View : 354
เรื่อง: นายแว่นสีชา

เสน่ห์เรียบง่ายของบ้านไม้แห่งที่ราบสูง

เราคุยเรื่องบ้านสวยๆ กันมามากมาย แต่ภาพที่เห็นเวลาเดินไปต่างจังหวัด บ้านไม้หลายหลังถูกรื้อนำไปขายต่อ บางหลังถูกทิ้งร้างให้เสื่อมโทรม ครั้งนี้เองจึงอยากจะพามาชมบ้านที่อาจเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนหันมาฟื้นฟูบ้านไม้ที่ทรุดโทรมให้กับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

แน่นอนที่คนเราย่อมจะมีจุดเชื่อมผ่านของชีวิตหลายต่อหลายครั้ง และครั้งสำคัญครั้งหนึ่งของชีวิตก็น่าจะเป็นการแต่งงาน ที่บ้านวังน้ำมอก อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย มีการทำบ้านไม้แบบดั้งเดิมที่มักสร้างให้คู่แต่งงานใหม่อยู่ ซึ่งถือได้ว่าเป็นมรดกที่พ่อแม่เตรียมไว้ให้ เพราะหลังจากนั้นพวกเขาทั้งคู่ต้องค่อยๆ สร้างเนื้อสร้างตัวต่อเติมบ้านกันเองต่อไป

หากมองพื้นที่โดยรวมของบ้านวังน้ำมอก พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นแผ่นหินยากแก่การขุดเจาะวางเสา บ้านที่นี่จึงต้องวางเสาบนก้อนหินหรือก่อปูนยึดเสาไว้กับพื้น แต่พื้นหินนั้นเองคือเสน่ห์ ประกอบกับพื้นที่รายล้อมรอบบ้าน ตรงกลางมีแอ่งน้ำไหลผ่าน ทำให้ภาพรวมของที่นี่ดูสวยงามตามธรรมชาติอย่างแท้จริง

ปากทางเข้าศูนย์ท่องเที่ยวบ้านวังน้ำมอกนั้น มีซุ้มประตูประดับด้วยเส้นฝ้ายเสมือนม่านบังตา ด้วยที่นี่เปิดเป็นโฮมสเตย์ทำให้เห็นวัฒนธรรมดั้งเดิม ซึ่งมีการประยุกต์นำฝ้ายมาเป็นเครื่องตกแต่งบ้านได้อย่างน่าสนใจ

ก่อนอื่นเราขอขึ้นไปบนบ้านไม้หลังใหญ่ด้านหน้าเสียก่อน ส่วนนี้ตั้งใจให้เป็นลานกิจกรรม เลยปล่อยพื้นที่ตรงกลางว่าง แล้วประดับตกแต่งด้วยโคมไฟพาแลง ที่มีทั้งขนาดใหญ่ขนาดเล็กไล่ระดับ เมื่อเปิดไฟ แสงด้านในทำให้ผ้าที่เป็นสีต่างๆ สดใสหลากตาดีไม่น้อย ด้านหน้าตรงส่วนกลางบ้านมีระเบียงไว้นั่งรับลม ส่วนหลังบ้านสามารถเปิดโล่งเพื่อเดินไปยังส่วนอื่นๆ ได้

ในห้องนอนถูกตกแต่งอย่างเรียบง่าย เน้นความโปร่งโล่ง และมีหน้าต่างโดยรอบ ระเบียงบางส่วนไม่มีผนังกั้น แต่ใช้เสื่อฝีมือประณีตของชาวบ้านปิดไว้เพื่อบังสายตา

คราวนี้มาถึงบ้านอีกหลังที่เกริ่นไว้แต่แรก ว่าเป็นบ้านของคู่หนุ่มสาวที่เพิ่งแต่งงานกัน ตัวบ้านนั้นจะยกสูงสองชั้น ด้านหน้าเป็นเพิงเล็กๆ ไว้เป็นโรงครัวก่อไฟปิ้งย่างกันตามสะดวกตามแบบฉบับของครอบครัว บันไดบ้านแบ่งเป็น 2 ช่วง โดยช่วงแรกไม่สูงนัก เปิดพื้นที่โล่งเป็นที่นอนและนั่งพัก ถ้าแดดร้อนก็มีเสื่อเป็นม่านไว้บังแสงได้

พอขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง เป็นห้องนอนขนาดย่อม กางมุ้งและมีหน้าต่างโดยรอบให้ลมเข้าได้อย่างดีด้วยไม่มีบานหน้าต่างปิด มีเพียงผ้าขาวม้าที่ปิดไว้บังตาเท่านั้น นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของคู่รักหนุ่มสาวที่ต้องหมั่นทำงานเพื่อหาเงินมาต่อเติมบ้านและขยายครอบครัว

ส่วนริมน้ำนั้น นอกจากจะมีซุ้มเล็กๆ ไว้นั่งทานอาหารประดับด้วยโคมไฟพาแลงแล้ว ยังมีเรือนไม้หลังใหญ่เปิดโล่งไว้เป็นที่รับประทานอาหาร ด้านบนประดับด้วยใยแมงมุมตามความเชื่อของวิถีชาวบ้านในเรื่องโชคลาภ ซึ่งการมาที่นี่นอกจากจะมาชมบ้านตามวิถีดั้งเดิมแล้ว อาหารแบบขันโตกยังอร่อยดีไม่น้อย โดยเฉพาะผักต่างๆ ที่สดจนอยากกลับไปอีกหน

มาถึงบ้านไม้เก่าอีกหลังถูกปล่อยทิ้งร้างไว้นาน ก่อนมีการปรับปรุงให้เข้ากับสภาพชีวิตปัจจุบัน ที่ศูนย์วิจัยดอนเจ้าปู่ อ.พนา จ.อำนาจเจริญ ซึ่งเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น อายุราว 80 ปี เดิมเจ้าของเป็นครูในหมู่บ้านทำให้มีคนเข้ามาพูดคุยเป็นประจำ สิ่งเหล่านี้คือความผูกพัน ที่หลังจากปล่อยให้ทิ้งร้างได้พักใหญ่ คุณป้าที่แต่งงานกับชาวต่างชาติไป เมื่อกลับมาเมืองไทยก็อยากจะเห็นภาพเก่าๆ ครั้งที่บิดาเคยอยู่ จึงทำการปรับปรุงบ้านให้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง

เริ่มจากการดีดบ้านให้สูงขึ้น และขยับมาด้านซ้ายเพื่อให้เหลือพื้นที่ด้านขวาไว้ใช้งาน เอกลักษณ์ของที่นี่คือเรือนปั้นหยา เนื้อไม้เก่าส่วนใหญ่ยังใช้ได้ดี แต่ผนังไม้บางช่วงต้องเปลี่ยนไปเนื่องจากผุพัง ส่วนบันไดทางขึ้นด้านหน้าย้ายมาอยู่หลังบ้าน และปรับให้ไม่ลาดชันเหมือนอันเก่า ใต้ถุนบ้านเน้นโปร่งจากเดิมที่ปิดทึบ เพราะเน้นการทำกิจกรรมในการพูดคุยหรือจัดงานเป็นหลัก

เมื่อขึ้นไปถึงด้านบน จากเดิมที่เคยปล่อยโล่งก็กั้นเป็น 3 ห้อง แล้วแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งวางโซฟาเข้ามุม ส่วนมุมตรงข้ามเป็นห้องครัวที่เพิ่งต่อเติมขึ้นมาใหม่พร้อมๆ กับห้องน้ำที่แต่เดิมอยู่ชั้นล่าง ความโดดเด่นของชั้นบนอยู่ที่ฝ้าเพดาน ด้วยการใช้ไม้แบบดั้งเดิมทำให้ดูลงตัวเข้ากับการตกแต่งโดยรวม

บ้านไม้หลังนี้ ปัจจุบันมีชาวต่างชาติเข้ามาพักอาศัยไม่ขาดสาย ก็ด้วยการก่อตั้งเป็นศูนย์วิจัย ทำให้มีนักศึกษาทั่วทุกมุมโลกอยากเข้ามาชม และอยู่กันยาวหลายเดือน นี่เลยเป็นอีกไอเดียแบบบ้านๆ แต่ดึงความสนใจจากชาวต่างชาติให้อยากมาเยี่ยมชมมาอยู่อาศัยและได้รับแรงบันดาลใจกลับไปมากมาย

แน่นอนว่า ถ้าชีวิตคนหนึ่งคนขึ้นไปสูงสุดแค่ไหน สักวันหนึ่งก็คงอยากจะกลับมาใช้ชีวิตแบบสามัญ และนั่นถือว่าเป็นความสุขอย่างหนึ่งเมื่อได้กลับมาอยู่ในบ้านที่เคยจากมา

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ