View : 27065
เรื่อง: ชวนนท์ โฆษกิจจาเลิศ

รั้วบ้านทรุดเอียง ป้องกันและแก้ไขอย่างไร

แนวทางการแก้ไขปัญหารั้วทรุดหรือล้มเอียงขึ้นอยู่กับสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นและรูปแบบโครงสร้างที่

       รั้ว  คือกำแพงที่แสดงขอบเขตของบ้านหรือที่ดิน ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยให้แก่ผู้อยู่อาศัย รั้วควรมีความมั่นคงแข็งแรงไม่ต่างจากตัวบ้าน เพราะหากรั้วทรุดเอียง หรือใกล้จะล้ม ย่อมเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายแก่คนในบ้านหรือเพื่อนบ้านข้างเคียง อีกทั้งหากรั้วเอียงออกนอกเขตที่ดินของเรายังเป็นการไปบุกรุกที่ดินของคนอื่นด้วย รั้วที่เริ่มเอียงมักมีแนวโน้มจะเอียงมากขึ้น จึงควรที่จะแก้ไขให้เร็วที่สุดก่อนที่ปัญหาจะบานปลาย

ภาพ: ลักษณะรั้วบ้านเริ่มเอียงออกมาฝั่งถนน

ภาพ: ลักษณะรั้วบ้านเอียง

       ก่อนจะทราบถึงสาเหตุที่รั้วทรุดเอียง จะต้องเข้าใจส่วนประกอบของรั้วเสียก่อน รั้วประกอบด้วยโครงสร้างส่วนเหนือดิน และส่วนใต้ดิน โครงสร้างส่วนเหนือดิน เป็นส่วนที่เรามองเห็น ประกอบไปด้วย คานทับหลัง  เสารั้ว กำแพงรั้ว และคานคอดิน ส่วนโครงสร้างใต้ดินประกอบด้วยฐานรากหรือฐานเข็ม ซึ่งแบ่งเป็นสองประเภทคือ ฐานรากทั่วไป และฐานรากกันดิน

       ฐานรากทั่วไป เป็นฐานรากที่มีตามตำแหน่งของเสารั้ว ประกอบไปด้วยเสาตอม่อ  ฐานราก และอาจมีเสาเข็มในกรณีที่สภาพดินอ่อน โดยตัวฐานรากหากสร้างชิดเขตที่ดินจะต้องใช้ฐานรากที่เรียกว่าฐานรากตีนเป็ด เพื่อไม่ให้ฐานรากล้ำไปยังเขตที่ดินเพื่อนบ้าน ยกเว้นกรณีที่ใช้รั้วร่วมกันอย่างเช่นบ้านในหมู่บ้านจัดสรรโดยทั่วไป ซึ่งกึ่งกลางของฐานรากและแนวรั้วจะถือเป็นแนวเขตที่ดิน ฐานรากทั่วไปนี้จะใช้ในบริเวณที่ระดับดินทั้งสองฝั่งของรั้วสูงเท่าๆ กัน

       ฐานรากกันดิน เป็นฐานรากที่ใช้ในบริเวณที่ระดับดินทั้งสองฝั่งของรั้วมีความแตกต่างกัน ดินจากฝั่งที่สูงกว่าจะมีแรงดันไปยังฝั่งที่ต่ำกว่า ลักษณะของฐานรากจะทำได้ 2 รูปแบบ แบบแรกคือฐานรากตัว L คอนกรีตเสริมเหล็กหล่อยาวตลอดแนวรั้ว โดยขาของตัว L จะอยู่ฝั่งที่ดินสูงกว่า เหมาะกับดินที่ถมสูงจนมีน้ำหนักเพียงพอที่จะกดทับฐานรากไว้ไม่ให้ล้มเอียง อีกแบบคือฐานรากสเตย์ ซึ่งเป็นฐานรากพร้อมเสาเข็มอีกชุด โดยมีคานค้ำยันหรือที่เรียกว่า คานสเตย์ (Stay) ทำหน้าที่ดึงชุดโครงสร้างรั้วและกำแพงกันดินไว้ ทั้งนี้ ฐานรากกันดินจะมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างสูงกว่าฐานรากทั่วไป
 

       สาเหตุของการทรุดเอียงของรั้วมักเกิดจากระดับดินถมที่แตกต่างกันระหว่างที่ดินทั้งสองฝั่งของรั้ว และไม่ได้เตรียมโครงสร้างป้องกันไว้ รวมถึงการออกแบบหรือเลือกใช้ฐานรากผิดประเภท หากที่ดินของบ้านมีการถมดินสูงกว่าที่ดินรอบข้างเป็นเมตร เมื่อนานวันเข้าดินก็ค่อยๆ ดันฐานรากและรั้วให้ล้มลง

       ในขั้นต้นหากสังเกตเห็นรอยแยกหรือรอยแตกร้าวระหว่างรั้วสองแนวที่ตั้งฉากกัน แสดงว่ารั้วแนวใดแนวหนึ่งเริ่มเอียง ให้ทำการตัดโครงสร้างตามรอยต่อของรั้วทั้งสองแนวออกจากกันเพื่อไม่ให้รั้วอีกแนวโดนดึงเสียหายไปด้วย และหากรั้วยังเอียงไม่มากอาจป้องกันรั้วล้มมากขึ้นโดยการถมดินอีกฝั่งให้ระดับสูงใกล้เคียงกัน ซึ่งมักจะเป็นไปได้ยากโดยเฉพาะหากที่ดินฝั่งที่ระดับต่ำกว่าเป็นของเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตาม เราสามารถแก้ไขภายในที่ดินของเราเองได้ ด้วยการปรับระดับดินบริเวณใกล้รั้วให้ลาดเอียงลงไปเท่ากับระดับดินของที่ดินข้างเคียง โดยให้มีความลาดชันไม่เกิน 45 องศาเพื่อป้องกันไม่ให้ดินพังทลาย ในทางกลับกันหากระดับดินของที่ดินข้างเคียงสูงกว่าเราจนดันรั้วล้มเข้ามาที่ฝั่งเรา จำเป็นต้องเจรจาให้เจ้าของที่ดินนั้นๆ ทำการแก้ไข

       การแก้ไขรั้วที่เพิ่งเริ่มล้ม ยังเอียงไม่มาก อาจปรึกษาวิศวกรถึงแนวทางในการดึงรั้วกลับว่าเป็นไปได้หรือไม่ เช่น การใช้เครื่องมือสามขา หรือเครื่องมือไฮดรอลิกในการดึงรั้วให้กลับตำแหน่งเดิม ซึ่งต้องพิจารณาตำแหน่งที่จะยึดบนรั้วอย่างเหมาะสม หลังจากนั้นจึงทำฐานรากสเตย์เพิ่มเติม

       กรณีที่รั้วล้มมากจนไม่สามารถดึงกลับได้ จำเป็นต้องแก้ไขโดยการรื้อถอนรั้วเดิมทั้งหมด (ทั้งโครงสร้างบนดินและใต้ดิน) แล้วจึงลงเสาเข็ม หล่อฐานราก พร้อมก่อรั้วใหม่โดยทำฐานรากสเตย์ด้วย ทั้งนี้ ควรปรึกษาวิศวกรเพื่อให้ออกแบบรูปแบบและขนาดที่เหมาะสม

 
ชวนนท์ โฆษกิจจาเลิศ
การศึกษา: สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สนใจรับคำปรึกษากับทีมสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญ คลิกที่นี่
DreamDriver-Consult.jpg


add-line-no-product.png

เรื่อง: ชวนนท์ โฆษกิจจาเลิศ

รั้วบ้านทรุดเอียง ป้องกันและแก้ไขอย่างไร

แนวทางการแก้ไขปัญหารั้วทรุดหรือล้มเอียงขึ้นอยู่กับสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นและรูปแบบโครงสร้างที่

       รั้ว  คือกำแพงที่แสดงขอบเขตของบ้านหรือที่ดิน ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยให้แก่ผู้อยู่อาศัย รั้วควรมีความมั่นคงแข็งแรงไม่ต่างจากตัวบ้าน เพราะหากรั้วทรุดเอียง หรือใกล้จะล้ม ย่อมเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายแก่คนในบ้านหรือเพื่อนบ้านข้างเคียง อีกทั้งหากรั้วเอียงออกนอกเขตที่ดินของเรายังเป็นการไปบุกรุกที่ดินของคนอื่นด้วย รั้วที่เริ่มเอียงมักมีแนวโน้มจะเอียงมากขึ้น จึงควรที่จะแก้ไขให้เร็วที่สุดก่อนที่ปัญหาจะบานปลาย

ภาพ: ลักษณะรั้วบ้านเริ่มเอียงออกมาฝั่งถนน

ภาพ: ลักษณะรั้วบ้านเอียง

       ก่อนจะทราบถึงสาเหตุที่รั้วทรุดเอียง จะต้องเข้าใจส่วนประกอบของรั้วเสียก่อน รั้วประกอบด้วยโครงสร้างส่วนเหนือดิน และส่วนใต้ดิน โครงสร้างส่วนเหนือดิน เป็นส่วนที่เรามองเห็น ประกอบไปด้วย คานทับหลัง  เสารั้ว กำแพงรั้ว และคานคอดิน ส่วนโครงสร้างใต้ดินประกอบด้วยฐานรากหรือฐานเข็ม ซึ่งแบ่งเป็นสองประเภทคือ ฐานรากทั่วไป และฐานรากกันดิน

       ฐานรากทั่วไป เป็นฐานรากที่มีตามตำแหน่งของเสารั้ว ประกอบไปด้วยเสาตอม่อ  ฐานราก และอาจมีเสาเข็มในกรณีที่สภาพดินอ่อน โดยตัวฐานรากหากสร้างชิดเขตที่ดินจะต้องใช้ฐานรากที่เรียกว่าฐานรากตีนเป็ด เพื่อไม่ให้ฐานรากล้ำไปยังเขตที่ดินเพื่อนบ้าน ยกเว้นกรณีที่ใช้รั้วร่วมกันอย่างเช่นบ้านในหมู่บ้านจัดสรรโดยทั่วไป ซึ่งกึ่งกลางของฐานรากและแนวรั้วจะถือเป็นแนวเขตที่ดิน ฐานรากทั่วไปนี้จะใช้ในบริเวณที่ระดับดินทั้งสองฝั่งของรั้วสูงเท่าๆ กัน

       ฐานรากกันดิน เป็นฐานรากที่ใช้ในบริเวณที่ระดับดินทั้งสองฝั่งของรั้วมีความแตกต่างกัน ดินจากฝั่งที่สูงกว่าจะมีแรงดันไปยังฝั่งที่ต่ำกว่า ลักษณะของฐานรากจะทำได้ 2 รูปแบบ แบบแรกคือฐานรากตัว L คอนกรีตเสริมเหล็กหล่อยาวตลอดแนวรั้ว โดยขาของตัว L จะอยู่ฝั่งที่ดินสูงกว่า เหมาะกับดินที่ถมสูงจนมีน้ำหนักเพียงพอที่จะกดทับฐานรากไว้ไม่ให้ล้มเอียง อีกแบบคือฐานรากสเตย์ ซึ่งเป็นฐานรากพร้อมเสาเข็มอีกชุด โดยมีคานค้ำยันหรือที่เรียกว่า คานสเตย์ (Stay) ทำหน้าที่ดึงชุดโครงสร้างรั้วและกำแพงกันดินไว้ ทั้งนี้ ฐานรากกันดินจะมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างสูงกว่าฐานรากทั่วไป
 

       สาเหตุของการทรุดเอียงของรั้วมักเกิดจากระดับดินถมที่แตกต่างกันระหว่างที่ดินทั้งสองฝั่งของรั้ว และไม่ได้เตรียมโครงสร้างป้องกันไว้ รวมถึงการออกแบบหรือเลือกใช้ฐานรากผิดประเภท หากที่ดินของบ้านมีการถมดินสูงกว่าที่ดินรอบข้างเป็นเมตร เมื่อนานวันเข้าดินก็ค่อยๆ ดันฐานรากและรั้วให้ล้มลง

       ในขั้นต้นหากสังเกตเห็นรอยแยกหรือรอยแตกร้าวระหว่างรั้วสองแนวที่ตั้งฉากกัน แสดงว่ารั้วแนวใดแนวหนึ่งเริ่มเอียง ให้ทำการตัดโครงสร้างตามรอยต่อของรั้วทั้งสองแนวออกจากกันเพื่อไม่ให้รั้วอีกแนวโดนดึงเสียหายไปด้วย และหากรั้วยังเอียงไม่มากอาจป้องกันรั้วล้มมากขึ้นโดยการถมดินอีกฝั่งให้ระดับสูงใกล้เคียงกัน ซึ่งมักจะเป็นไปได้ยากโดยเฉพาะหากที่ดินฝั่งที่ระดับต่ำกว่าเป็นของเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตาม เราสามารถแก้ไขภายในที่ดินของเราเองได้ ด้วยการปรับระดับดินบริเวณใกล้รั้วให้ลาดเอียงลงไปเท่ากับระดับดินของที่ดินข้างเคียง โดยให้มีความลาดชันไม่เกิน 45 องศาเพื่อป้องกันไม่ให้ดินพังทลาย ในทางกลับกันหากระดับดินของที่ดินข้างเคียงสูงกว่าเราจนดันรั้วล้มเข้ามาที่ฝั่งเรา จำเป็นต้องเจรจาให้เจ้าของที่ดินนั้นๆ ทำการแก้ไข

       การแก้ไขรั้วที่เพิ่งเริ่มล้ม ยังเอียงไม่มาก อาจปรึกษาวิศวกรถึงแนวทางในการดึงรั้วกลับว่าเป็นไปได้หรือไม่ เช่น การใช้เครื่องมือสามขา หรือเครื่องมือไฮดรอลิกในการดึงรั้วให้กลับตำแหน่งเดิม ซึ่งต้องพิจารณาตำแหน่งที่จะยึดบนรั้วอย่างเหมาะสม หลังจากนั้นจึงทำฐานรากสเตย์เพิ่มเติม

       กรณีที่รั้วล้มมากจนไม่สามารถดึงกลับได้ จำเป็นต้องแก้ไขโดยการรื้อถอนรั้วเดิมทั้งหมด (ทั้งโครงสร้างบนดินและใต้ดิน) แล้วจึงลงเสาเข็ม หล่อฐานราก พร้อมก่อรั้วใหม่โดยทำฐานรากสเตย์ด้วย ทั้งนี้ ควรปรึกษาวิศวกรเพื่อให้ออกแบบรูปแบบและขนาดที่เหมาะสม

 
ชวนนท์ โฆษกิจจาเลิศ
การศึกษา: สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สนใจรับคำปรึกษากับทีมสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญ คลิกที่นี่
DreamDriver-Consult.jpg


add-line-no-product.png

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ