View : 3241

       ผมโชคดีที่รอบนี้ไปญี่ปุ่น ไม่มีโปรแกรมเข้าเมืองนัก ด้วยเมืองทตโตะริ ทอดตัวริมทะเล ฝั่งตะวันตกของประเทศ เป็นเมืองที่มีชุมชุนเก่าและแหล่งน้ำแร่ที่คนญี่ปุ่นนิยมมาพักผ่อนแช่ออนเซ็น ว่าตามตรงบ้านตามแบบญี่ปุ่นส่วนใหญ่ถูกออกแบบให้กลมกลืนกับธรรมชาติ หากแต่รอบนี้ผมสะดุดตากับพื้นผิวผนังของสถานที่หลายแห่งในเมืองนี้ เลยนำมาเล่าเพื่อต่อยอดไอเดียกัน
 
       บ้านโบราณ “ย่านคุระโยชิ” โดดเด่นในการวางผังที่มีคูน้ำล้อมรอบ ด้วยการใช้ประโยชน์ ขณะเดียวกันเมื่อจะเข้ามายังบ้านก็ต้องมีสะพานทอดยาว ถือเป็นการกันขโมยอีกแบบ สถาปัตยกรรมของบ้านย่านนี้คือ "อะดะกะวะระ" หมายถึงบ้านที่ออกแบบให้มีหลังคาแดง อีกแบบคือ "ชิโรคะเบะ โดโซกุน" ที่เป็นอาคารโกดังผนังสีขาว

​       ที่สะดุดตาต้องยกให้บ้านสองชั้นผนังส่วนบนเป็นปูน ครึ่งล่างกรุด้วยไม้แนวตั้ง เนื้อไม้ด้านนอกใช้ไฟรนให้มีพื้นผิวไหม้จากไฟ ส่วนเนื้อไม้ด้านในไม่ได้รนไฟ ทำให้ไม้ยังมีความแข็งแรง แต่เนื้อไม้ที่ถูกไฟลนก็มีผิวพื้นขรุขระดูแปลกตาไปอีกแบบ ที่สำคัญเมื่อทาเนื้อไม้ด้วยน้ำยาเพิ่มความเงา จึงยิ่งเพิ่มความน่าสนใจเมื่อกระทบแสง

​       บ้านสองชั้นหลังนี้เมื่อเดินไปด้านในยังใช้ไม้กระดานแบบนี้ในการตกแต่ง ที่สำคัญมีบางบ้านก่อตัวสูงสองชั้นปิดทึบไม่เน้นหน้าต่างเหมือนเป็นโกดังเก็บของก็ใช้ไม้ที่ถูกไฟรนเหล่านี้กรุผนังภายนอกทั้งหมด นี่ถือเป็นอีกเทคนิคในการเพิ่มพื้นผิวสัมผัสให้กับผนังในแบบธรรมชาติของญี่ปุ่น

​       ส่วนคนชอบแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ หลายคนหลงใหลการแช่ตัวในบ่อออนเซ็น รอบนี้เราบุกไปถึงย่าน "มิซะสะ" ย่านที่มีบ่อน้ำร้อนมีชื่อเสียงมากว่า 850 ปี โรงแรมย่านนี้มีบ่อออนเซ็นทั้งภายในและภายนอก โดยบ่อออนเซ็นที่อยู่ภายนอกเน้นการใช้วัสดุที่เป็นกำแพงจากธรรมชาติ อย่างใช้ไม้ไผ่มาทำเป็นรั้ว ที่น่าสนใจคือ ขอบบ่อนำก้อนหินขนาดใหญ่มาวางเรียงแซมเป็นจังหวะ ให้ผู้ที่ลงไปในบ่อได้นั่งพัก นอกจากนั้นพื้นใต้บ่อก็ใช้การจัดเรียงหินขนาดเล็กที่ไม่มีความคมไว้เป็นจังหวะกันลื่น

       บ่อออนเซ็นที่อยู่ภายในโรงแรม นอกจากการใช้ผนังที่เป็นไม้แล้ว ผนังด้านหนึ่งยังเน้นให้เข้าถึงธรรมชาติ ด้วยการทำเป็นกระจกสามารถมองเห็นสวนภายนอก ยกพื้นในห้องน้ำให้สูงและปูด้วยระแนงไม้ ซึ่งน้ำสามารถไหลลงไปยังท่อด้านล่างได้ เมื่อลงไปแช่น้ำในบ่อ ผนังที่เป็นกระจกจะมองเห็นสวนที่อยู่ภายนอกในระดับสายตาพอดิบพอดี

บ้านที่กรุด้วยไม้รนไฟ

ผนังไม้รนไฟ โชว์พื้นผิวและสัมผัสแบบธรรมชาติ

       โรงแรมย่าน "มิซะสะ" ไม่ได้เด่นเฉพาะการตกแต่งในส่วนของบ่อออนเซ็น แต่ส่วนต้อนรับของโรงแรมหลายที่ยังโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ตำรับญี่ปุ่นดั้งเดิม อย่างการใช้หินในการตกแต่งให้กับผนังด้านหนึ่งตลอดแนวยาว แบ่งครึ่งโดยครึ่งบนบุท่อนไม้ในแนวดิ่งมีช่องลมให้ได้ระบายอากาศ บางช่วงแขวนภาพวาดทิวทัศน์ธรรมชาติ และมีแสงไฟเพิ่มมิติให้กับลูกเล่นส่วนบน ขณะที่ครึ่งล่างตกแต่งด้วยหิน นำแผ่นหินอ่อนบุผนังสลับสี และกั้นให้เป็นธารน้ำไหล โดยบนธารน้ำตกแต่งด้วยหิน ผนังส่วนนี้เลยดึงดูดความสนใจจากผู้คนได้มาก ด้วยทำให้ผู้ที่เข้ามาได้ผ่อนคลายจากเสียงน้ำที่ไหลตามธาร ขณะที่แสงไฟก็จัดได้ดึงดูดสายตา ตามจังหวะการจัดวาง

       ที่นั่งรอโรงแรมนี้แม้ไม่มีโฟซานุ่มๆ แต่มีเก้าอี้ไม้ขนาดย่อมไม่สูงนักก็น่าจะเพียงพอ เพราะเวลานั่งสายตาเราจะอยู่ในระดับเดียวกับกระจกที่บุผนังให้เห็นสวนฟางที่จัดแต่งอยู่ภายนอก ซึ่งห้องต้อนรับส่วนนี้ผนังตกแต่งด้วยแผ่นกระเบื้องที่เน้นความยาวมากกว่ากว้าง และตัดสลับสีน้ำทะเลอย่างกลมกลืน  

       ด้านส่วนต้อนรับโรงแรมบางแห่งตกแต่งเรียบง่ายด้วยผนังปูนแบบดิบๆ ตัดด้วยแผ่นกระเบื้องดินเผาวงกลมที่วาดลวดลายสัตว์ต่างๆ จัดเรียงให้โดดเด่นด้วยสีเหลือง ซึ่งโดดออกมาจากผนังปูนสีขาว 

       สำหรับใครที่ชอบความสว่างของธรรมชาติ ผนังอาคารสองชั้นของโรงแรมอีกแห่งถือเป็นไอเดียที่น่าสนใจ ด้วยตึกสองชั้นบุผนังด้านหนึ่งด้วยกระจกใส ด้านในมีระแนงไม้เป็นแผงกั้นห่างๆ โดยจะมีผ้าขาวไว้คอยกั้นแสงจากภายนอกอีกที ทำให้อาคารหลังนี้ดูโปร่งและอบอุ่นไม่น้อย

       แต่ถ้าพูดถึงการแต่งผนังแบบปูนเปลือย โรงแรมอีกแห่งเน้นตกแต่งด้วยปูนขัดมัน ซึ่งแต่งลวดลายปูนด้วยบล็อกไม้ให้เป็นริ้วๆ ขนาดเท่ากัน ทำให้ปูนเปลือยๆ ดูมีลูกเล่นเรียบง่าย แต่ความจงใจของสถาปนิกผู้ออกแบบดูเหมือนจะเน้นความความโอ่อ่าของปูนเปลือยเหล่านี้ด้วยเสาปูนที่เป็นโครงสร้างขนาดใหญ่มาต่อกันให้เป็นจังหวะซับซ้อน ในส่วนของโถงต้อนรับชั้นล่างเพื่อโชว์เทคนิคการออกแบบ เช่นเดียวกับส่วนนอกของตัวตึก เมื่อเรามองเข้ามายังอาคาร สถาปนิกก็ออกแบบให้เสาของตึกที่มีขนาดใหญ่ซ้อนขัดด้วยคานที่เป็นปูนเปลือย เพิ่มมิติเมื่อมองเข้ามายังตัวตึกที่โอ่อ่า 

       อีกโรงแรมที่ผมชอบมากๆ ในความกล้าที่จะใช้การตกแต่งผนังด้วยปูนแบบดิบๆ ในส่วนต้อนรับที่ตัวเสาเป็นปูนเปลือยๆ เทปูนให้มีลักษณะนูนสูงในแนวดิ่งเป็นบล็อกๆ แล้วกะเทาะส่วนที่นูนออกให้เป็นพื้นผิวขรุขระ ซึ่งนอกจากจะใช้เทคนิคนี้ที่เสาแล้ว ผนังด้านบนก็ใช้ปูนเปลือยแบบนี้ตกแต่งเป็นลวดลาย สลับกับแผ่นไม้ที่มาตีสลับ ดูเหมือนการก่อสร้างที่ยังไม่เสร็จ แต่เป็นความแปลกใหม่ในการตกแต่งไม่น้อย

       พื้นผิวผนังตามแบบญี่ปุ่นที่ว่ามา ผมว่าบ้านเราสามารถนำหลายอย่างมาปรับใช้ได้อย่างดีทีเดียว เพียงแต่ต้องนำวัสดุไม้เทียมนำมาใช้แทนเพื่อความคงทน หรือเทคนิคผนังปูนแบบดิบๆ ถ้าอยากลองต่อเติมไอเดีย น่าจะลองสอบผู้เชี่ยวชาญที่จะให้คำแนะนำสำหรับการเลือกใช้วัสดุแต่ละประเภทให้เหมาะสมกับการใช้งาน 

 






 

เรื่อง: นายแว่นสีชา

พื้นผิวผนัง
เส้นลายธรรมชาติแบบญี่ปุ่น

ลูกเล่นของพื้นผิวผนังและการตกแต่งของสถานที่หลายแห่งในเมืองทตโตะริ ประเทศญี่ปุ่น ที่มีความแปลกตา น่าสนใจ ด้วยการนำเอาวัสดุธรรมชาติ อย่าง หิน ไม้ หรือการดึงเอาเสน่ห์จากงานปูนมาประยุกต์ใช้ให้เกิดความแตกต่าง สามารถนำมาปรับใช้หรือต่อยอดไอเดียได้ดี

บ้านโบราณ “ย่านคุระโยชิ” มีคูน้ำล้อมรอบ                      

บ้านที่กรุด้วยไม้รนไฟ

บ่อน้ำร้อน ใช้ส่วนประกอบหลักคือก้อนหิน  และตกแต่งด้วยไม้ 

เมื่อลงไปในบ่อจะมองเห็นสวนในระดับสายตา ผนังเป็นกระจกขนาดใหญ่เพื่อให้มองเห็นด้านนอก

ลำธารที่จัดด้วยหิน แสงไฟช่วยขับจุดเด่นที่ภาพและเนื้อไม้

 

ส่วนต้อนรับ เน้นตกแต่งด้วยการปูกระเบื้อง เก้าอี้ไม้ทรงเตี้ยช่วยเพิ่มสีสันให้กับพื้นที่ส่วนนี้

รูปสัตว์บนกระเบื้องดินเผาเรียบง่าย แต่โดดเด่น

ผนังอาคารสองชั้นของโรงแรม ที่เน้นการใช้แสง 

ส่วนของโถงต้อนรับชั้นล่างของโรงแรม เน้นโอ่อ่าด้วยเสาปูนเปลือย 

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
ภาพ : นายแว่นสีชา

เรื่อง: นายแว่นสีชา

พื้นผิวผนัง
เส้นลายธรรมชาติแบบญี่ปุ่น

ลูกเล่นของพื้นผิวผนังและการตกแต่งของสถานที่หลายแห่งในเมืองทตโตะริ ประเทศญี่ปุ่น ที่มีความแปลกตา น่าสนใจ ด้วยการนำเอาวัสดุธรรมชาติ อย่าง หิน ไม้ หรือการดึงเอาเสน่ห์จากงานปูนมาประยุกต์ใช้ให้เกิดความแตกต่าง สามารถนำมาปรับใช้หรือต่อยอดไอเดียได้ดี

บ้านโบราณ “ย่านคุระโยชิ” มีคูน้ำล้อมรอบ                      

บ้านที่กรุด้วยไม้รนไฟ

       ผมโชคดีที่รอบนี้ไปญี่ปุ่น ไม่มีโปรแกรมเข้าเมืองนัก ด้วยเมืองทตโตะริ ทอดตัวริมทะเล ฝั่งตะวันตกของประเทศ เป็นเมืองที่มีชุมชุนเก่าและแหล่งน้ำแร่ที่คนญี่ปุ่นนิยมมาพักผ่อนแช่ออนเซ็น ว่าตามตรงบ้านตามแบบญี่ปุ่นส่วนใหญ่ถูกออกแบบให้กลมกลืนกับธรรมชาติ หากแต่รอบนี้ผมสะดุดตากับพื้นผิวผนังของสถานที่หลายแห่งในเมืองนี้ เลยนำมาเล่าเพื่อต่อยอดไอเดียกัน
 
       บ้านโบราณ “ย่านคุระโยชิ” โดดเด่นในการวางผังที่มีคูน้ำล้อมรอบ ด้วยการใช้ประโยชน์ ขณะเดียวกันเมื่อจะเข้ามายังบ้านก็ต้องมีสะพานทอดยาว ถือเป็นการกันขโมยอีกแบบ สถาปัตยกรรมของบ้านย่านนี้คือ "อะดะกะวะระ" หมายถึงบ้านที่ออกแบบให้มีหลังคาแดง อีกแบบคือ "ชิโรคะเบะ โดโซกุน" ที่เป็นอาคารโกดังผนังสีขาว

​       ที่สะดุดตาต้องยกให้บ้านสองชั้นผนังส่วนบนเป็นปูน ครึ่งล่างกรุด้วยไม้แนวตั้ง เนื้อไม้ด้านนอกใช้ไฟรนให้มีพื้นผิวไหม้จากไฟ ส่วนเนื้อไม้ด้านในไม่ได้รนไฟ ทำให้ไม้ยังมีความแข็งแรง แต่เนื้อไม้ที่ถูกไฟลนก็มีผิวพื้นขรุขระดูแปลกตาไปอีกแบบ ที่สำคัญเมื่อทาเนื้อไม้ด้วยน้ำยาเพิ่มความเงา จึงยิ่งเพิ่มความน่าสนใจเมื่อกระทบแสง

​       บ้านสองชั้นหลังนี้เมื่อเดินไปด้านในยังใช้ไม้กระดานแบบนี้ในการตกแต่ง ที่สำคัญมีบางบ้านก่อตัวสูงสองชั้นปิดทึบไม่เน้นหน้าต่างเหมือนเป็นโกดังเก็บของก็ใช้ไม้ที่ถูกไฟรนเหล่านี้กรุผนังภายนอกทั้งหมด นี่ถือเป็นอีกเทคนิคในการเพิ่มพื้นผิวสัมผัสให้กับผนังในแบบธรรมชาติของญี่ปุ่น

​       ส่วนคนชอบแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ หลายคนหลงใหลการแช่ตัวในบ่อออนเซ็น รอบนี้เราบุกไปถึงย่าน "มิซะสะ" ย่านที่มีบ่อน้ำร้อนมีชื่อเสียงมากว่า 850 ปี โรงแรมย่านนี้มีบ่อออนเซ็นทั้งภายในและภายนอก โดยบ่อออนเซ็นที่อยู่ภายนอกเน้นการใช้วัสดุที่เป็นกำแพงจากธรรมชาติ อย่างใช้ไม้ไผ่มาทำเป็นรั้ว ที่น่าสนใจคือ ขอบบ่อนำก้อนหินขนาดใหญ่มาวางเรียงแซมเป็นจังหวะ ให้ผู้ที่ลงไปในบ่อได้นั่งพัก นอกจากนั้นพื้นใต้บ่อก็ใช้การจัดเรียงหินขนาดเล็กที่ไม่มีความคมไว้เป็นจังหวะกันลื่น

       บ่อออนเซ็นที่อยู่ภายในโรงแรม นอกจากการใช้ผนังที่เป็นไม้แล้ว ผนังด้านหนึ่งยังเน้นให้เข้าถึงธรรมชาติ ด้วยการทำเป็นกระจกสามารถมองเห็นสวนภายนอก ยกพื้นในห้องน้ำให้สูงและปูด้วยระแนงไม้ ซึ่งน้ำสามารถไหลลงไปยังท่อด้านล่างได้ เมื่อลงไปแช่น้ำในบ่อ ผนังที่เป็นกระจกจะมองเห็นสวนที่อยู่ภายนอกในระดับสายตาพอดิบพอดี

บ้านที่กรุด้วยไม้รนไฟ

ผนังไม้รนไฟ โชว์พื้นผิวและสัมผัสแบบธรรมชาติ

บ่อน้ำร้อน ใช้ส่วนประกอบหลักคือก้อนหิน  และตกแต่งด้วยไม้ 

เมื่อลงไปในบ่อจะมองเห็นสวนในระดับสายตา ผนังเป็นกระจกขนาดใหญ่เพื่อให้มองเห็นด้านนอก

       โรงแรมย่าน "มิซะสะ" ไม่ได้เด่นเฉพาะการตกแต่งในส่วนของบ่อออนเซ็น แต่ส่วนต้อนรับของโรงแรมหลายที่ยังโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ตำรับญี่ปุ่นดั้งเดิม อย่างการใช้หินในการตกแต่งให้กับผนังด้านหนึ่งตลอดแนวยาว แบ่งครึ่งโดยครึ่งบนบุท่อนไม้ในแนวดิ่งมีช่องลมให้ได้ระบายอากาศ บางช่วงแขวนภาพวาดทิวทัศน์ธรรมชาติ และมีแสงไฟเพิ่มมิติให้กับลูกเล่นส่วนบน ขณะที่ครึ่งล่างตกแต่งด้วยหิน นำแผ่นหินอ่อนบุผนังสลับสี และกั้นให้เป็นธารน้ำไหล โดยบนธารน้ำตกแต่งด้วยหิน ผนังส่วนนี้เลยดึงดูดความสนใจจากผู้คนได้มาก ด้วยทำให้ผู้ที่เข้ามาได้ผ่อนคลายจากเสียงน้ำที่ไหลตามธาร ขณะที่แสงไฟก็จัดได้ดึงดูดสายตา ตามจังหวะการจัดวาง

       ที่นั่งรอโรงแรมนี้แม้ไม่มีโฟซานุ่มๆ แต่มีเก้าอี้ไม้ขนาดย่อมไม่สูงนักก็น่าจะเพียงพอ เพราะเวลานั่งสายตาเราจะอยู่ในระดับเดียวกับกระจกที่บุผนังให้เห็นสวนฟางที่จัดแต่งอยู่ภายนอก ซึ่งห้องต้อนรับส่วนนี้ผนังตกแต่งด้วยแผ่นกระเบื้องที่เน้นความยาวมากกว่ากว้าง และตัดสลับสีน้ำทะเลอย่างกลมกลืน  

       ด้านส่วนต้อนรับโรงแรมบางแห่งตกแต่งเรียบง่ายด้วยผนังปูนแบบดิบๆ ตัดด้วยแผ่นกระเบื้องดินเผาวงกลมที่วาดลวดลายสัตว์ต่างๆ จัดเรียงให้โดดเด่นด้วยสีเหลือง ซึ่งโดดออกมาจากผนังปูนสีขาว 

       สำหรับใครที่ชอบความสว่างของธรรมชาติ ผนังอาคารสองชั้นของโรงแรมอีกแห่งถือเป็นไอเดียที่น่าสนใจ ด้วยตึกสองชั้นบุผนังด้านหนึ่งด้วยกระจกใส ด้านในมีระแนงไม้เป็นแผงกั้นห่างๆ โดยจะมีผ้าขาวไว้คอยกั้นแสงจากภายนอกอีกที ทำให้อาคารหลังนี้ดูโปร่งและอบอุ่นไม่น้อย

       แต่ถ้าพูดถึงการแต่งผนังแบบปูนเปลือย โรงแรมอีกแห่งเน้นตกแต่งด้วยปูนขัดมัน ซึ่งแต่งลวดลายปูนด้วยบล็อกไม้ให้เป็นริ้วๆ ขนาดเท่ากัน ทำให้ปูนเปลือยๆ ดูมีลูกเล่นเรียบง่าย แต่ความจงใจของสถาปนิกผู้ออกแบบดูเหมือนจะเน้นความความโอ่อ่าของปูนเปลือยเหล่านี้ด้วยเสาปูนที่เป็นโครงสร้างขนาดใหญ่มาต่อกันให้เป็นจังหวะซับซ้อน ในส่วนของโถงต้อนรับชั้นล่างเพื่อโชว์เทคนิคการออกแบบ เช่นเดียวกับส่วนนอกของตัวตึก เมื่อเรามองเข้ามายังอาคาร สถาปนิกก็ออกแบบให้เสาของตึกที่มีขนาดใหญ่ซ้อนขัดด้วยคานที่เป็นปูนเปลือย เพิ่มมิติเมื่อมองเข้ามายังตัวตึกที่โอ่อ่า 

       อีกโรงแรมที่ผมชอบมากๆ ในความกล้าที่จะใช้การตกแต่งผนังด้วยปูนแบบดิบๆ ในส่วนต้อนรับที่ตัวเสาเป็นปูนเปลือยๆ เทปูนให้มีลักษณะนูนสูงในแนวดิ่งเป็นบล็อกๆ แล้วกะเทาะส่วนที่นูนออกให้เป็นพื้นผิวขรุขระ ซึ่งนอกจากจะใช้เทคนิคนี้ที่เสาแล้ว ผนังด้านบนก็ใช้ปูนเปลือยแบบนี้ตกแต่งเป็นลวดลาย สลับกับแผ่นไม้ที่มาตีสลับ ดูเหมือนการก่อสร้างที่ยังไม่เสร็จ แต่เป็นความแปลกใหม่ในการตกแต่งไม่น้อย

       พื้นผิวผนังตามแบบญี่ปุ่นที่ว่ามา ผมว่าบ้านเราสามารถนำหลายอย่างมาปรับใช้ได้อย่างดีทีเดียว เพียงแต่ต้องนำวัสดุไม้เทียมนำมาใช้แทนเพื่อความคงทน หรือเทคนิคผนังปูนแบบดิบๆ ถ้าอยากลองต่อเติมไอเดีย น่าจะลองสอบผู้เชี่ยวชาญที่จะให้คำแนะนำสำหรับการเลือกใช้วัสดุแต่ละประเภทให้เหมาะสมกับการใช้งาน 

 






 

ลำธารที่จัดด้วยหิน แสงไฟช่วยขับจุดเด่นที่ภาพและเนื้อไม้

 

ส่วนต้อนรับ เน้นตกแต่งด้วยการปูกระเบื้อง เก้าอี้ไม้ทรงเตี้ยช่วยเพิ่มสีสันให้กับพื้นที่ส่วนนี้

รูปสัตว์บนกระเบื้องดินเผาเรียบง่าย แต่โดดเด่น

ผนังอาคารสองชั้นของโรงแรม ที่เน้นการใช้แสง 

ส่วนของโถงต้อนรับชั้นล่างของโรงแรม เน้นโอ่อ่าด้วยเสาปูนเปลือย 

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
ภาพ : นายแว่นสีชา

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ