View : 2441
เรื่อง: ภาณุ เอี่ยมต่อม

ทางเดินสวนลอยฟ้า เชื่อมต่อ THE EMPORIUM และ
THE EMQUARTIER

พื้นที่ว่างหน้าอาคาร และพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างอาคาร หากมีการออกแบบ จัดการ ใช้สอยอย่างเหมาะสม จะเป็นพื้นที่ว่างที่มีคุณค่ามากทั้งต่อตัวอาคาร ธุรกิจ และต่อสังคมเมือง อย่าง ทางเดินในสวนลอยฟ้าระหว่าง THE EMPORIUM และ THE EMQUARTIER

       หลายๆ ครั้งกับความรู้สึกดี เมื่อได้เห็น “พื้นที่ว่างเล็กๆ ในเมืองใหญ่” ถูกแทรกและแต่งแต้มไปด้วยเฉดสีเขียวของต้นไม้ใบหญ้า สีสันสดใสของดอกไม้ หรือการจัดวางตกแต่งองค์ประกอบต่างๆ ในพื้นที่ว่างนั้น เช่น น้ำพุ น้ำตก ไม้ หิน เฟอร์นิเจอร์สนาม หรือประติมากรรม อย่างสวยงามลงตัว แต่มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่อาคารขนาดใหญ่ สำนักงาน ห้างสรรพสินค้า จะเว้นช่องว่าง หรือ พื้นที่ระหว่างถนนกับผนังที่สูงใหญ่ของตัวอาคารไว้......เพราะพื้นที่เว้นว่าง ที่ถูกบังคับให้มีตามกฎหมายนี้ นอกจากจะช่วยให้เมืองได้มีโอกาส “หายใจ” แล้ว พื้นที่เปิดโล่ง หรือลานบริเวณหน้าอาคารนี้หากได้รับการออกแบบจัดการที่ดี จะมีความสำคัญ และสามารถสร้างประโยชน์ได้หลากหลาย ทั้งเป็นส่วนต้อนรับก่อนที่จะเข้าสู่ตัวอาคาร หรือเป็นส่วนที่สร้างการรับรู้ให้กับผู้คนถึงภาพลักษณ์ และรูปแบบความเป็นตัวตนที่อาคารนั้นเป็น

มุมมองจากส่วนพื้นที่เชื่อมต่อ ไปสู่ห้าง ดิ เอ็มควอเทียร์

       ห้าง ดิ เอ็มโพเรียม (THE EMPORIUM) และ ดิ เอ็มควอเทียร์ (THE EMQUARTIER) 2 ห้างสรรพสินค้าใจกลางถนนสุขุมวิทที่ได้ชื่อว่าเป็นย่านธุรกิจและย่านการจับจ่ายใช้สอยระดับสูง เป็นตัวอย่างหนึ่งของอาคารพาณิชย์ที่มีการออกแบบจัดการพื้นที่เว้นว่างด้านหน้าอาคารที่ดี เพราะสามารถดึงศักยภาพของพื้นที่ว่างมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในหลายด้าน ทั้งความเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม สามารถสื่อความหมายด้วยรูปแบบขององค์ประกอบที่แสดงให้เห็นเอกลักษณ์ของความเป็นสถานที่จับจ่ายสินค้า และการใช้ชีวิตแบบคนรุ่นใหม่ ที่โฉบเฉี่ยว โดดเด่น เรียบ เท่ มีความเป็นโมเดิร์น ทั้งยังเป็นพื้นที่ที่สามารถรองรับกิจกรรมอันเกี่ยวเนื่องกับการขายได้เป็นอย่างดี รวมถึงมีองค์ประกอบ เส้นสาย ที่ว่าง ที่ต่อเนื่องสัมพันธ์กัน จากภายนอกสู่ภายในเชื่อมโยงไปถึงลักษณะทางสถาปัตยกรรมของอาคาร

มุมมองสู่ห้าง ดิ เอ็มโพเรียม เส้นสายที่นำเข้าสู่ตัวอาคาร

       นอกจากพื้นที่บริเวณหน้าอาคารที่ติดถนนสุขุมวิทของทั้งสองห้างดังกล่าวแล้ว สิ่งที่ทำให้โครงการนี้ได้รับความสนใจ และประสบความสำเร็จในหลายมิติ ทั้งการใช้งาน แรงดึงดูด หรือความสวยงามมีสไตล์ สามารถสื่อสารกับผู้ใช้งานได้อย่างดี อาจจะเป็นเพราะ พื้นที่สำคัญที่เป็นส่วนเชื่อมต่อระหว่างห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ ซึ่งแต่เดิมนั้น ใน บริเวณพื้นที่นี้มีเพียงห้าง ดิ เอ็มโพเรียม ที่ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทฝั่งทิศใต้ แต่เมื่อเกิดโครงการห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ที่มีทำเลที่ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทฝั่งตรงข้าม กั้นกลางด้วยถนนสุขุมวิท และสถานีรถไฟฟ้า BTS การสร้างพื้นที่ที่สามารถเชื่อมต่อห้างทั้งสองเข้าไว้ด้วยกันจึงเหมือนเป็นแนวคิดที่เหมาะเจาะ ที่จะสร้าง ”ย่าน” ของห้างสรรพสินค้าที่หรูหรา ดูดี และทันสมัย อีกทั้งพื้นที่ระหว่างทั้งสองห้างสรรพสินค้านี้ยังช่วยสร้างความต่อเนื่องของการใช้อาคาร ส่งเสริมโอกาสในการดึงดูดผู้คนให้เข้าไปใช้บริการ ซึ่งถ้ารวมกับการเป็นจุดเชื่อมต่อที่อยู่ในบริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS แล้ว ทำให้พื้นที่มีศักยภาพอย่างยิ่งที่จะสร้าง “ย่าน” ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง

       เมื่อพิจารณาดูรูปแบบของพื้นที่ จะเห็นถึงความต่อเนื่องกลมกลืนขององค์ประกอบทางภูมิทัศน์ ทั้งทิศทางจากรถไฟฟ้า BTS และทิศทางระหว่างอาคารทั้งสอง ความต่อเนื่องดังกล่าว เหมือนทำให้ผู้คนถูกส่งผ่านเข้าไปสู่ภายในอาคารได้โดยไม่รู้สึกตัว องค์ประกอบหลักของพื้น คือหินแกรนิตสีเทาเรียบๆ ใช้การเรียงแบบลายก่ออิฐ แฝงไว้ด้วยแนวคิดของการสร้างความกลมกลืนจากสถานีรถไฟฟ้า ไหลเรื่อยมาจนถึงภายในอาคาร และแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการที่ต้องใช้งานเป็นพื้นที่ กิจกรรมและแสดงสินค้า ดังนั้นโทนสีที่ใช้ในพื้นที่จึงเป็นสีที่เรียบ ไม่สะดุดตา เป้าหมายเพื่อเป็นเบื้องหลังที่ช่วยทำให้สินค้าดูโดดเด่น 

ความหลากหลายของไม้พุ่มโดยการจัดวางแบบสุ่ม ให้ความรู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติก่อนเข้าถึงอาคาร

       ส่วนองค์ประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องในพื้นที่ก็เป็นวัสดุที่ให้ความรู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติผสมผสานกับความโมเดิร์น ทันสมัย เรียบหรูแบบมีเอกลักษณ์ เช่น ไม้ เหล็ก และกระจก ที่ถูกนำมาใช้ในสัดส่วนที่ลงตัว นอกจากนี้เฟอร์นิเจอร์สนามหรือเก้าอี้นั่งที่เหมือนยกระดับโค้งขึ้นมาจากส่วนพื้นแกรนิต ด้วยเส้นสายที่พลิ้วไหวทำให้ดูเป็นเรื่องราวเดียวกับตัวอาคาร

เหล็ก สเตนเลส กระจก แกรนิต ให้ความรู้สึกโมเดิร์น ในขณะที่ไม้พุ่มช่วยสร้างความนุ่มนวลให้แก่มุมมอง

ดอกของไม้พุ่ม และไม้คลุมดินที่มีสีสันหลากหลาย ทำให้นึกถึงทุ่งหญ้าในธรรมชาติ

       ส่วนการจัดการกับงานโครงสร้างที่รองรับ และความแข็งแรงของพื้นที่ส่วนเชื่อมต่อของทั้งสองห้าง จะมีลักษณะคล้ายกับการทำสวนลอย หรือการทำสวนหลังคา เป็นโครงสร้างที่ผสมกันระหว่างโครงสร้างคอนกรีตและโครงสร้างเหล็ก โดยต้องคำนึงถึงการสั่นไหวของโครงสร้าง เนื่องจากอยู่ในบริเวณถนนและแนวของรถไฟฟ้า ในส่วนทางเชื่อมต่อนี้ มีบางส่วนที่เว้นไว้เพื่อปลูกต้นไม้ โดยต้องคำนึงถึงระบบการจ่ายน้ำ และการระบายน้ำเช่นเดียวกับสวนหลังคา พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นดาดแข็ง(Hardscape) มีต้นไม้และพืชพรรณอยู่ในสัดส่วนที่น้อยกว่า เพราะเป็นพื้นที่เพื่อการพาณิชย์จำเป็นต้องมีสเปซขนาดใหญ่เพื่อรองรับกิจกรรมที่หลากหลาย

       บริเวณขอบหรือด้านริมของพื้นที่เชื่อมต่อ ถูกแบ่งและจัดวางไว้ให้กับต้นไม้หลากหลายชนิด สไตล์การออกแบบสวน จะใช้พืชพรรณที่ให้ความรู้สึกเป็นทุ่งหญ้าและทุ่งดอกไม้ป่า ด้วยการเลือกใช้ไม้พุ่มเป็นส่วนใหญ่ ที่มีรูปร่าง ฟอร์ม ความละเอียดของผิวสัมผัส และใบที่แตกต่างกันคละเคล้ากันไป จึงดูเหมือนทุ่งหญ้าบนเนินเขาที่พืชพรรณขึ้นอย่างอิสระ ไม่ได้ถูกปลูก ตัดแต่งหรือจัดวาง มีทั้งไม้ดอกที่มีสีสันหลากหลาย และไม้พุ่มที่มีรูปทรงแปลกตา ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ เป็นธรรมชาติ และน่าสนใจ มีส่วนของไม้ยืนต้นขนาดกลางที่มีผิวสัมผัสละเอียดปานกลางประกอบบ้างตามจังหวะของพื้นที่ว่างที่เหมาะสมกับพื้นที่กิจกรรม

จัดวางพืชพรรณที่แตกต่างกันไป เพื่อความเป็นธรรมชาติ

ไม้ยืนต้น ไม้คลุมดินบริเวณขอบของพื้นที่ ช่วยสร้างร่มเงา และกำหนดขอบเขตพื้นที่

       จากองค์ประกอบมากมายทางทำเลที่ตั้งที่เอื้อประโยชน์ต่อพื้นที่นี้แล้ว ส่วนของการออกแบบ สร้างสรรค์ จัดการพื้นที่ว่างหน้าอาคาร และพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างอาคารก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ในฐานะส่วนต้อนรับที่จะเน้นย้ำถึงภาพลักษณ์ ความเป็นตัวตนของห้างสรรพสินค้า และช่วยสร้างลำดับการเข้าถึงในจังหวะหรือสัดส่วนที่เหมาะสม ช่วยดึงคนและความสนใจในการเข้าไปใช้พื้นที่ ต่อเนื่องไปสู่ตัวอาคาร ส่งผลดีทั้งต่อธุรกิจการค้าในแง่ของปริมาณลูกค้า การบริโภค การจับจ่ายใช้สอย และยังส่งผลดีในแง่การเป็นพื้นที่เพื่อสาธารณะ เหมือนช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างที่สวยงาม น่าใช้สอย เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจของคนในสังคมเมือง

ผู้ออกแบบงานภูมิสถาปัตยกรรม  Quartier Parc (BTS Plaza) 
-PL.Design
-Silverwood Landscape Design

ผู้รับเหมางานต้นไม้และวัสดุพืชพรรณ
-Green Thumb

ขอขอบคุณสถานที่: THE EMPORIUM และ THE EMQUARTIER

เรื่อง: ภาณุ เอี่ยมต่อม

ทางเดินสวนลอยฟ้า เชื่อมต่อ THE EMPORIUM และ
THE EMQUARTIER

พื้นที่ว่างหน้าอาคาร และพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างอาคาร หากมีการออกแบบ จัดการ ใช้สอยอย่างเหมาะสม จะเป็นพื้นที่ว่างที่มีคุณค่ามากทั้งต่อตัวอาคาร ธุรกิจ และต่อสังคมเมือง อย่าง ทางเดินในสวนลอยฟ้าระหว่าง THE EMPORIUM และ THE EMQUARTIER

       หลายๆ ครั้งกับความรู้สึกดี เมื่อได้เห็น “พื้นที่ว่างเล็กๆ ในเมืองใหญ่” ถูกแทรกและแต่งแต้มไปด้วยเฉดสีเขียวของต้นไม้ใบหญ้า สีสันสดใสของดอกไม้ หรือการจัดวางตกแต่งองค์ประกอบต่างๆ ในพื้นที่ว่างนั้น เช่น น้ำพุ น้ำตก ไม้ หิน เฟอร์นิเจอร์สนาม หรือประติมากรรม อย่างสวยงามลงตัว แต่มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่อาคารขนาดใหญ่ สำนักงาน ห้างสรรพสินค้า จะเว้นช่องว่าง หรือ พื้นที่ระหว่างถนนกับผนังที่สูงใหญ่ของตัวอาคารไว้......เพราะพื้นที่เว้นว่าง ที่ถูกบังคับให้มีตามกฎหมายนี้ นอกจากจะช่วยให้เมืองได้มีโอกาส “หายใจ” แล้ว พื้นที่เปิดโล่ง หรือลานบริเวณหน้าอาคารนี้หากได้รับการออกแบบจัดการที่ดี จะมีความสำคัญ และสามารถสร้างประโยชน์ได้หลากหลาย ทั้งเป็นส่วนต้อนรับก่อนที่จะเข้าสู่ตัวอาคาร หรือเป็นส่วนที่สร้างการรับรู้ให้กับผู้คนถึงภาพลักษณ์ และรูปแบบความเป็นตัวตนที่อาคารนั้นเป็น

มุมมองจากส่วนพื้นที่เชื่อมต่อ ไปสู่ห้าง ดิ เอ็มควอเทียร์

       ห้าง ดิ เอ็มโพเรียม (THE EMPORIUM) และ ดิ เอ็มควอเทียร์ (THE EMQUARTIER) 2 ห้างสรรพสินค้าใจกลางถนนสุขุมวิทที่ได้ชื่อว่าเป็นย่านธุรกิจและย่านการจับจ่ายใช้สอยระดับสูง เป็นตัวอย่างหนึ่งของอาคารพาณิชย์ที่มีการออกแบบจัดการพื้นที่เว้นว่างด้านหน้าอาคารที่ดี เพราะสามารถดึงศักยภาพของพื้นที่ว่างมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในหลายด้าน ทั้งความเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม สามารถสื่อความหมายด้วยรูปแบบขององค์ประกอบที่แสดงให้เห็นเอกลักษณ์ของความเป็นสถานที่จับจ่ายสินค้า และการใช้ชีวิตแบบคนรุ่นใหม่ ที่โฉบเฉี่ยว โดดเด่น เรียบ เท่ มีความเป็นโมเดิร์น ทั้งยังเป็นพื้นที่ที่สามารถรองรับกิจกรรมอันเกี่ยวเนื่องกับการขายได้เป็นอย่างดี รวมถึงมีองค์ประกอบ เส้นสาย ที่ว่าง ที่ต่อเนื่องสัมพันธ์กัน จากภายนอกสู่ภายในเชื่อมโยงไปถึงลักษณะทางสถาปัตยกรรมของอาคาร

มุมมองสู่ห้าง ดิ เอ็มโพเรียม เส้นสายที่นำเข้าสู่ตัวอาคาร

       นอกจากพื้นที่บริเวณหน้าอาคารที่ติดถนนสุขุมวิทของทั้งสองห้างดังกล่าวแล้ว สิ่งที่ทำให้โครงการนี้ได้รับความสนใจ และประสบความสำเร็จในหลายมิติ ทั้งการใช้งาน แรงดึงดูด หรือความสวยงามมีสไตล์ สามารถสื่อสารกับผู้ใช้งานได้อย่างดี อาจจะเป็นเพราะ พื้นที่สำคัญที่เป็นส่วนเชื่อมต่อระหว่างห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ ซึ่งแต่เดิมนั้น ใน บริเวณพื้นที่นี้มีเพียงห้าง ดิ เอ็มโพเรียม ที่ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทฝั่งทิศใต้ แต่เมื่อเกิดโครงการห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ที่มีทำเลที่ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทฝั่งตรงข้าม กั้นกลางด้วยถนนสุขุมวิท และสถานีรถไฟฟ้า BTS การสร้างพื้นที่ที่สามารถเชื่อมต่อห้างทั้งสองเข้าไว้ด้วยกันจึงเหมือนเป็นแนวคิดที่เหมาะเจาะ ที่จะสร้าง ”ย่าน” ของห้างสรรพสินค้าที่หรูหรา ดูดี และทันสมัย อีกทั้งพื้นที่ระหว่างทั้งสองห้างสรรพสินค้านี้ยังช่วยสร้างความต่อเนื่องของการใช้อาคาร ส่งเสริมโอกาสในการดึงดูดผู้คนให้เข้าไปใช้บริการ ซึ่งถ้ารวมกับการเป็นจุดเชื่อมต่อที่อยู่ในบริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS แล้ว ทำให้พื้นที่มีศักยภาพอย่างยิ่งที่จะสร้าง “ย่าน” ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง

       เมื่อพิจารณาดูรูปแบบของพื้นที่ จะเห็นถึงความต่อเนื่องกลมกลืนขององค์ประกอบทางภูมิทัศน์ ทั้งทิศทางจากรถไฟฟ้า BTS และทิศทางระหว่างอาคารทั้งสอง ความต่อเนื่องดังกล่าว เหมือนทำให้ผู้คนถูกส่งผ่านเข้าไปสู่ภายในอาคารได้โดยไม่รู้สึกตัว องค์ประกอบหลักของพื้น คือหินแกรนิตสีเทาเรียบๆ ใช้การเรียงแบบลายก่ออิฐ แฝงไว้ด้วยแนวคิดของการสร้างความกลมกลืนจากสถานีรถไฟฟ้า ไหลเรื่อยมาจนถึงภายในอาคาร และแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการที่ต้องใช้งานเป็นพื้นที่ กิจกรรมและแสดงสินค้า ดังนั้นโทนสีที่ใช้ในพื้นที่จึงเป็นสีที่เรียบ ไม่สะดุดตา เป้าหมายเพื่อเป็นเบื้องหลังที่ช่วยทำให้สินค้าดูโดดเด่น 

ความหลากหลายของไม้พุ่มโดยการจัดวางแบบสุ่ม ให้ความรู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติก่อนเข้าถึงอาคาร

       ส่วนองค์ประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องในพื้นที่ก็เป็นวัสดุที่ให้ความรู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติผสมผสานกับความโมเดิร์น ทันสมัย เรียบหรูแบบมีเอกลักษณ์ เช่น ไม้ เหล็ก และกระจก ที่ถูกนำมาใช้ในสัดส่วนที่ลงตัว นอกจากนี้เฟอร์นิเจอร์สนามหรือเก้าอี้นั่งที่เหมือนยกระดับโค้งขึ้นมาจากส่วนพื้นแกรนิต ด้วยเส้นสายที่พลิ้วไหวทำให้ดูเป็นเรื่องราวเดียวกับตัวอาคาร

เหล็ก สเตนเลส กระจก แกรนิต ให้ความรู้สึกโมเดิร์น ในขณะที่ไม้พุ่มช่วยสร้างความนุ่มนวลให้แก่มุมมอง

ดอกของไม้พุ่ม และไม้คลุมดินที่มีสีสันหลากหลาย ทำให้นึกถึงทุ่งหญ้าในธรรมชาติ

       ส่วนการจัดการกับงานโครงสร้างที่รองรับ และความแข็งแรงของพื้นที่ส่วนเชื่อมต่อของทั้งสองห้าง จะมีลักษณะคล้ายกับการทำสวนลอย หรือการทำสวนหลังคา เป็นโครงสร้างที่ผสมกันระหว่างโครงสร้างคอนกรีตและโครงสร้างเหล็ก โดยต้องคำนึงถึงการสั่นไหวของโครงสร้าง เนื่องจากอยู่ในบริเวณถนนและแนวของรถไฟฟ้า ในส่วนทางเชื่อมต่อนี้ มีบางส่วนที่เว้นไว้เพื่อปลูกต้นไม้ โดยต้องคำนึงถึงระบบการจ่ายน้ำ และการระบายน้ำเช่นเดียวกับสวนหลังคา พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นดาดแข็ง(Hardscape) มีต้นไม้และพืชพรรณอยู่ในสัดส่วนที่น้อยกว่า เพราะเป็นพื้นที่เพื่อการพาณิชย์จำเป็นต้องมีสเปซขนาดใหญ่เพื่อรองรับกิจกรรมที่หลากหลาย

       บริเวณขอบหรือด้านริมของพื้นที่เชื่อมต่อ ถูกแบ่งและจัดวางไว้ให้กับต้นไม้หลากหลายชนิด สไตล์การออกแบบสวน จะใช้พืชพรรณที่ให้ความรู้สึกเป็นทุ่งหญ้าและทุ่งดอกไม้ป่า ด้วยการเลือกใช้ไม้พุ่มเป็นส่วนใหญ่ ที่มีรูปร่าง ฟอร์ม ความละเอียดของผิวสัมผัส และใบที่แตกต่างกันคละเคล้ากันไป จึงดูเหมือนทุ่งหญ้าบนเนินเขาที่พืชพรรณขึ้นอย่างอิสระ ไม่ได้ถูกปลูก ตัดแต่งหรือจัดวาง มีทั้งไม้ดอกที่มีสีสันหลากหลาย และไม้พุ่มที่มีรูปทรงแปลกตา ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ เป็นธรรมชาติ และน่าสนใจ มีส่วนของไม้ยืนต้นขนาดกลางที่มีผิวสัมผัสละเอียดปานกลางประกอบบ้างตามจังหวะของพื้นที่ว่างที่เหมาะสมกับพื้นที่กิจกรรม

จัดวางพืชพรรณที่แตกต่างกันไป เพื่อความเป็นธรรมชาติ

ไม้ยืนต้น ไม้คลุมดินบริเวณขอบของพื้นที่ ช่วยสร้างร่มเงา และกำหนดขอบเขตพื้นที่

       จากองค์ประกอบมากมายทางทำเลที่ตั้งที่เอื้อประโยชน์ต่อพื้นที่นี้แล้ว ส่วนของการออกแบบ สร้างสรรค์ จัดการพื้นที่ว่างหน้าอาคาร และพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างอาคารก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ในฐานะส่วนต้อนรับที่จะเน้นย้ำถึงภาพลักษณ์ ความเป็นตัวตนของห้างสรรพสินค้า และช่วยสร้างลำดับการเข้าถึงในจังหวะหรือสัดส่วนที่เหมาะสม ช่วยดึงคนและความสนใจในการเข้าไปใช้พื้นที่ ต่อเนื่องไปสู่ตัวอาคาร ส่งผลดีทั้งต่อธุรกิจการค้าในแง่ของปริมาณลูกค้า การบริโภค การจับจ่ายใช้สอย และยังส่งผลดีในแง่การเป็นพื้นที่เพื่อสาธารณะ เหมือนช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างที่สวยงาม น่าใช้สอย เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจของคนในสังคมเมือง

ผู้ออกแบบงานภูมิสถาปัตยกรรม  Quartier Parc (BTS Plaza) 
-PL.Design
-Silverwood Landscape Design

ผู้รับเหมางานต้นไม้และวัสดุพืชพรรณ
-Green Thumb

ขอขอบคุณสถานที่: THE EMPORIUM และ THE EMQUARTIER

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ