View : 2523

       หากจะพูดถึงสถานที่ที่นอกเหนือจากบ้านและที่ทำงานแล้ว สถานที่ที่คนในยุคสมัยนี้มักไปใช้เวลาทั้งพักผ่อน หรือนั่งทำงาน ก็คงไม่พ้นร้านกาแฟหรือคาเฟ่บรรยากาศดีๆ สักที่ เราอาจเรียกสถานที่นั้นว่าสถานที่ที่ 3 หรือ The Third Place ที่เราจะได้ใช้เวลาอย่างเพลิดเพลินและคุ้มค่า วันนี้เรามีคาเฟ่น่ารักๆ ที่มีบรรยากาศชวนนั่งมาฝาก ร้านนี้มีชื่อว่า Little Hideout ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนราชพฤกษ์นั่นเอง

       ความหมายของชื่อร้าน Hideout ในภาษาอังกฤษจะแปลว่า ที่หลบตัว ที่หลบซ่อน หรือในอีกแง่หนึ่งจะแปลว่า ฐานทัพลับ หรือที่ซุกตัวก็ได้ เช่น บ้านต้นไม้ที่มักจะเป็นที่ส่วนตัวของเด็กๆ ที่ชอบนำของเล่นต่างๆ มานั่งเล่นหลีกหนีจากการรบกวนของผู้ใหญ่  Little Hideout จึงเป็น slow life cafe สถานที่เงียบสงบท่ามกลางสวนน่ารักๆ หลีกหนีความวุ่นวายจากในตัวเมือง

       เจ้าของร้านคือ คุณเอมิการ์ ศรีอิสราพร หรือคุณเอมี่ ได้นำความรู้และประสบการณ์จากการเรียนทางด้าน Graphic Design และได้เรียนต่อทางด้าน French Patisserie (หลักสูตรการทำขนม) การเริ่มทำ Branding ของร้านจึงไม่ใช่เรื่องยากนัก เริ่มตั้งแต่ชื่อร้าน โลโก้ รวมไปถึงการตกแต่งร้าน ที่นำบ้านหลังเดิมของคุณพ่อคุณแม่มารีโนเวทใหม่ทั้งหมดด้วยตัวเอง ร้าน Little Hideout จึงเหมือนกับความฝันของคุณเอมี่ ที่ทั้งชอบทำขนมและหลงใหลในการออกแบบกราฟฟิค ทั้งหมดสื่อสารผ่านร้าน การตกแต่ง และขนมได้อย่างชัดเจน
 

เดิมพื้นที่ตรงนี้คือที่จอดรถของบ้าน ออกแบบใหม่ให้กลายเป็นระเบียงก่อนเข้าตัวร้าน ปูด้วยประเบื้องลายไม้ดูเป็นธรรมชาติ และที่สำคัญคือไม่ลื่นและทนทาน

ตัวบ้านเดิมนั้นเป็นอาคารครึ่งปูนครึ่งไม้ คือ ชั้นล่างเป็นปูนชั้นบนเป็นไม้ โดยการปรับปรุงครั้งนี้คงโครงสร้างหลักไว้ทั้งหมด เผยให้เห็นโครงสร้างคานและพื้นไม้ชั้นบน ให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบบ้านไทยๆ

       หลักการง่ายๆ สำหรับการออกแบบต่อเติมอาคาร หรือรีโนเวทอาคารที่จะเกิดปัญหาตามมาน้อยที่สุด คือการหลีกเลี่ยงการก่อสร้างโครงสร้างใหม่ หรือหากมีก็ควรมีให้น้อยที่สุด โดยพิจารณาจากพื้นที่เดิมว่าเพียงพอกับการใช้งานหรือไม่ พยายามจัดพื้นที่ให้สามารถใช้งานได้สะดวกก่อนการคิดขยายพื้นที่ หากต้องมีการขยายพื้นที่เพิ่มเติมจริงๆ ควรเป็นพื้นที่ที่ไม่ได้ต้องการโครงสร้างที่หนักมาก เช่นเดียวกับที่ร้านนี้ โดยมีการทำพื้นที่นั่งภายนอกบ้านเพิ่ม โดยการเทพื้นปรับระดับ และตกแต่งเพื่อให้น่านั่ง จะมีศาลาด้านหลังบ้านเท่านั้นที่จำเป็นต้องลงเสาเข็มเพื่อความแข็งแรง แต่ไม่มีการยึดโครงสร้างติดกับตัวบ้านเดิม เพราะอาคารส่วนต่อเติมจะมีการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันกับบ้านเดิมอยู่แล้ว ฉะนั้นหากยึดติดกันอาจก่อให้เกิดความเสียหายได้หากมีการทรุดตัว 

       ส่วนงานระบบนั้น แน่นอนว่าจะต้องมีการเดินระบบใหม่เพิ่มเติม เพราะการใช้งานของบ้านเดิมนั้นไม่ต้องการใช้น้ำหรือไฟฟ้าเท่ากับการเป็นคาเฟ่ ซึ่งกรณีนี้ควรมีผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดูแลออกแบบในการวางงานระบบ ซึ่งทั้งหมดนั้นเน้นการเดินระบบแบบเดินลอย คือไม่ได้ซ่อนไว้ในผนังหรือพื้น ซึ่งจะสะดวกในการก่อสร้างและการบำรุงรักษา

       ร้านนี้ยังมีการใช้วัสดุที่น่าสนใจ คือการใช้วัสดุที่สามารถสื่อสารความหมายได้ดีอีกทั้งยังมีความทนทานเหมาะสมกับพื้นที่นั้นๆ เช่น ภายในร้านซึ่งต้องการให้มีความเป็นธรรมชาติเหมือนอยู่ในสวน แต่ในความเป็นจริงนั้นไม่สามารถปลูกหญ้าจริงได้ เจ้าของร้านจึงเลือกใช้หญ้าเทียมแทน ซึ่งให้ความรู้สึกที่สดชื่นได้ดีทีเดียว หรือจะเป็นส่วนของพื้นระเบียงที่ศาลาหลังบ้าน เลือกใช้เป็นวัสดุไม้สังเคราะห์ซึ่งมีความทนทานเพราะอยู่ภายนอก แต่ก็ยังดูเป็นธรรมชาติน่านั่งน่าพักผ่อนตามแนวคิดอยู่

       ส่วนเมนูอาหารของร้านนี้พิเศษที่เฉพาะวันเสาร์ - อาทิตย์ ที่จะมีเมนูหน้าตู้ เนื่องจากขนมของ Little Hideout เป็นเค้กสไตล์ฝรั่งเศส วัตถุดิบนั้นนำเข้าจากฝรั่งเศส มีความเฉพาะตัว ต้องอาศัยความพิถีพิถันสูง ในขั้นตอนการทำ คุณเอมี่จะประกอบชิ้นต่อชิ้น ซึ่งต่างจากเค้กที่ทำมาเป็นปอนด์ทั่วๆ ไป ที่ทำประกอบแค่ 1 ก้อน สามารถตัดแบ่งชิ้นสามเหลี่ยมได้ 10-12 ชิ้น แต่เค้กของ Little Hideout จะต้องประกอบและตกแต่งทีละชิ้น ทำให้ใช้เวลามากกว่า และจะมีการออกแบบหน้าตาใหม่ๆ มาตลอด ให้ลูกค้าได้แปลกใจและตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้มาเยือน

       หากใครได้ลองมาเยี่ยมเยียนร้านนี้ ก็จะรู้สึกได้ถึงความเป็นกันเอง เหมือนการได้มาเที่ยวบ้านเพื่อนที่มีบรรยากาศร่มรื่น เพราะตัวร้านนั้นยังพอดูออกว่าเป็นบ้านพักอาศัย เพียงแต่การใช้งานนั้นเปลี่ยนไป และที่สำคัญคุณจะติดใจกับรสชาติของขนมและเครื่องดื่มของที่นี่ จนอยากจะมาแล้วมาอีกเลยทีเดียว ร้านปิดเฉพาะวันจันทร์ เปิดตั้งแต่เวลา 9 โมงเช้า ถึง 1 ทุ่มครับ

เรื่อง: เอกราช ลักษณสัมฤทธิ์

รีโนเวทบ้านเก่าให้เป็น
คาเฟ่อบอุ่น กรุ่นกลิ่นธรรมชาติ
Little Hideout

จากบ้านหลังเก่าที่ถูกรีโนเวทให้เป็น slow life cafe ในบรรยากาศบ้านต้นไม้ที่เงียบสงบ ท่ามกลางสวนน่ารักๆ เสมือนได้หลุดเข้าไปยังอีกโลกที่ร่มรื่น เพื่อหลีกหนีความวุ่นวายจากในตัวเมือง 

ทางเข้าของร้าน Little Hideout ดูดิบเท่ด้วยรั้วคอนกรีตทำผิวขัดมัน ป้ายชื่อร้านใช้เหล็กแผ่นตัดเป็นรูปโลโก้ร้านเท่ไปอีกแบบ

ร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่เดิมข้างบ้าน ทำให้พื้นที่ภายนอกน่านั่ง

       สำหรับการตกแต่งของร้าน มีแนวคิดที่เชื่อมโยงมาจากชื่อร้าน Little Hideout โดยพื้นที่ของร้านจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ด้านในและด้านนอก โดยในตัวร้านจะมีบรรยากาศและอารมณ์เสมือนอยู่ในบ้านต้นไม้ ตกแต่งด้วยโทนสีและวัสดุที่สื่อถึงธรรมชาติ เช่น พื้นกระเบื้องลายไม้ หรือการประดับตกแต่งด้วยต้นไม้ และเพิ่มความน่ารักของร้านด้วยตุ๊กตาสัตว์ป่าหลากหลายชนิด เช่น สุนัขจิ้งจอก กระรอก นกฮูก เป็นต้น เหมือนนั่งอยู่ในบ้านกลางป่าก็ว่าได้ ส่วนภายนอกยังล้อมรอบไปด้วยสวนต้นไม้เดิม ซึ่งเจ้าของนั้นตั้งใจเก็บต้นไม้เดิมไว้ให้มากที่สุด โดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่ซึ่งจะทำให้พื้นที่ด้านนอกนี้เย็นสบายตลอดเวลา 
 

นอกจากโครงสร้างเดิมที่คงไว้ ประตูหน้าต่างยังคงของเดิมไว้เกือบทั้งหมด โดยมีการทำสีและซ่อมแซมให้แข็งแรงขึ้น และทำการทาสีขาวเพื่อให้เข้ากับการตกแต่งภายใน

ศาลาขนาดประมาณ 3 X 9 เมตรที่ด้านหลังของบ้าน เป็นอีกหนึ่งมุมที่มีคนมาใช้บริการมากที่สุดในยามแดดร่มลมตก ล้อมรอบด้วยต้นโมกที่ปลูกเป็นรั้ว ดูสบายตา

พื้นระเบียงไม้สังเคราะห์ที่มีการเว้นที่ให้ต้นไม้เดิมนั้นได้เติบโตต่อไป แสดงให้เห็นถึงการออกแบบที่มีการวางแผนมาเป็นอย่างดี

ผนังด้านหนึ่งภายในร้าน ซึ่งทำการฉาบด้วยวัสดุฉาบผิวอย่าง skim coat ให้ความรู้สึกดิบเท่ และอบอุ่นในเวลาเดียวกัน

ทางเข้าร้านตกแต่งเป็นสวนหย่อมหญ้าเทียม ดูน่ารักเข้ากันดี

ไม้รั้วที่ทำจากไม้สังเคราะห์ก็ง่ายและทนทานดี เพียงแค่เลือกสีที่เข้ากับการตัวร้าน ก็สร้างบรรยากาศแบบบ้านๆ โดยรอบได้ไม่ยาก

Browndary garden: baked chocolate brownie จากวัตถุดิบนำเข้าทั้งช็อคโกแลตและเนยฝรั่งเศส Brownie ถูกนำมาอุ่นร้อนทานคู่กับ ice-cream vanilla ที่ทำจากวานิลาแท้ (จะสังเกตเห็นจุดเล็กๆ สีดำนั่นคือเมล็ดจากฝักวานิลา) ตกแต่งด้วย strawberry สด วิปครีมนมสด และใบมิ้น ในรูปแบบสวนสวย

เรื่อง: เอกราช ลักษณสัมฤทธิ์

รีโนเวทบ้านเก่าให้เป็น
คาเฟ่อบอุ่น กรุ่นกลิ่นธรรมชาติ
Little Hideout

จากบ้านหลังเก่าที่ถูกรีโนเวทให้เป็น slow life cafe ในบรรยากาศบ้านต้นไม้ที่เงียบสงบ ท่ามกลางสวนน่ารักๆ เสมือนได้หลุดเข้าไปยังอีกโลกที่ร่มรื่น เพื่อหลีกหนีความวุ่นวายจากในตัวเมือง 

ทางเข้าของร้าน Little Hideout ดูดิบเท่ด้วยรั้วคอนกรีตทำผิวขัดมัน ป้ายชื่อร้านใช้เหล็กแผ่นตัดเป็นรูปโลโก้ร้านเท่ไปอีกแบบ

ร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่เดิมข้างบ้าน ทำให้พื้นที่ภายนอกน่านั่ง

       หากจะพูดถึงสถานที่ที่นอกเหนือจากบ้านและที่ทำงานแล้ว สถานที่ที่คนในยุคสมัยนี้มักไปใช้เวลาทั้งพักผ่อน หรือนั่งทำงาน ก็คงไม่พ้นร้านกาแฟหรือคาเฟ่บรรยากาศดีๆ สักที่ เราอาจเรียกสถานที่นั้นว่าสถานที่ที่ 3 หรือ The Third Place ที่เราจะได้ใช้เวลาอย่างเพลิดเพลินและคุ้มค่า วันนี้เรามีคาเฟ่น่ารักๆ ที่มีบรรยากาศชวนนั่งมาฝาก ร้านนี้มีชื่อว่า Little Hideout ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนราชพฤกษ์นั่นเอง

       ความหมายของชื่อร้าน Hideout ในภาษาอังกฤษจะแปลว่า ที่หลบตัว ที่หลบซ่อน หรือในอีกแง่หนึ่งจะแปลว่า ฐานทัพลับ หรือที่ซุกตัวก็ได้ เช่น บ้านต้นไม้ที่มักจะเป็นที่ส่วนตัวของเด็กๆ ที่ชอบนำของเล่นต่างๆ มานั่งเล่นหลีกหนีจากการรบกวนของผู้ใหญ่  Little Hideout จึงเป็น slow life cafe สถานที่เงียบสงบท่ามกลางสวนน่ารักๆ หลีกหนีความวุ่นวายจากในตัวเมือง

       เจ้าของร้านคือ คุณเอมิการ์ ศรีอิสราพร หรือคุณเอมี่ ได้นำความรู้และประสบการณ์จากการเรียนทางด้าน Graphic Design และได้เรียนต่อทางด้าน French Patisserie (หลักสูตรการทำขนม) การเริ่มทำ Branding ของร้านจึงไม่ใช่เรื่องยากนัก เริ่มตั้งแต่ชื่อร้าน โลโก้ รวมไปถึงการตกแต่งร้าน ที่นำบ้านหลังเดิมของคุณพ่อคุณแม่มารีโนเวทใหม่ทั้งหมดด้วยตัวเอง ร้าน Little Hideout จึงเหมือนกับความฝันของคุณเอมี่ ที่ทั้งชอบทำขนมและหลงใหลในการออกแบบกราฟฟิค ทั้งหมดสื่อสารผ่านร้าน การตกแต่ง และขนมได้อย่างชัดเจน
 

เดิมพื้นที่ตรงนี้คือที่จอดรถของบ้าน ออกแบบใหม่ให้กลายเป็นระเบียงก่อนเข้าตัวร้าน ปูด้วยประเบื้องลายไม้ดูเป็นธรรมชาติ และที่สำคัญคือไม่ลื่นและทนทาน

ตัวบ้านเดิมนั้นเป็นอาคารครึ่งปูนครึ่งไม้ คือ ชั้นล่างเป็นปูนชั้นบนเป็นไม้ โดยการปรับปรุงครั้งนี้คงโครงสร้างหลักไว้ทั้งหมด เผยให้เห็นโครงสร้างคานและพื้นไม้ชั้นบน ให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบบ้านไทยๆ

       สำหรับการตกแต่งของร้าน มีแนวคิดที่เชื่อมโยงมาจากชื่อร้าน Little Hideout โดยพื้นที่ของร้านจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ด้านในและด้านนอก โดยในตัวร้านจะมีบรรยากาศและอารมณ์เสมือนอยู่ในบ้านต้นไม้ ตกแต่งด้วยโทนสีและวัสดุที่สื่อถึงธรรมชาติ เช่น พื้นกระเบื้องลายไม้ หรือการประดับตกแต่งด้วยต้นไม้ และเพิ่มความน่ารักของร้านด้วยตุ๊กตาสัตว์ป่าหลากหลายชนิด เช่น สุนัขจิ้งจอก กระรอก นกฮูก เป็นต้น เหมือนนั่งอยู่ในบ้านกลางป่าก็ว่าได้ ส่วนภายนอกยังล้อมรอบไปด้วยสวนต้นไม้เดิม ซึ่งเจ้าของนั้นตั้งใจเก็บต้นไม้เดิมไว้ให้มากที่สุด โดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่ซึ่งจะทำให้พื้นที่ด้านนอกนี้เย็นสบายตลอดเวลา 
 

นอกจากโครงสร้างเดิมที่คงไว้ ประตูหน้าต่างยังคงของเดิมไว้เกือบทั้งหมด โดยมีการทำสีและซ่อมแซมให้แข็งแรงขึ้น และทำการทาสีขาวเพื่อให้เข้ากับการตกแต่งภายใน

ศาลาขนาดประมาณ 3 X 9 เมตรที่ด้านหลังของบ้าน เป็นอีกหนึ่งมุมที่มีคนมาใช้บริการมากที่สุดในยามแดดร่มลมตก ล้อมรอบด้วยต้นโมกที่ปลูกเป็นรั้ว ดูสบายตา

       หลักการง่ายๆ สำหรับการออกแบบต่อเติมอาคาร หรือรีโนเวทอาคารที่จะเกิดปัญหาตามมาน้อยที่สุด คือการหลีกเลี่ยงการก่อสร้างโครงสร้างใหม่ หรือหากมีก็ควรมีให้น้อยที่สุด โดยพิจารณาจากพื้นที่เดิมว่าเพียงพอกับการใช้งานหรือไม่ พยายามจัดพื้นที่ให้สามารถใช้งานได้สะดวกก่อนการคิดขยายพื้นที่ หากต้องมีการขยายพื้นที่เพิ่มเติมจริงๆ ควรเป็นพื้นที่ที่ไม่ได้ต้องการโครงสร้างที่หนักมาก เช่นเดียวกับที่ร้านนี้ โดยมีการทำพื้นที่นั่งภายนอกบ้านเพิ่ม โดยการเทพื้นปรับระดับ และตกแต่งเพื่อให้น่านั่ง จะมีศาลาด้านหลังบ้านเท่านั้นที่จำเป็นต้องลงเสาเข็มเพื่อความแข็งแรง แต่ไม่มีการยึดโครงสร้างติดกับตัวบ้านเดิม เพราะอาคารส่วนต่อเติมจะมีการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันกับบ้านเดิมอยู่แล้ว ฉะนั้นหากยึดติดกันอาจก่อให้เกิดความเสียหายได้หากมีการทรุดตัว 

       ส่วนงานระบบนั้น แน่นอนว่าจะต้องมีการเดินระบบใหม่เพิ่มเติม เพราะการใช้งานของบ้านเดิมนั้นไม่ต้องการใช้น้ำหรือไฟฟ้าเท่ากับการเป็นคาเฟ่ ซึ่งกรณีนี้ควรมีผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดูแลออกแบบในการวางงานระบบ ซึ่งทั้งหมดนั้นเน้นการเดินระบบแบบเดินลอย คือไม่ได้ซ่อนไว้ในผนังหรือพื้น ซึ่งจะสะดวกในการก่อสร้างและการบำรุงรักษา

       ร้านนี้ยังมีการใช้วัสดุที่น่าสนใจ คือการใช้วัสดุที่สามารถสื่อสารความหมายได้ดีอีกทั้งยังมีความทนทานเหมาะสมกับพื้นที่นั้นๆ เช่น ภายในร้านซึ่งต้องการให้มีความเป็นธรรมชาติเหมือนอยู่ในสวน แต่ในความเป็นจริงนั้นไม่สามารถปลูกหญ้าจริงได้ เจ้าของร้านจึงเลือกใช้หญ้าเทียมแทน ซึ่งให้ความรู้สึกที่สดชื่นได้ดีทีเดียว หรือจะเป็นส่วนของพื้นระเบียงที่ศาลาหลังบ้าน เลือกใช้เป็นวัสดุไม้สังเคราะห์ซึ่งมีความทนทานเพราะอยู่ภายนอก แต่ก็ยังดูเป็นธรรมชาติน่านั่งน่าพักผ่อนตามแนวคิดอยู่

       ส่วนเมนูอาหารของร้านนี้พิเศษที่เฉพาะวันเสาร์ - อาทิตย์ ที่จะมีเมนูหน้าตู้ เนื่องจากขนมของ Little Hideout เป็นเค้กสไตล์ฝรั่งเศส วัตถุดิบนั้นนำเข้าจากฝรั่งเศส มีความเฉพาะตัว ต้องอาศัยความพิถีพิถันสูง ในขั้นตอนการทำ คุณเอมี่จะประกอบชิ้นต่อชิ้น ซึ่งต่างจากเค้กที่ทำมาเป็นปอนด์ทั่วๆ ไป ที่ทำประกอบแค่ 1 ก้อน สามารถตัดแบ่งชิ้นสามเหลี่ยมได้ 10-12 ชิ้น แต่เค้กของ Little Hideout จะต้องประกอบและตกแต่งทีละชิ้น ทำให้ใช้เวลามากกว่า และจะมีการออกแบบหน้าตาใหม่ๆ มาตลอด ให้ลูกค้าได้แปลกใจและตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้มาเยือน

       หากใครได้ลองมาเยี่ยมเยียนร้านนี้ ก็จะรู้สึกได้ถึงความเป็นกันเอง เหมือนการได้มาเที่ยวบ้านเพื่อนที่มีบรรยากาศร่มรื่น เพราะตัวร้านนั้นยังพอดูออกว่าเป็นบ้านพักอาศัย เพียงแต่การใช้งานนั้นเปลี่ยนไป และที่สำคัญคุณจะติดใจกับรสชาติของขนมและเครื่องดื่มของที่นี่ จนอยากจะมาแล้วมาอีกเลยทีเดียว ร้านปิดเฉพาะวันจันทร์ เปิดตั้งแต่เวลา 9 โมงเช้า ถึง 1 ทุ่มครับ



บทความที่แล้ว
คืนชีวิตให้บ้านเก่า บ้านพระนนท์
010-คืนชีวิตให้บ้านเก่า-บ้านพระนนท์-(1).jpg


บทความถัดไป
เมื่อบ้านศิลปินถูกปรับเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ
Taro Okamoto Memorial Museum
012-เมื่อบ้านศิลปินถูกปรับเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ-Taro-Okamoto-Memorial-Museum.jpg




 

พื้นระเบียงไม้สังเคราะห์ที่มีการเว้นที่ให้ต้นไม้เดิมนั้นได้เติบโตต่อไป แสดงให้เห็นถึงการออกแบบที่มีการวางแผนมาเป็นอย่างดี

ผนังด้านหนึ่งภายในร้าน ซึ่งทำการฉาบด้วยวัสดุฉาบผิวอย่าง skim coat ให้ความรู้สึกดิบเท่ และอบอุ่นในเวลาเดียวกัน

ทางเข้าร้านตกแต่งเป็นสวนหย่อมหญ้าเทียม ดูน่ารักเข้ากันดี

ไม้รั้วที่ทำจากไม้สังเคราะห์ก็ง่ายและทนทานดี เพียงแค่เลือกสีที่เข้ากับการตัวร้าน ก็สร้างบรรยากาศแบบบ้านๆ โดยรอบได้ไม่ยาก

Browndary garden: baked chocolate brownie จากวัตถุดิบนำเข้าทั้งช็อคโกแลตและเนยฝรั่งเศส Brownie ถูกนำมาอุ่นร้อนทานคู่กับ ice-cream vanilla ที่ทำจากวานิลาแท้ (จะสังเกตเห็นจุดเล็กๆ สีดำนั่นคือเมล็ดจากฝักวานิลา) ตกแต่งด้วย strawberry สด วิปครีมนมสด และใบมิ้น ในรูปแบบสวนสวย

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
Little Hideout
https://www.facebook.com/littlehideout
โทร 081-821-8795

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ