View : 4748


อาคารใจดี สู่บ้านใจดี เพื่อทุกคนในครอบครัว

แนวทางการออกแบบหรือปรับปรุงบ้านเบื้องต้น ให้ได้บ้านใจดีที่สามารถรองรับการใช้งานของทุกคนในครอบครัวได้

       การที่ได้รู้จักหรือทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนร่วมงาน หรือใครก็ตามที่เราได้ไปมีปฏิสัมพันธ์ด้วย ในบางครั้งเราสามารถรับรู้หรือรู้สึกได้ถึงความมีน้ำใจ ถึงความมีอัธยาศัย ถึงความใสใจ หรือต่างๆ นานาในเชิงบวก จนเราบอกต่อกับคนอื่นๆ ได้ว่า เขาหรือเธอคนนั้น หรือคนกลุ่มนั้น เป็นคนใจดี

       อาคารก็เช่นเดียวกัน นอกเหนือจากจะบอกเล่าเรื่องราวความสวยงาม ประโยชน์ใช้สอยของพื้นที่ ความสะดวกสบาย ความทันสมัย หรือการเลือกใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างที่ล้ำหน้า ล้วนแต่ไม่ได้เกิดจากตัวอาคารหรือสถาปัตยกรรมเอง หากเกิดจากความต้องการของเจ้าของโครงการ งบประมาณในการก่อสร้าง ข้อจำกัดต่างๆ ผนวกกับกระบวนการออกแบบ และการแก้ปัญหาของผู้ออกแบบให้ตอบโจทย์ข้างต้น ซึ่งความประทับใจในพื้นที่ดังกล่าวอาจจะตอบให้ผู้ใช้สอยอาคารส่วนใหญ่ที่เป็นคนสมบูรณ์ปกตินำไปบอกเล่าถึงความประทับใจที่มีต่ออาคาร แต่ทว่าการจะเป็นอาคารที่ขึ้นชื่อว่า “อาคารใจดี” ที่ทุกๆ คนไม่ว่าคนปกติทั่วไป หรือคนที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างสะดวกหรือทุพพลภาพ และคนชรา จะประทับใจในความใจดีของอาคารที่เอื้อต่อการใช้งาน จึงเก็บไว้เป็นความรู้สึกดีๆ หรือประทับใจจนต้องไปบอกเล่าต่อถึงความใจดีของอาคารดังกล่าว และนี่เองเป็นที่มาของอาคารใจดีที่สามารถรองรับการใช้งานของคนทุกคนได้ (Universal Design)

       ในปัจจุบัน ทั้งทางภาครัฐและสมาคมวิชาชีพได้มีส่วนช่วยผลักดันให้ผู้ออกแบบเห็นถึงความสำคัญของการออกแบบเพื่อคนทุกคนกับอาคารสาธารณะ ได้แก่ โรงพยาบาล สำนักงาน โรงมหรสพ โรงแรม หอประชุม สนามกีฬา ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ที่มีพื้นที่เกินกว่า 2,000 ตารางเมตร ให้คำนึงถึงการออกแบบตามกฎกระทรวงที่กำหนดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการ หรือทุพพลภาพ และคนชรา และมีการจัดประกวดอาคารใจดีในแต่ละปีเพื่อตอกย้ำถึงความสำคัญของการออกแบบดังกล่าว ซึ่งสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดคัดเลือกอาคารใจดีอย่างต่อเนื่องจากอาคารสาธารณะภาครัฐ และเอกชนที่ยื่นคุณสมบัติอาคารตน

       สำหรับที่พักอาศัยหรือบ้าน ทางเจ้าของบ้านสามารถบอกความต้องการพิเศษดังกล่าวให้แก่ผู้ออกแบบได้ออกแบบตามหลักเกณฑ์เพื่อให้ตอบสนองการใช้งานที่สะดวกสบายแก่ ผู้พิการหรือทุพพลภาพ และคนชรา รวมแม้กระทั่งเด็ก ซึ่งอาจจะถือมาตรฐานของกฎกระทรวง และ Human Scale       ที่ทางสถาปนิกผู้ออกแบบย่อมมีความรู้เกี่ยวกับข้อมูลดังกล่าว ออกแบบส่วนประกอบอาคาร และการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่เอื้ออำนวยได้ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องของพื้นผิวสัมผัส ความกว้างของพื้นที่ และความต่างระดับของพื้นที่ โดยขอหยิบยกประเด็นที่น่าจะเป็นประโยชน์กับทางเจ้าของบ้านให้คำนึง หรือนำไปปรับประยุกต์ให้เข้ากับแต่ละบ้านให้เอื้ออำนวยเป็นบ้านใจดีให้แก่สมาชิกในครอบครัวได้ในอนาคต ดังนี้

1. ระดับที่แตกต่างกันของพื้นไม่ควรเกิน 2 เซนติเมตร หรือ 20 มิลลิเมตร ไม่ว่าจะเป็นธรณีประตู หรือพื้นที่ต่างระดับ หากต่างกันเกิน 2 เซนติเมตร ควรปรับให้มีการปาดมุมเอียง 45 องศา เพื่อความสะดวกสบายต่อการเคลื่อนที่ของเก้าอี้รถเข็น (Wheelchair)

ภาพ: พื้นที่มีความต่างระดับ ควรปรับให้มีการปาดมุมเอียง 45 องศา เพื่อให้ผู้ใช้เก้าอี้รถเข็น (Wheelchair) สามารถเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวก

2. ทางลาดที่ดีควรมีขนาดกว้าง และความลาดชันที่เหมาะสมที่เอื้อต่อการเคลื่อนที่ของผู้ใช้ Wheelchair เช่นกัน โดยให้มีความลาดชันไม่เกิน 1:12 และมีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร ช่วงลาดเอียงไม่ควรเกิน 6.00 เมตร มีพื้นที่หน้าทางลาดและชานพัก 1.5 เมตร มีราวกันตกสูง 80-90 เซนติเมตรที่สามารถจับได้สะดวกสบายไม่ติดขัด ด้านล่างของทางลาดจัดให้มีขอบสูง 5 เซนติเมตรเพื่อความปลอดภัย และลักษณะพื้นผิวที่ไม่ลื่น

ภาพ: ลักษณะทางลาดที่ดี

3. ขนาดของประตูควรมีขนาดกว้าง 90 เซนติเมตรเป็นอย่างน้อย และจัดให้มีมือจับที่เป็นแบบก้านโยก หรือแกนผลักที่สูงจากพื้น 100 เซนติเมตร ซึ่งเป็นได้ทั้งลักษณะบานประตูแบบเปิด และแบบบานเลื่อน

ภาพ: ลักษณะประตูที่เหมาะสม

4. ขนาดพื้นที่ภายในห้องน้ำควรมีระยะที่ให้ Wheelchair หมุนกลับตัวภายในได้ โดยให้มีรัศมีที่ 1.50 เมตร

ภาพ: ภายในห้องน้ำควรมีระยะให้ผู้ใช้ Wheelchair สามารถหมุนกลับตัวได้

       เพียงเท่านี้ นี้เจ้าของบ้านก็จะมีบ้านใจดีที่ได้คำนึงหลักเบื้องต้นสำหรับการใช้งานเพื่อคนทุกคน (Universal Design) ที่ไม่ต้องได้รับรางวัลจากสถาบันใดๆ แต่เป็นสถาบันสมาชิกครอบครัวทุกท่านที่จะใช้สอยพื้นที่ความสุขของบ้านได้อย่างมีความสุขทุกท่าน

       สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://download.asa.or.th/03media/04law/cba/mr/mr48-58e.pdf

 



 


อาคารใจดี สู่บ้านใจดี เพื่อทุกคนในครอบครัว

แนวทางการออกแบบหรือปรับปรุงบ้านเบื้องต้น ให้ได้บ้านใจดีที่สามารถรองรับการใช้งานของทุกคนในครอบครัวได้

       การที่ได้รู้จักหรือทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนร่วมงาน หรือใครก็ตามที่เราได้ไปมีปฏิสัมพันธ์ด้วย ในบางครั้งเราสามารถรับรู้หรือรู้สึกได้ถึงความมีน้ำใจ ถึงความมีอัธยาศัย ถึงความใสใจ หรือต่างๆ นานาในเชิงบวก จนเราบอกต่อกับคนอื่นๆ ได้ว่า เขาหรือเธอคนนั้น หรือคนกลุ่มนั้น เป็นคนใจดี

       อาคารก็เช่นเดียวกัน นอกเหนือจากจะบอกเล่าเรื่องราวความสวยงาม ประโยชน์ใช้สอยของพื้นที่ ความสะดวกสบาย ความทันสมัย หรือการเลือกใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างที่ล้ำหน้า ล้วนแต่ไม่ได้เกิดจากตัวอาคารหรือสถาปัตยกรรมเอง หากเกิดจากความต้องการของเจ้าของโครงการ งบประมาณในการก่อสร้าง ข้อจำกัดต่างๆ ผนวกกับกระบวนการออกแบบ และการแก้ปัญหาของผู้ออกแบบให้ตอบโจทย์ข้างต้น ซึ่งความประทับใจในพื้นที่ดังกล่าวอาจจะตอบให้ผู้ใช้สอยอาคารส่วนใหญ่ที่เป็นคนสมบูรณ์ปกตินำไปบอกเล่าถึงความประทับใจที่มีต่ออาคาร แต่ทว่าการจะเป็นอาคารที่ขึ้นชื่อว่า “อาคารใจดี” ที่ทุกๆ คนไม่ว่าคนปกติทั่วไป หรือคนที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างสะดวกหรือทุพพลภาพ และคนชรา จะประทับใจในความใจดีของอาคารที่เอื้อต่อการใช้งาน จึงเก็บไว้เป็นความรู้สึกดีๆ หรือประทับใจจนต้องไปบอกเล่าต่อถึงความใจดีของอาคารดังกล่าว และนี่เองเป็นที่มาของอาคารใจดีที่สามารถรองรับการใช้งานของคนทุกคนได้ (Universal Design)

       ในปัจจุบัน ทั้งทางภาครัฐและสมาคมวิชาชีพได้มีส่วนช่วยผลักดันให้ผู้ออกแบบเห็นถึงความสำคัญของการออกแบบเพื่อคนทุกคนกับอาคารสาธารณะ ได้แก่ โรงพยาบาล สำนักงาน โรงมหรสพ โรงแรม หอประชุม สนามกีฬา ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ที่มีพื้นที่เกินกว่า 2,000 ตารางเมตร ให้คำนึงถึงการออกแบบตามกฎกระทรวงที่กำหนดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการ หรือทุพพลภาพ และคนชรา และมีการจัดประกวดอาคารใจดีในแต่ละปีเพื่อตอกย้ำถึงความสำคัญของการออกแบบดังกล่าว ซึ่งสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดคัดเลือกอาคารใจดีอย่างต่อเนื่องจากอาคารสาธารณะภาครัฐ และเอกชนที่ยื่นคุณสมบัติอาคารตน

       สำหรับที่พักอาศัยหรือบ้าน ทางเจ้าของบ้านสามารถบอกความต้องการพิเศษดังกล่าวให้แก่ผู้ออกแบบได้ออกแบบตามหลักเกณฑ์เพื่อให้ตอบสนองการใช้งานที่สะดวกสบายแก่ ผู้พิการหรือทุพพลภาพ และคนชรา รวมแม้กระทั่งเด็ก ซึ่งอาจจะถือมาตรฐานของกฎกระทรวง และ Human Scale       ที่ทางสถาปนิกผู้ออกแบบย่อมมีความรู้เกี่ยวกับข้อมูลดังกล่าว ออกแบบส่วนประกอบอาคาร และการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่เอื้ออำนวยได้ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องของพื้นผิวสัมผัส ความกว้างของพื้นที่ และความต่างระดับของพื้นที่ โดยขอหยิบยกประเด็นที่น่าจะเป็นประโยชน์กับทางเจ้าของบ้านให้คำนึง หรือนำไปปรับประยุกต์ให้เข้ากับแต่ละบ้านให้เอื้ออำนวยเป็นบ้านใจดีให้แก่สมาชิกในครอบครัวได้ในอนาคต ดังนี้

1. ระดับที่แตกต่างกันของพื้นไม่ควรเกิน 2 เซนติเมตร หรือ 20 มิลลิเมตร ไม่ว่าจะเป็นธรณีประตู หรือพื้นที่ต่างระดับ หากต่างกันเกิน 2 เซนติเมตร ควรปรับให้มีการปาดมุมเอียง 45 องศา เพื่อความสะดวกสบายต่อการเคลื่อนที่ของเก้าอี้รถเข็น (Wheelchair)

ภาพ: พื้นที่มีความต่างระดับ ควรปรับให้มีการปาดมุมเอียง 45 องศา เพื่อให้ผู้ใช้เก้าอี้รถเข็น (Wheelchair) สามารถเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวก

2. ทางลาดที่ดีควรมีขนาดกว้าง และความลาดชันที่เหมาะสมที่เอื้อต่อการเคลื่อนที่ของผู้ใช้ Wheelchair เช่นกัน โดยให้มีความลาดชันไม่เกิน 1:12 และมีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร ช่วงลาดเอียงไม่ควรเกิน 6.00 เมตร มีพื้นที่หน้าทางลาดและชานพัก 1.5 เมตร มีราวกันตกสูง 80-90 เซนติเมตรที่สามารถจับได้สะดวกสบายไม่ติดขัด ด้านล่างของทางลาดจัดให้มีขอบสูง 5 เซนติเมตรเพื่อความปลอดภัย และลักษณะพื้นผิวที่ไม่ลื่น

ภาพ: ลักษณะทางลาดที่ดี

3. ขนาดของประตูควรมีขนาดกว้าง 90 เซนติเมตรเป็นอย่างน้อย และจัดให้มีมือจับที่เป็นแบบก้านโยก หรือแกนผลักที่สูงจากพื้น 100 เซนติเมตร ซึ่งเป็นได้ทั้งลักษณะบานประตูแบบเปิด และแบบบานเลื่อน

ภาพ: ลักษณะประตูที่เหมาะสม

4. ขนาดพื้นที่ภายในห้องน้ำควรมีระยะที่ให้ Wheelchair หมุนกลับตัวภายในได้ โดยให้มีรัศมีที่ 1.50 เมตร

ภาพ: ภายในห้องน้ำควรมีระยะให้ผู้ใช้ Wheelchair สามารถหมุนกลับตัวได้

       เพียงเท่านี้ นี้เจ้าของบ้านก็จะมีบ้านใจดีที่ได้คำนึงหลักเบื้องต้นสำหรับการใช้งานเพื่อคนทุกคน (Universal Design) ที่ไม่ต้องได้รับรางวัลจากสถาบันใดๆ แต่เป็นสถาบันสมาชิกครอบครัวทุกท่านที่จะใช้สอยพื้นที่ความสุขของบ้านได้อย่างมีความสุขทุกท่าน

       สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://download.asa.or.th/03media/04law/cba/mr/mr48-58e.pdf

 



 

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ