View : 350

บ้านของครอบครัวอบอุ่นย่านชานเมืองของประเทศญี่ปุ่นหลังนี้ มีไอเดียออกแบบบ้าน ที่มีพื้นที่สำหรับเด็กๆ ได้เติบโตอย่างมีความสุข โดยการทลายรั้วทึบเพื่อการเชื่อมต่อกับเพื่อนบ้าน และเกิดชุมชนที่มีความสุข อีกทั้งยังออกแบบพื้นที่กึ่งภายในและภายนอกไว้ เพื่อเป็นตัวเชื่อมระหว่างภายในบ้านและสวนรอบบ้าน เป็นบ้านที่ดูลงตัวและพอดีกับวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นจริงๆ ออกแบบโดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่นนาม ALTS Design Office

ที่ตั้งของบ้านนั้นอยู่บนที่ดินบริเวณหัวมุมของถนน ในพื้นที่อยู่อาศัยชานเมืองย่าน Aichi สถาปนิกตั้งใจออกแบบบ้านหลังนี้ให้ปราศจากรั้วทึบ เพื่อให้ภายในบ้านนั้นไม่รู้สึกอึดอัด พื้นที่สวนสไตล์ญี่ปุ่นเป็นเนื้อเดียวกันกับบ้านและชุมชน นอกจากจะให้ลูกๆสามารถวิ่งเล่นพักผ่อนได้ พื้นที่สวนนี้ยังเปิดให้เพื่อนบ้านเข้ามาพักผ่อนได้ด้วย เพราะเจ้าของบ้านคิดว่าการมีชีวิตที่ดี นอกจากจะมีบ้านที่น่าอยู่และปลอดภัยแล้ว การอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขและสร้างสังคมที่ดี เป็นสิ่งที่ยั่งยืนที่สุดที่จะสามารถปลูกฝังให้ลูกๆได้

 

บ้านที่ตั้งอยู่หัวมุมถนน โดยปราศจากรั้วทึบ เพื่อไม่สร้างความอึดอัดในยามอยู่อาศัย

ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนบ้านหลังนี้ก็โล่ง กว้าง ไม่มีความรู้สึกอึดอัดเลย

เรื่อง: SCG Experience

ไอเดียแบบบ้านไร้รั้ว สานครอบครัวให้มีความสุข

ไม้ คือวัสดุหลักที่นำมาใช้ภายในเพราะให้ความรู้สึกที่อบอุ่น และใช้งานได้ง่าย ทนทาน ส่วนเปลือกอาคารภายนอกเป็นแผ่นเหล็กเมทัลชีท ให้ความรู้สึกถึงบ้านที่ทันสมัยและแข็งแรง 

“ไม้” ถูกใช้เป็นองค์ประกอบหลักของบ้านหลังนี้

บ้านสองชั้นหลังนี้ประกอบด้วยห้องต่างๆที่เพียงพอสำหรับการอยู่อาศัย เรียกว่าใช้พื้นที่ได้อย่างสมดุล และเจ้าของบ้านก็เลือกที่จะเหลือพื้นที่ไว้สำหรับระเบียงที่ใหญ่กว่า และเหลือพื้นที่สำหรับสวนที่เผื่อแผ่สำหรับเพื่อนบ้านด้วย โดยชั้นล่างเป็นส่วนของห้องนั่งเล่น รับประทานอาหาร ครัว ห้องเล่นดนตรี และห้องนอนของพ่อแม่ ส่วนห้องนอนของลูกนั้นอยู่ที่ชั้นสอง เรียกได้ว่าแยกห้องนอนตั้งแต่เด็กๆเลย เพื่อให้เด็กๆมีพัฒนาการที่ดีและช่วยเหลือตนเองได้

การออกแบบบ้านมีการจัดวางพื้นที่ใช้งานที่ลงตัว โดยคิดถึงเรื่องการเปิดรับวิวและเชื่อมต่อกับภายนอกบ้าน บ้านหลังนี้แม้ไม่มีความรู้เรื่องงานสถาปัตยกรรม ก็รับรู้ได้ว่ามีการออกแบบบ้านและวางผังที่เรียบง่ายลงตัว ลำดับการเข้าถึงนั้นเรียบง่ายจัดวางเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ส่วนที่เป็นส่วนบริการอย่างครัวและห้องน้ำ ก็ถูกจัดวางที่ริมพื้นที่ดินด้านที่ไม่ต้องการเปิดออก ส่วนที่ต้องการความโปร่งโล่งอยู่บริเวณกลางบ้าน และต่อเนื่องไปคือระเบียงขนาดใหญ่  ถัดไปคือสวนสไตล์ญี่ปุ่น ทำให้ไม่รู้สึกว่าเป็นการกั้นพื้นที่ที่ทำให้อึดอัด หลังคาคลุมระเบียงทางเดิน ทำให้การใช้งานสะดวกขึ้น แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือการระบายอากาศที่ดีเยี่ยม และพื้นที่นั่งเล่นของเด็กๆที่ใกล้ชิดธรรมชาติและเพื่อนบ้าน

ไอเดียแบบบ้านที่ไม่มีรั้ว นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่ว่าจะอยู่ภายในหรือนอกบ้านหลังนี้ ก็จะไม่รู้สึกอึดอัดเลย เรายังสามารถมองเห็นเพื่อนบ้านขี่จักรยานไปทำงาน เห็นเด็กๆเดินไปโรงเรียนในตอนเช้า เห็นความเป็นไปในโลกรอบตัว เพราะเจ้าของบ้านบอกว่าพื้นที่รอบๆนี้ แม้จะเป็นเพื่อนบ้านซึ่งไม่ใช้ญาติกัน แต่หากเรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เพื่อนบ้านนี้ล่ะ ที่จะเป็นรั้วที่ดีที่สุดของเรา ที่จะคอยดูแลซึ่งกันและกันได้ รั้วจึงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

แต่สำหรับแบบบ้านไร้รั้วนี้อาจพิจารณาปรับใช้กับบ้านในประเทศไทยตามความเหมาะสมอีกครั้ง เพราะแต่ละพื้นที่ แต่ละประเทศคงมีข้อจำกัดที่ต่างกันออกไป อาจพิจารณาเป็นรั้วโปร่งหรือรั้วเตี้ยแทน อย่างน้อยเราก็ยังสามารถติดต่อกับโลกภายนอกได้บ้าง เพื่อความสัมพันธ์ที่ดีของชุมชนเล็กๆครับ 

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
www.archdaily.com

เรื่อง: SCG Experience

ไอเดียแบบบ้านไร้รั้ว สานครอบครัวให้มีความสุข

ไม้ คือวัสดุหลักที่นำมาใช้ภายในเพราะให้ความรู้สึกที่อบอุ่น และใช้งานได้ง่าย ทนทาน ส่วนเปลือกอาคารภายนอกเป็นแผ่นเหล็กเมทัลชีท ให้ความรู้สึกถึงบ้านที่ทันสมัยและแข็งแรง 

“ไม้” ถูกใช้เป็นองค์ประกอบหลักของบ้านหลังนี้

บ้านของครอบครัวอบอุ่นย่านชานเมืองของประเทศญี่ปุ่นหลังนี้ มีไอเดียออกแบบบ้าน ที่มีพื้นที่สำหรับเด็กๆ ได้เติบโตอย่างมีความสุข โดยการทลายรั้วทึบเพื่อการเชื่อมต่อกับเพื่อนบ้าน และเกิดชุมชนที่มีความสุข อีกทั้งยังออกแบบพื้นที่กึ่งภายในและภายนอกไว้ เพื่อเป็นตัวเชื่อมระหว่างภายในบ้านและสวนรอบบ้าน เป็นบ้านที่ดูลงตัวและพอดีกับวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นจริงๆ ออกแบบโดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่นนาม ALTS Design Office

ที่ตั้งของบ้านนั้นอยู่บนที่ดินบริเวณหัวมุมของถนน ในพื้นที่อยู่อาศัยชานเมืองย่าน Aichi สถาปนิกตั้งใจออกแบบบ้านหลังนี้ให้ปราศจากรั้วทึบ เพื่อให้ภายในบ้านนั้นไม่รู้สึกอึดอัด พื้นที่สวนสไตล์ญี่ปุ่นเป็นเนื้อเดียวกันกับบ้านและชุมชน นอกจากจะให้ลูกๆสามารถวิ่งเล่นพักผ่อนได้ พื้นที่สวนนี้ยังเปิดให้เพื่อนบ้านเข้ามาพักผ่อนได้ด้วย เพราะเจ้าของบ้านคิดว่าการมีชีวิตที่ดี นอกจากจะมีบ้านที่น่าอยู่และปลอดภัยแล้ว การอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขและสร้างสังคมที่ดี เป็นสิ่งที่ยั่งยืนที่สุดที่จะสามารถปลูกฝังให้ลูกๆได้

 

บ้านที่ตั้งอยู่หัวมุมถนน โดยปราศจากรั้วทึบ เพื่อไม่สร้างความอึดอัดในยามอยู่อาศัย

ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนบ้านหลังนี้ก็โล่ง กว้าง ไม่มีความรู้สึกอึดอัดเลย

บ้านสองชั้นหลังนี้ประกอบด้วยห้องต่างๆที่เพียงพอสำหรับการอยู่อาศัย เรียกว่าใช้พื้นที่ได้อย่างสมดุล และเจ้าของบ้านก็เลือกที่จะเหลือพื้นที่ไว้สำหรับระเบียงที่ใหญ่กว่า และเหลือพื้นที่สำหรับสวนที่เผื่อแผ่สำหรับเพื่อนบ้านด้วย โดยชั้นล่างเป็นส่วนของห้องนั่งเล่น รับประทานอาหาร ครัว ห้องเล่นดนตรี และห้องนอนของพ่อแม่ ส่วนห้องนอนของลูกนั้นอยู่ที่ชั้นสอง เรียกได้ว่าแยกห้องนอนตั้งแต่เด็กๆเลย เพื่อให้เด็กๆมีพัฒนาการที่ดีและช่วยเหลือตนเองได้

การออกแบบบ้านมีการจัดวางพื้นที่ใช้งานที่ลงตัว โดยคิดถึงเรื่องการเปิดรับวิวและเชื่อมต่อกับภายนอกบ้าน บ้านหลังนี้แม้ไม่มีความรู้เรื่องงานสถาปัตยกรรม ก็รับรู้ได้ว่ามีการออกแบบบ้านและวางผังที่เรียบง่ายลงตัว ลำดับการเข้าถึงนั้นเรียบง่ายจัดวางเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ส่วนที่เป็นส่วนบริการอย่างครัวและห้องน้ำ ก็ถูกจัดวางที่ริมพื้นที่ดินด้านที่ไม่ต้องการเปิดออก ส่วนที่ต้องการความโปร่งโล่งอยู่บริเวณกลางบ้าน และต่อเนื่องไปคือระเบียงขนาดใหญ่  ถัดไปคือสวนสไตล์ญี่ปุ่น ทำให้ไม่รู้สึกว่าเป็นการกั้นพื้นที่ที่ทำให้อึดอัด หลังคาคลุมระเบียงทางเดิน ทำให้การใช้งานสะดวกขึ้น แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือการระบายอากาศที่ดีเยี่ยม และพื้นที่นั่งเล่นของเด็กๆที่ใกล้ชิดธรรมชาติและเพื่อนบ้าน

ไอเดียแบบบ้านที่ไม่มีรั้ว นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่ว่าจะอยู่ภายในหรือนอกบ้านหลังนี้ ก็จะไม่รู้สึกอึดอัดเลย เรายังสามารถมองเห็นเพื่อนบ้านขี่จักรยานไปทำงาน เห็นเด็กๆเดินไปโรงเรียนในตอนเช้า เห็นความเป็นไปในโลกรอบตัว เพราะเจ้าของบ้านบอกว่าพื้นที่รอบๆนี้ แม้จะเป็นเพื่อนบ้านซึ่งไม่ใช้ญาติกัน แต่หากเรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เพื่อนบ้านนี้ล่ะ ที่จะเป็นรั้วที่ดีที่สุดของเรา ที่จะคอยดูแลซึ่งกันและกันได้ รั้วจึงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

แต่สำหรับแบบบ้านไร้รั้วนี้อาจพิจารณาปรับใช้กับบ้านในประเทศไทยตามความเหมาะสมอีกครั้ง เพราะแต่ละพื้นที่ แต่ละประเทศคงมีข้อจำกัดที่ต่างกันออกไป อาจพิจารณาเป็นรั้วโปร่งหรือรั้วเตี้ยแทน อย่างน้อยเราก็ยังสามารถติดต่อกับโลกภายนอกได้บ้าง เพื่อความสัมพันธ์ที่ดีของชุมชนเล็กๆครับ 

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
www.archdaily.com

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ