View : 13707
เรื่อง: กิตติวุฒิ เฉลยถ้อย

ลดความร้อนให้ทาวน์เฮาส์และตึกแถวอย่างไร

ที่อยู่อาศัยประเภททาวน์เฮาส์ และตึกแถวมีส่วนที่โดนความร้อนไม่มากนัก การลดความร้อนจึงเน้นเฉพาะบริเวณหลังคาที่รับความร้อนมากที่สุด และช่องเปิดที่แสงแดดผ่านเข้ามาได้โดยตรง

       สำหรับทาวน์เฮาส์และตึกแถวจะมีความร้อนผ่านเข้ามาในบ้านจากทางหลังคาเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากเป็นส่วนที่ถูกแสงแดดตลอดทั้งวัน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งตึกแถวที่มีหลังคาเป็นดาดฟ้าซึ่งทำมาจากคอนกรีตเสริมเหล็ก คอนกรีตจะเป็นตัวอมความร้อนเอาไว้  และจะคายความร้อนส่วนหนึ่งเข้ามาสู่ภายในบ้าน  ส่วนความร้อนที่ผ่านเข้ามาทางผนังและช่องเปิด จะมีเพียงบริเวณด้านหน้าและด้านหลังเท่านั้น  ยกเว้นทาวน์เฮาส์หรือตึกแถวห้องริมที่อาจจะได้รับความร้อนมากกว่าปกติ เนื่องจากมีหน้าต่างที่ผนังด้านข้างซึ่งอาจจะโดนแดดมากขึ้น  นอกจากนี้โรงรถหรือถนนหน้าบ้านก็เป็นส่วนที่ทำให้ความร้อนแผ่เข้ามาภายในอาคารด้วยเช่นกัน เนื่องจากผืนคอนกรีตใหญ่เหล่านี้จะอมความร้อนจากแสงแดดไว้และแผ่ความร้อนเข้ามาในบ้านในช่วงเย็นค่ำ

ภาพ: ลักษณะห้องแถวที่อยู่ติดกัน
สถานที่: SIRI HOUSE

       ดังนั้น ส่วนที่ควรคิดถึงเป็นจุดแรกในการป้องกันความร้อนมากที่สุดก็คือ หลังคา ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นสองแบบ คือ หลังคาดาดฟ้า และหลังคาที่มีวัสดุมุง

       หลังคาดาดฟ้า คือหลังคาพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กที่เราสามารถขึ้นไปด้านบนเพื่อใช้งานได้  หลังคาแบบนี้สามารถป้องกันความร้อนได้ด้วยการทาสีกันความร้อน  หรือการติดตั้งฉนวนเหนือฝ้าเพดานเพื่อช่วยสะท้อนความร้อนและป้องกันความร้อนไม่ให้เข้าสู่ภายใน  หรืออาจหาวัสดุอื่นๆ มาปูพื้นปิดทับเพื่อป้องกันไม่ให้ดาดฟ้าโดนแสงแดดโดยตรง อย่างเช่น ปูหญ้าเทียม ปูกระเบื้อง หรือทำระเบียงไม้  รวมไปถึงการต่อเติมหลังคาคลุมพื้นที่ดาดฟ้าด้วยโครงสร้างเหล็กง่ายๆ  เพื่อช่วยป้องกันแสงแดด   ทั้งนี้ ต้องระวังเรื่องโครงสร้างและกฎหมายการต่อเติมอาคารด้วย จึงควรปรึกษาสถาปนิกและวิศวกรก่อนต่อเติมทุกครั้ง

ภาพ: หลังคาดาดฟ้าปูหญ้าเทียม

       ส่วนหลังคาที่มีวัสดุมุงสามารถติดตั้งฉนวนกันความร้อนเหนือฝ้าเพดานชั้นบนสุดได้ และหากมีฝ้าชายคาภายนอกบ้าน ควรเปลี่ยนมาใช้ฝ้าเพดานที่มีรูสำหรับระบายอากาศ  เพื่อช่วยให้อากาศร้อนที่อยู่ใต้ฝ้าเพดานถูกลมพัดถ่ายเทออกไปได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

ภาพ: ติดตั้งฉนวนใยแก้วสำหรับปูบนฝ้าเพดานช่วยลดความร้อนจากหลังคาให้ผ่านเข้าสู่ภายในบ้านน้อยลง

ภาพ: ฝ้าเพดานซึ่งมีรูระบายอากาศ เป็นวิธีการอย่างหนึ่งที่ช่วยระบายความร้อนที่สะสมอยู่ใต้หลังคา

       การป้องกันความร้อนที่ประตูและหน้าต่างเป็นอีกบริเวณที่ควรให้ความสำคัญ เพราะเป็นช่องทางที่แสงแดดผ่านเข้ามาได้โดยตรง จึงควรติดตั้งหลังคากันสาดหรือแผงระแนงบังแดดเพื่อช่วยกรองแสง และลดความร้อนที่ผ่านเข้ามา  (ผ้าม่านภายในห้องอาจจะช่วยกรองแสงแดดได้ส่วนหนึ่ง แต่ไม่สามารถช่วยป้องกันความร้อนได้เนื่องจากความร้อนได้ทะลุผ่านกระจกหรือช่องเปิดเข้ามาภายในบ้านแล้ว)

ภาพ: รูปแบบแผงระแนงกันแดดที่เหมาะสมกับแต่ละทิศของบ้าน

       สำหรับความร้อนที่ผ่านเข้ามาทางผนังก่ออิฐฉาบปูนซึ่งมักอมความร้อนไว้และคายออกมาในช่วงค่ำ  สามารถลดความร้อนที่แผ่เข้ามาภายในบ้านได้ด้วยการทำผนังสองชั้นในลักษณะผนังโครงเบา ไม่ว่าจะเป็นที่ผนังด้านนอกหรือด้านใน โดยติดตั้งโครงคร่าวบนผนังก่ออิฐฉาบปูนเดิมในทิศทางและระยะที่เหมาะสมกับแผ่นผนัง สำหรับผนังด้านนอกอาจเลือกใช้แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์หรือไม้ฝา โดยอาจเลือกใช้ไม้ฝาที่มีคุณสมบัติป้องกันความร้อนและสะท้อนรังสีความร้อนได้ ส่วนผนังภายในควรเลือกใช้แผ่นยิปซัมหรือไฟเบอร์ซีเมนต์  ทั้งนี้ ผนังจะหนาขึ้นมาประมาณ 7- 10 เซนติเมตร  ซึ่งสามารถติดตั้งฉนวนกันความร้อนระหว่างโครงคร่าวผนังเพื่อเพิ่มประสิทธิการป้องกันความร้อนได้อีกด้วย

ภาพ: ลดความร้อนที่ผนังด้านนอกด้วยการติดตั้งผนังไม้ฝาตีแนวนอนบนโครงคร่าวเหล็ก พร้อมฉนวนกันความร้อน

ภาพ: ไม้ฝา เอสซีจี รุ่น คูลพลัส ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันความร้อนและสะท้อนรังสีความร้อนได้

       สำหรับความร้อนจากที่จอดรถหน้าบ้านที่อาจจะแผ่เข้ามาในบ้าน  สามารถช่วยลดความร้อนได้ด้วยการเปลี่ยนวัสดุปูพื้น ที่จากเดิมส่วนมากจะเป็นคอนกรีต  ก็เปลี่ยนมาเป็นวัสดุที่อมความร้อนน้อยลง อย่างเช่น บล็อกปูพื้นที่ช่วยลดไอร้อนได้ หญ้าเทียม กระเบื้องดินเผา รวมไปถึงควรออกแบบพื้นไม่ให้เป็นผืนคอนกรีตใหญ่เกินไปด้วยการแบ่งพื้นออกเป็นช่องที่เล็กลง  เพื่อปูสลับกับพื้นดินหรือหญ้า ซึ่งจะช่วยให้ความร้อนสะสมในเนื้อคอนกรีตน้อยลง นอกจากนี้ หากพอจะมีพื้นที่วางกระถางต้นไม้ โดยเลือกต้นไม้ที่มีพุ่มทรงสูงจะช่วยป้องกันแสงแดดกระทบพื้นโดยตรงอีกทางหนึ่ง

       นอกจากการป้องกันความร้อนเข้ามาภายในบ้านแล้ว ควรคำนึงถึงการระบายอากาศที่ดีด้วย โดยเปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเทเข้าออกระหว่างวัน และไม่ควรจัดวางเฟอร์นิเจอร์บังช่องหน้าต่างที่เป็นทางลมพัดผ่าน หรือหากจำเป็นต้องปิดประตูหน้าต่างไว้ทั้งวัน (เพื่อความปลอดภัยในกรณีที่ไม่มีคนอยู่บ้าน) อาจเปลี่ยนหน้าต่างที่ชั้นล่างบางชุดเป็นบานเกล็ดติดตายพร้อมมุ้งลวดเพื่อเป็นช่องทางลมเข้า และติดตั้งพัดลมระบายอากาศ (พัดลมดูดอากาศ) ที่ผนังหรือฝ้าเพดานชั้นบน เพื่อช่วยดูดอากาศและพาความร้อนออกไปภายนอกบ้าน เป็นการช่วยลดความร้อนอบอ้าวภายในบ้านได้ ทั้งนี้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ออกแบบและเลือกใช้ อุปกรณ์ที่เหมาะสม

       การลดความร้อนสำหรับทาวน์เฮาส์หรือตึกแถวนั้น สามารถทำได้โดยการป้องกันความร้อนที่บริเวณหลังคาเป็นหลัก และลดความร้อนที่ผ่านกระจกทางช่องประตู-หน้าต่างด้วยการติดตั้งกันสาดหรือแผงระแนงเพิ่มเข้าไป ส่วนผนังและพื้นที่จอดรถอาจพิจารณาลดความร้อนตามความเหมาะสม  ที่สำคัญคือการระบายอากาศที่ดีไม่ว่าจะด้วยวิธีธรรมชาติ หรือใช้อุปกรณ์เข้ามาช่วย


กิตติวุฒิ เฉลยถ้อย
การศึกษา: สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 







เรื่อง: กิตติวุฒิ เฉลยถ้อย

ลดความร้อนให้ทาวน์เฮาส์และตึกแถวอย่างไร

ที่อยู่อาศัยประเภททาวน์เฮาส์ และตึกแถวมีส่วนที่โดนความร้อนไม่มากนัก การลดความร้อนจึงเน้นเฉพาะบริเวณหลังคาที่รับความร้อนมากที่สุด และช่องเปิดที่แสงแดดผ่านเข้ามาได้โดยตรง

       สำหรับทาวน์เฮาส์และตึกแถวจะมีความร้อนผ่านเข้ามาในบ้านจากทางหลังคาเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากเป็นส่วนที่ถูกแสงแดดตลอดทั้งวัน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งตึกแถวที่มีหลังคาเป็นดาดฟ้าซึ่งทำมาจากคอนกรีตเสริมเหล็ก คอนกรีตจะเป็นตัวอมความร้อนเอาไว้  และจะคายความร้อนส่วนหนึ่งเข้ามาสู่ภายในบ้าน  ส่วนความร้อนที่ผ่านเข้ามาทางผนังและช่องเปิด จะมีเพียงบริเวณด้านหน้าและด้านหลังเท่านั้น  ยกเว้นทาวน์เฮาส์หรือตึกแถวห้องริมที่อาจจะได้รับความร้อนมากกว่าปกติ เนื่องจากมีหน้าต่างที่ผนังด้านข้างซึ่งอาจจะโดนแดดมากขึ้น  นอกจากนี้โรงรถหรือถนนหน้าบ้านก็เป็นส่วนที่ทำให้ความร้อนแผ่เข้ามาภายในอาคารด้วยเช่นกัน เนื่องจากผืนคอนกรีตใหญ่เหล่านี้จะอมความร้อนจากแสงแดดไว้และแผ่ความร้อนเข้ามาในบ้านในช่วงเย็นค่ำ

ภาพ: ลักษณะห้องแถวที่อยู่ติดกัน
สถานที่: SIRI HOUSE

       ดังนั้น ส่วนที่ควรคิดถึงเป็นจุดแรกในการป้องกันความร้อนมากที่สุดก็คือ หลังคา ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นสองแบบ คือ หลังคาดาดฟ้า และหลังคาที่มีวัสดุมุง

       หลังคาดาดฟ้า คือหลังคาพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กที่เราสามารถขึ้นไปด้านบนเพื่อใช้งานได้  หลังคาแบบนี้สามารถป้องกันความร้อนได้ด้วยการทาสีกันความร้อน  หรือการติดตั้งฉนวนเหนือฝ้าเพดานเพื่อช่วยสะท้อนความร้อนและป้องกันความร้อนไม่ให้เข้าสู่ภายใน  หรืออาจหาวัสดุอื่นๆ มาปูพื้นปิดทับเพื่อป้องกันไม่ให้ดาดฟ้าโดนแสงแดดโดยตรง อย่างเช่น ปูหญ้าเทียม ปูกระเบื้อง หรือทำระเบียงไม้  รวมไปถึงการต่อเติมหลังคาคลุมพื้นที่ดาดฟ้าด้วยโครงสร้างเหล็กง่ายๆ  เพื่อช่วยป้องกันแสงแดด   ทั้งนี้ ต้องระวังเรื่องโครงสร้างและกฎหมายการต่อเติมอาคารด้วย จึงควรปรึกษาสถาปนิกและวิศวกรก่อนต่อเติมทุกครั้ง

ภาพ: หลังคาดาดฟ้าปูหญ้าเทียม

       ส่วนหลังคาที่มีวัสดุมุงสามารถติดตั้งฉนวนกันความร้อนเหนือฝ้าเพดานชั้นบนสุดได้ และหากมีฝ้าชายคาภายนอกบ้าน ควรเปลี่ยนมาใช้ฝ้าเพดานที่มีรูสำหรับระบายอากาศ  เพื่อช่วยให้อากาศร้อนที่อยู่ใต้ฝ้าเพดานถูกลมพัดถ่ายเทออกไปได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

ภาพ: ติดตั้งฉนวนใยแก้วสำหรับปูบนฝ้าเพดานช่วยลดความร้อนจากหลังคาให้ผ่านเข้าสู่ภายในบ้านน้อยลง

ภาพ: ฝ้าเพดานซึ่งมีรูระบายอากาศ เป็นวิธีการอย่างหนึ่งที่ช่วยระบายความร้อนที่สะสมอยู่ใต้หลังคา

       การป้องกันความร้อนที่ประตูและหน้าต่างเป็นอีกบริเวณที่ควรให้ความสำคัญ เพราะเป็นช่องทางที่แสงแดดผ่านเข้ามาได้โดยตรง จึงควรติดตั้งหลังคากันสาดหรือแผงระแนงบังแดดเพื่อช่วยกรองแสง และลดความร้อนที่ผ่านเข้ามา  (ผ้าม่านภายในห้องอาจจะช่วยกรองแสงแดดได้ส่วนหนึ่ง แต่ไม่สามารถช่วยป้องกันความร้อนได้เนื่องจากความร้อนได้ทะลุผ่านกระจกหรือช่องเปิดเข้ามาภายในบ้านแล้ว)

ภาพ: รูปแบบแผงระแนงกันแดดที่เหมาะสมกับแต่ละทิศของบ้าน

       สำหรับความร้อนที่ผ่านเข้ามาทางผนังก่ออิฐฉาบปูนซึ่งมักอมความร้อนไว้และคายออกมาในช่วงค่ำ  สามารถลดความร้อนที่แผ่เข้ามาภายในบ้านได้ด้วยการทำผนังสองชั้นในลักษณะผนังโครงเบา ไม่ว่าจะเป็นที่ผนังด้านนอกหรือด้านใน โดยติดตั้งโครงคร่าวบนผนังก่ออิฐฉาบปูนเดิมในทิศทางและระยะที่เหมาะสมกับแผ่นผนัง สำหรับผนังด้านนอกอาจเลือกใช้แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์หรือไม้ฝา โดยอาจเลือกใช้ไม้ฝาที่มีคุณสมบัติป้องกันความร้อนและสะท้อนรังสีความร้อนได้ ส่วนผนังภายในควรเลือกใช้แผ่นยิปซัมหรือไฟเบอร์ซีเมนต์  ทั้งนี้ ผนังจะหนาขึ้นมาประมาณ 7- 10 เซนติเมตร  ซึ่งสามารถติดตั้งฉนวนกันความร้อนระหว่างโครงคร่าวผนังเพื่อเพิ่มประสิทธิการป้องกันความร้อนได้อีกด้วย

ภาพ: ลดความร้อนที่ผนังด้านนอกด้วยการติดตั้งผนังไม้ฝาตีแนวนอนบนโครงคร่าวเหล็ก พร้อมฉนวนกันความร้อน

ภาพ: ไม้ฝา เอสซีจี รุ่น คูลพลัส ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันความร้อนและสะท้อนรังสีความร้อนได้

       สำหรับความร้อนจากที่จอดรถหน้าบ้านที่อาจจะแผ่เข้ามาในบ้าน  สามารถช่วยลดความร้อนได้ด้วยการเปลี่ยนวัสดุปูพื้น ที่จากเดิมส่วนมากจะเป็นคอนกรีต  ก็เปลี่ยนมาเป็นวัสดุที่อมความร้อนน้อยลง อย่างเช่น บล็อกปูพื้นที่ช่วยลดไอร้อนได้ หญ้าเทียม กระเบื้องดินเผา รวมไปถึงควรออกแบบพื้นไม่ให้เป็นผืนคอนกรีตใหญ่เกินไปด้วยการแบ่งพื้นออกเป็นช่องที่เล็กลง  เพื่อปูสลับกับพื้นดินหรือหญ้า ซึ่งจะช่วยให้ความร้อนสะสมในเนื้อคอนกรีตน้อยลง นอกจากนี้ หากพอจะมีพื้นที่วางกระถางต้นไม้ โดยเลือกต้นไม้ที่มีพุ่มทรงสูงจะช่วยป้องกันแสงแดดกระทบพื้นโดยตรงอีกทางหนึ่ง

       นอกจากการป้องกันความร้อนเข้ามาภายในบ้านแล้ว ควรคำนึงถึงการระบายอากาศที่ดีด้วย โดยเปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเทเข้าออกระหว่างวัน และไม่ควรจัดวางเฟอร์นิเจอร์บังช่องหน้าต่างที่เป็นทางลมพัดผ่าน หรือหากจำเป็นต้องปิดประตูหน้าต่างไว้ทั้งวัน (เพื่อความปลอดภัยในกรณีที่ไม่มีคนอยู่บ้าน) อาจเปลี่ยนหน้าต่างที่ชั้นล่างบางชุดเป็นบานเกล็ดติดตายพร้อมมุ้งลวดเพื่อเป็นช่องทางลมเข้า และติดตั้งพัดลมระบายอากาศ (พัดลมดูดอากาศ) ที่ผนังหรือฝ้าเพดานชั้นบน เพื่อช่วยดูดอากาศและพาความร้อนออกไปภายนอกบ้าน เป็นการช่วยลดความร้อนอบอ้าวภายในบ้านได้ ทั้งนี้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ออกแบบและเลือกใช้ อุปกรณ์ที่เหมาะสม

       การลดความร้อนสำหรับทาวน์เฮาส์หรือตึกแถวนั้น สามารถทำได้โดยการป้องกันความร้อนที่บริเวณหลังคาเป็นหลัก และลดความร้อนที่ผ่านกระจกทางช่องประตู-หน้าต่างด้วยการติดตั้งกันสาดหรือแผงระแนงเพิ่มเข้าไป ส่วนผนังและพื้นที่จอดรถอาจพิจารณาลดความร้อนตามความเหมาะสม  ที่สำคัญคือการระบายอากาศที่ดีไม่ว่าจะด้วยวิธีธรรมชาติ หรือใช้อุปกรณ์เข้ามาช่วย


กิตติวุฒิ เฉลยถ้อย
การศึกษา: สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 



บทความที่แล้ว
ปรับปรุงหลังคาใหม่ให้บ้านเย็น
B-Cool-roof-renovation.jpg


บทความถัดไป
ต่อเติมหลังคากันสาดและแผงบังแดดข้างบ้าน
028-ต่อเติมหลังคากันสาดและแผงบังแดดข้างบ้าน.jpg


 
 







ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ