View : 21374

       ภายในซอยศาลาแดง 1 มีร้านดิบเท่ร้านหนึ่งอยากแนะนำครับ นอกจากจะมีบรรยากาศของร้านที่ดี และตัวร้านยังตกแต่งได้อย่างน่าสนใจ เป็นร้านจากการรีโนเวทอาคารเก่า ที่ผสานความเก่าและใหม่ได้อย่างลงตัว ร้าน BITTERMAN ครับ
               
       ร้าน BITTERMAN เกิดจากความฝันของนักศึกษากลุ่มหนึ่งจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่รวมตัวกันลงมือปรับปรุงบ้านเก่าให้กลายเป็นร้านอาหารดิบเท่สไตล์ลอฟท์นี้ โดยกลุ่มเพื่อนทั้งหมด 5 คนประกอบด้วย เจตนา เรืองจันทร์ (เจต), ชภัทร ติวุตานนท์ (เนย) ดูแลเรื่องการออกแบบตกแต่งร้าน, นท พนายางกูร (นท เดอะสตาร์) ออกแบบงานกราฟฟิคทั้งหมดของร้าน, กิตติธัช เกียรติธนาวิทย์ (กบ) ดูแลเรื่องอาหารและสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ, รพี ปรีดาพันธ์ (ปิงปอง) ดูแลเรื่องภาพลักษณ์และการประชาสัมพันธ์ร้าน ทุกคนกำลังศึกษาอยู่ในชั้นปีที่ 3 ดูจะเป็นความฝันที่มาเร็วและใหญ่โต แต่พวกเขาก็ไม่เคยกลัวและตั้งใจทำมันอย่างเต็มที่
 
       แนวคิดการออกแบบถูกสื่อสารผ่านรูปแบบทั้งหมดของร้าน เริ่มที่ชื่อ BITTERMAN แปลตรงตัวคือ BITTER = ขม, MAN = คน, ผู้ชาย รวมแล้วให้ความรู้สึกถึงความดิบ ไม่เนี้ยบ แต่ยังคงความอบอุ่นน่าอยู่ การตกแต่งจึงดูมีความตรงไปตรงมา จริงใจ เข้าใจง่าย เห็นชัดเจนว่าอะไรคืออะไร สื่อสารผ่านผนังอิฐ งานระบบที่เดินโชว์ พื้นคอนกรีต เหล็ก และไม้
 
       ร้านนี้เป็นร้านที่รีโนเวทจากอาคารเก่า เดิมอาคารถูกใช้งานเป็นร้านค้า จึงไม่ได้มีการคิดถึงเรื่องช่องเปิดหรือประตูหน้าต่างมากนัก และเน้นไปในการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าในการค้าขายมากที่สุด อาคารเดิมจึงทึบและมืด เมื่อครั้งที่มาดูบ้านหลังนี้ครั้งแรกจึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะทำการออกแบบไปในทิศทางใด รู้เพียงว่าตัวอาคารหรือสถาปัตยกรรมเดิมนั้นมีความงดงามในตัวของมันเองอยู่แล้ว บวกกับความชอบในการออกแบบตกแต่งที่ดูดิบ และเผยให้เห็นโครงสร้างจริง วัสดุจริง ทั้ง 5 คนจึงลงความเห็นว่าบ้านหลังนี้สามารถปรับปรุงให้สวยงามน่าใช้งานได้ตามสไตล์ที่ชอบ จึงตัดสินใจเลือกบ้านหลังนี้ในการทำเป็นร้านอาหารเท่ๆ นี้

ถัดจากส่วน Glass House เป็นเคาน์เตอร์บาร์ แสงไฟวอร์มไวท์ทำให้บรรยากาศภายในดูอบอุ่น ตัดกับแสงธรรมชาติที่ส่องผ่าน Glass House

โครงสร้างส่วนต่อเติมนี้เป็นเหล็กทั้งหมด เพิ่มสกายไลท์กระจกยิ่งทำให้พื้นที่นี้ดูพิเศษขึ้น ความหลากหลายของวัสดุที่คุมโทนมาแล้ว ทำให้ทั้งไม้ เหล็ก กระจก และต้นไม้ที่เลือกใช้สื่อสารความเป็น Glass House ได้เป็นอย่างดี

       เมื่อเดินดูรอบๆ ก็จะพบว่ามีเสาคานปูนเดิมปรากฏอยู่ ผู้ออกแบบตั้งใจคงมันเอาไว้ เพราะเมื่อตอนทำการรื้อฝ้าออก พวกเขาเห็นว่ามันสวยและดิบดี จึงคงไว้และไม่ได้ปิดฝ้าทับ โดยมีการฉีด PU Foam ที่ใต้กระเบื้องหลังคาเพิ่ม เพื่อเป็นฉนวนกันความร้อนให้กับตัวร้าน งานระบบทั้งหมดก็เป็นการเดินลอยและร้อยท่อสายไฟ ทั้งเข้ากับรูปแบบของร้านและดูแลรักษาง่ายด้วย

       พื้นที่นั่งของร้านจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ ที่ชั้นล่างและชั้นบน โดยชั้นล่างนั้นตั้งใจให้มีบรรยากาศสบายๆ ไม่ได้เป็นทางการนัก สามารถนั่งพักผ่อน พูดคุย หรือนั่งทำงานได้ ส่วนที่ชั้นบน เมื่อเดินผ่านบันไดไม้จริงซึ่งเป็นของเดิมทั้งหมด จะเป็นพื้นที่นั่งที่เป็นทางการมากขึ้น มีความเป็นส่วนตัว โดยรูปแบบการตกแต่งนั้นยังคงเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

       และหากจะพูดถึงเฟอร์นิเจอร์ภายในร้านก็มีความน่าสนใจไม่น้อย โดยผู้ออกแบบจะทำการออกแบบและสั่งทำขึ้นมาทุกชิ้น คละรูปแบบกันไปในแต่ละส่วนของร้าน เป็นไม้ หนัง หรือเหล็ก ซึ่งทั้งหมดสามารถเคลื่อนย้ายสลับที่กันได้ตามต้องการ เพื่อความสะดวกในการปรับเปลี่ยนร้านให้เกิดความแปลกใหม่ตลอดเวลา 

       ส่วนอาหารของร้าน BITTERMAN นั้น ต้องการให้มีความเรียบง่าย แต่อร่อยจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ทานง่าย ลูกค้าสามารถเข้าใจในเมนูได้ไม่ยาก โดยจะมีลักษณะคล้าย Home Cooking คือการทำทั้งอาหาร และเครื่องดื่ม จะใช้วัตถุดิบที่มีตามฤดูกาลนั้นๆ จะเป็นเมนูพิเศษที่ทางร้านจะทำวันต่อวัน เช่นเดียวกับเบเกอรี่ และจะมี Cake Of The Day ที่จะทำวันต่อวันและสามารถทานเมนูนั้นได้เฉพาะวันที่ทางร้านทำเท่านั้น ถือเป็นเมนูอาหารที่ทำให้ลูกค้าได้ลุ้น และอยากมาทานในวันต่อๆ ไปได้เป็นอย่างดี

       สำหรับใครที่มองหาร้านน่านั่งบรรยากาศสบายๆ ใจกลางเมือง ที่นี่น่าจะเป็นคำตอบที่ดีครับ ลองแวะมาแล้วคุณจะติดใจ
 
 



 

เรื่อง: เอกราช ลักษณสัมฤทธิ์

BITTERMAN
ร้านอาหารดิบเท่สไตล์ลอฟท์
จากการรีโนเวทบ้านเก่า

การรีโนเวทอาคารเก่า ที่ยังคงรักษาความงามของโครงสร้างเดิมไว้ เน้นการใชว์ผิวสัมผัสจริงของวัสดุอย่าง ไม้ เหล็ก อิฐ และปูน ออกแบบตกแต่งภายในโดยให้มีของเก่าและของใหม่อยู่ร่วมกันอย่างลงตัว กลายมาเป็นสไตล์ที่ชัดเจนของร้าน BITTERMAN ร้านอาหารดิบ เท่ ในสไตล์ลอฟท์

พื้นที่นั่งภายนอกซึ่งเป็นที่นิยมในยามแดดร่มลมตก เพราะโปร่งสบายและเป็นส่วนตัว

ต้นไม้เดิมของพื้นที่ซึ่งให้ร่มเงากับร้านได้เป็นอย่างดี

       ส่วนในขั้นตอนการออกแบบนั้น จะทำควบคู่ไปกับการเข้ามาดูพื้นที่จริง เพราะงานปรับปรุงอาคารนั้นจะมีรายละเอียดของอาคารเดิมซึ่งเราอาจมองไม่เห็น หากไม่ได้ทำการรื้อหรือทุบเสียก่อน “ขั้นแรกเรารู้สึกว่าการแบ่งห้องเดิมนั้นค่อนข้างอึดอัด รวมไปถึงการปิดทับหน้าต่างด้วยผนังเบาทำให้ภายในมืด เราจึงเลือกที่จะรื้อผนังภายในออกเกือบทั้งหมด รื้อผนังเบาและให้แสงแดดได้เข้ามาภายใน รวมไปถึงฝ้าเพดานทั้งหมด เมื่อได้เห็นโครงของบ้านจริงๆ เราก็พบว่าโครงสร้างบ้านสมัยก่อนนั้นมีความงามมาก เราจึงออกแบบตกแต่งภายในให้มีของเก่าและใหม่อยู่ร่วมกันอย่างลงตัวที่สุด เป็นสไตล์ที่เราทุกคนลงความเห็นว่าน่าจะเป็นสไตล์ที่ชัดเจนของร้าน BITTERMAN

       ความดิบเท่แสดงออกมาจากการใช้ผิวสัมผัสของวัสดุจริง ไม้ เหล็ก อิฐ และปูน แม้แต่ต้นไม้ทั้งภายในและนอกร้าน ก็จะเป็นต้นไม้จริงทั้งหมด และจะมีส่วนที่ต่อเติมออกมาจากโครงสร้างเดิมคือส่วนของ Glass House ที่ด้านหน้าของร้าน ซึ่งเป็นโครงสร้างเหล็ก ลักษณะโปร่งสบาย พร้อมหลังคากระจกตามรูปแบบของ Glass House ท่ามกลางสวนสีเขียว ซึ่งบริเวณนี้จะเป็นที่นิยมของลูกค้ามาก เพราะเป็นบรรยากาศที่ผ่อนคลาย โปร่งโล่ง เหมาะกับทุกโอกาส
 

การวางผนังทั้งหมดเป็นแบบ Open Plan คือ การแบ่งพื้นที่โดยไร้ผนังทึบกัน ใช้ระดับของพื้น เฟอร์นิเจอร์ และต้นไม้เป็นตัวช่วยแบ่งพื้นที่แทน

ความงามของโครงสร้างอาคารเก่า ที่ไม่มีการปิดทับ คือรูปแบบการตกแต่งหนึ่งที่สวยงามแบบดิบๆ 

ครัวที่นี่ไม่มีประตูหรือผนังกั้น เพื่อความโปร่งโล่ง และลูกค้าได้เห็นกิจกรรมในครัว เพิ่มอรรถรสในการรับประทานอาหารมากขึ้น

ผนังอิฐโชว์แนว คอนกรีตเปลือยผิว และท่อเหล็ก ดูเข้ากันเป็นอย่างดีในการตกแต่งสไตล์ลอฟท์

ความงามของการตกแต่งสไตล์นี้ คือการโชว์ให้เห็นสัจจะของวัสดุ ให้เห็นหน้าที่ เห็นการใช้งาน ทั้งในอดีตและปัจจุบันของวัสดุนั้นๆ 

งานกราฟฟิกทั้งหมดของร้าน BITTERMAN ออกแบบโดย นท เดอะสตาร์








 

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
ร้าน BITTERMAN
https://www.facebook.com/bitterman.bkk
โทร 091-740-6486
 

เรื่อง: เอกราช ลักษณสัมฤทธิ์

BITTERMAN
ร้านอาหารดิบเท่สไตล์ลอฟท์
จากการรีโนเวทบ้านเก่า

การรีโนเวทอาคารเก่า ที่ยังคงรักษาความงามของโครงสร้างเดิมไว้ เน้นการใชว์ผิวสัมผัสจริงของวัสดุอย่าง ไม้ เหล็ก อิฐ และปูน ออกแบบตกแต่งภายในโดยให้มีของเก่าและของใหม่อยู่ร่วมกันอย่างลงตัว กลายมาเป็นสไตล์ที่ชัดเจนของร้าน BITTERMAN ร้านอาหารดิบ เท่ ในสไตล์ลอฟท์

พื้นที่นั่งภายนอกซึ่งเป็นที่นิยมในยามแดดร่มลมตก เพราะโปร่งสบายและเป็นส่วนตัว

ต้นไม้เดิมของพื้นที่ซึ่งให้ร่มเงากับร้านได้เป็นอย่างดี

       ภายในซอยศาลาแดง 1 มีร้านดิบเท่ร้านหนึ่งอยากแนะนำครับ นอกจากจะมีบรรยากาศของร้านที่ดี และตัวร้านยังตกแต่งได้อย่างน่าสนใจ เป็นร้านจากการรีโนเวทอาคารเก่า ที่ผสานความเก่าและใหม่ได้อย่างลงตัว ร้าน BITTERMAN ครับ
               
       ร้าน BITTERMAN เกิดจากความฝันของนักศึกษากลุ่มหนึ่งจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่รวมตัวกันลงมือปรับปรุงบ้านเก่าให้กลายเป็นร้านอาหารดิบเท่สไตล์ลอฟท์นี้ โดยกลุ่มเพื่อนทั้งหมด 5 คนประกอบด้วย เจตนา เรืองจันทร์ (เจต), ชภัทร ติวุตานนท์ (เนย) ดูแลเรื่องการออกแบบตกแต่งร้าน, นท พนายางกูร (นท เดอะสตาร์) ออกแบบงานกราฟฟิคทั้งหมดของร้าน, กิตติธัช เกียรติธนาวิทย์ (กบ) ดูแลเรื่องอาหารและสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ, รพี ปรีดาพันธ์ (ปิงปอง) ดูแลเรื่องภาพลักษณ์และการประชาสัมพันธ์ร้าน ทุกคนกำลังศึกษาอยู่ในชั้นปีที่ 3 ดูจะเป็นความฝันที่มาเร็วและใหญ่โต แต่พวกเขาก็ไม่เคยกลัวและตั้งใจทำมันอย่างเต็มที่
 
       แนวคิดการออกแบบถูกสื่อสารผ่านรูปแบบทั้งหมดของร้าน เริ่มที่ชื่อ BITTERMAN แปลตรงตัวคือ BITTER = ขม, MAN = คน, ผู้ชาย รวมแล้วให้ความรู้สึกถึงความดิบ ไม่เนี้ยบ แต่ยังคงความอบอุ่นน่าอยู่ การตกแต่งจึงดูมีความตรงไปตรงมา จริงใจ เข้าใจง่าย เห็นชัดเจนว่าอะไรคืออะไร สื่อสารผ่านผนังอิฐ งานระบบที่เดินโชว์ พื้นคอนกรีต เหล็ก และไม้
 
       ร้านนี้เป็นร้านที่รีโนเวทจากอาคารเก่า เดิมอาคารถูกใช้งานเป็นร้านค้า จึงไม่ได้มีการคิดถึงเรื่องช่องเปิดหรือประตูหน้าต่างมากนัก และเน้นไปในการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าในการค้าขายมากที่สุด อาคารเดิมจึงทึบและมืด เมื่อครั้งที่มาดูบ้านหลังนี้ครั้งแรกจึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะทำการออกแบบไปในทิศทางใด รู้เพียงว่าตัวอาคารหรือสถาปัตยกรรมเดิมนั้นมีความงดงามในตัวของมันเองอยู่แล้ว บวกกับความชอบในการออกแบบตกแต่งที่ดูดิบ และเผยให้เห็นโครงสร้างจริง วัสดุจริง ทั้ง 5 คนจึงลงความเห็นว่าบ้านหลังนี้สามารถปรับปรุงให้สวยงามน่าใช้งานได้ตามสไตล์ที่ชอบ จึงตัดสินใจเลือกบ้านหลังนี้ในการทำเป็นร้านอาหารเท่ๆ นี้

ถัดจากส่วน Glass House เป็นเคาน์เตอร์บาร์ แสงไฟวอร์มไวท์ทำให้บรรยากาศภายในดูอบอุ่น ตัดกับแสงธรรมชาติที่ส่องผ่าน Glass House

โครงสร้างส่วนต่อเติมนี้เป็นเหล็กทั้งหมด เพิ่มสกายไลท์กระจกยิ่งทำให้พื้นที่นี้ดูพิเศษขึ้น ความหลากหลายของวัสดุที่คุมโทนมาแล้ว ทำให้ทั้งไม้ เหล็ก กระจก และต้นไม้ที่เลือกใช้สื่อสารความเป็น Glass House ได้เป็นอย่างดี

       ส่วนในขั้นตอนการออกแบบนั้น จะทำควบคู่ไปกับการเข้ามาดูพื้นที่จริง เพราะงานปรับปรุงอาคารนั้นจะมีรายละเอียดของอาคารเดิมซึ่งเราอาจมองไม่เห็น หากไม่ได้ทำการรื้อหรือทุบเสียก่อน “ขั้นแรกเรารู้สึกว่าการแบ่งห้องเดิมนั้นค่อนข้างอึดอัด รวมไปถึงการปิดทับหน้าต่างด้วยผนังเบาทำให้ภายในมืด เราจึงเลือกที่จะรื้อผนังภายในออกเกือบทั้งหมด รื้อผนังเบาและให้แสงแดดได้เข้ามาภายใน รวมไปถึงฝ้าเพดานทั้งหมด เมื่อได้เห็นโครงของบ้านจริงๆ เราก็พบว่าโครงสร้างบ้านสมัยก่อนนั้นมีความงามมาก เราจึงออกแบบตกแต่งภายในให้มีของเก่าและใหม่อยู่ร่วมกันอย่างลงตัวที่สุด เป็นสไตล์ที่เราทุกคนลงความเห็นว่าน่าจะเป็นสไตล์ที่ชัดเจนของร้าน BITTERMAN

       ความดิบเท่แสดงออกมาจากการใช้ผิวสัมผัสของวัสดุจริง ไม้ เหล็ก อิฐ และปูน แม้แต่ต้นไม้ทั้งภายในและนอกร้าน ก็จะเป็นต้นไม้จริงทั้งหมด และจะมีส่วนที่ต่อเติมออกมาจากโครงสร้างเดิมคือส่วนของ Glass House ที่ด้านหน้าของร้าน ซึ่งเป็นโครงสร้างเหล็ก ลักษณะโปร่งสบาย พร้อมหลังคากระจกตามรูปแบบของ Glass House ท่ามกลางสวนสีเขียว ซึ่งบริเวณนี้จะเป็นที่นิยมของลูกค้ามาก เพราะเป็นบรรยากาศที่ผ่อนคลาย โปร่งโล่ง เหมาะกับทุกโอกาส
 

การวางผนังทั้งหมดเป็นแบบ Open Plan คือ การแบ่งพื้นที่โดยไร้ผนังทึบกัน ใช้ระดับของพื้น เฟอร์นิเจอร์ และต้นไม้เป็นตัวช่วยแบ่งพื้นที่แทน

ความงามของโครงสร้างอาคารเก่า ที่ไม่มีการปิดทับ คือรูปแบบการตกแต่งหนึ่งที่สวยงามแบบดิบๆ 

       เมื่อเดินดูรอบๆ ก็จะพบว่ามีเสาคานปูนเดิมปรากฏอยู่ ผู้ออกแบบตั้งใจคงมันเอาไว้ เพราะเมื่อตอนทำการรื้อฝ้าออก พวกเขาเห็นว่ามันสวยและดิบดี จึงคงไว้และไม่ได้ปิดฝ้าทับ โดยมีการฉีด PU Foam ที่ใต้กระเบื้องหลังคาเพิ่ม เพื่อเป็นฉนวนกันความร้อนให้กับตัวร้าน งานระบบทั้งหมดก็เป็นการเดินลอยและร้อยท่อสายไฟ ทั้งเข้ากับรูปแบบของร้านและดูแลรักษาง่ายด้วย

       พื้นที่นั่งของร้านจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ ที่ชั้นล่างและชั้นบน โดยชั้นล่างนั้นตั้งใจให้มีบรรยากาศสบายๆ ไม่ได้เป็นทางการนัก สามารถนั่งพักผ่อน พูดคุย หรือนั่งทำงานได้ ส่วนที่ชั้นบน เมื่อเดินผ่านบันไดไม้จริงซึ่งเป็นของเดิมทั้งหมด จะเป็นพื้นที่นั่งที่เป็นทางการมากขึ้น มีความเป็นส่วนตัว โดยรูปแบบการตกแต่งนั้นยังคงเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

       และหากจะพูดถึงเฟอร์นิเจอร์ภายในร้านก็มีความน่าสนใจไม่น้อย โดยผู้ออกแบบจะทำการออกแบบและสั่งทำขึ้นมาทุกชิ้น คละรูปแบบกันไปในแต่ละส่วนของร้าน เป็นไม้ หนัง หรือเหล็ก ซึ่งทั้งหมดสามารถเคลื่อนย้ายสลับที่กันได้ตามต้องการ เพื่อความสะดวกในการปรับเปลี่ยนร้านให้เกิดความแปลกใหม่ตลอดเวลา 

       ส่วนอาหารของร้าน BITTERMAN นั้น ต้องการให้มีความเรียบง่าย แต่อร่อยจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ทานง่าย ลูกค้าสามารถเข้าใจในเมนูได้ไม่ยาก โดยจะมีลักษณะคล้าย Home Cooking คือการทำทั้งอาหาร และเครื่องดื่ม จะใช้วัตถุดิบที่มีตามฤดูกาลนั้นๆ จะเป็นเมนูพิเศษที่ทางร้านจะทำวันต่อวัน เช่นเดียวกับเบเกอรี่ และจะมี Cake Of The Day ที่จะทำวันต่อวันและสามารถทานเมนูนั้นได้เฉพาะวันที่ทางร้านทำเท่านั้น ถือเป็นเมนูอาหารที่ทำให้ลูกค้าได้ลุ้น และอยากมาทานในวันต่อๆ ไปได้เป็นอย่างดี

       สำหรับใครที่มองหาร้านน่านั่งบรรยากาศสบายๆ ใจกลางเมือง ที่นี่น่าจะเป็นคำตอบที่ดีครับ ลองแวะมาแล้วคุณจะติดใจ
 
 



 

ครัวที่นี่ไม่มีประตูหรือผนังกั้น เพื่อความโปร่งโล่ง และลูกค้าได้เห็นกิจกรรมในครัว เพิ่มอรรถรสในการรับประทานอาหารมากขึ้น

ผนังอิฐโชว์แนว คอนกรีตเปลือยผิว และท่อเหล็ก ดูเข้ากันเป็นอย่างดีในการตกแต่งสไตล์ลอฟท์

ความงามของการตกแต่งสไตล์นี้ คือการโชว์ให้เห็นสัจจะของวัสดุ ให้เห็นหน้าที่ เห็นการใช้งาน ทั้งในอดีตและปัจจุบันของวัสดุนั้นๆ 

งานกราฟฟิกทั้งหมดของร้าน BITTERMAN ออกแบบโดย นท เดอะสตาร์








 

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
ร้าน BITTERMAN
https://www.facebook.com/bitterman.bkk
โทร 091-740-6486
 

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ