View : 17492

       ก่อนจะทราบถึงจุดระบายน้ำสำหรับพื้นที่หลังคาดาดฟ้า เจ้าของบ้านควรทำความเข้าใจถึงปัจจัยหลักๆ ที่ช่วยให้หลังคาดาดฟ้าทำหน้าที่กันแดดกันฝนและใช้งานได้ยาวนานเสียก่อน

       ความสัมพันธ์ของมิติกว้างยาวและพื้นที่หลังคา เป็นสิ่งแรกที่ต้องคำนึงเพราะจะมีผลกับเรื่องของการปรับระดับลาดเอียงของหลังคาดาดฟ้าให้ระบายน้ำออกจากพื้นที่หลังคาได้ทัน โดยทั่วไปมักกำหนดให้ความลาดเอียงดาดฟ้าอยู่ที่ 1 : 200 และควรจะมีจุดระบายน้ำ 1 จุด ต่อพื้นที่ประมาณ 30-40 ตารางเมตร โดยระยะของจุดระบายน้ำควรห่างกันไม่เกิน 12 เมตร ในบางครั้งพื้นที่ดาดฟ้าอาจมีความยาวมากและมีระยะของจุดระบายน้ำในตำแหน่งที่ไกล กรณีนี้หากต้องการเพิ่มอัตราการระบายน้ำให้เร็วขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดการท่วมขังของพื้นที่ดาดฟ้า ควรออกแบบให้พื้นที่รับน้ำทั้งหมดเทลาดเอียงมายังรางระบายน้ำ โดยอาจกดให้ต่ำกว่าพื้นดาดฟ้า ในลักษณะคล้ายรางน้ำกว้าง 20-30 เซนติเมตร และลึกมากกว่า 5 เซนติเมตร ลาดเอียงไปยังจุดระบายน้ำ 
 

โดยจะมีลักษณะคล้ายตะกร้า หรือตะแกรงคว่ำทำมาจากโลหะ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 นิ้ว-3 นิ้ว (ซึ่งสัมพันธ์กับขนาดท่อ)   หากด้านข้างของ Roof Drain เกิดการอุดตัน ส่วนบนของตะแกรงก็ยังคงทำหน้าที่ระบายน้ำได้อยู่ ทั้งนี้ควรออกแบบให้มี ระบบน้ำล้น หรือที่เรียกว่า Over Flow ในลักษณะของท่อ PVC หรือช่องโลหะ หรืออาจเป็นช่องเจาะรูคอนกรีตเพิ่มเติมบนดาดฟ้าด้วย เผื่อในกรณีที่เศษวัสดุครอบปกคลุมตะแกรงจนอุดตัน น้ำจะล้นไหลออกมายังจุดน้ำล้นที่ใกล้กันเพื่อให้เจ้าของบ้านได้สังเกตเห็นความไม่ปกติของการระบายน้ำบนหลังคาดาดฟ้า เป็นการเตือนว่าถึงเวลาแล้วที่เจ้าของบ้านจะต้องดูแลรักษาเพื่อตรวจสอบและขจัดเศษวัสดุอุดตันเสียที
       
       ในทางกลับกัน Roof Drain หรือตะแกรงจุดระบายน้ำหลังคายังสามารถนำมาใช้กับพื้นที่ระเบียงบ้าน หรือชานของบ้านที่ต้องรับน้ำฝนแต่อยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการอุดตันของ เศษใบไม้ หรือเศษวัสดุต่างๆ ได้ด้วย เพียงแต่ให้คำนึงในเรื่องตำแหน่งที่ตั้งของจุดระบายน้ำให้อยู่ในพื้นที่ที่หลบเลี่ยงทางสัญจร เพราะด้วยรูปทรงของ Roof Drain ที่ปูดขึ้นมาจากพื้น อาจกีดขวางการใช้งานของพื้นที่นั้นๆ ได้

       การติดตั้ง Roof Drain หรือ Floor Drain จำเป็นต้องมีการวางแผนเตรียมการแต่แรกเริ่ม โดยจะต้องวางอุปกรณ์ข้อต่อดักน้ำให้สัมพันธ์ร่วมกับขนาดท่อลำเลียงระบายน้ำฝน (ประมาณ 2 – 3 นิ้ว) ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ตามที่วิศวกรสุขาภิบาลคำนวณออกแบบไว้ อุปกรณ์ดังกล่าวจะมีลักษณะคล้ายจานกลมๆ แบนๆ ทำหน้าที่ดักการรั่วซึมของน้ำระหว่างอุปกรณ์และพื้นคอนกรีต  ขั้นตอนดังกล่าวจะต้องติดตั้งเตรียมไว้ให้เรียบร้อยก่อนการเทหล่อพื้นคอนกรีต โดยทำร่วมกับการวางเหล็กเสริมโครงสร้าง ซึ่งทางวิศวกรจะออกแบบให้มีเหล็กเสริมความแข็งแรงของพื้นตรงบริเวณที่วางจุดระบายน้ำด้วย
 

Roof Drain สิ่งจำเป็นสำหรับพื้นที่จำเพาะดาดฟ้า

เมื่อกล่าวถึงจุดระบายน้ำของบ้าน น่าจะมีอยู่ไม่กี่จุดที่เจ้าของบ้านที่จะสร้างบ้านใหม่หรือต่อเติมบ้าน รู้สึกคุ้นตาและคุ้นเคย ทว่าจุดหนึ่งที่มักเกิดข้อสงสัยคือ จุดระบายน้ำที่พื้นที่หลังคาดาดฟ้า มีปัจจัยใดบ้างที่ควรใส่ใจเพื่อเลี่ยงความเสี่ยงเรื่องการระบายน้ำไม่ทัน และปัญหาการรั่วซึม (ด้วยธรรมชาติของคอนกรีตเสริมเหล็กที่มักพ่ายแพ้ความชื้นสะสม) ที่อาจเกิดขึ้นในเวลาถัดมา  

ซ้าย : Roof Drain ขวา : Floor Drain 

       เรื่องถัดมา คือ การแก้ไขป้องกันจุดอ่อนที่เสี่ยงต่อการแตกร้าวของโครงสร้างดาดฟ้าคอนกรีตเสริมเหล็ก อันจะเกิดได้แต่ ส่วนผสม การบ่มตัว และข้อบกพร่องจากฝีมือช่าง ทั้งนี้ ควรปกป้องพื้นผิวดาดฟ้าด้วยระบบเคมีภัณฑ์กันซึมสำหรับดาดฟ้าซึ่งมีให้เลือกหลากหลายผู้ผลิต เคมีภัณฑ์เหล่านี้มีคุณสมบัติยึดเกาะยืดหยุ่นและป้องกันรอยแตกร้าว ยืดอายุการใช้งานของพื้นดาดฟ้าคอนกรีต โดยทั่วไปอายุการใช้งานของเคมีภัณฑ์ดังกล่าวจะอยู่ที่ 3-6 ปี ขึ้นอยู่กับชนิด ประเภท และคุณภาพของระบบที่เลือกใช้ 

       สิ่งสำคัญสุดท้ายของการระบายน้ำบนหลังคาคาดฟ้าคือ จุดระบายน้ำหลังคา หรือ Roof Drain หากเลือกใช้ Roof Drain ผิดประเภท โดยเผลอไปเลือกเอา  Floor Drain (ซึ่งเหมาะสำหรับห้องน้ำ) มาใช้แทน ปัญหาใหญ่ที่จะตามมาคือการอุดตัน เพราะลักษณะของ Floor Drain จะเป็นรูตะแกรงแบบแบนราบ อันจะส่งผลให้เศษวัสดุ กิ่งไม้ ใบไม้ ที่ปลิวมาตกบริเวณพื้นดาดฟ้า ไหลมากองรวมสะสมที่จุดระบายน้ำจนเกิดการอุดตัน  ประกอบกับการที่เจ้าของบ้านไม่มีโอกาสขึ้นไปดูแลบ่อยนัก เรื่องไม่ขาดฝันจึงอาจเกิดขึ้นกับหลังคาดาดฟ้าได้ เช่น น้ำรั่วซึม น้ำล้นราง เป็นต้น  ทั้งนี้ Roof Drain ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว 
 

 

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
ภาพ :
- www.wadedrains.com
- www.cotto.co.th
- fenngeerati.wordpress.com

Roof Drain สิ่งจำเป็นสำหรับพื้นที่จำเพาะดาดฟ้า

เมื่อกล่าวถึงจุดระบายน้ำของบ้าน น่าจะมีอยู่ไม่กี่จุดที่เจ้าของบ้านที่จะสร้างบ้านใหม่หรือต่อเติมบ้าน รู้สึกคุ้นตาและคุ้นเคย ทว่าจุดหนึ่งที่มักเกิดข้อสงสัยคือ จุดระบายน้ำที่พื้นที่หลังคาดาดฟ้า มีปัจจัยใดบ้างที่ควรใส่ใจเพื่อเลี่ยงความเสี่ยงเรื่องการระบายน้ำไม่ทัน และปัญหาการรั่วซึม (ด้วยธรรมชาติของคอนกรีตเสริมเหล็กที่มักพ่ายแพ้ความชื้นสะสม) ที่อาจเกิดขึ้นในเวลาถัดมา  

ซ้าย : Roof Drain ขวา : Floor Drain 

       ก่อนจะทราบถึงจุดระบายน้ำสำหรับพื้นที่หลังคาดาดฟ้า เจ้าของบ้านควรทำความเข้าใจถึงปัจจัยหลักๆ ที่ช่วยให้หลังคาดาดฟ้าทำหน้าที่กันแดดกันฝนและใช้งานได้ยาวนานเสียก่อน

       ความสัมพันธ์ของมิติกว้างยาวและพื้นที่หลังคา เป็นสิ่งแรกที่ต้องคำนึงเพราะจะมีผลกับเรื่องของการปรับระดับลาดเอียงของหลังคาดาดฟ้าให้ระบายน้ำออกจากพื้นที่หลังคาได้ทัน โดยทั่วไปมักกำหนดให้ความลาดเอียงดาดฟ้าอยู่ที่ 1 : 200 และควรจะมีจุดระบายน้ำ 1 จุด ต่อพื้นที่ประมาณ 30-40 ตารางเมตร โดยระยะของจุดระบายน้ำควรห่างกันไม่เกิน 12 เมตร ในบางครั้งพื้นที่ดาดฟ้าอาจมีความยาวมากและมีระยะของจุดระบายน้ำในตำแหน่งที่ไกล กรณีนี้หากต้องการเพิ่มอัตราการระบายน้ำให้เร็วขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดการท่วมขังของพื้นที่ดาดฟ้า ควรออกแบบให้พื้นที่รับน้ำทั้งหมดเทลาดเอียงมายังรางระบายน้ำ โดยอาจกดให้ต่ำกว่าพื้นดาดฟ้า ในลักษณะคล้ายรางน้ำกว้าง 20-30 เซนติเมตร และลึกมากกว่า 5 เซนติเมตร ลาดเอียงไปยังจุดระบายน้ำ 
 

       เรื่องถัดมา คือ การแก้ไขป้องกันจุดอ่อนที่เสี่ยงต่อการแตกร้าวของโครงสร้างดาดฟ้าคอนกรีตเสริมเหล็ก อันจะเกิดได้แต่ ส่วนผสม การบ่มตัว และข้อบกพร่องจากฝีมือช่าง ทั้งนี้ ควรปกป้องพื้นผิวดาดฟ้าด้วยระบบเคมีภัณฑ์กันซึมสำหรับดาดฟ้าซึ่งมีให้เลือกหลากหลายผู้ผลิต เคมีภัณฑ์เหล่านี้มีคุณสมบัติยึดเกาะยืดหยุ่นและป้องกันรอยแตกร้าว ยืดอายุการใช้งานของพื้นดาดฟ้าคอนกรีต โดยทั่วไปอายุการใช้งานของเคมีภัณฑ์ดังกล่าวจะอยู่ที่ 3-6 ปี ขึ้นอยู่กับชนิด ประเภท และคุณภาพของระบบที่เลือกใช้ 

       สิ่งสำคัญสุดท้ายของการระบายน้ำบนหลังคาคาดฟ้าคือ จุดระบายน้ำหลังคา หรือ Roof Drain หากเลือกใช้ Roof Drain ผิดประเภท โดยเผลอไปเลือกเอา  Floor Drain (ซึ่งเหมาะสำหรับห้องน้ำ) มาใช้แทน ปัญหาใหญ่ที่จะตามมาคือการอุดตัน เพราะลักษณะของ Floor Drain จะเป็นรูตะแกรงแบบแบนราบ อันจะส่งผลให้เศษวัสดุ กิ่งไม้ ใบไม้ ที่ปลิวมาตกบริเวณพื้นดาดฟ้า ไหลมากองรวมสะสมที่จุดระบายน้ำจนเกิดการอุดตัน  ประกอบกับการที่เจ้าของบ้านไม่มีโอกาสขึ้นไปดูแลบ่อยนัก เรื่องไม่ขาดฝันจึงอาจเกิดขึ้นกับหลังคาดาดฟ้าได้ เช่น น้ำรั่วซึม น้ำล้นราง เป็นต้น  ทั้งนี้ Roof Drain ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว 
 

 

โดยจะมีลักษณะคล้ายตะกร้า หรือตะแกรงคว่ำทำมาจากโลหะ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 นิ้ว-3 นิ้ว (ซึ่งสัมพันธ์กับขนาดท่อ)   หากด้านข้างของ Roof Drain เกิดการอุดตัน ส่วนบนของตะแกรงก็ยังคงทำหน้าที่ระบายน้ำได้อยู่ ทั้งนี้ควรออกแบบให้มี ระบบน้ำล้น หรือที่เรียกว่า Over Flow ในลักษณะของท่อ PVC หรือช่องโลหะ หรืออาจเป็นช่องเจาะรูคอนกรีตเพิ่มเติมบนดาดฟ้าด้วย เผื่อในกรณีที่เศษวัสดุครอบปกคลุมตะแกรงจนอุดตัน น้ำจะล้นไหลออกมายังจุดน้ำล้นที่ใกล้กันเพื่อให้เจ้าของบ้านได้สังเกตเห็นความไม่ปกติของการระบายน้ำบนหลังคาดาดฟ้า เป็นการเตือนว่าถึงเวลาแล้วที่เจ้าของบ้านจะต้องดูแลรักษาเพื่อตรวจสอบและขจัดเศษวัสดุอุดตันเสียที
       
       ในทางกลับกัน Roof Drain หรือตะแกรงจุดระบายน้ำหลังคายังสามารถนำมาใช้กับพื้นที่ระเบียงบ้าน หรือชานของบ้านที่ต้องรับน้ำฝนแต่อยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการอุดตันของ เศษใบไม้ หรือเศษวัสดุต่างๆ ได้ด้วย เพียงแต่ให้คำนึงในเรื่องตำแหน่งที่ตั้งของจุดระบายน้ำให้อยู่ในพื้นที่ที่หลบเลี่ยงทางสัญจร เพราะด้วยรูปทรงของ Roof Drain ที่ปูดขึ้นมาจากพื้น อาจกีดขวางการใช้งานของพื้นที่นั้นๆ ได้

       การติดตั้ง Roof Drain หรือ Floor Drain จำเป็นต้องมีการวางแผนเตรียมการแต่แรกเริ่ม โดยจะต้องวางอุปกรณ์ข้อต่อดักน้ำให้สัมพันธ์ร่วมกับขนาดท่อลำเลียงระบายน้ำฝน (ประมาณ 2 – 3 นิ้ว) ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ตามที่วิศวกรสุขาภิบาลคำนวณออกแบบไว้ อุปกรณ์ดังกล่าวจะมีลักษณะคล้ายจานกลมๆ แบนๆ ทำหน้าที่ดักการรั่วซึมของน้ำระหว่างอุปกรณ์และพื้นคอนกรีต  ขั้นตอนดังกล่าวจะต้องติดตั้งเตรียมไว้ให้เรียบร้อยก่อนการเทหล่อพื้นคอนกรีต โดยทำร่วมกับการวางเหล็กเสริมโครงสร้าง ซึ่งทางวิศวกรจะออกแบบให้มีเหล็กเสริมความแข็งแรงของพื้นตรงบริเวณที่วางจุดระบายน้ำด้วย
 

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
ภาพ :
- www.wadedrains.com
- www.cotto.co.th
- fenngeerati.wordpress.com

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ