตอบสนองความต้องการ ฯลฯ ดังนั้นขออาศัยประสบการณ์ทั้งที่เกิดขึ้นเองในฐานะผู้ออกแบบ และฐานะเจ้าของบ้านมาเล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับเรื่องห้องเก็บของที่ไม่มีถูกไม่มีผิดถ้าคิดจะทำ แต่จะทำอย่างไรให้ห้องเก็บของเป็นพื้นที่ที่สวยงามไม่เป็นส่วนเกินของตัวบ้าน โดยจำแนกเป็นตัวอย่างสิ่งที่ควรคำนึงดังนี้

ห้องเก็บของจริงๆ: ในที่นี้ขอกล่าวถึงห้องเก็บของภายในบ้านที่มีลักษณะเป็นห้อง มีประตูเปิดสามารถเข้าไปยืนเดินภายในได้ กรณีนี้มักเป็นห้องเก็บของในบ้านปกติทั่วไป เหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่หรือบ้านที่มีความต้องการเรื่องห้องเก็บของแบบเป็นสัดเป็นส่วน รองลงมาอาจเป็นพื้นที่ห้องใต้บันไดบ้านของทุกชั้นหรือเพื่อความสะดวกสบายคือชั้นหนึ่ง ห้องเก็บของลักษณะดังกล่าวควรจัดให้อยู่ในโซนที่ไม่ต้องการโชว์ หรือไม่ควรให้เข้าถึงง่ายโดยแขกผู้มาเยือน ควรจัดในพื้นที่ใกล้ห้องครัว ห้องน้ำ หรือห้องนอนแม่บ้าน เพื่อความเหมาะสมด้านความสวยงามลงตัวและการใช้งาน พื้นที่ด้านหน้าประตูทางเข้า หรือมุมหักเลี้ยวต่างๆ ทั้งนี้ ควรคิดเรื่องการขนย้ายสิ่งของหรือตู้ ไม่ควรเป็นซอกหลืบจนเกินไป เพราะจะลำบากต่อการขนย้ายสิ่งของใหญ่ๆ หากเป็นไปได้ควรมีอากาศถ่ายเทสะดวก หรืออาจเลือกประตูเป็นแบบบานเกล็ดระบายอากาศ และบางบ้านอาจจัดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนของห้องไฟฟ้าไปด้วยในตัว

ภาพ: การออกแบบห้องเก็บของที่ถูกจัดให้อยู่ใต้บันไดบ้าน ซึ่งถูกจัดให้ดูเป็นสัดเป็นส่วน

ห้องเก็บของที่ไม่ใช่ห้อง: หากให้กล่าวง่ายๆ คือไม่มีห้องแล้วสร้างเป็นพื้นที่ที่สามารถเก็บของได้ โดยทั่วไปมักเป็นงานเฟอร์นิเจอร์ที่จะทำขึ้นมาภายหลังภายในบ้านอีกครั้ง เพื่อเก็บเครื่องใช้ สิ่งของที่ไม่ได้ใช้ หรือใช้บ่อยแต่ไม่ต้องการโชว์ หรือต้องการโชว์ก็สุดแล้วแต่ความต้องการ สิ่งที่ควรคำนึงคือการใช้งาน โดยควรออกแบบตู้เก็บของหรือชั้นเก็บของให้มี มิติกว้าง x สูง X ลึก ที่พอดีกับชนิดของเครื่องมือ สิ่งของที่จะจัดเก็บ หรือมีความหลากหลายของขนาดช่องเก็บ มีการออกแบบวางแผนว่าส่วนใดใช้บ่อยส่วนใดใช้ไม่บ่อย เช่น สิ่งที่ใช้บ่อยๆ เก็บไว้บนชั้นในระยะที่หยิบเอื้อมถึงได้และสะดวก หรือสิ่งที่ไม่ค่อยได้ใช้จะวางไว้ที่ชั้นบนๆ เป็นต้น สำหรับหน้าบาน สามารถเลือกใช้ได้ทั้งบานเปิด และบานเลื่อนสไลด์ ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่และการใช้งาน 

ภาพ: พื้นที่เก็บของในลักษณะของตู้เก็บของ ที่มีขนาดช่องเก็บของที่หลากหลาย สัมพันธ์กับของที่จะจัดเก็บ

ห้องเก็บของตามพื้นที่ใช้งาน: ในส่วนนี้หากจะเรียกอีกอย่างน่าจะเรียกว่า “พื้นที่เก็บของตามพื้นที่ใช้สอย” เพราะแต่ละพื้นที่ย่อมมีกิจกรรมและสิ่งของที่จะต้องจัดเก็บแตกต่างกัน ดังนั้นหากจะจัดทำพื้นที่พิเศษเพื่อเก็บของสำหรับกิจกรรมเหล่านั้น ควรคำนึงถึงการใช้งานที่เหมาะสมและความสวยงามควบคู่กันไป ยกตัวอย่างเช่นพื้นที่ที่ขัดแย้งกันของการใช้งานของส่วนรับแขกและการเก็บรองเท้า ณ จุดนี้ควรสร้างพื้นที่เก็บของให้ถูกลืมไปเลย กล่าวคือมองไปแล้วไม่เห็นว่าเป็นส่วนเก็บรองเท้า เพราะจะขัดกับการมองเห็นของแขกที่มาเยือน 

ภาพ: พื้นที่สำหรับเก็บรองเท้าในห้องรับแขก ที่ออกแบบให้แขกไม่สามารถมองเห็นว่าสิ่งของที่ถูกจัดเก็บในตู้คือรองเท้า

ห้องเก็บของนอกบ้าน: โดยทั่วไปคงหนีไม่พ้นห้องเก็บของโรงจอดรถ และตู้เก็บของเล็กๆ ด้านนอกคล้ายกับกรณีห้องเก็บของตามพื้นที่ใช้งาน ที่มักเก็บวัสดุอุปกรณ์สวน เครื่องมือช่าง อุปกรณ์ขัดล้างทำความสะอาดรถยนต์ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นของที่ดูใช้งานหนักๆ ต้องมีการกระแทก ขูดขีด ดังนั้นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือ สิ่งที่จะเก็บคืออะไร วัสดุที่ใช้ประกอบ หรือทำส่วนเก็บของจะต้องทนต่อสภาวะอากาศและการใช้งานได้ ป้องกันฝุ่นละอองหรือสัตว์รบกวนได้ สามารถล๊อคได้เพื่อป้องกันการโจรกรรมที่ง่ายจากด้านนอกบ้าน หากเป็นไปได้การออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของบ้านก็จะทำให้สวยงามไปอีกแบบ

ภาพ: ตู้เก็บของเล็กๆ นอกบ้านที่ต้องแข็งแรง ทนต่อทั้งสภาวะอากาศและการใช้งาน

       อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากสิ่งที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ยังมีห้อง หรือพื้นที่ หรืออะไรสักอย่างที่ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรในการจัดการกับสิ่งของสุดรักของเราอีกหลากหลาย ซึ้งล้วนแล้วแต่ไลฟ์สไตล์การใช้พื้นที่ของแต่ละคน แต่ละพื้นที่ เพื่อให้บ้านของเราดูดีและน่าอยู่ยิ่งขึ้นครับ



 

“ห้องเก็บของ” พื้นที่ที่ควรทำให้ลืม แต่ไม่ควรลืมที่จะทำ

ห้องเก็บของเป็นพื้นที่หนึ่งที่สำคัญ เพราะเป็นพื้นที่ที่ช่วยจัดเก็บของต่างๆ ที่ไม่ต้องการโชว์ ให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบที่สามารถตอบโจทย์ในแต่ละพื้นที่และสะดวกต่อการใช้งาน

       คงไม่แปลกหากเจ้าของบ้านบางท่านอาจจะหลงลืมความสำคัญของห้องเก็บของ เพราะประสบการณ์ หรือความต้องการส่วนบุคคล รวมทั้งสมาชิกในครอบครัวมีวิถีการใช้ชีวิต มีข้าวของเครื่องใช้ที่แตกต่างกัน เห็นคุณค่า เห็นความสำคัญของสิ่งของแต่ละประเภทแตกต่างกัน จนกลายเป็นว่าบางครั้งเมื่อคิดจะทำบ้าน หรือซื้อบ้านสักหลังก็อาจลืมที่จะคิดถึงห้องเก็บของไปเลยก็ว่าได้

ภาพ: ตัวอย่างพื้นที่เก็บของ ที่ช่วยให้บ้านดูเป็นระเบียบเรียบร้อย

       เจ้าของบ้านบางท่านที่ให้ความสำคัญกับห้องเก็บของ และครุ่นคิดไปพร้อมๆ กับสถาปนิกผู้ออกแบบคือ เจ้าของบ้านที่มีคุณลักษณะเป็นคุณแม่บ้านและคุณพ่อบ้าน เรื่องพื้นที่สำหรับห้องเก็บของจะเป็นโจทย์ให้สถาปนิกนั่งคิดออกแบบว่าทำอย่างไรให้สวยงาม ทำอย่างไรให้ใช้สอยได้ดี ทำอย่างไรให้ตอบสนองความต้องการ ฯลฯ ดังนั้นขออาศัยประสบการณ์ทั้งที่เกิดขึ้นเองในฐานะผู้ออกแบบ และฐานะเจ้าของบ้านมาเล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับเรื่องห้องเก็บของที่ไม่มีถูกไม่มีผิดถ้าคิดจะทำ แต่จะทำอย่างไรให้ห้องเก็บของเป็นพื้นที่ที่สวยงามไม่เป็นส่วนเกินของตัวบ้าน โดยจำแนกเป็นตัวอย่างสิ่งที่ควรคำนึงดังนี้

ห้องเก็บของจริงๆ: ในที่นี้ขอกล่าวถึงห้องเก็บของภายในบ้านที่มีลักษณะเป็นห้อง มีประตูเปิดสามารถเข้าไปยืนเดินภายในได้ กรณีนี้มักเป็นห้องเก็บของในบ้านปกติทั่วไป เหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่หรือบ้านที่มีความต้องการเรื่องห้องเก็บของแบบเป็นสัดเป็นส่วน รองลงมาอาจเป็นพื้นที่ห้องใต้บันไดบ้านของทุกชั้นหรือเพื่อความสะดวกสบายคือชั้นหนึ่ง ห้องเก็บของลักษณะดังกล่าวควรจัดให้อยู่ในโซนที่ไม่ต้องการโชว์ หรือไม่ควรให้เข้าถึงง่ายโดยแขกผู้มาเยือน ควรจัดในพื้นที่ใกล้ห้องครัว ห้องน้ำ หรือห้องนอนแม่บ้าน เพื่อความเหมาะสมด้านความสวยงามลงตัวและการใช้งาน พื้นที่ด้านหน้าประตูทางเข้า หรือมุมหักเลี้ยวต่างๆ ทั้งนี้ ควรคิดเรื่องการขนย้ายสิ่งของหรือตู้ ไม่ควรเป็นซอกหลืบจนเกินไป เพราะจะลำบากต่อการขนย้ายสิ่งของใหญ่ๆ หากเป็นไปได้ควรมีอากาศถ่ายเทสะดวก หรืออาจเลือกประตูเป็นแบบบานเกล็ดระบายอากาศ และบางบ้านอาจจัดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนของห้องไฟฟ้าไปด้วยในตัว

ภาพ: การออกแบบห้องเก็บของที่ถูกจัดให้อยู่ใต้บันไดบ้าน ซึ่งถูกจัดให้ดูเป็นสัดเป็นส่วน

ห้องเก็บของที่ไม่ใช่ห้อง: หากให้กล่าวง่ายๆ คือไม่มีห้องแล้วสร้างเป็นพื้นที่ที่สามารถเก็บของได้ โดยทั่วไปมักเป็นงานเฟอร์นิเจอร์ที่จะทำขึ้นมาภายหลังภายในบ้านอีกครั้ง เพื่อเก็บเครื่องใช้ สิ่งของที่ไม่ได้ใช้ หรือใช้บ่อยแต่ไม่ต้องการโชว์ หรือต้องการโชว์ก็สุดแล้วแต่ความต้องการ สิ่งที่ควรคำนึงคือการใช้งาน โดยควรออกแบบตู้เก็บของหรือชั้นเก็บของให้มี มิติกว้าง x สูง X ลึก ที่พอดีกับชนิดของเครื่องมือ สิ่งของที่จะจัดเก็บ หรือมีความหลากหลายของขนาดช่องเก็บ มีการออกแบบวางแผนว่าส่วนใดใช้บ่อยส่วนใดใช้ไม่บ่อย เช่น สิ่งที่ใช้บ่อยๆ เก็บไว้บนชั้นในระยะที่หยิบเอื้อมถึงได้และสะดวก หรือสิ่งที่ไม่ค่อยได้ใช้จะวางไว้ที่ชั้นบนๆ เป็นต้น สำหรับหน้าบาน สามารถเลือกใช้ได้ทั้งบานเปิด และบานเลื่อนสไลด์ ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่และการใช้งาน 

ภาพ: พื้นที่เก็บของในลักษณะของตู้เก็บของ ที่มีขนาดช่องเก็บของที่หลากหลาย สัมพันธ์กับของที่จะจัดเก็บ

ห้องเก็บของตามพื้นที่ใช้งาน: ในส่วนนี้หากจะเรียกอีกอย่างน่าจะเรียกว่า “พื้นที่เก็บของตามพื้นที่ใช้สอย” เพราะแต่ละพื้นที่ย่อมมีกิจกรรมและสิ่งของที่จะต้องจัดเก็บแตกต่างกัน ดังนั้นหากจะจัดทำพื้นที่พิเศษเพื่อเก็บของสำหรับกิจกรรมเหล่านั้น ควรคำนึงถึงการใช้งานที่เหมาะสมและความสวยงามควบคู่กันไป ยกตัวอย่างเช่นพื้นที่ที่ขัดแย้งกันของการใช้งานของส่วนรับแขกและการเก็บรองเท้า ณ จุดนี้ควรสร้างพื้นที่เก็บของให้ถูกลืมไปเลย กล่าวคือมองไปแล้วไม่เห็นว่าเป็นส่วนเก็บรองเท้า เพราะจะขัดกับการมองเห็นของแขกที่มาเยือน 

ภาพ: พื้นที่สำหรับเก็บรองเท้าในห้องรับแขก ที่ออกแบบให้แขกไม่สามารถมองเห็นว่าสิ่งของที่ถูกจัดเก็บในตู้คือรองเท้า

ห้องเก็บของนอกบ้าน: โดยทั่วไปคงหนีไม่พ้นห้องเก็บของโรงจอดรถ และตู้เก็บของเล็กๆ ด้านนอกคล้ายกับกรณีห้องเก็บของตามพื้นที่ใช้งาน ที่มักเก็บวัสดุอุปกรณ์สวน เครื่องมือช่าง อุปกรณ์ขัดล้างทำความสะอาดรถยนต์ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นของที่ดูใช้งานหนักๆ ต้องมีการกระแทก ขูดขีด ดังนั้นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือ สิ่งที่จะเก็บคืออะไร วัสดุที่ใช้ประกอบ หรือทำส่วนเก็บของจะต้องทนต่อสภาวะอากาศและการใช้งานได้ ป้องกันฝุ่นละอองหรือสัตว์รบกวนได้ สามารถล๊อคได้เพื่อป้องกันการโจรกรรมที่ง่ายจากด้านนอกบ้าน หากเป็นไปได้การออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของบ้านก็จะทำให้สวยงามไปอีกแบบ

ภาพ: ตู้เก็บของเล็กๆ นอกบ้านที่ต้องแข็งแรง ทนต่อทั้งสภาวะอากาศและการใช้งาน

       อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากสิ่งที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ยังมีห้อง หรือพื้นที่ หรืออะไรสักอย่างที่ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรในการจัดการกับสิ่งของสุดรักของเราอีกหลากหลาย ซึ้งล้วนแล้วแต่ไลฟ์สไตล์การใช้พื้นที่ของแต่ละคน แต่ละพื้นที่ เพื่อให้บ้านของเราดูดีและน่าอยู่ยิ่งขึ้นครับ



 

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ