View : 7095

       เริ่มจากการมีแบรนด์ชาเป็นของตัวเองในนาม Mali Ateli เมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว แต่ตอนนั้นยังเป็นการส่งชาไปยังร้านของเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ เพื่อจำหน่าย และเมื่อเวลาและโอกาสเหมาะสม เจ้าของร้านคือ คุณกอล์ฟ และ คุณมะลิ จึงตัดสินใจเปิดร้านแห่งนี้ขึ้นและตั้งชื่อร้านว่า Chibi Chibi Café & Atelier
               
       บ่ายวันหนึ่งได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนร้านน่ารักแห่งนี้ ตั้งใจไว้ว่าจะเดินทางด้วยรถสาธารณะ เพราะเห็นว่าร้านนั้นตั้งอยู่กลางเมืองย่านพญาไท หรือถนนศรีอยุธยา จึงคิดว่าไม่ขับรถไปน่าจะดีกว่า ซึ่งผมเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ไปลงสถานีพญาไท และเดินต่อไปยังซอยศรีอยุธยา 2 ใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาที สำหรับคนชอบเดินก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร ส่วนใครไม่อยากเดินก็สามารถต่อรถมอเตอร์ไซรับจ้างก็สะดวกดี
ชื่อร้านมาจากภาษาญี่ปุ่นที่ออกเสียงว่า “จิบิ จิบิ” สื่อถึงเสียงร้องของนกน้อย และยังมีอีกความหมายหนึ่งว่า “ค่อยเป็นค่อยไป” หรือ “ทีละเล็กละน้อย” เหมือนการค่อยๆ เติบโตของร้านแห่งนี้เช่นกัน

       ร้านแห่งนี้เกิดขึ้นจากการรีโนเวทบ้านเก่าหลังหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น เจ้าของร้านมองเห็นว่าทำเลนี้เป็นทำเลที่ดี จึงเลือกที่จะทำการปรับปรุงบ้านไม้หลังนี้ ให้พื้นที่ชั้นล่างกลายเป็นร้านอาหาร โดยมีการขยายตัวบ้านเดิมออกไปเล็กน้อย เพื่อให้ได้พื้นที่ร้านที่เหมาะสม

       เมื่อเข้ามาภายในร้านก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศแบบญี่ปุ่นที่ผสมกับความเป็นลอฟท์เล็กๆ ด้วยสีของผนังปูนขัดมัน สีของไม้ โครงเหล็กที่นำมาทำชั้นวางหนังสือ และการที่ฝ้าเพดานเป็นโครงสร้างของพื้นไม้เดิม เพียงนำมาทาสีใหม่ ก็จะได้ความรู้สึกของสไตล์ลอฟท์ขึ้นมา แม้พื้นที่ของร้านจะไม่ใหญ่โตอะไร แต่ดูไม่อึดอัดเพราะมีการทำหลังคากระจก หรือสกายไลท์ที่ด้านข้างของร้าน ให้แสงธรรมชาติได้สาดส่องเข้ามาภายใน ทำให้ร้านดูสว่างไม่ทึบตัน โดยสกายไลท์นี้เป็นส่วนต่อเติมออกมาจากบ้านเดิม มีโครงสร้างเหล็กกล่องทาสีดำ ดูเรียบง่ายและเข้ากับภาพรวมของร้าน

แสงธรรมชาติจากสกายไลท์ที่ด้านข้างของร้าน ทำให้ภายในดูโปร่งไม่อึดอัด บวกกับการจัดพื้นที่ที่ลงตัว แม้จะมีไม่กี่โต๊ะ แต่ก็ดูเหมาะสมและใช้งานได้สะดวก

คิดจะทำสกายไลท์ ต้องคิดถึงการป้องการเรื่องฝนไว้ด้วย ที่นี่ใช้การทำคิ้วคอนกรีตยื่นออกมาจากผนัง และตัวของกระจกหลังคาก็สอดเข้าใต้คิ้วนี้ เป็นการช่วยลดโอกาสที่น้ำจะไหลย้อนเข้ามาภายในได้ดี

ส่วนเรื่องของอาหารและเครื่องดื่มนั้น ที่นี่ก็พิถีพิถันในทุกรายละเอียด โดยวัตถุดิบส่วนใหญ่จะเป็นวัตถุดิบ Home Made ทุกอณูของรสชาติจึงเต็มไปด้วยความใส่ใจจริงๆ เช่น เมนูสลัดทูน่า ทานคู่กับชามะนาว ทำได้อร่อย ทานแล้วสดชื่น วันนี้ถือว่าคุ้มมากๆ กับการมาที่ร้านแห่งนี้ ได้ทั้งความรู้เรื่องการปรับปรุงบ้าน และยังได้ชิมอาหารอร่อยๆ คราวหน้าจะพาไปที่ร้านใด ติดตามกันต่อไปนะครับ


Tip: ในระหว่างการก่อสร้างนั้น สิ่งที่อาจจะเป็นปัญหาหลักของการปรับปรุงอาคารคือ เราจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าอาคารเดิมนั้น มีความพร้อมมากน้อยเพียงใด เราอาจสามารถตรวจสอบได้ด้วยตาในเบื้องต้น แต่เมื่อจะทำการปรับปรุงจริงๆ แล้ว การลองรื้อและเคลียร์พื้นที่เพื่อตรวจโครงสร้างเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นที่สุด โดยเฉพาะอาคารที่เป็นโครงสร้างไม้ เมื่อผ่านการใช้งานไปนานวัน โครงสร้างไม้ต่างๆ อาจมีการชำรุดในจุดที่เรามองไม่เห็น โชคดีที่โครงสร้างของบ้านหลังนี้ยังแข็งแรงดี มีเพียงส่วนของเปลือกหรือผิวของไม้ที่ชำรุด แต่ไม่ส่งผลต่อความแข็งแรงแต่อย่างใด แต่หากไม่แน่ใจว่าบ้านหรืออาคารที่เราจะปรับปรุงมีความแข็งแรงพอหรือไม่ ควรติดต่อผู้เชี่ยวชาญมาทำการตรวจสอบให้ เป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะนอกจากโครงสร้างเหนือดินแล้ว ยังมีโครงสร้างใต้ดินที่เรามองไม่เห็น ทีมผู้เชียวชาญเหล่านี้จะมีความรู้และอุปกรณ์ในการตรวจสอบแบบครบมือ เมื่อตรวจเสร็จก็จะมีการประเมินว่าอาคารนั้นๆ มีความพร้อมในการปรับปรุงหรือไม่
 

เรื่อง: เอกราช ลักษณสัมฤทธิ์

รีโนเวทบ้านเก่าให้เป็นร้านอาหาร
Chibi Chibi Café & Atelier

ร้านอาหารที่ปรับปรุงจากอาคารไม้หลังเก่า แปลงโฉมให้เป็นร้านอาหารขนาดย่อม ที่มีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นและลอฟท์เข้าด้วยกัน ชวนละมุนทั้งบรรยากาศและรสชาติของอาหาร

บ้านไม้เก่านั้นเดิมมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าไม่มากนัก เจ้าของร้านจึงเลือกที่จะไม่ติดฝ้าเพดาน ใช้โครงสร้างพื้นและตงไม้เดิม เพียงทาสีขาว ก็ทำให้ห้องดูโปร่งสบาย

ผนังฉาบปูนทำผิวขัดมัน ดูเข้ากันกับโครงเหล็กที่นำมาทำชั้นวางหนังสือ

ความทนทานก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เจ้าของบ้านใส่ใจ เช่นในส่วนของพื้นที่เป็นส่วนของโครงสร้างเดิม ก็ทำการเทพื้นปรับระดับใหม่ และทำเป็นผิวหินขัดซึ่งมีความทนทาน เคลือบด้วยน้ำยากันความชื้นเพื่อเพิ่มความทนทานให้มากยิ่งขึ้น ในส่วนของบานประตูและเฟอร์นิเจอร์ ที่นี่ใช้ไม้จริงทั้งหมด ทั้งทนทานและให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติได้ดี

แต่ใครที่เคยแวะเวียนไปร้านนี้ อาจไม่ทราบว่าเป็นร้านที่ปรับปรุงจากบ้านไม้เก่า เพราะเจ้าของนั้นมีการออกแบบและแบ่งพื้นที่ของร้านได้อย่างลงตัว โดยจะมีการกั้นส่วนที่เป็นร้านแยกออกจากส่วนที่เป็นบ้านเก่า กล่าวคือบ้านไม้นั้นยังสามารถใช้งานได้ที่ชั้น 2 และมีทางขึ้นที่เป็นส่วนตัวนั่นเอง อีกทั้งยังมีต้นไม้ใหญ่คอยให้ร่มเงาซึ่งเป็นต้นไม้เดิมที่บริเวณทางเข้าร้าน บรรยากาศจึงชวนให้นั่งพักผ่อน จิบชากาแฟแบบลืมเวลากันเลยทีเดียว
 

ประตูไม้แกะสลักชื่อและโลโก้ของร้าน CHIBI CHIBI Café & Atelier

ที่นี่ยังใช้สีเป็นตัวแบ่งภาพรวมของร้านด้วย เช่น ส่วนของโครงสร้างทั้งเก่าและใหม่จะทาด้วยสีดำ เพื่อให้เกิดรูปแบบที่น่าสนใจ เป็นแนวทางในการตกแต่งร้านอีกแบบหนึ่ง

บรรยากาศโดยรอบที่ร่มรื่น ชวนให้นั่งพักผ่อน

สลัดทูน่า & ชามะนาว

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
Chibi Chibi Café & Atelier
www.facebook.com/chibichibicafe
โทร. 088-399-9699

ภาพ : เอกราช ลักษณสัมฤทธิ์

เรื่อง: เอกราช ลักษณสัมฤทธิ์

รีโนเวทบ้านเก่าให้เป็นร้านอาหาร
Chibi Chibi Café & Atelier

ร้านอาหารที่ปรับปรุงจากอาคารไม้หลังเก่า แปลงโฉมให้เป็นร้านอาหารขนาดย่อม ที่มีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นและลอฟท์เข้าด้วยกัน ชวนละมุนทั้งบรรยากาศและรสชาติของอาหาร

บ้านไม้เก่านั้นเดิมมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าไม่มากนัก เจ้าของร้านจึงเลือกที่จะไม่ติดฝ้าเพดาน ใช้โครงสร้างพื้นและตงไม้เดิม เพียงทาสีขาว ก็ทำให้ห้องดูโปร่งสบาย

ผนังฉาบปูนทำผิวขัดมัน ดูเข้ากันกับโครงเหล็กที่นำมาทำชั้นวางหนังสือ

       เริ่มจากการมีแบรนด์ชาเป็นของตัวเองในนาม Mali Ateli เมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว แต่ตอนนั้นยังเป็นการส่งชาไปยังร้านของเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ เพื่อจำหน่าย และเมื่อเวลาและโอกาสเหมาะสม เจ้าของร้านคือ คุณกอล์ฟ และ คุณมะลิ จึงตัดสินใจเปิดร้านแห่งนี้ขึ้นและตั้งชื่อร้านว่า Chibi Chibi Café & Atelier
               
       บ่ายวันหนึ่งได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนร้านน่ารักแห่งนี้ ตั้งใจไว้ว่าจะเดินทางด้วยรถสาธารณะ เพราะเห็นว่าร้านนั้นตั้งอยู่กลางเมืองย่านพญาไท หรือถนนศรีอยุธยา จึงคิดว่าไม่ขับรถไปน่าจะดีกว่า ซึ่งผมเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ไปลงสถานีพญาไท และเดินต่อไปยังซอยศรีอยุธยา 2 ใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาที สำหรับคนชอบเดินก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร ส่วนใครไม่อยากเดินก็สามารถต่อรถมอเตอร์ไซรับจ้างก็สะดวกดี
ชื่อร้านมาจากภาษาญี่ปุ่นที่ออกเสียงว่า “จิบิ จิบิ” สื่อถึงเสียงร้องของนกน้อย และยังมีอีกความหมายหนึ่งว่า “ค่อยเป็นค่อยไป” หรือ “ทีละเล็กละน้อย” เหมือนการค่อยๆ เติบโตของร้านแห่งนี้เช่นกัน

       ร้านแห่งนี้เกิดขึ้นจากการรีโนเวทบ้านเก่าหลังหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น เจ้าของร้านมองเห็นว่าทำเลนี้เป็นทำเลที่ดี จึงเลือกที่จะทำการปรับปรุงบ้านไม้หลังนี้ ให้พื้นที่ชั้นล่างกลายเป็นร้านอาหาร โดยมีการขยายตัวบ้านเดิมออกไปเล็กน้อย เพื่อให้ได้พื้นที่ร้านที่เหมาะสม

       เมื่อเข้ามาภายในร้านก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศแบบญี่ปุ่นที่ผสมกับความเป็นลอฟท์เล็กๆ ด้วยสีของผนังปูนขัดมัน สีของไม้ โครงเหล็กที่นำมาทำชั้นวางหนังสือ และการที่ฝ้าเพดานเป็นโครงสร้างของพื้นไม้เดิม เพียงนำมาทาสีใหม่ ก็จะได้ความรู้สึกของสไตล์ลอฟท์ขึ้นมา แม้พื้นที่ของร้านจะไม่ใหญ่โตอะไร แต่ดูไม่อึดอัดเพราะมีการทำหลังคากระจก หรือสกายไลท์ที่ด้านข้างของร้าน ให้แสงธรรมชาติได้สาดส่องเข้ามาภายใน ทำให้ร้านดูสว่างไม่ทึบตัน โดยสกายไลท์นี้เป็นส่วนต่อเติมออกมาจากบ้านเดิม มีโครงสร้างเหล็กกล่องทาสีดำ ดูเรียบง่ายและเข้ากับภาพรวมของร้าน

แสงธรรมชาติจากสกายไลท์ที่ด้านข้างของร้าน ทำให้ภายในดูโปร่งไม่อึดอัด บวกกับการจัดพื้นที่ที่ลงตัว แม้จะมีไม่กี่โต๊ะ แต่ก็ดูเหมาะสมและใช้งานได้สะดวก

คิดจะทำสกายไลท์ ต้องคิดถึงการป้องการเรื่องฝนไว้ด้วย ที่นี่ใช้การทำคิ้วคอนกรีตยื่นออกมาจากผนัง และตัวของกระจกหลังคาก็สอดเข้าใต้คิ้วนี้ เป็นการช่วยลดโอกาสที่น้ำจะไหลย้อนเข้ามาภายในได้ดี

ความทนทานก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เจ้าของบ้านใส่ใจ เช่นในส่วนของพื้นที่เป็นส่วนของโครงสร้างเดิม ก็ทำการเทพื้นปรับระดับใหม่ และทำเป็นผิวหินขัดซึ่งมีความทนทาน เคลือบด้วยน้ำยากันความชื้นเพื่อเพิ่มความทนทานให้มากยิ่งขึ้น ในส่วนของบานประตูและเฟอร์นิเจอร์ ที่นี่ใช้ไม้จริงทั้งหมด ทั้งทนทานและให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติได้ดี

แต่ใครที่เคยแวะเวียนไปร้านนี้ อาจไม่ทราบว่าเป็นร้านที่ปรับปรุงจากบ้านไม้เก่า เพราะเจ้าของนั้นมีการออกแบบและแบ่งพื้นที่ของร้านได้อย่างลงตัว โดยจะมีการกั้นส่วนที่เป็นร้านแยกออกจากส่วนที่เป็นบ้านเก่า กล่าวคือบ้านไม้นั้นยังสามารถใช้งานได้ที่ชั้น 2 และมีทางขึ้นที่เป็นส่วนตัวนั่นเอง อีกทั้งยังมีต้นไม้ใหญ่คอยให้ร่มเงาซึ่งเป็นต้นไม้เดิมที่บริเวณทางเข้าร้าน บรรยากาศจึงชวนให้นั่งพักผ่อน จิบชากาแฟแบบลืมเวลากันเลยทีเดียว
 

ประตูไม้แกะสลักชื่อและโลโก้ของร้าน CHIBI CHIBI Café & Atelier

ที่นี่ยังใช้สีเป็นตัวแบ่งภาพรวมของร้านด้วย เช่น ส่วนของโครงสร้างทั้งเก่าและใหม่จะทาด้วยสีดำ เพื่อให้เกิดรูปแบบที่น่าสนใจ เป็นแนวทางในการตกแต่งร้านอีกแบบหนึ่ง

ส่วนเรื่องของอาหารและเครื่องดื่มนั้น ที่นี่ก็พิถีพิถันในทุกรายละเอียด โดยวัตถุดิบส่วนใหญ่จะเป็นวัตถุดิบ Home Made ทุกอณูของรสชาติจึงเต็มไปด้วยความใส่ใจจริงๆ เช่น เมนูสลัดทูน่า ทานคู่กับชามะนาว ทำได้อร่อย ทานแล้วสดชื่น วันนี้ถือว่าคุ้มมากๆ กับการมาที่ร้านแห่งนี้ ได้ทั้งความรู้เรื่องการปรับปรุงบ้าน และยังได้ชิมอาหารอร่อยๆ คราวหน้าจะพาไปที่ร้านใด ติดตามกันต่อไปนะครับ


Tip: ในระหว่างการก่อสร้างนั้น สิ่งที่อาจจะเป็นปัญหาหลักของการปรับปรุงอาคารคือ เราจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าอาคารเดิมนั้น มีความพร้อมมากน้อยเพียงใด เราอาจสามารถตรวจสอบได้ด้วยตาในเบื้องต้น แต่เมื่อจะทำการปรับปรุงจริงๆ แล้ว การลองรื้อและเคลียร์พื้นที่เพื่อตรวจโครงสร้างเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นที่สุด โดยเฉพาะอาคารที่เป็นโครงสร้างไม้ เมื่อผ่านการใช้งานไปนานวัน โครงสร้างไม้ต่างๆ อาจมีการชำรุดในจุดที่เรามองไม่เห็น โชคดีที่โครงสร้างของบ้านหลังนี้ยังแข็งแรงดี มีเพียงส่วนของเปลือกหรือผิวของไม้ที่ชำรุด แต่ไม่ส่งผลต่อความแข็งแรงแต่อย่างใด แต่หากไม่แน่ใจว่าบ้านหรืออาคารที่เราจะปรับปรุงมีความแข็งแรงพอหรือไม่ ควรติดต่อผู้เชี่ยวชาญมาทำการตรวจสอบให้ เป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะนอกจากโครงสร้างเหนือดินแล้ว ยังมีโครงสร้างใต้ดินที่เรามองไม่เห็น ทีมผู้เชียวชาญเหล่านี้จะมีความรู้และอุปกรณ์ในการตรวจสอบแบบครบมือ เมื่อตรวจเสร็จก็จะมีการประเมินว่าอาคารนั้นๆ มีความพร้อมในการปรับปรุงหรือไม่
 

บรรยากาศโดยรอบที่ร่มรื่น ชวนให้นั่งพักผ่อน

สลัดทูน่า & ชามะนาว

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
Chibi Chibi Café & Atelier
www.facebook.com/chibichibicafe
โทร. 088-399-9699

ภาพ : เอกราช ลักษณสัมฤทธิ์

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ