View : 31
เรื่อง: ต่อพงษ์ เอื้อประยูรวงศ์

รูปทรงแปลกตาสร้างประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่าง Tokyo Plaza

การสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจในการใช้อาคาร ด้วยลักษณะอันโดดเด่นตั้งแต่ทางเข้าคล้ายอุโมงค์คล้ายกระจกคาไลโดสโคปที่ทำให้เราเห็นภาพซ้อนไปมาน่าตื่นตาตื่นใจ ด้านบนอาคารมีรูปทรงคล้ายกับหอคอยปราสาทที่มีสวนหย่อมลอยฟ้าสอดแทรกอยู่เพื่อเป็นการดึงธรรมชาติจากถนนเข้ามาเชื่อมโยงกัน เมื่อเราไปยืนในแต่ละจุดจะได้มุมมองที่แปลกแตกต่างจากอาคารทั่วไป

       ย่านโอโมเตะซานโดะ (Omotesando) นอกจากจะเป็นย่านช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมหรูหราที่สุดย่านหนึ่งของโตเกียว ที่บางคนถึงกับให้สมญานามย่านนี้ว่าเป็น Champs-Elysees ของญี่ปุ่น เนื่องมาจากเป็นถนนที่มีทิวต้นไม้ใหญ่ริมสองข้างถนนที่สวยงาม คล้ายๆ กับถนน Champs-Elysees ในกรุงปารีสแล้ว ในทางสถาปัตยกรรม ย่านนี้เปรียบเสมือนดิสนีย์แลนด์แห่งสถาปัตยกรรม เพราะเต็มไปด้วยงานที่ออกแบบโดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียงทั้งของญี่ปุ่นและระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นร้าน Prada โดย Herzog & de Meuron, ร้าน Dior โดย SANAA, โครงการ Omotesando Hills โดย Tadao Ando และร้าน TOD โดย Toyo Ito ที่เพิ่งจะได้รับรางวัล Pritzker ประจำปีนี้ไปหมาดๆ
 
       งาน Tokyo Plaza ที่นำมาให้ชมในวันนี้ก็เป็นการเพิ่มงานสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจอีกงานหนึ่งบนถนนสายแฟชั่นแห่งนี้ งานนี้ได้รับการออกแบบโดย Hiroshi Nakamura สถาปนิกผู้ซึ่งเคยทำงานกับ Kengo Kuma ที่ผมได้นำงาน Asakusa Culture Tourist Center มาให้ชมในคราวที่แล้ว ด้วยความที่ว่าสมัยนี้ผู้คนเริ่มที่จะซื้อของออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ยอดขายของร้านที่มีตัวตนจริงหลายๆ เจ้าเริ่มจะลดลง สถาปนิกเขาจึงต้องการจะหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้คนได้รับประสบการณ์จากการช็อปปิ้งในห้าง ที่เขาไม่สามารถหาได้จากการช็อปปิ้งออนไลน์ เขาคิดว่าห้างนั้นควรจะเป็นสถานที่ที่มีบรรยากาศสบายๆ ทำให้เกิดความผ่อนคลาย และเพลิดเพลินในการเดิน ในขณะเดียวกันก็ต้องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมัน

       แนวความคิดหลักของ Tokyo Plaza จึงเป็นการพยายามที่จะเชื่อมบรรยากาศที่สวยงามของต้นไม้ริมสองทางของถนนโอโมเตะซานโดะ ขึ้นไปสู่สวนลอยฟ้าด้านบนของอาคาร ซึ่งเป็นการดึงดูดให้คนขึ้นไปชั้นบนๆ ของห้าง เนื่องจากปัญหาหนึ่งในการออกแบบห้างก็คือ ผู้ที่มาช็อปมักจะไม่ค่อยอยากขึ้นไปชั้นบนๆ ของห้างมากเท่าไรนัก
 
       รูปทรงภายนอกของอาคารดูเหมือนจะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คือ ด้านบนที่เป็นรูปทรงคล้ายๆ กับหอคอยของปราสาทยื่นขึ้นมาเป็นแท่งๆ หลายๆ อัน ที่ค่อนข้างจะทึบตัน โดยมีสวนหย่อมสอดแทรกอยู่ระหว่างแต่ละหอคอย ผนังตรงส่วนนี้ทำมาจากแผงอลูมินัม (Aluminum Panel) รูปทรงหกเหลี่ยมที่มีพื้นผิวที่ไม่เรียบซะทีเดียว ทำให้เกิดผลในการมองเห็นที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าแสงที่มาตกกระทบในช่วงเวลาไหนของวัน 

       ในขณะเดียวกันอีกส่วนคือด้านล่างของอาคารนั้นส่วนใหญ่จะเป็นผนังกระจก สถาปนิกเขาให้อิสระแก่ร้านที่มาเช่าพื้นที่ด้านล่างในการออกแบบผนังภายนอกของร้านตัวเอง เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของความหลากหลายรูปแบบของร้านค้าต่างๆ บนถนนเส้นนี้
 
       ตรงทางเข้าหลักของตัวอาคาร สถาปนิกได้ออกแบบให้เป็นอุโมงค์ที่ผนังรอบๆ เป็นกระจกรูปทรงสามเหลี่ยมหลากหลายขนาดมาต่อและทำมุมระนาบที่แตกต่างกัน ตรงกลางเป็นบันไดเลื่อนเข้าไปสู่ชั้นสองและชั้นสามของอาคาร ระหว่างที่ยืนอยู่บนบันไดเลื่อนที่เคลื่อนผ่านอุโมงค์นี้จะเห็นภาพที่สะท้อนกระจกไปมาที่น่าตื่นตาตื่นใจ คล้ายๆ กับการที่เราส่องกล้องคาไลโดสโคปเล่นในสมัยเด็กๆ (กล้องที่ทำมาจากกระจกนำมาประกบกันเป็นกระบอกสามเหลี่ยม แล้วใส่เศษกระดาษสีชิ้นเล็กๆ ลงไปข้างใน)

อุโมงค์คาไลโดสโคป

       เมื่อถึงตรงชั้นสามจะเป็นโถง Atrium หลักที่เปิดโล่งขึ้นไปถึงชั้นห้า และมี skylight ตรงกลางเพื่อนำแสงธรรมชาติเข้ามาสู่ space ภายใน พื้นที่ส่วนที่เป็นร้านค้าก็จะล้อมรอบ Atrium ตรงนี้ไม่ต่างจากห้างทั่วๆ ไปมากนัก ส่วนของสวนลอยฟ้านั้นอยู่ที่ชั้นหกของอาคาร ซึ่งตรงนี้ไม่มีร้านค้าอื่นๆ นอกจากร้านกาแฟ Starbucks ร้านเดียว 

Atrium ตรงกลาง

ร้านค้าภายใน

Skylight เหนือ Atrium รูปทรงหกเหลี่ยมให้เข้ากับแพทเทิร์นของพื้นสวนด้านบน

ร้าน Starbucks บนชั้นหกระดับเดียวกับสวน

       จุดเด่นของสวนลอยฟ้านี้คือการนำรูปทรงหกเหลี่ยมที่เขาใช้บนผนังของอาคาร มาใช้อีกทีเป็นแพทเทิร์นของลานพื้น จากพื้นที่ลานที่มีช่อง skylight เป็นศูนย์กลาง ตรงบริเวณขอบๆ นั้นจากส่วนที่เป็นพื้นก็ค่อยๆ มีการยกขึ้นมาแบบเป็นขั้นๆ กลายมาเป็นที่นั่ง เป็นโต๊ะ และเป็นบันไดไปในตัว ต้นไม้ที่เขานำมาปลูกบนนี้บางต้นมีขนาดใหญ่พอที่เขาจะนำเก้าอี้มาแขวนบนกิ่งไม้ได้ ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในสวนในบ้านมากยิ่งขึ้น

บรรยากาศบนสวนลอยฟ้า

       ด้วยรูปทรงที่แปลกตาของงาน Tokyo Plaza นี้ รวมไปถึงการออกแบบทางเข้าที่ดึงดูดความสนใจในการใช้อุโมงค์กระจกคาไลโดสโคป การนำสวนสาธารณะที่มีผู้คนสามารถขึ้นไปผ่อนคลายและชมวิวของย่านนี้ได้แบบฟรีๆ โดยที่ไม่ค่อยมีห้างในในบริเวณนี้มีสวนลอยฟ้าแบบนี้ และแน่นอนสิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือ การที่มีร้านค้าร้านอาหารที่กำลังฮิตมาเปิด ผมว่างานนี้ประสบความสำเร็จในเรื่องการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจในการใช้อาคารได้ดีในระดับหนึ่งทีเดียว

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
ภาพ : ต่อพงษ์ เอื้อประยูรวงศ์

เรื่อง: ต่อพงษ์ เอื้อประยูรวงศ์

รูปทรงแปลกตาสร้างประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่าง Tokyo Plaza

การสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจในการใช้อาคาร ด้วยลักษณะอันโดดเด่นตั้งแต่ทางเข้าคล้ายอุโมงค์คล้ายกระจกคาไลโดสโคปที่ทำให้เราเห็นภาพซ้อนไปมาน่าตื่นตาตื่นใจ ด้านบนอาคารมีรูปทรงคล้ายกับหอคอยปราสาทที่มีสวนหย่อมลอยฟ้าสอดแทรกอยู่เพื่อเป็นการดึงธรรมชาติจากถนนเข้ามาเชื่อมโยงกัน เมื่อเราไปยืนในแต่ละจุดจะได้มุมมองที่แปลกแตกต่างจากอาคารทั่วไป

       ย่านโอโมเตะซานโดะ (Omotesando) นอกจากจะเป็นย่านช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมหรูหราที่สุดย่านหนึ่งของโตเกียว ที่บางคนถึงกับให้สมญานามย่านนี้ว่าเป็น Champs-Elysees ของญี่ปุ่น เนื่องมาจากเป็นถนนที่มีทิวต้นไม้ใหญ่ริมสองข้างถนนที่สวยงาม คล้ายๆ กับถนน Champs-Elysees ในกรุงปารีสแล้ว ในทางสถาปัตยกรรม ย่านนี้เปรียบเสมือนดิสนีย์แลนด์แห่งสถาปัตยกรรม เพราะเต็มไปด้วยงานที่ออกแบบโดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียงทั้งของญี่ปุ่นและระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นร้าน Prada โดย Herzog & de Meuron, ร้าน Dior โดย SANAA, โครงการ Omotesando Hills โดย Tadao Ando และร้าน TOD โดย Toyo Ito ที่เพิ่งจะได้รับรางวัล Pritzker ประจำปีนี้ไปหมาดๆ
 
       งาน Tokyo Plaza ที่นำมาให้ชมในวันนี้ก็เป็นการเพิ่มงานสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจอีกงานหนึ่งบนถนนสายแฟชั่นแห่งนี้ งานนี้ได้รับการออกแบบโดย Hiroshi Nakamura สถาปนิกผู้ซึ่งเคยทำงานกับ Kengo Kuma ที่ผมได้นำงาน Asakusa Culture Tourist Center มาให้ชมในคราวที่แล้ว ด้วยความที่ว่าสมัยนี้ผู้คนเริ่มที่จะซื้อของออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ยอดขายของร้านที่มีตัวตนจริงหลายๆ เจ้าเริ่มจะลดลง สถาปนิกเขาจึงต้องการจะหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้คนได้รับประสบการณ์จากการช็อปปิ้งในห้าง ที่เขาไม่สามารถหาได้จากการช็อปปิ้งออนไลน์ เขาคิดว่าห้างนั้นควรจะเป็นสถานที่ที่มีบรรยากาศสบายๆ ทำให้เกิดความผ่อนคลาย และเพลิดเพลินในการเดิน ในขณะเดียวกันก็ต้องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมัน

       แนวความคิดหลักของ Tokyo Plaza จึงเป็นการพยายามที่จะเชื่อมบรรยากาศที่สวยงามของต้นไม้ริมสองทางของถนนโอโมเตะซานโดะ ขึ้นไปสู่สวนลอยฟ้าด้านบนของอาคาร ซึ่งเป็นการดึงดูดให้คนขึ้นไปชั้นบนๆ ของห้าง เนื่องจากปัญหาหนึ่งในการออกแบบห้างก็คือ ผู้ที่มาช็อปมักจะไม่ค่อยอยากขึ้นไปชั้นบนๆ ของห้างมากเท่าไรนัก
 
       รูปทรงภายนอกของอาคารดูเหมือนจะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คือ ด้านบนที่เป็นรูปทรงคล้ายๆ กับหอคอยของปราสาทยื่นขึ้นมาเป็นแท่งๆ หลายๆ อัน ที่ค่อนข้างจะทึบตัน โดยมีสวนหย่อมสอดแทรกอยู่ระหว่างแต่ละหอคอย ผนังตรงส่วนนี้ทำมาจากแผงอลูมินัม (Aluminum Panel) รูปทรงหกเหลี่ยมที่มีพื้นผิวที่ไม่เรียบซะทีเดียว ทำให้เกิดผลในการมองเห็นที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าแสงที่มาตกกระทบในช่วงเวลาไหนของวัน 

       ในขณะเดียวกันอีกส่วนคือด้านล่างของอาคารนั้นส่วนใหญ่จะเป็นผนังกระจก สถาปนิกเขาให้อิสระแก่ร้านที่มาเช่าพื้นที่ด้านล่างในการออกแบบผนังภายนอกของร้านตัวเอง เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของความหลากหลายรูปแบบของร้านค้าต่างๆ บนถนนเส้นนี้
 
       ตรงทางเข้าหลักของตัวอาคาร สถาปนิกได้ออกแบบให้เป็นอุโมงค์ที่ผนังรอบๆ เป็นกระจกรูปทรงสามเหลี่ยมหลากหลายขนาดมาต่อและทำมุมระนาบที่แตกต่างกัน ตรงกลางเป็นบันไดเลื่อนเข้าไปสู่ชั้นสองและชั้นสามของอาคาร ระหว่างที่ยืนอยู่บนบันไดเลื่อนที่เคลื่อนผ่านอุโมงค์นี้จะเห็นภาพที่สะท้อนกระจกไปมาที่น่าตื่นตาตื่นใจ คล้ายๆ กับการที่เราส่องกล้องคาไลโดสโคปเล่นในสมัยเด็กๆ (กล้องที่ทำมาจากกระจกนำมาประกบกันเป็นกระบอกสามเหลี่ยม แล้วใส่เศษกระดาษสีชิ้นเล็กๆ ลงไปข้างใน)

อุโมงค์คาไลโดสโคป

       เมื่อถึงตรงชั้นสามจะเป็นโถง Atrium หลักที่เปิดโล่งขึ้นไปถึงชั้นห้า และมี skylight ตรงกลางเพื่อนำแสงธรรมชาติเข้ามาสู่ space ภายใน พื้นที่ส่วนที่เป็นร้านค้าก็จะล้อมรอบ Atrium ตรงนี้ไม่ต่างจากห้างทั่วๆ ไปมากนัก ส่วนของสวนลอยฟ้านั้นอยู่ที่ชั้นหกของอาคาร ซึ่งตรงนี้ไม่มีร้านค้าอื่นๆ นอกจากร้านกาแฟ Starbucks ร้านเดียว 

Atrium ตรงกลาง

ร้านค้าภายใน

Skylight เหนือ Atrium รูปทรงหกเหลี่ยมให้เข้ากับแพทเทิร์นของพื้นสวนด้านบน

ร้าน Starbucks บนชั้นหกระดับเดียวกับสวน

       จุดเด่นของสวนลอยฟ้านี้คือการนำรูปทรงหกเหลี่ยมที่เขาใช้บนผนังของอาคาร มาใช้อีกทีเป็นแพทเทิร์นของลานพื้น จากพื้นที่ลานที่มีช่อง skylight เป็นศูนย์กลาง ตรงบริเวณขอบๆ นั้นจากส่วนที่เป็นพื้นก็ค่อยๆ มีการยกขึ้นมาแบบเป็นขั้นๆ กลายมาเป็นที่นั่ง เป็นโต๊ะ และเป็นบันไดไปในตัว ต้นไม้ที่เขานำมาปลูกบนนี้บางต้นมีขนาดใหญ่พอที่เขาจะนำเก้าอี้มาแขวนบนกิ่งไม้ได้ ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในสวนในบ้านมากยิ่งขึ้น

บรรยากาศบนสวนลอยฟ้า

       ด้วยรูปทรงที่แปลกตาของงาน Tokyo Plaza นี้ รวมไปถึงการออกแบบทางเข้าที่ดึงดูดความสนใจในการใช้อุโมงค์กระจกคาไลโดสโคป การนำสวนสาธารณะที่มีผู้คนสามารถขึ้นไปผ่อนคลายและชมวิวของย่านนี้ได้แบบฟรีๆ โดยที่ไม่ค่อยมีห้างในในบริเวณนี้มีสวนลอยฟ้าแบบนี้ และแน่นอนสิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือ การที่มีร้านค้าร้านอาหารที่กำลังฮิตมาเปิด ผมว่างานนี้ประสบความสำเร็จในเรื่องการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจในการใช้อาคารได้ดีในระดับหนึ่งทีเดียว

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
ภาพ : ต่อพงษ์ เอื้อประยูรวงศ์

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ