View : 12342

       หากใครกำลังมองหาพื้นที่นั่งทำงาน นั่งพัก หรือพบปะเพื่อนฝูง วันนี้เรามีร้านกาแฟบรรยากาศดีๆ มาฝาก ร้านนี้ชื่อว่า Fuel in the Blank ตั้งอยู่ภายในซอย งามวงศ์วาน 54 ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นี้เองครับ

       เจ้าของร้านกาแฟดิบเท่นี้คือ คุณชัย ไชยวิวรรธณ์ ชูวิเชียร วิศวกรพลังงานทางเลือกที่มีความชื่นชอบไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการออกมานั่งทำงานนอกบ้าน การมาพบปะพูดคุยกับเพื่อนฝูง และได้มาใช้พื้นที่ที่เป็นส่วนตัว จึงได้คิดปรับปรุงอาคารเก่าให้กลายเป็นร้านกาแฟ และเป็นที่รวมตัวกันของกลุ่มเพื่อน โดยมีเพื่อนสมัยมัธยมคือ คุณตฤณ อนันตมงคลชัย ผู้เป็นสถาปนิกมาช่วยออกแบบตกแต่ง Fuel in the blank แห่งนี้

       ชื่อของร้าน Fuel in the blank ซึ่งสื่อความหมายว่า ร้านแห่งนี้จะเป็นสถานที่ที่จะเติมเต็มความต้องการ พลังงาน รวมถึงการพักผ่อนให้กับลูกค้าทุกคนที่เข้ามา โดยเริ่มต้นนั้นคิดจะใช้คำว่า Fill ซึ่งมันอาจดูธรรมดาไป จึงเปลี่ยนเป็น Fuel ซึ่งแปลว่า “เชื้อเพลิง” เพื่อให้เกิดความแปลกใหม่และจดจำได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

       เดิมนั้นพื้นที่ด้านหลังของร้านเป็นอพาร์ทเมนต์ให้เช่าของคุณชัยเอง ซึ่งผู้พักอาศัยส่วนใหญ่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และยังมีส่วนของออฟฟิศให้เช่า มีผู้สนใจเข้ามาเช่าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง คุณชัยจึงมีไอเดียที่จะเพิ่มพื้นที่สำหรับนั่งทำงาน พบปะ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ให้กับผู้ที่อยู่อาศัยบริเวณร้านนี้มากขึ้น พื้นที่ชั้นล่างซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของออฟฟิศให้เช่า จึงถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นร้านกาแฟอารมณ์ดิบเท่นี้ ซึ่งรูปแบบของการปรับปรุงนั้นจะเป็นการคงไว้ซึ่งโครงสร้างเดิมและต่อเติมพื้นที่ให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น ร้านตกแต่งในสไตล์ Industrial Loft ซึ่งเป็นแนวทางที่ทั้งเจ้าของร้านและสถาปนิกชื่นชอบ

       พื้นที่ของสวนโดยรอบนั้นก็มีความน่าสนใจ โดยตัวรั้วที่ค่อนข้างสูงแต่มีช่องว่างสลับกับผนังทึบ เกิดการปิดล้อมให้ผู้ที่อยู่ภายในรู้สึกเป็นส่วนตัว แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัด เพราะมีต้นไม้ใหญ่ที่สร้างความร่มรื่นได้ดี เจ้าของและสถาปนิกตั้งใจเก็บต้นไม้ใหญ่เหล่านี้ไว้ และมันก็ได้ผล เพราะเมื่อนั่งที่บริเวณสวนแล้วจะรู้สึกได้ถึงความเย็นสบาย ไม่ร้อนอบอ้าว และมีลมพัดผ่านตลอดเวลา

งานตกแต่งภายใน งานปูนซีเมนต์กับเฟอร์นิเจอร์ที่ส่วนใหญ่ทำจากเหล็กและไม้ ให้ความรู้สึกเท่แต่อบอุ่น เก้าอี้ที่ดูวินเทจทำด้วยโครงเหล็ก เมื่อนำมาจัดวางเข้าด้วยกันก็ดูจะเข้ากับสีเทาและของตกแต่งดิบๆเป็นอย่างดี

ในขั้นตอนหล่อหลังคาคอนกรีต สถาปนิกเลือกใช้เสื่อสานที่มีลายเป็นเอกลักษณ์มารองที่ท้องพื้น เมื่อคอนกรีตแห้งก็จะได้ลายน่าสนใจอย่างที่เห็นนี้

เรื่อง: เอกราช ลักษณสัมฤทธิ์

Fuel in the Blank ร้านกาแฟสไตล์ Industrial Loft

Fuel in the Blank ร้านกาแฟสไตล์ Industrial Loft ที่ปรับเปลี่ยนพื้นที่ส่วนหนึ่งจากออฟฟิศให้เช่า จนกลายมาเป็นร้านกาแฟที่ตกแต่งได้อย่างน่าสนใจทั้งภายในและภายนอก หากได้แวะมาที่นี่ นอกจากเครื่องดื่มและบรรยากาศดี ๆที่จะได้รบแล้ว ก็อาจจะได้ไอเดียการตกแต่งที่น่าสนใจกลับไปด้วย

ตัวร้านเป็นชั้นล่างของอาคารสำนักงานให้เช่า ใช้โครงสร้างเดิมของอาคารทั้งหมด แต่มีการใช้เหล็กเพิ่มเติมในส่วนของการทำหลังคาสำหรับให้ร่มเงากับบริเวณระเบียงภายนอกนี้

ซ้าย - ห้องนั่งทำงานพิเศษที่สามารถเข้าไปใช้งานได้ กระจกบานใหญ่ทำให้เปิดรับมุมมองสู่พื้นที่สวนโดยรอบได้
ขวา - พื้นระเบียงไม้นี้ ยกระดับขึ้นมาจากระดับดิน และเว้นที่ไว้สำหรับต้นไม้ใหญ่เดิม

       เมื่อเข้าไปภายในร้านก็พบว่าการตกแต่งในสไตล์ Industrial Loft ของร้านนี้ค่อนข้าง “ถึง” ในที่นี้หมายถึงการมีรายละเอียดที่ดี ที่ส่งเสริมให้สไตล์ที่ต้องการนั้นชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้เหล็ก ทั้งเหล็กท่อกลม เหล็กกล่อง เหล็กตะแกรง รวมไปถึงเหล็กแผ่นที่นำมาทำเป็นพื้น เมื่อมาอยู่ร่วมกับผนังปูนดิบที่มีสีเทา ก็จะส่งเสริมกันมากขึ้น โดยร้านนี้เลือกใช้ Skim Coat ทำการฉาบในชั้นสุดท้าย ที่สถาปนิกเลือกใช้วัสดุนี้ก็เพราะวัสดุนี้จะให้ความรู้สึกที่ไม่เรียบเนียบมากนัก แต่ในแง่การทำงานนั้นทำงานง่ายกว่าการทำคอนกรีตขัดมัน เพราะสามารถควบคุมผิวของงานได้มากกว่า อีกทั้งยังทำงานได้เร็วกว่าด้วย แต่หากใช้เพียงวัสดุ 2 อย่างข้างต้นที่กล่าวมา ร้านอาจจะดูแข็งกระด้างไป สถาปนิกจึงเลือกใช้ไม้ และสิ่งของตกแต่งอื่นๆมาช่วยให้ภายในร้านดูอบอุ่นขึ้น 

       ตัวร้านประกอบไปด้วยส่วนนั่งหลายส่วนด้วยกัน แต่ละพื้นที่นั้นสถาปนิกได้คิดถึงรูปแบบของการใช้งานไว้แล้ว โดยพื้นที่ส่วนแรกที่อยู่ใกล้กับเคาน์เตอร์นั้น เป็นโซฟาและเก้าอี้เตี้ยนั่งสบาย บวกกับเก้าอี้สูงนั่งกับเคาน์เตอร์ ส่วนนี้สำหรับลูกค้าที่แวะเวียนมานั่งไม่นานนัก โดยจะมาคนเดียวหรือเป็นกลุ่ม ก็สามารถนั่งพักผ่อนกันได้อย่างสบายใจ แต่ถ้าหากใครมาเป็นกลุ่มใหญ่ 8–10 คน และต้องการพื้นที่มากขึ้น ก็มีพื้นที่ด้านข้างที่ติดกันออกแบบเป็นห้องโล่งพร้อมโต๊ะใหญ่กลางห้อง สามารถรองรับกลุ่มลูกค้าที่มากันหลายคนได้ บริเวณหลังคานั้นออกแบบเป็นหลังคาโปร่งแสง ทำให้ภายในห้องนี้ไม่มืด แต่สำหรับใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสุดๆ ที่นี่มีห้องอีกห้องหนึ่ง ซึ่งอยู่บริเวณระเบียงหน้าร้าน เป็นห้องส่วนตัวที่ตกแต่งได้อย่างน่าสนใจ สามารถรองรับได้ประมาณ 5 – 8 คน แต่หากใครจะใช้ห้องนี้ อาจต้องมีการแจ้งกับทางร้านก่อน เพราะคิวค่อนข้างเยอะ และแน่นอนสำหรับผู้ที่ชอบธรรมชาติ ที่นั่งกลางสวนก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
เมื่อได้มาใช้บริการร้านนี้ ก็รู้สึกได้ว่าอยากจะกลับมาอีกในครั้งต่อไป เพราะนอกจากสถานที่ที่สวยงามน่านั่งแล้ว ในส่วนของเครื่องดื่มและอาหารก็รสชาติดี เป็นเมนูที่ทานง่าย เติมพลังให้ผู้ที่มาทานได้อย่างรวดเร็วเหมือนกับชื่อร้าน เช่น Fudge Homemade Brownie, เครปไมโล, พุดดิ้งสตอเบอร์รี่ ทานพร้อมกับเครื่องดื่มหลากหลายไม่ว่าจะเป็นกาแฟทั้งร้อนและเย็น รสเข้มอ่อนสามารถบอกกับพนักงานได้เลย ที่ไม่ใช่กาแฟก็มีครับ เช่น ชาเย็น ชามะนาว นมสด หรือ อิตาเลียนโซดา ก็มีรสชาติที่แปลกใหม่ดี พนักงานในร้านบริการอย่างเป็นมิตรและน่าประทับใจ สำหรับใครที่ชอบนั่งนอกบ้าน ไม่ว่าจะทำงานหรือนั่งเล่น Fuel in the Blank น่าจะเป็นจุดหมายของคุณก็ได้ครับ 

ตกแต่งเคาน์เตอร์บาร์ให้ดูดิบเท่ด้วยปูนเปลือยและเหล็กท่อกลมสีดำ

กระเบื้องลายโบราณถูกนำมากรุเป็นผนังหลังเคาน์เตอร์ ผสมความรู้สึกแบบชิโน-โปรตุกีส

แสงธรรมชาติทำให้บริเวณนี้มีความพิเศษ และการเปิดช่องหน้าต่างที่ด้านล่าง ก็ทำให้ไม่อึดอัด และยังคงความเป็นส่วนตัวอยู่
 


 
 

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
ข้อมูลร้าน : https://www.facebook.com/FuelintheBlank

เรื่อง: เอกราช ลักษณสัมฤทธิ์

Fuel in the Blank ร้านกาแฟสไตล์ Industrial Loft

Fuel in the Blank ร้านกาแฟสไตล์ Industrial Loft ที่ปรับเปลี่ยนพื้นที่ส่วนหนึ่งจากออฟฟิศให้เช่า จนกลายมาเป็นร้านกาแฟที่ตกแต่งได้อย่างน่าสนใจทั้งภายในและภายนอก หากได้แวะมาที่นี่ นอกจากเครื่องดื่มและบรรยากาศดี ๆที่จะได้รบแล้ว ก็อาจจะได้ไอเดียการตกแต่งที่น่าสนใจกลับไปด้วย

ตัวร้านเป็นชั้นล่างของอาคารสำนักงานให้เช่า ใช้โครงสร้างเดิมของอาคารทั้งหมด แต่มีการใช้เหล็กเพิ่มเติมในส่วนของการทำหลังคาสำหรับให้ร่มเงากับบริเวณระเบียงภายนอกนี้

ซ้าย - ห้องนั่งทำงานพิเศษที่สามารถเข้าไปใช้งานได้ กระจกบานใหญ่ทำให้เปิดรับมุมมองสู่พื้นที่สวนโดยรอบได้
ขวา - พื้นระเบียงไม้นี้ ยกระดับขึ้นมาจากระดับดิน และเว้นที่ไว้สำหรับต้นไม้ใหญ่เดิม

       หากใครกำลังมองหาพื้นที่นั่งทำงาน นั่งพัก หรือพบปะเพื่อนฝูง วันนี้เรามีร้านกาแฟบรรยากาศดีๆ มาฝาก ร้านนี้ชื่อว่า Fuel in the Blank ตั้งอยู่ภายในซอย งามวงศ์วาน 54 ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นี้เองครับ

       เจ้าของร้านกาแฟดิบเท่นี้คือ คุณชัย ไชยวิวรรธณ์ ชูวิเชียร วิศวกรพลังงานทางเลือกที่มีความชื่นชอบไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการออกมานั่งทำงานนอกบ้าน การมาพบปะพูดคุยกับเพื่อนฝูง และได้มาใช้พื้นที่ที่เป็นส่วนตัว จึงได้คิดปรับปรุงอาคารเก่าให้กลายเป็นร้านกาแฟ และเป็นที่รวมตัวกันของกลุ่มเพื่อน โดยมีเพื่อนสมัยมัธยมคือ คุณตฤณ อนันตมงคลชัย ผู้เป็นสถาปนิกมาช่วยออกแบบตกแต่ง Fuel in the blank แห่งนี้

       ชื่อของร้าน Fuel in the blank ซึ่งสื่อความหมายว่า ร้านแห่งนี้จะเป็นสถานที่ที่จะเติมเต็มความต้องการ พลังงาน รวมถึงการพักผ่อนให้กับลูกค้าทุกคนที่เข้ามา โดยเริ่มต้นนั้นคิดจะใช้คำว่า Fill ซึ่งมันอาจดูธรรมดาไป จึงเปลี่ยนเป็น Fuel ซึ่งแปลว่า “เชื้อเพลิง” เพื่อให้เกิดความแปลกใหม่และจดจำได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

       เดิมนั้นพื้นที่ด้านหลังของร้านเป็นอพาร์ทเมนต์ให้เช่าของคุณชัยเอง ซึ่งผู้พักอาศัยส่วนใหญ่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และยังมีส่วนของออฟฟิศให้เช่า มีผู้สนใจเข้ามาเช่าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง คุณชัยจึงมีไอเดียที่จะเพิ่มพื้นที่สำหรับนั่งทำงาน พบปะ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ให้กับผู้ที่อยู่อาศัยบริเวณร้านนี้มากขึ้น พื้นที่ชั้นล่างซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของออฟฟิศให้เช่า จึงถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นร้านกาแฟอารมณ์ดิบเท่นี้ ซึ่งรูปแบบของการปรับปรุงนั้นจะเป็นการคงไว้ซึ่งโครงสร้างเดิมและต่อเติมพื้นที่ให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น ร้านตกแต่งในสไตล์ Industrial Loft ซึ่งเป็นแนวทางที่ทั้งเจ้าของร้านและสถาปนิกชื่นชอบ

       พื้นที่ของสวนโดยรอบนั้นก็มีความน่าสนใจ โดยตัวรั้วที่ค่อนข้างสูงแต่มีช่องว่างสลับกับผนังทึบ เกิดการปิดล้อมให้ผู้ที่อยู่ภายในรู้สึกเป็นส่วนตัว แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัด เพราะมีต้นไม้ใหญ่ที่สร้างความร่มรื่นได้ดี เจ้าของและสถาปนิกตั้งใจเก็บต้นไม้ใหญ่เหล่านี้ไว้ และมันก็ได้ผล เพราะเมื่อนั่งที่บริเวณสวนแล้วจะรู้สึกได้ถึงความเย็นสบาย ไม่ร้อนอบอ้าว และมีลมพัดผ่านตลอดเวลา

งานตกแต่งภายใน งานปูนซีเมนต์กับเฟอร์นิเจอร์ที่ส่วนใหญ่ทำจากเหล็กและไม้ ให้ความรู้สึกเท่แต่อบอุ่น เก้าอี้ที่ดูวินเทจทำด้วยโครงเหล็ก เมื่อนำมาจัดวางเข้าด้วยกันก็ดูจะเข้ากับสีเทาและของตกแต่งดิบๆเป็นอย่างดี

ในขั้นตอนหล่อหลังคาคอนกรีต สถาปนิกเลือกใช้เสื่อสานที่มีลายเป็นเอกลักษณ์มารองที่ท้องพื้น เมื่อคอนกรีตแห้งก็จะได้ลายน่าสนใจอย่างที่เห็นนี้

       เมื่อเข้าไปภายในร้านก็พบว่าการตกแต่งในสไตล์ Industrial Loft ของร้านนี้ค่อนข้าง “ถึง” ในที่นี้หมายถึงการมีรายละเอียดที่ดี ที่ส่งเสริมให้สไตล์ที่ต้องการนั้นชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้เหล็ก ทั้งเหล็กท่อกลม เหล็กกล่อง เหล็กตะแกรง รวมไปถึงเหล็กแผ่นที่นำมาทำเป็นพื้น เมื่อมาอยู่ร่วมกับผนังปูนดิบที่มีสีเทา ก็จะส่งเสริมกันมากขึ้น โดยร้านนี้เลือกใช้ Skim Coat ทำการฉาบในชั้นสุดท้าย ที่สถาปนิกเลือกใช้วัสดุนี้ก็เพราะวัสดุนี้จะให้ความรู้สึกที่ไม่เรียบเนียบมากนัก แต่ในแง่การทำงานนั้นทำงานง่ายกว่าการทำคอนกรีตขัดมัน เพราะสามารถควบคุมผิวของงานได้มากกว่า อีกทั้งยังทำงานได้เร็วกว่าด้วย แต่หากใช้เพียงวัสดุ 2 อย่างข้างต้นที่กล่าวมา ร้านอาจจะดูแข็งกระด้างไป สถาปนิกจึงเลือกใช้ไม้ และสิ่งของตกแต่งอื่นๆมาช่วยให้ภายในร้านดูอบอุ่นขึ้น 

       ตัวร้านประกอบไปด้วยส่วนนั่งหลายส่วนด้วยกัน แต่ละพื้นที่นั้นสถาปนิกได้คิดถึงรูปแบบของการใช้งานไว้แล้ว โดยพื้นที่ส่วนแรกที่อยู่ใกล้กับเคาน์เตอร์นั้น เป็นโซฟาและเก้าอี้เตี้ยนั่งสบาย บวกกับเก้าอี้สูงนั่งกับเคาน์เตอร์ ส่วนนี้สำหรับลูกค้าที่แวะเวียนมานั่งไม่นานนัก โดยจะมาคนเดียวหรือเป็นกลุ่ม ก็สามารถนั่งพักผ่อนกันได้อย่างสบายใจ แต่ถ้าหากใครมาเป็นกลุ่มใหญ่ 8–10 คน และต้องการพื้นที่มากขึ้น ก็มีพื้นที่ด้านข้างที่ติดกันออกแบบเป็นห้องโล่งพร้อมโต๊ะใหญ่กลางห้อง สามารถรองรับกลุ่มลูกค้าที่มากันหลายคนได้ บริเวณหลังคานั้นออกแบบเป็นหลังคาโปร่งแสง ทำให้ภายในห้องนี้ไม่มืด แต่สำหรับใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสุดๆ ที่นี่มีห้องอีกห้องหนึ่ง ซึ่งอยู่บริเวณระเบียงหน้าร้าน เป็นห้องส่วนตัวที่ตกแต่งได้อย่างน่าสนใจ สามารถรองรับได้ประมาณ 5 – 8 คน แต่หากใครจะใช้ห้องนี้ อาจต้องมีการแจ้งกับทางร้านก่อน เพราะคิวค่อนข้างเยอะ และแน่นอนสำหรับผู้ที่ชอบธรรมชาติ ที่นั่งกลางสวนก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
เมื่อได้มาใช้บริการร้านนี้ ก็รู้สึกได้ว่าอยากจะกลับมาอีกในครั้งต่อไป เพราะนอกจากสถานที่ที่สวยงามน่านั่งแล้ว ในส่วนของเครื่องดื่มและอาหารก็รสชาติดี เป็นเมนูที่ทานง่าย เติมพลังให้ผู้ที่มาทานได้อย่างรวดเร็วเหมือนกับชื่อร้าน เช่น Fudge Homemade Brownie, เครปไมโล, พุดดิ้งสตอเบอร์รี่ ทานพร้อมกับเครื่องดื่มหลากหลายไม่ว่าจะเป็นกาแฟทั้งร้อนและเย็น รสเข้มอ่อนสามารถบอกกับพนักงานได้เลย ที่ไม่ใช่กาแฟก็มีครับ เช่น ชาเย็น ชามะนาว นมสด หรือ อิตาเลียนโซดา ก็มีรสชาติที่แปลกใหม่ดี พนักงานในร้านบริการอย่างเป็นมิตรและน่าประทับใจ สำหรับใครที่ชอบนั่งนอกบ้าน ไม่ว่าจะทำงานหรือนั่งเล่น Fuel in the Blank น่าจะเป็นจุดหมายของคุณก็ได้ครับ 

ตกแต่งเคาน์เตอร์บาร์ให้ดูดิบเท่ด้วยปูนเปลือยและเหล็กท่อกลมสีดำ

กระเบื้องลายโบราณถูกนำมากรุเป็นผนังหลังเคาน์เตอร์ ผสมความรู้สึกแบบชิโน-โปรตุกีส

แสงธรรมชาติทำให้บริเวณนี้มีความพิเศษ และการเปิดช่องหน้าต่างที่ด้านล่าง ก็ทำให้ไม่อึดอัด และยังคงความเป็นส่วนตัวอยู่
 


 
 

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
ข้อมูลร้าน : https://www.facebook.com/FuelintheBlank

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ