View : 2021

       เพราะในสมัยก่อนนั้น ความสัมพันธ์ระหว่าง บ้าน วัด โรงเรียน และชุมชน มีความใกล้ชิดกันมาก ทั้งหมดมีบทบาทที่ต้องเกื้อกูลกันในสังคม ไม่ว่าจะช่วงวันเวลาใด ทั้งการเกิด แก่ เจ็บ ตาย หรือกิจธุระต่างๆ ชาวบ้านมักมีบ้าน วัด โรงเรียนและชุมชน ที่เป็นพื้นหลักรองรับกิจกรรมในชีวิต คนในชุมชนมีความสนิทสนมกัน มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป ความสำคัญของสิ่งเหล่านั้นกลับลดลงและถูกแทนที่ด้วยอาคารสมัยใหม่ ซึ่งมาพร้อมกับความคิดแบบทุนนิยม ความสำคัญของวัดและชุมชนจึงน้อยลง และแน่นอน ผู้คนก็มีระยะในการใช้ชีวิตมากขึ้น การใช้ชีวิตนอกบ้านแบบเอาท์ดอร์น้อยลง เพื่อนบ้านรั้วติดกัน แต่กลับไม่รู้จักกัน ไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ 

       คุณณัฐวุฒิ รักษ์ประสิทธิ์ ผู้ก่อตั้ง Bookoo Studio สตูดิโอออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เน้นความเป็นธรรมชาติของวัสดุ ได้สานต่อความคิดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนที่ดีเหมือนอดีต ผ่านโครงการที่มีชื่อว่า “บ้านข้างวัด” นี้ ภายใต้แนวคิดของชุมชนเล็กๆ ที่ต่างถ้อยทีถ้อยอาศัย คงไว้ซึ่งวิถีชีวิตเรียบง่ายและเกื้อกูลกัน จะว่าไปแล้ว ลักษณะของโครงการนั้นคล้ายกับคอมมูนิตี้มอลล์สมัยใหม่ที่เห็นผุดขึ้นราวดอกเห็ดในกรุงเทพ แต่บ้านข้างวัดนี้ เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ฉบับ “บ้านๆ” สื่อสารผ่านร้านค้า สินค้า และบริการที่มีทั้งหมด โดยใช้เป็นที่อยู่อาศัยที่ชั้น 2 ของอาคารด้วย 

       “บ้านข้างวัด” ตั้งอยู่ข้างวัดร่ำเปิง เป็นพื้นที่ที่ยังคงความเป็นชุมชนแบบชนบทอยู่มาก ฉะนั้นจุดมุ่งหมายอีกสิ่งหนึ่งของโครงการนี้นอกจากจะเป็นการสร้างพื้นที่ค้าขาย พื้นที่กิจกรรมให้กับนักท่องเที่ยวแล้ว ผู้ออกแบบยังหวังให้ที่แห่งนี้เป็นที่ที่จะเติมเต็มชุมชนเดิมให้มีชีวิตชีวามากขึ้นด้วย

       อาคารทั้งหมดในโครงการประกอบด้วยอาคาร 11 หลังด้วยกัน ร้านค้าต่างๆ มีตั้งแต่ร้านกาแฟ ร้านอาหารเมนูพื้นเมือง ร้านขายสินค้าแฮนด์เมดที่มีน้อยชิ้นในโลก สตูดิโอสอนทำเครื่องเซรามิกที่เปิดรับสอนให้กับผู้ที่สนใจหรือชาวบ้านในย่านนั้น บริการโฮมออฟฟิศบรรยากาศสบายๆ โฮมสเตย์สำหรับนักท่องเที่ยว ไปจนถึงห้องสมุดขนาดย่อมที่สามารถนั่งอ่านหนังสือภายในร้านได้ฟรีๆ หรืออาจจะเรียกได้ว่า เป็นตลาดเชิงสัมพันธ์ ซึ่งจะแตกต่างจากตลาดทั่วไปที่เน้นซื้อขาย แต่ที่นี่จะเน้นความสัมพันธ์มากกว่าการค้าขาย ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขายกับลูกค้า และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขายด้วยกัน เปรียบเสมือนเป็นโฮมออฟฟิศ เพราะเกือบทุกหลัง เจ้าของร้านใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ต่างก็มีความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่รักและได้แบ่งปันสิ่งที่ตนชอบกับลูกค้า
 

ที่นั่งด้านนอก ร้าน “มาหาสมุด”

นกพานิช สตูดิโอออกแบบและผลิตชิ้นงานแฮนด์เมด ทั้งงานเย็บปัก งานปั้น และการวาดเขียน ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าเรียนได้ตามตารางที่ทางร้านกำหนดไว้ หรือใครจะเข้าไปพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเรื่องศิลปะก็ย่อมได้

       ลักษณะของตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมที่นำมาประยุกต์จากอาคารไทยสมัยก่อน คือเป็นอาคารครึ่งปูนครึ่งไม้ หลังคาทรงจั่ว เพิงหมาแหงน ตามแบบฉบับบ้านไทย สามารถบังแดดฝนได้ดี วัสดุไม้จริงที่นำมาใช้ก็สื่อสารถึงความเรียบง่าย ไม่ต้องปรุงแต่งอะไรมากมาย บริเวณกลางหมู่บ้านนี้ ยังมี “ลานมหรสพ” ที่ออกแบบให้เป็นลานกว้างลดระดับลงไป ส่วนที่ระดับเป็นขั้นนี้ก็ยังทำหน้าที่เป็นที่นั่งเวลาที่มีการจัดงาน การแสดง หรือฉายหนังกลางแปลงได้ ไปจนถึงใช้เป็นพื้นที่สำหรับเล่นกีฬาด้วยกันอย่างปิงปอง แบดมินตัน หรือเปตอง  เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้กับคนในชุมชน ลานกว้างนี้จึงเป็นเหมือนจุดรวมตัวของชุมชน หรือจุดทำกิจกรรมกลางแจ้งของโครงการบ้านข้างวัดนี้

       บางครั้งเรามักจะมองไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียว โดยลืมไปว่า อดีตที่ผ่านมา เราผิดพลาดและละเลยสิ่งใดไปบ้าง บางครั้งที่สิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ดีและน่าจะคงไว้ แต่เราก็กลับแทนที่ด้วยสิ่งใหม่ที่แข็งกระด้างและฉาบฉวย บ้านข้างวัด น่าจะเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ดี ที่ทำให้เราเห็นว่ายังมีคนบางกลุ่ม ที่เห็นความสำคัญของคำว่า “ชุมชน” ที่แข็งแรงอยู่ ใครว่างแวะไปทักทายผู้ค้าน่ารักๆ ได้ที่เชียงใหม่กันครับ 
 

 
 

เรื่อง: เอกราช ลักษณสัมฤทธิ์

บ้านข้างวัด คอมมูนิตี้มอลล์บ้านๆ
สานสัมพันธ์ชุมชน

คอมมูนิตี้มอลล์ น่ารักๆ ในเชียงใหม่ ประยุกต์จากอาคารไทยสมัยก่อน เป็นอาคารครึ่งปูนครึ่งไม้ ตกแต่งด้วยวัสดุที่เรียบง่าย ที่มีทั้งที่พัก ร้านค้า และกิจกรรมต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสกลิ่นอายชุมชนแบบในอดีต ที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชน ถ้อยทีถ้อยอาศัย คงไว้ซึ่งวิถีชีวิตเรียบง่ายและเกื้อกูลกัน   

ภาพอาคาร 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ เรียงตัวกันโอบล้อมพื้นที่โล่งตรงกลาง เหมือนชุมชนในอดีตแต่มีกลิ่นอายของความร่วมสมัยอยู่ ด้วยวัสดุและการออกแบบที่แปลกตา

ร้าน “มาหาสมุด” ร้านกาแฟกึ่งห้องสมุด พิเศษที่มีหนังสือให้นั่งอ่านสบายๆ ไม่ว่าคุณจะซื้อกาแฟของร้านหรือไม่ คุณนั่งได้ยาวๆ ตามต้องการ



 

นกพานิช สตูดิโอออกแบบและผลิตชิ้นงานแฮนด์เมด ทั้งงานเย็บปัก งานปั้น และการวาดเขียน ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าเรียนได้ตามตารางที่ทางร้านกำหนดไว้ หรือใครจะเข้าไปพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเรื่องศิลปะก็ย่อมได้

ร้านสินค้าแต่งบ้านมากมาย รับรองได้ว่าทำมือทุกชิ้น

ของแต่งบ้านน่ารักๆ 

รูปแบบโดยรวมของอาคารเป็นแบบโมเดิร์นทรอปิคอล หรือสถาปัตยกรรมเมืองร้อน อยู่แล้วเย็นสบาย

ลานโล่งที่ลดระดับลง ทำหน้าที่เป็นที่นั่งชมการแสดงหรือหนังกลางแปลงเวลาที่มีการจัดงานกลางแจ้งได้

ด้านหลังของชุมชนมีแปลงผักสวนครัวของลูกบ้านในชุมชน เห็นได้ว่าคนในชุมชนนั้นอยู่อาศัยกันจริงๆ และยังพึ่งพากันเองได้เป็นอย่างดี

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
ภาพ : เอกราช ลักษณสัมฤทธิ์

บ้านข้างวัด
https://www.facebook.com/BannKangWat
 

เรื่อง: เอกราช ลักษณสัมฤทธิ์

บ้านข้างวัด คอมมูนิตี้มอลล์บ้านๆ
สานสัมพันธ์ชุมชน

คอมมูนิตี้มอลล์ น่ารักๆ ในเชียงใหม่ ประยุกต์จากอาคารไทยสมัยก่อน เป็นอาคารครึ่งปูนครึ่งไม้ ตกแต่งด้วยวัสดุที่เรียบง่าย ที่มีทั้งที่พัก ร้านค้า และกิจกรรมต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสกลิ่นอายชุมชนแบบในอดีต ที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชน ถ้อยทีถ้อยอาศัย คงไว้ซึ่งวิถีชีวิตเรียบง่ายและเกื้อกูลกัน   

ภาพอาคาร 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ เรียงตัวกันโอบล้อมพื้นที่โล่งตรงกลาง เหมือนชุมชนในอดีตแต่มีกลิ่นอายของความร่วมสมัยอยู่ ด้วยวัสดุและการออกแบบที่แปลกตา

ร้าน “มาหาสมุด” ร้านกาแฟกึ่งห้องสมุด พิเศษที่มีหนังสือให้นั่งอ่านสบายๆ ไม่ว่าคุณจะซื้อกาแฟของร้านหรือไม่ คุณนั่งได้ยาวๆ ตามต้องการ

       เพราะในสมัยก่อนนั้น ความสัมพันธ์ระหว่าง บ้าน วัด โรงเรียน และชุมชน มีความใกล้ชิดกันมาก ทั้งหมดมีบทบาทที่ต้องเกื้อกูลกันในสังคม ไม่ว่าจะช่วงวันเวลาใด ทั้งการเกิด แก่ เจ็บ ตาย หรือกิจธุระต่างๆ ชาวบ้านมักมีบ้าน วัด โรงเรียนและชุมชน ที่เป็นพื้นหลักรองรับกิจกรรมในชีวิต คนในชุมชนมีความสนิทสนมกัน มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป ความสำคัญของสิ่งเหล่านั้นกลับลดลงและถูกแทนที่ด้วยอาคารสมัยใหม่ ซึ่งมาพร้อมกับความคิดแบบทุนนิยม ความสำคัญของวัดและชุมชนจึงน้อยลง และแน่นอน ผู้คนก็มีระยะในการใช้ชีวิตมากขึ้น การใช้ชีวิตนอกบ้านแบบเอาท์ดอร์น้อยลง เพื่อนบ้านรั้วติดกัน แต่กลับไม่รู้จักกัน ไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ 

       คุณณัฐวุฒิ รักษ์ประสิทธิ์ ผู้ก่อตั้ง Bookoo Studio สตูดิโอออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เน้นความเป็นธรรมชาติของวัสดุ ได้สานต่อความคิดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนที่ดีเหมือนอดีต ผ่านโครงการที่มีชื่อว่า “บ้านข้างวัด” นี้ ภายใต้แนวคิดของชุมชนเล็กๆ ที่ต่างถ้อยทีถ้อยอาศัย คงไว้ซึ่งวิถีชีวิตเรียบง่ายและเกื้อกูลกัน จะว่าไปแล้ว ลักษณะของโครงการนั้นคล้ายกับคอมมูนิตี้มอลล์สมัยใหม่ที่เห็นผุดขึ้นราวดอกเห็ดในกรุงเทพ แต่บ้านข้างวัดนี้ เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ฉบับ “บ้านๆ” สื่อสารผ่านร้านค้า สินค้า และบริการที่มีทั้งหมด โดยใช้เป็นที่อยู่อาศัยที่ชั้น 2 ของอาคารด้วย 

       “บ้านข้างวัด” ตั้งอยู่ข้างวัดร่ำเปิง เป็นพื้นที่ที่ยังคงความเป็นชุมชนแบบชนบทอยู่มาก ฉะนั้นจุดมุ่งหมายอีกสิ่งหนึ่งของโครงการนี้นอกจากจะเป็นการสร้างพื้นที่ค้าขาย พื้นที่กิจกรรมให้กับนักท่องเที่ยวแล้ว ผู้ออกแบบยังหวังให้ที่แห่งนี้เป็นที่ที่จะเติมเต็มชุมชนเดิมให้มีชีวิตชีวามากขึ้นด้วย

       อาคารทั้งหมดในโครงการประกอบด้วยอาคาร 11 หลังด้วยกัน ร้านค้าต่างๆ มีตั้งแต่ร้านกาแฟ ร้านอาหารเมนูพื้นเมือง ร้านขายสินค้าแฮนด์เมดที่มีน้อยชิ้นในโลก สตูดิโอสอนทำเครื่องเซรามิกที่เปิดรับสอนให้กับผู้ที่สนใจหรือชาวบ้านในย่านนั้น บริการโฮมออฟฟิศบรรยากาศสบายๆ โฮมสเตย์สำหรับนักท่องเที่ยว ไปจนถึงห้องสมุดขนาดย่อมที่สามารถนั่งอ่านหนังสือภายในร้านได้ฟรีๆ หรืออาจจะเรียกได้ว่า เป็นตลาดเชิงสัมพันธ์ ซึ่งจะแตกต่างจากตลาดทั่วไปที่เน้นซื้อขาย แต่ที่นี่จะเน้นความสัมพันธ์มากกว่าการค้าขาย ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขายกับลูกค้า และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขายด้วยกัน เปรียบเสมือนเป็นโฮมออฟฟิศ เพราะเกือบทุกหลัง เจ้าของร้านใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ต่างก็มีความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่รักและได้แบ่งปันสิ่งที่ตนชอบกับลูกค้า
 

ที่นั่งด้านนอก ร้าน “มาหาสมุด”

นกพานิช สตูดิโอออกแบบและผลิตชิ้นงานแฮนด์เมด ทั้งงานเย็บปัก งานปั้น และการวาดเขียน ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าเรียนได้ตามตารางที่ทางร้านกำหนดไว้ หรือใครจะเข้าไปพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเรื่องศิลปะก็ย่อมได้



 

นกพานิช สตูดิโอออกแบบและผลิตชิ้นงานแฮนด์เมด ทั้งงานเย็บปัก งานปั้น และการวาดเขียน ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าเรียนได้ตามตารางที่ทางร้านกำหนดไว้ หรือใครจะเข้าไปพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเรื่องศิลปะก็ย่อมได้

ร้านสินค้าแต่งบ้านมากมาย รับรองได้ว่าทำมือทุกชิ้น

       ลักษณะของตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมที่นำมาประยุกต์จากอาคารไทยสมัยก่อน คือเป็นอาคารครึ่งปูนครึ่งไม้ หลังคาทรงจั่ว เพิงหมาแหงน ตามแบบฉบับบ้านไทย สามารถบังแดดฝนได้ดี วัสดุไม้จริงที่นำมาใช้ก็สื่อสารถึงความเรียบง่าย ไม่ต้องปรุงแต่งอะไรมากมาย บริเวณกลางหมู่บ้านนี้ ยังมี “ลานมหรสพ” ที่ออกแบบให้เป็นลานกว้างลดระดับลงไป ส่วนที่ระดับเป็นขั้นนี้ก็ยังทำหน้าที่เป็นที่นั่งเวลาที่มีการจัดงาน การแสดง หรือฉายหนังกลางแปลงได้ ไปจนถึงใช้เป็นพื้นที่สำหรับเล่นกีฬาด้วยกันอย่างปิงปอง แบดมินตัน หรือเปตอง  เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้กับคนในชุมชน ลานกว้างนี้จึงเป็นเหมือนจุดรวมตัวของชุมชน หรือจุดทำกิจกรรมกลางแจ้งของโครงการบ้านข้างวัดนี้

       บางครั้งเรามักจะมองไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียว โดยลืมไปว่า อดีตที่ผ่านมา เราผิดพลาดและละเลยสิ่งใดไปบ้าง บางครั้งที่สิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ดีและน่าจะคงไว้ แต่เราก็กลับแทนที่ด้วยสิ่งใหม่ที่แข็งกระด้างและฉาบฉวย บ้านข้างวัด น่าจะเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ดี ที่ทำให้เราเห็นว่ายังมีคนบางกลุ่ม ที่เห็นความสำคัญของคำว่า “ชุมชน” ที่แข็งแรงอยู่ ใครว่างแวะไปทักทายผู้ค้าน่ารักๆ ได้ที่เชียงใหม่กันครับ 
 

 
 

ของแต่งบ้านน่ารักๆ 

รูปแบบโดยรวมของอาคารเป็นแบบโมเดิร์นทรอปิคอล หรือสถาปัตยกรรมเมืองร้อน อยู่แล้วเย็นสบาย

ลานโล่งที่ลดระดับลง ทำหน้าที่เป็นที่นั่งชมการแสดงหรือหนังกลางแปลงเวลาที่มีการจัดงานกลางแจ้งได้

ด้านหลังของชุมชนมีแปลงผักสวนครัวของลูกบ้านในชุมชน เห็นได้ว่าคนในชุมชนนั้นอยู่อาศัยกันจริงๆ และยังพึ่งพากันเองได้เป็นอย่างดี

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
ภาพ : เอกราช ลักษณสัมฤทธิ์

บ้านข้างวัด
https://www.facebook.com/BannKangWat
 

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ