View : 88359

       ห้องน้ำที่ดีถูกสุขอนามัยนั้นควรเป็นห้องน้ำที่แห้ง ปราศจากความชื้น เนื่องจากความชื้นเป็นบ่อเกิดของเชื้อรา และแบคทีเรียชนิดต่างๆ ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้อยู่อาศัย ดังนั้นห้องน้ำจึงควรมีช่องระบายอากาศติดกับภายนอกอาคาร อย่างไรก็ตามห้องน้ำบางแห่ง เช่น ห้องน้ำของห้องคอนโด หรือห้องน้ำที่อยู่กลางบ้าน ไม่สามารถมีช่องระบายอากาศติดกับภายนอกได้ ปัญหานี้มีวิธีแก้ไขได้ 2 วิธีคือ

       วิธีแรก เป็นวิธีที่มักพบเห็นได้ตามบ้านเก่าๆหรือตึกแถว โดยห้องน้ำมักจะก่อผนังสูงไม่ถึงฝ้าเพดาน เพื่อระบายความชื้น รวมถึงการใช้ประตูบานเกล็ดช่วยระบายอากาศ อย่างไรก็ตามวิธีการนี้มักจะทำให้กลิ่นจากห้องน้ำเล็ดลอดออกมายังส่วนอื่นของบ้าน รวมถึงความชื้นจะยังคงอยู่ในบ้านก่อนจะระบายออกทางหน้าต่างอีกที และหากห้องน้ำติดกับห้องที่มีเครื่องปรับอากาศก็จะทำให้เชื้อโรคและกลิ่นจากห้องน้ำหมุนเวียนอยู่ในระบบปรับอากาศได้

       วิธีที่สอง คือการติดพัดลมระบายอากาศที่ฝ้าเพดาน ซึ่งพัดลมระบายอากาศนี้จะต้องเชื่อมต่อกับท่อลมเพื่อนำอากาศออกไปทิ้งภายนอกบ้าน โดยท่อลมจะเดินอยู่บนฝ้าเพดานไปจนถึงผนังที่ติดกับภายนอกบ้านที่เจาะไว้เป็นช่องระบายอากาศ และจะมีฝาครอบปลายท่อลักษณะเป็นตะแกรงป้องกันสัตว์และแมลงรบกวน รวมถึงป้องกันน้ำฝนเข้า 

เรื่อง: SCG Experience

ระบายอากาศในห้องน้ำที่ไม่มีหน้าต่างอย่างไร

ภาพ: การติดตั้งพัดลมระบายอากาศที่ฝ้าเพดาน

       วิธีการเลือกซื้อพัดลมระบายอากาศในเบื้องต้นให้ดูที่ความสามารถในการระบายอากาศเป็นหลัก ซึ่งมักจะบอกเป็นหน่วยของ ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง (CMH) หรือ ลูกบาศก์ฟุต/นาที (CFM) โดยมีวิธีการคำนวณดังนี้
    
ปริมาณลม CMH (ลบ.ม./ชม.) = ปริมาตรห้อง (ลบ.ม.) x อัตราการระบายอากาศ (ลบ.ม./ชม./ตร.ม.)
หรือ ปริมาณลม CFM (ลบ.ฟุต/นาที) = ปริมาตรห้อง (ลบ.ม.) x อัตราการระบายอากาศ (ลบ.ม./ชม./ตร.ม.) x 35.28 / 60
 
       ทั้งนี้ อ้างอิงตามกฎกระทรวงฉบับที่ 39 หมวด 3 ระบบการจัดแสงสว่างและการระบายอากาศ ตารางที่ 4และตารางที่ 5 กำหนดไว้ว่า:

       อัตราการระบายอากาศโดยวิธีกล สำหรับห้องน้ำ ห้องส้วมของที่พักอาศัยไม่น้อยกว่า 2 เท่าของปริมาตรห้องใน 1 ชั่วโมง
       อัตราการระบายอากาศในกรณีที่มีระบบปรับภาวะอากาศ สำหรับห้องน้ำ ห้องส้วมไม่น้อยกว่า 10ลบ.ม./ชม./ตร.ม.
               
       สมมติห้องน้ำขนาด 3 x 2 เมตร สูง 2.5 เมตร มีปริมาตร 15 ลบ.ม. จะได้ 15 x 2 = 30 CMH หรือ 17.64 CFM ดังนั้น จะต้องใช้พัดลมระบายอากาศที่มีขนาดไม่น้อยกว่า 30 CMH หรือ 17.64 CFM นั่นเอง (พัดลมระบายอากาศชนิดติดฝ้าเพดานขนาดเล็กสุดจะอยู่ที่ประมาณ 50 CFM)
 
       อย่างไรก็ตาม การคำนวณเรื่องระบบระบายอากาศในเชิงลึก ควรปรึกษาวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเพื่อการใช้งานอย่างเหมาะสม


เรื่อง: SCG Experience

ระบายอากาศในห้องน้ำที่ไม่มีหน้าต่างอย่างไร

ภาพ: การติดตั้งพัดลมระบายอากาศที่ฝ้าเพดาน

       ห้องน้ำที่ดีถูกสุขอนามัยนั้นควรเป็นห้องน้ำที่แห้ง ปราศจากความชื้น เนื่องจากความชื้นเป็นบ่อเกิดของเชื้อรา และแบคทีเรียชนิดต่างๆ ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้อยู่อาศัย ดังนั้นห้องน้ำจึงควรมีช่องระบายอากาศติดกับภายนอกอาคาร อย่างไรก็ตามห้องน้ำบางแห่ง เช่น ห้องน้ำของห้องคอนโด หรือห้องน้ำที่อยู่กลางบ้าน ไม่สามารถมีช่องระบายอากาศติดกับภายนอกได้ ปัญหานี้มีวิธีแก้ไขได้ 2 วิธีคือ

       วิธีแรก เป็นวิธีที่มักพบเห็นได้ตามบ้านเก่าๆหรือตึกแถว โดยห้องน้ำมักจะก่อผนังสูงไม่ถึงฝ้าเพดาน เพื่อระบายความชื้น รวมถึงการใช้ประตูบานเกล็ดช่วยระบายอากาศ อย่างไรก็ตามวิธีการนี้มักจะทำให้กลิ่นจากห้องน้ำเล็ดลอดออกมายังส่วนอื่นของบ้าน รวมถึงความชื้นจะยังคงอยู่ในบ้านก่อนจะระบายออกทางหน้าต่างอีกที และหากห้องน้ำติดกับห้องที่มีเครื่องปรับอากาศก็จะทำให้เชื้อโรคและกลิ่นจากห้องน้ำหมุนเวียนอยู่ในระบบปรับอากาศได้

       วิธีที่สอง คือการติดพัดลมระบายอากาศที่ฝ้าเพดาน ซึ่งพัดลมระบายอากาศนี้จะต้องเชื่อมต่อกับท่อลมเพื่อนำอากาศออกไปทิ้งภายนอกบ้าน โดยท่อลมจะเดินอยู่บนฝ้าเพดานไปจนถึงผนังที่ติดกับภายนอกบ้านที่เจาะไว้เป็นช่องระบายอากาศ และจะมีฝาครอบปลายท่อลักษณะเป็นตะแกรงป้องกันสัตว์และแมลงรบกวน รวมถึงป้องกันน้ำฝนเข้า 

       วิธีการเลือกซื้อพัดลมระบายอากาศในเบื้องต้นให้ดูที่ความสามารถในการระบายอากาศเป็นหลัก ซึ่งมักจะบอกเป็นหน่วยของ ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง (CMH) หรือ ลูกบาศก์ฟุต/นาที (CFM) โดยมีวิธีการคำนวณดังนี้
    
ปริมาณลม CMH (ลบ.ม./ชม.) = ปริมาตรห้อง (ลบ.ม.) x อัตราการระบายอากาศ (ลบ.ม./ชม./ตร.ม.)
หรือ ปริมาณลม CFM (ลบ.ฟุต/นาที) = ปริมาตรห้อง (ลบ.ม.) x อัตราการระบายอากาศ (ลบ.ม./ชม./ตร.ม.) x 35.28 / 60
 
       ทั้งนี้ อ้างอิงตามกฎกระทรวงฉบับที่ 39 หมวด 3 ระบบการจัดแสงสว่างและการระบายอากาศ ตารางที่ 4และตารางที่ 5 กำหนดไว้ว่า:

       อัตราการระบายอากาศโดยวิธีกล สำหรับห้องน้ำ ห้องส้วมของที่พักอาศัยไม่น้อยกว่า 2 เท่าของปริมาตรห้องใน 1 ชั่วโมง
       อัตราการระบายอากาศในกรณีที่มีระบบปรับภาวะอากาศ สำหรับห้องน้ำ ห้องส้วมไม่น้อยกว่า 10ลบ.ม./ชม./ตร.ม.
               
       สมมติห้องน้ำขนาด 3 x 2 เมตร สูง 2.5 เมตร มีปริมาตร 15 ลบ.ม. จะได้ 15 x 2 = 30 CMH หรือ 17.64 CFM ดังนั้น จะต้องใช้พัดลมระบายอากาศที่มีขนาดไม่น้อยกว่า 30 CMH หรือ 17.64 CFM นั่นเอง (พัดลมระบายอากาศชนิดติดฝ้าเพดานขนาดเล็กสุดจะอยู่ที่ประมาณ 50 CFM)
 
       อย่างไรก็ตาม การคำนวณเรื่องระบบระบายอากาศในเชิงลึก ควรปรึกษาวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเพื่อการใช้งานอย่างเหมาะสม


บทความที่แล้ว
เปลี่ยนฝารองนั่งชักโครกให้ดี เลือกให้ตรงใจ
039-เปลี่ยนฝารองนั่งชักโครกให้ดี-เลือกให้ตรงใจ.jpg



บทความถัดไป
รีโนเวทบ้านเก่า ควรปรับปรุงงานระบบหรือไม่
C-sanitary-system-in-renovation-process.jpg


 


ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ