View : 8330

       คงยากจะปฏิเสธว่า ปัจจุบันกระแสวัฒนธรรมญี่ปุ่นกำลังมาแรงในบ้านเราเสียจนเกือบจะกลายเป็นเทรนด์แฟชั่นอยู่รอมร่อ นอกจากด้านภาพยนตร์ สื่อบันเทิง และหนังสือการ์ตูนแล้ว ยังรวมไปถึงสไตล์การออกแบบตกแต่งทางสถาปัตยกรรมด้วย ดูได้จากคาเฟ่ร้านอาหารหรือโครงการที่อยู่อาศัยมากมายที่พยายามชูความเป็นญี่ปุ่นขึ้นมาเป็นจุดขาย ซึ่งบางแห่งก็เพียงแค่นำเสนออย่างผิวเผินโดยนำตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นมาแปะที่ป้ายหน้าร้านเท่านั้น  ถึงตอนนี้ คำถามที่อาจจะผุดขึ้นมาในใจของใครหลายคนก็คือ แล้วทำอย่างไรให้งานออกแบบมีกลิ่นอายแบบญี่ปุ่นร่วมสมัยโดยไม่ต้องพึ่งอักษรภาษา?

       ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่างานสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นนั้นมีความผูกพันกับสภาพภูมิประเทศอย่างเหนียวแน่น เนื่องจากมีลักษณะเป็นเกาะ และเกิดอุบัติภัยทางธรรมชาติบ่อยครั้ง ดังนั้นการออกแบบจึงมีการคำนึงถึงความปลอดภัย ไม่ว่าจะในส่วนของโครงสร้างของอาคาร รายละเอียดการก่อสร้าง รวมไปถึงการเลือกใช้วัสดุต่างๆ ที่มีน้ำหนักเบา เช่น ผนังโชจิที่ทำจากกระดาษและโครงไม้ เป็นต้น ดังนั้นการที่จะลอกเลียนงานสถาปัตย์ของญี่ปุ่นมาทั้งหมดนั้น อาจจะไม่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศบ้านเราเท่าไรนัก จึงขอนำเสนอกลิ่นอายแบบญี่ปุ่นในเชิงรูปธรรมที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ไว้ดังนี้

สีสันและวัสดุ ด้วยความที่อาคารบ้านเรือนของญี่ปุ่นมีความผูกพันกับธรรมชาติ สีสันย่อมมาจากสีของวัสดุตามธรรมชาติ เช่น สีน้ำตาลของไม้ หรือ สีเทาดำของหิน หากเป็นยุคสมัยใหม่ที่นิยมโทนสว่างอบอุ่น จะนิยมใช้ไม้สีอ่อนเข้าคู่กับสีขาวเกลี้ยงเกลาแบบตะวันตก โดยอาจมีการเพิ่มเติมสีแนวเอิร์ธโทน เช่น น้ำตาล ครีม หรือเฉดสีที่ขรึมหน่อยอย่างน้ำเงินกรมท่า เขียวขี้ม้า เป็นต้น ให้สังเกตว่าโดยส่วนมากงานตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นจะไม่นิยมใช้สีที่จัดจ้านมากนัก แต่ถ้าต้องการเพิ่มความสดใสให้กับห้อง ก็สามารถเลือกใช้เฉดสีพาสเทลได้
 

ตัวอย่างวัสดุและโทนสีที่ให้กลิ่นอายสไตล์ญี่ปุ่น
ขอบคุณภาพ : decoracion.facilisimo.com และ obscura-magazine.com ตามลำดับ

โถงทางเข้า เอกลักษณ์ของบ้านสไตล์ญี่ปุ่น
ขอบคุณภาพ : Homedit.com และ freshome.com ตามลำดับ

ช่องเปิด หรือ หน้าต่าง งานสถาปัตยกรรมภายในของญี่ปุ่นนั้นมักจะเชื่อมต่อกลมกลืนกับธรรมชาติ เราอาจคุ้นตากับภาพของห้องญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เปิดกว้างสู่สวนสีเขียวอันร่มรื่นภายนอก แต่ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าจำเป็นต้องเปิดแบบโล่งโจ้งเสมอไป สถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นมักจะจำกัดหรือสร้างกรอบภาพของสิ่งที่ต้องการให้มองเห็นแบบเฉพาะเจาะจง เช่น หากเครื่องเรือนอยู่ติดพื้น ช่องเปิดอาจจะเจาะในระดับที่ค่อนข้างเตี้ย เพื่อรับกับมุมสายตาของผู้ใช้งานในสเปซนั้นๆ ดังนั้นจึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนที่มีพื้นที่สวนภายนอกไม่มากนัก เพราะเราอาจเลือกเจาะช่องหน้าต่างไปสู่สวนสวยที่เราตั้งใจจะโชว์ได้

ชาน ลำดับสเปซของบ้านสไตล์ญี่ปุ่นนั้นมีส่วนคล้ายคลึงกับเรือนไทยของบ้านเราอยู่บางประการ ที่เห็นชัดก็คือ ชานระเบียง ที่จะคั่นอยู่ระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอก ชานของญี่ปุ่นนั้นจะมีขนาดไม่กว้างนัก ส่วนมากจะกว้างพอแค่ให้เดินสวนกันได้ ข้อดีของส่วนนี้ก็คือจะอยู่ใกล้ชิดกับสวนภายนอก จึงนิยมใช้พักผ่อนหย่อนใจ และสามารถใช้ทำกิจกรรมได้หลากหลาย จนอาจเรียกว่าเป็นส่วนอเนกประสงค์ก็ได้

สวนญี่ปุ่น ถัดออกมาจากชานเรือน สวนญี่ปุ่นก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มกลิ่นอายความเป็นธรรมชาติให้แก่พื้นที่ภายในได้ ข้อดีของสวนญี่ปุ่นคือไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่กว้างขวาง แต่ก็สามารถจัดวางองค์ประกอบให้สวยงามรื่นรมย์ได้ หากใครมีพื้นที่จำกัด ไม่อาจปลูกต้นไม้ลงดิน ก็อาจทำสวนหินง่ายๆ แบบนิกายเซน ก็ให้ความรู้สึกสงบสวยงามอีกรูปแบบหนึ่ง

       อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้องค์ประกอบที่มีกลิ่นอายแบบญี่ปุ่นที่กล่าวมานั้น จำเป็นต้องคำนึงถึงความเหมาะสมในการประยุกต์ใช้ด้วย แน่นอนว่าถ้ามีพื้นที่กว้างขวาง ก็ย่อมมีทางเลือกให้จัดวางเลือกสรรมากกว่า แต่หากใครมีพื้นที่จำกัด ก็ไม่ควรฝืนยัดเยียดทุกองค์ประกอบจนเกินความจำเป็น ถ้าเป็นห้องพักในคอนโดมิเนียม ก็อาจพิจารณาใช้แค่สีสัน เฟอร์นิเจอร์ หรืออาจจะจัดสวนเล็กๆ ที่ระเบียงร่วมด้วยเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ก็ให้กลิ่นอายสไตล์ญี่ปุ่นที่สวยงามเหมาะสมกับการใช้งานและพื้นที่แล้ว
 

เรื่อง: ชมพูนุท ชิงนวรรณ์

แต่งบ้านสวยด้วยกลิ่นอายญี่ปุ่นยุคใหม่

ด้วยความที่งานสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นนั้นมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัว ทั้งทางโครงสร้าง องค์ประกอบ และบรรยากาศ เราสามารถดึงเอาความโดดเด่นนั้นมาประยุกต์ใช้ ผสมผสานกับวิถีชีวิตสมัยใหม่ เพื่อก่อให้เกิดกลิ่นอายแบบญี่ปุ่นร่วมสมัยได้ในหลายๆ แนวทาง

รูปแบบสถาปัตยกรรมที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมของญี่ปุ่น
ขอบคุณภาพ: decorationofhome.net

ตัวอย่างการตกแต่งภายในแบบ Modern Japanese
ขอบคุณภาพ : jinbiban.com และ decoist.com ตามลำดับ

โถงทางเข้าบ้าน ลักษณะทางเข้าบ้านของญี่ปุ่นจะมีการแบ่งระดับไว้ชัดเจน คือพื้นระดับล่างที่อาจเชื่อมต่อมาจากด้านนอก และพื้นด้านในที่ยกระดับขึ้นมาหนึ่งขั้น โดยปกติแล้ว คนญี่ปุ่นจะไม่ใส่รองเท้าขึ้นมาบนพื้นระดับบน หรือใส่ถุงเท้าลงไปย่ำพื้นระดับล่างเป็นอันขาด ซึ่งรูปแบบโถงทางเข้าเช่นนี้ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นมากอย่างหนึ่งของที่อยู่อาศัยแบบญี่ปุ่น วัสดุที่นิยมใช้บริเวณพื้นระดับล่างต้องมีความทนทานต่อความสกปรกและทำความสะอาดง่าย เช่น พื้นหิน หรือกระเบื้อง เป็นต้น ส่วนวัสดุที่ใช้สำหรับพื้นยกระดับนี้ ควรเป็นวัสดุที่ให้ความรู้สึกเบาและสะอาดสะอ้าน เช่น พื้นไม้ หรือเสื่อทาทามิ เป็นต้น

เฟอร์นิเจอร์ ความเป็นอยู่ดั้งเดิมของคนญี่ปุ่นนั้นมักจะกินอยู่กับพื้นเรือนซึ่งปูด้วยเสื่อทาทามิ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารบนโต๊ะเตี้ยและเบาะรองนั่ง หรือการนอนบนฟูกก็ตามที หากนำมาประยุกต์ใช้กับบ้านเรือนสมัยใหม่ ก็อาจเลือกใช้เครื่องเรือนที่มีสัดส่วนค่อนข้างเตี้ย ไม่ว่าจะเป็นโซฟา โต๊ะข้าง ชั้นวางทีวี เป็นต้น ในส่วนของการรับประทานอาหารนั้น หากจำเป็นต้องใช้โต๊ะเก้าอี้แบบสากล ก็ควรเลือกโทนสีและวัสดุให้เหมาะสมกับองค์ประกอบส่วนอื่นๆ ด้วย นอกจากนี้ การเลือกใช้เตียงนอนนั้น อาจบิลท์อินเพิ่มระดับพื้นขึ้นมาเป็นแพลทฟอร์ม (Platform) เตี้ยๆ แล้วจึงวางเตียงนอนโดยไม่ต้องมีฐานเตียง แต่หากต้องการใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ก็ควรเลือกฐานเตียงที่ค่อนข้างเตี้ยอย่างที่กล่าวไว้แล้วข้างต้น
 

การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีสัดส่วนเตี้ย และ การยกระดับพื้นสำหรับวางฟูกนอน
ขอบคุณภาพ : inthomedesign.com และ theultralinx.com ตามลำดับ

การเจาะช่องเปิดที่สร้างกรอบภาพให้แก่ธรรมชาติ
ขอบคุณภาพ : nuuro.tumblr.com , pinhomeideas.com , Homeadore.com และ freshome.com ตามลำดับ

ชานเรือนแบบญี่ปุ่น
ขอบคุณภาพ : tokyopic.com และ iubis-group.com ตามลำดับ

ตัวอย่างสวนญี่ปุ่น ที่ไม่ต้องใช้พื้นที่มาก
ขอบคุณภาพ : zenjapaneselandscape.com และ home-designing.com ตามลำดับ



เรื่อง: ชมพูนุท ชิงนวรรณ์

แต่งบ้านสวยด้วยกลิ่นอายญี่ปุ่นยุคใหม่

ด้วยความที่งานสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นนั้นมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัว ทั้งทางโครงสร้าง องค์ประกอบ และบรรยากาศ เราสามารถดึงเอาความโดดเด่นนั้นมาประยุกต์ใช้ ผสมผสานกับวิถีชีวิตสมัยใหม่ เพื่อก่อให้เกิดกลิ่นอายแบบญี่ปุ่นร่วมสมัยได้ในหลายๆ แนวทาง

รูปแบบสถาปัตยกรรมที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมของญี่ปุ่น
ขอบคุณภาพ: decorationofhome.net

ตัวอย่างการตกแต่งภายในแบบ Modern Japanese
ขอบคุณภาพ : jinbiban.com และ decoist.com ตามลำดับ

       คงยากจะปฏิเสธว่า ปัจจุบันกระแสวัฒนธรรมญี่ปุ่นกำลังมาแรงในบ้านเราเสียจนเกือบจะกลายเป็นเทรนด์แฟชั่นอยู่รอมร่อ นอกจากด้านภาพยนตร์ สื่อบันเทิง และหนังสือการ์ตูนแล้ว ยังรวมไปถึงสไตล์การออกแบบตกแต่งทางสถาปัตยกรรมด้วย ดูได้จากคาเฟ่ร้านอาหารหรือโครงการที่อยู่อาศัยมากมายที่พยายามชูความเป็นญี่ปุ่นขึ้นมาเป็นจุดขาย ซึ่งบางแห่งก็เพียงแค่นำเสนออย่างผิวเผินโดยนำตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นมาแปะที่ป้ายหน้าร้านเท่านั้น  ถึงตอนนี้ คำถามที่อาจจะผุดขึ้นมาในใจของใครหลายคนก็คือ แล้วทำอย่างไรให้งานออกแบบมีกลิ่นอายแบบญี่ปุ่นร่วมสมัยโดยไม่ต้องพึ่งอักษรภาษา?

       ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่างานสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นนั้นมีความผูกพันกับสภาพภูมิประเทศอย่างเหนียวแน่น เนื่องจากมีลักษณะเป็นเกาะ และเกิดอุบัติภัยทางธรรมชาติบ่อยครั้ง ดังนั้นการออกแบบจึงมีการคำนึงถึงความปลอดภัย ไม่ว่าจะในส่วนของโครงสร้างของอาคาร รายละเอียดการก่อสร้าง รวมไปถึงการเลือกใช้วัสดุต่างๆ ที่มีน้ำหนักเบา เช่น ผนังโชจิที่ทำจากกระดาษและโครงไม้ เป็นต้น ดังนั้นการที่จะลอกเลียนงานสถาปัตย์ของญี่ปุ่นมาทั้งหมดนั้น อาจจะไม่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศบ้านเราเท่าไรนัก จึงขอนำเสนอกลิ่นอายแบบญี่ปุ่นในเชิงรูปธรรมที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ไว้ดังนี้

สีสันและวัสดุ ด้วยความที่อาคารบ้านเรือนของญี่ปุ่นมีความผูกพันกับธรรมชาติ สีสันย่อมมาจากสีของวัสดุตามธรรมชาติ เช่น สีน้ำตาลของไม้ หรือ สีเทาดำของหิน หากเป็นยุคสมัยใหม่ที่นิยมโทนสว่างอบอุ่น จะนิยมใช้ไม้สีอ่อนเข้าคู่กับสีขาวเกลี้ยงเกลาแบบตะวันตก โดยอาจมีการเพิ่มเติมสีแนวเอิร์ธโทน เช่น น้ำตาล ครีม หรือเฉดสีที่ขรึมหน่อยอย่างน้ำเงินกรมท่า เขียวขี้ม้า เป็นต้น ให้สังเกตว่าโดยส่วนมากงานตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นจะไม่นิยมใช้สีที่จัดจ้านมากนัก แต่ถ้าต้องการเพิ่มความสดใสให้กับห้อง ก็สามารถเลือกใช้เฉดสีพาสเทลได้
 

ตัวอย่างวัสดุและโทนสีที่ให้กลิ่นอายสไตล์ญี่ปุ่น
ขอบคุณภาพ : decoracion.facilisimo.com และ obscura-magazine.com ตามลำดับ

โถงทางเข้า เอกลักษณ์ของบ้านสไตล์ญี่ปุ่น
ขอบคุณภาพ : Homedit.com และ freshome.com ตามลำดับ

โถงทางเข้าบ้าน ลักษณะทางเข้าบ้านของญี่ปุ่นจะมีการแบ่งระดับไว้ชัดเจน คือพื้นระดับล่างที่อาจเชื่อมต่อมาจากด้านนอก และพื้นด้านในที่ยกระดับขึ้นมาหนึ่งขั้น โดยปกติแล้ว คนญี่ปุ่นจะไม่ใส่รองเท้าขึ้นมาบนพื้นระดับบน หรือใส่ถุงเท้าลงไปย่ำพื้นระดับล่างเป็นอันขาด ซึ่งรูปแบบโถงทางเข้าเช่นนี้ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นมากอย่างหนึ่งของที่อยู่อาศัยแบบญี่ปุ่น วัสดุที่นิยมใช้บริเวณพื้นระดับล่างต้องมีความทนทานต่อความสกปรกและทำความสะอาดง่าย เช่น พื้นหิน หรือกระเบื้อง เป็นต้น ส่วนวัสดุที่ใช้สำหรับพื้นยกระดับนี้ ควรเป็นวัสดุที่ให้ความรู้สึกเบาและสะอาดสะอ้าน เช่น พื้นไม้ หรือเสื่อทาทามิ เป็นต้น

เฟอร์นิเจอร์ ความเป็นอยู่ดั้งเดิมของคนญี่ปุ่นนั้นมักจะกินอยู่กับพื้นเรือนซึ่งปูด้วยเสื่อทาทามิ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารบนโต๊ะเตี้ยและเบาะรองนั่ง หรือการนอนบนฟูกก็ตามที หากนำมาประยุกต์ใช้กับบ้านเรือนสมัยใหม่ ก็อาจเลือกใช้เครื่องเรือนที่มีสัดส่วนค่อนข้างเตี้ย ไม่ว่าจะเป็นโซฟา โต๊ะข้าง ชั้นวางทีวี เป็นต้น ในส่วนของการรับประทานอาหารนั้น หากจำเป็นต้องใช้โต๊ะเก้าอี้แบบสากล ก็ควรเลือกโทนสีและวัสดุให้เหมาะสมกับองค์ประกอบส่วนอื่นๆ ด้วย นอกจากนี้ การเลือกใช้เตียงนอนนั้น อาจบิลท์อินเพิ่มระดับพื้นขึ้นมาเป็นแพลทฟอร์ม (Platform) เตี้ยๆ แล้วจึงวางเตียงนอนโดยไม่ต้องมีฐานเตียง แต่หากต้องการใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ก็ควรเลือกฐานเตียงที่ค่อนข้างเตี้ยอย่างที่กล่าวไว้แล้วข้างต้น
 

การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีสัดส่วนเตี้ย และ การยกระดับพื้นสำหรับวางฟูกนอน
ขอบคุณภาพ : inthomedesign.com และ theultralinx.com ตามลำดับ

การเจาะช่องเปิดที่สร้างกรอบภาพให้แก่ธรรมชาติ
ขอบคุณภาพ : nuuro.tumblr.com , pinhomeideas.com , Homeadore.com และ freshome.com ตามลำดับ

ช่องเปิด หรือ หน้าต่าง งานสถาปัตยกรรมภายในของญี่ปุ่นนั้นมักจะเชื่อมต่อกลมกลืนกับธรรมชาติ เราอาจคุ้นตากับภาพของห้องญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เปิดกว้างสู่สวนสีเขียวอันร่มรื่นภายนอก แต่ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าจำเป็นต้องเปิดแบบโล่งโจ้งเสมอไป สถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นมักจะจำกัดหรือสร้างกรอบภาพของสิ่งที่ต้องการให้มองเห็นแบบเฉพาะเจาะจง เช่น หากเครื่องเรือนอยู่ติดพื้น ช่องเปิดอาจจะเจาะในระดับที่ค่อนข้างเตี้ย เพื่อรับกับมุมสายตาของผู้ใช้งานในสเปซนั้นๆ ดังนั้นจึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนที่มีพื้นที่สวนภายนอกไม่มากนัก เพราะเราอาจเลือกเจาะช่องหน้าต่างไปสู่สวนสวยที่เราตั้งใจจะโชว์ได้

ชาน ลำดับสเปซของบ้านสไตล์ญี่ปุ่นนั้นมีส่วนคล้ายคลึงกับเรือนไทยของบ้านเราอยู่บางประการ ที่เห็นชัดก็คือ ชานระเบียง ที่จะคั่นอยู่ระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอก ชานของญี่ปุ่นนั้นจะมีขนาดไม่กว้างนัก ส่วนมากจะกว้างพอแค่ให้เดินสวนกันได้ ข้อดีของส่วนนี้ก็คือจะอยู่ใกล้ชิดกับสวนภายนอก จึงนิยมใช้พักผ่อนหย่อนใจ และสามารถใช้ทำกิจกรรมได้หลากหลาย จนอาจเรียกว่าเป็นส่วนอเนกประสงค์ก็ได้

สวนญี่ปุ่น ถัดออกมาจากชานเรือน สวนญี่ปุ่นก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มกลิ่นอายความเป็นธรรมชาติให้แก่พื้นที่ภายในได้ ข้อดีของสวนญี่ปุ่นคือไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่กว้างขวาง แต่ก็สามารถจัดวางองค์ประกอบให้สวยงามรื่นรมย์ได้ หากใครมีพื้นที่จำกัด ไม่อาจปลูกต้นไม้ลงดิน ก็อาจทำสวนหินง่ายๆ แบบนิกายเซน ก็ให้ความรู้สึกสงบสวยงามอีกรูปแบบหนึ่ง

       อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้องค์ประกอบที่มีกลิ่นอายแบบญี่ปุ่นที่กล่าวมานั้น จำเป็นต้องคำนึงถึงความเหมาะสมในการประยุกต์ใช้ด้วย แน่นอนว่าถ้ามีพื้นที่กว้างขวาง ก็ย่อมมีทางเลือกให้จัดวางเลือกสรรมากกว่า แต่หากใครมีพื้นที่จำกัด ก็ไม่ควรฝืนยัดเยียดทุกองค์ประกอบจนเกินความจำเป็น ถ้าเป็นห้องพักในคอนโดมิเนียม ก็อาจพิจารณาใช้แค่สีสัน เฟอร์นิเจอร์ หรืออาจจะจัดสวนเล็กๆ ที่ระเบียงร่วมด้วยเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ก็ให้กลิ่นอายสไตล์ญี่ปุ่นที่สวยงามเหมาะสมกับการใช้งานและพื้นที่แล้ว
 

ชานเรือนแบบญี่ปุ่น
ขอบคุณภาพ : tokyopic.com และ iubis-group.com ตามลำดับ

ตัวอย่างสวนญี่ปุ่น ที่ไม่ต้องใช้พื้นที่มาก
ขอบคุณภาพ : zenjapaneselandscape.com และ home-designing.com ตามลำดับ



ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ