View : 818

       เริ่มที่เคาน์เตอร์ส่วนต้อนรับ เน้นงานลวดลายจักสานด้วยเก้าอี้และโต๊ะ ที่โดดเด่นต้องยกให้โคมไฟบนเพดาน ซึ่งเป็นรูปปลาตกแต่งสลับเหมือนปลาเหล่านั้นว่ายวนอยู่ในอ่าง เป็นอีกมุมมองที่น่าสนใจยามค่ำคืน เพราะเมื่อเปิดไฟที่ซ่อนอยู่ในตัวปลาจะทำให้มวลหมู่ปลาจักสานว่ายวนเป็นประกาย ส่วนนี้เน้นการเล่นลายเส้นของงานไม้ที่สอดรับกับตัวโครงหลังคาที่วางโครงสร้างให้โปร่ง ทำให้มีจังหวะของการโชว์ลูกเล่นของลายเส้นต่างๆ ที่ดูตัดกัน 

       ไม่ไกลกันเป็นกลุ่มโซฟาที่มีการทำโครงเหล็กที่มีขนาดเบาล้อมรอบลักษณะคล้ายสุ่มจับปลาที่มีขนาดใหญ่ เวลานั่งบนโซฟาเหมือนเราอยู่ในสุ่ม ซึ่งข้อดีของตัววัสดุที่นำมาเป็นโครงที่มีขนาดเบา ทำให้เวลาเราเดินชนไม่เจ็บเหมือนกับการใช้เหล็กที่แข็งแรงในแบบเก่า เพราะส่วนนี้เป็นสิ่งที่ต้องระวังโดยเฉพาะกับเด็กๆ ที่อาจเกิดอันตรายได้

       ธีมในส่วนต้อนรับจะเกี่ยวโยงกับปลาที่ใช้ลวดลายจักสานเพิ่มจังหวะลูกเล่นอย่างน่าสนใจ ขณะที่ห้องเก็บของพนักงานทำแผงบังตาขนาดใหญ่ ประดับลายงานไม้ที่เป็นองค์ประกอบของราวบันไดโชว์ลายเส้นที่ผ่านฝีมือการแกะไม้ เป็นการจัดวางลายที่ไม่รกเกินไป แม้เป็นคนละลายก็ตาม แต่ส่วนนี้น่าเป็นห่วงอยู่ที่การยึดโครงไม้กับแผ่นปูน หรือต้องนำโครงเหล็กที่มีลักษณะเบาตีเป็นโครงเพื่อพยุงแผงบังตาไม้ขนาดใหญ่ให้ตั้งอยู่ได้อย่างมั่นคง 
 

ขอบคุณที่มาภาพ: “เคป พันวา”  

       อีกห้องตึกเดียวกันจะต่างจากห้องแรกที่มีโต๊ะเครื่องสำอางอยู่ในส่วนของห้องน้ำกั้นด้วยกระจก ตรงนี้พื้นปูด้วยไม้ ก่อปูนเป็นขาโต๊ะเพื่อค้ำแผ่นไม้ที่จะวางปูเป็นโต๊ะ ส่วนนี้เหมาะกับสาวๆ ที่ใช้เวลาในการแต่งหน้าได้สะดวก เพราะเดินออกมาก็เป็นห้องนอนที่โดดเด่นด้วยลายผ้าเปอร์เซีย ส่วนหลังเตียงเป็นตู้เสื้อผ้า ซึ่งห้องนี้ต่างจากห้องที่แล้วที่เน้นการใช้สอยในแบบผู้หญิงมากกว่า

       ภายในอาคารห้อง The Cape Absolute Suite เน้นบันได้เปลือยๆ ทำให้ไม่ทึบ ด้านในเลยดูโปร่งเข้ากันกับกระจกที่ตกแต่งให้เห็นวิวภายนอก

       คราวนี้มาถึงห้องสวีทในแบบธรรมดาของที่นี่ เน้นการตกแต่งเรียบง่าย แต่มีหน้าต่างกว้างสามารถมองไปยังจุดชมวิวภายนอก หัวเตียงเป็นกรอบลวดลายไม้ด้านในบุเป็นแพทเทิร์นที่เรียบง่าย ปลายเตียงเป็นชุดโซฟา ที่พื้นปูด้วยพรมสีสันเข้ากันกับชุดโซฟา เมื่อเปิดไปยังระเบียงมีอ่างจากุซซี่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนภายนอก 

       ที่พลาดไม่ได้ของที่นี่ต้องแวะไปชมตึกสองชั้นทรงปั้นหยาริมทะเล ดัดแปลงเป็นร้านอาหารอย่างน่าสนใจ ตัวอาคารเน้นบานหน้าต่างทั้งด้านนอกและด้านใน ทำให้เมื่อเข้าไปยังโถงต้อนรับจะไม่ร้อนเกินไป ด้วยมีประตูหลายบานเปิดให้อากาศถ่ายเทได้อย่างสะดวก ส่วนนี้ต้องยกให้กระเบื้องพื้น ที่แม้จะเพิ่งสร้างมาใหม่ แต่กระเบื้องลวดลายเก่าก็เพิ่มบรรยากาศให้ตัวอาคารดูน่าสนใจ 

       เดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง ห้องถูกแบ่งเป็นสองฟากเหมือนเช่นเคย แต่ด้านบนจะมีตู้โต๊ะและของสะสมของเจ้าของบ้าน บริเวณที่น่านั่งคือโต๊ะริมระเบียงด้านบนที่รับลมเย็นสบาย โดยระเบียงส่วนนี้กว้าง มีการก่อปูนตัวเสาให้มีลวดลายในแบบเฉพาะตัวของเรือนปั้นหยา และลูกเล่นของตัวอาคารชั้นบนคือ ส่วนผนังเป็นปูนไล่จากล่างขึ้นมายังด้านบน ซึ่งส่วนบนนี้บุด้วยไม้ฝาทาสีขาวสอดรับกับตัวโครงหลังคาที่วางแนวถี่ โดยเชิงชายตกแต่งด้วยไม้ฉลุลายในแบบเก่า  

       จังหวะของการเติมแต่งบ้านนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ ประโยชน์ใช้สอยต้องตอบสนองความเป็นตัวตนของผู้ใช้เอง
 

เรื่อง: นายแว่นสีชา

ปล่อยให้ 'เส้น – ลาย' ได้ทำงาน

“เส้น - ลาย” ผมว่าสองอย่างนี้มารวมกันในบ้าน การรู้จังหวะของกันและกันเป็นเรื่องจำเป็น เพราะหากโดดเกินไปก็กลบอีกฝั่ง แต่ที่ โรงแรม เคป พันวา จ.ภูเก็ต ดูนุ่มลึกด้วยเส้นสายของเครื่องจักสานที่นำมาประกอบกับลายงานไม้และลายผ้า ทำให้การออกแบบดูนุ่มลึกและมีมิติด้วยเส้นสายจากวัสดุที่นำมาตัดกัน 

ขอบคุณที่มาภาพ: “เคป พันวา”

       ห้องแรกที่ไปชมอยู่บนเนิน มองเห็นวิวทะเลได้รอบ ถือเป็นห้องสวีทใหม่ของโรงแรม ตัวอาคารแบ่งเป็นสองส่วนคือ ห้องทานข้าวที่เชื่อมต่อกับตัวอาคารหลัก มีพื้นที่กลางแจ้งเป็นส่วนของสระน้ำ โดยเฉพาะห้องรับแขกที่เป็นกระจกยาวมองได้รอบทิศทาง ขณะที่พื้นไม้โชว์ลายเส้นด้วยสีสันที่มันวาวตัดกับสีของท้องฟ้า ส่วนพื้นน่าสนใจตรงที่ถ้าใครไม่ชอบสีสันมันวาวของเนื้อไม้อาจใช้ไม้เทียมที่มีหลายลายพอๆ กับสีสันที่เจ้าของบ้านต้องการ   
               
       เพดานปูด้วยแผ่นฝ้าเรียบ ปล่อยให้ตรงกลางบุ๋มแล้วต่อโครงไม้เป็นลายขวางเพิ่มสีสันและความแข็งแรงให้กับโคมไฟขนาดใหญ่ที่ห้อยระย้าลงมา ด้านล่างเป็นโซฟายาว หลังโซฟาเป็นเคาน์เตอร์เครื่องดื่ม ปูด้วยพื้นกระเบื้องลายโบราณ ผนังส่วนนี้แบ่งพื้นที่ให้เป็นอ่างล้างจาน ข้างหนึ่งเว้นไว้เป็นที่ว่างวางตู้อบและเตาไมโครเวฟ 

       เข้าไปในห้องนอนพื้นปูด้วยไม้ ปลายเตียงมีชุดโซฟายาว รอบห้องมีกระจกมองได้รอบทิศ ที่น่าสนใจคือมีแผงบังตาเป็นลายฉลุไม้บังไม่ให้เห็นส่วนของห้องน้ำ บนเพดานเป็นโครงสร้างไม้ปูด้วยงานจักสาน ส่วนผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนส่วนใหญ่เน้นพื้นขาวด้วยลายนูนต่ำ
               
       ห้องน้ำน่าสนใจตรงการจัดสรรพื้นที่ตามแนวขวาง โดยให้อ่างอาบน้ำวางเป็นแนวยาวติดกระจกที่สามารถมองมาในห้องได้หากเลื่อนบานฉลุไม้ออก ส่วนพื้นที่ตรงข้ามกั้นกระจกแบ่งเป็นห้องอาบน้ำที่มีสองฝักบัว แต่ก็มีการเว้นพื้นที่ว่างส่วนมุมห้องไว้แขวนเสื้อผ้า ซึ่งมีตู้ไม้เปิดโล่งไว้แขวนเสื้อและเก็บตะกร้าผ้าให้เป็นระเบียบ  
 

เรื่อง: นายแว่นสีชา

ปล่อยให้ 'เส้น – ลาย' ได้ทำงาน

“เส้น - ลาย” ผมว่าสองอย่างนี้มารวมกันในบ้าน การรู้จังหวะของกันและกันเป็นเรื่องจำเป็น เพราะหากโดดเกินไปก็กลบอีกฝั่ง แต่ที่ โรงแรม เคป พันวา จ.ภูเก็ต ดูนุ่มลึกด้วยเส้นสายของเครื่องจักสานที่นำมาประกอบกับลายงานไม้และลายผ้า ทำให้การออกแบบดูนุ่มลึกและมีมิติด้วยเส้นสายจากวัสดุที่นำมาตัดกัน 

ขอบคุณที่มาภาพ: “เคป พันวา”

       เริ่มที่เคาน์เตอร์ส่วนต้อนรับ เน้นงานลวดลายจักสานด้วยเก้าอี้และโต๊ะ ที่โดดเด่นต้องยกให้โคมไฟบนเพดาน ซึ่งเป็นรูปปลาตกแต่งสลับเหมือนปลาเหล่านั้นว่ายวนอยู่ในอ่าง เป็นอีกมุมมองที่น่าสนใจยามค่ำคืน เพราะเมื่อเปิดไฟที่ซ่อนอยู่ในตัวปลาจะทำให้มวลหมู่ปลาจักสานว่ายวนเป็นประกาย ส่วนนี้เน้นการเล่นลายเส้นของงานไม้ที่สอดรับกับตัวโครงหลังคาที่วางโครงสร้างให้โปร่ง ทำให้มีจังหวะของการโชว์ลูกเล่นของลายเส้นต่างๆ ที่ดูตัดกัน 

       ไม่ไกลกันเป็นกลุ่มโซฟาที่มีการทำโครงเหล็กที่มีขนาดเบาล้อมรอบลักษณะคล้ายสุ่มจับปลาที่มีขนาดใหญ่ เวลานั่งบนโซฟาเหมือนเราอยู่ในสุ่ม ซึ่งข้อดีของตัววัสดุที่นำมาเป็นโครงที่มีขนาดเบา ทำให้เวลาเราเดินชนไม่เจ็บเหมือนกับการใช้เหล็กที่แข็งแรงในแบบเก่า เพราะส่วนนี้เป็นสิ่งที่ต้องระวังโดยเฉพาะกับเด็กๆ ที่อาจเกิดอันตรายได้

       ธีมในส่วนต้อนรับจะเกี่ยวโยงกับปลาที่ใช้ลวดลายจักสานเพิ่มจังหวะลูกเล่นอย่างน่าสนใจ ขณะที่ห้องเก็บของพนักงานทำแผงบังตาขนาดใหญ่ ประดับลายงานไม้ที่เป็นองค์ประกอบของราวบันไดโชว์ลายเส้นที่ผ่านฝีมือการแกะไม้ เป็นการจัดวางลายที่ไม่รกเกินไป แม้เป็นคนละลายก็ตาม แต่ส่วนนี้น่าเป็นห่วงอยู่ที่การยึดโครงไม้กับแผ่นปูน หรือต้องนำโครงเหล็กที่มีลักษณะเบาตีเป็นโครงเพื่อพยุงแผงบังตาไม้ขนาดใหญ่ให้ตั้งอยู่ได้อย่างมั่นคง 
 

ขอบคุณที่มาภาพ: “เคป พันวา”  

       ห้องแรกที่ไปชมอยู่บนเนิน มองเห็นวิวทะเลได้รอบ ถือเป็นห้องสวีทใหม่ของโรงแรม ตัวอาคารแบ่งเป็นสองส่วนคือ ห้องทานข้าวที่เชื่อมต่อกับตัวอาคารหลัก มีพื้นที่กลางแจ้งเป็นส่วนของสระน้ำ โดยเฉพาะห้องรับแขกที่เป็นกระจกยาวมองได้รอบทิศทาง ขณะที่พื้นไม้โชว์ลายเส้นด้วยสีสันที่มันวาวตัดกับสีของท้องฟ้า ส่วนพื้นน่าสนใจตรงที่ถ้าใครไม่ชอบสีสันมันวาวของเนื้อไม้อาจใช้ไม้เทียมที่มีหลายลายพอๆ กับสีสันที่เจ้าของบ้านต้องการ   
               
       เพดานปูด้วยแผ่นฝ้าเรียบ ปล่อยให้ตรงกลางบุ๋มแล้วต่อโครงไม้เป็นลายขวางเพิ่มสีสันและความแข็งแรงให้กับโคมไฟขนาดใหญ่ที่ห้อยระย้าลงมา ด้านล่างเป็นโซฟายาว หลังโซฟาเป็นเคาน์เตอร์เครื่องดื่ม ปูด้วยพื้นกระเบื้องลายโบราณ ผนังส่วนนี้แบ่งพื้นที่ให้เป็นอ่างล้างจาน ข้างหนึ่งเว้นไว้เป็นที่ว่างวางตู้อบและเตาไมโครเวฟ 

       เข้าไปในห้องนอนพื้นปูด้วยไม้ ปลายเตียงมีชุดโซฟายาว รอบห้องมีกระจกมองได้รอบทิศ ที่น่าสนใจคือมีแผงบังตาเป็นลายฉลุไม้บังไม่ให้เห็นส่วนของห้องน้ำ บนเพดานเป็นโครงสร้างไม้ปูด้วยงานจักสาน ส่วนผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนส่วนใหญ่เน้นพื้นขาวด้วยลายนูนต่ำ
               
       ห้องน้ำน่าสนใจตรงการจัดสรรพื้นที่ตามแนวขวาง โดยให้อ่างอาบน้ำวางเป็นแนวยาวติดกระจกที่สามารถมองมาในห้องได้หากเลื่อนบานฉลุไม้ออก ส่วนพื้นที่ตรงข้ามกั้นกระจกแบ่งเป็นห้องอาบน้ำที่มีสองฝักบัว แต่ก็มีการเว้นพื้นที่ว่างส่วนมุมห้องไว้แขวนเสื้อผ้า ซึ่งมีตู้ไม้เปิดโล่งไว้แขวนเสื้อและเก็บตะกร้าผ้าให้เป็นระเบียบ  
 

       อีกห้องตึกเดียวกันจะต่างจากห้องแรกที่มีโต๊ะเครื่องสำอางอยู่ในส่วนของห้องน้ำกั้นด้วยกระจก ตรงนี้พื้นปูด้วยไม้ ก่อปูนเป็นขาโต๊ะเพื่อค้ำแผ่นไม้ที่จะวางปูเป็นโต๊ะ ส่วนนี้เหมาะกับสาวๆ ที่ใช้เวลาในการแต่งหน้าได้สะดวก เพราะเดินออกมาก็เป็นห้องนอนที่โดดเด่นด้วยลายผ้าเปอร์เซีย ส่วนหลังเตียงเป็นตู้เสื้อผ้า ซึ่งห้องนี้ต่างจากห้องที่แล้วที่เน้นการใช้สอยในแบบผู้หญิงมากกว่า

       ภายในอาคารห้อง The Cape Absolute Suite เน้นบันได้เปลือยๆ ทำให้ไม่ทึบ ด้านในเลยดูโปร่งเข้ากันกับกระจกที่ตกแต่งให้เห็นวิวภายนอก

       คราวนี้มาถึงห้องสวีทในแบบธรรมดาของที่นี่ เน้นการตกแต่งเรียบง่าย แต่มีหน้าต่างกว้างสามารถมองไปยังจุดชมวิวภายนอก หัวเตียงเป็นกรอบลวดลายไม้ด้านในบุเป็นแพทเทิร์นที่เรียบง่าย ปลายเตียงเป็นชุดโซฟา ที่พื้นปูด้วยพรมสีสันเข้ากันกับชุดโซฟา เมื่อเปิดไปยังระเบียงมีอ่างจากุซซี่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนภายนอก 

       ที่พลาดไม่ได้ของที่นี่ต้องแวะไปชมตึกสองชั้นทรงปั้นหยาริมทะเล ดัดแปลงเป็นร้านอาหารอย่างน่าสนใจ ตัวอาคารเน้นบานหน้าต่างทั้งด้านนอกและด้านใน ทำให้เมื่อเข้าไปยังโถงต้อนรับจะไม่ร้อนเกินไป ด้วยมีประตูหลายบานเปิดให้อากาศถ่ายเทได้อย่างสะดวก ส่วนนี้ต้องยกให้กระเบื้องพื้น ที่แม้จะเพิ่งสร้างมาใหม่ แต่กระเบื้องลวดลายเก่าก็เพิ่มบรรยากาศให้ตัวอาคารดูน่าสนใจ 

       เดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง ห้องถูกแบ่งเป็นสองฟากเหมือนเช่นเคย แต่ด้านบนจะมีตู้โต๊ะและของสะสมของเจ้าของบ้าน บริเวณที่น่านั่งคือโต๊ะริมระเบียงด้านบนที่รับลมเย็นสบาย โดยระเบียงส่วนนี้กว้าง มีการก่อปูนตัวเสาให้มีลวดลายในแบบเฉพาะตัวของเรือนปั้นหยา และลูกเล่นของตัวอาคารชั้นบนคือ ส่วนผนังเป็นปูนไล่จากล่างขึ้นมายังด้านบน ซึ่งส่วนบนนี้บุด้วยไม้ฝาทาสีขาวสอดรับกับตัวโครงหลังคาที่วางแนวถี่ โดยเชิงชายตกแต่งด้วยไม้ฉลุลายในแบบเก่า  

       จังหวะของการเติมแต่งบ้านนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ ประโยชน์ใช้สอยต้องตอบสนองความเป็นตัวตนของผู้ใช้เอง
 

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ