View : 5534
เรื่อง: SCG Experience

ประหยัดพลังงานด้วยกระเบื้องโปร่งแสงอย่างไรให้บ้านไม่ร้อน

การนำแสงธรรมชาติผ่านกระเบื้องหลังคาโปร่งแสง เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าที่ไม่ต้องเปิดไฟในยามเช้าและยามกลางวัน แต่ก็ควรคำนึงถึงความร้อนที่จะส่งผ่านเข้ามาพร้อมกับแสงสว่างด้วย

        การได้รับแสงธรรมชาติจากดวงอาทิตย์จะช่วยประหยัด (ลดการใช้) พลังงานไฟฟ้าในเรื่องแสงสว่าง แต่บางครั้งก็มาพร้อมกับความร้อนจนอาจทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักได้ (เช่นเดียวกับแสงที่ลอดผ่านเข้ามาทางประตูหน้าต่าง) จึงควรเลือกใช้กระเบื้องหลังคาและฝ้าโปร่งแสงให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ทั้งเรื่องตำแหน่ง และปริมาณหรือขนาดช่องแสง เพื่อให้ได้รับแสงสว่างอย่างพอดี ไม่ร้อนจนเกินไป 

ภาพ: เลือกใช้กระเบื้องโปร่งแสงเพียงบางส่วน เพื่อนำแสงธรรมชาติเข้ามาภายในบ้านแต่ไม่นำความร้อนเข้ามามากจนเกินไป

       ตำแหน่งที่เหมาะจะรับแสงผ่านกระเบื้องโปร่งแสง ควรเป็นพื้นที่ที่เราไม่ได้อาศัยอยู่เป็นเวลานาน ๆ เช่น พื้นที่ส่วนโถงบันได โถงทางเดิน ห้องครัว (บ้านชั้นเดียว) ห้องน้ำ (แสงแดดจะช่วยให้สามารถปลูกต้นไม้ภายในห้องน้ำ สร้างบรรยากาศอันสดชื่นภายในบ้าน) ห้องที่ไม่มีหน้าต่างหรือปริมาณหน้าต่างไม่สัมพันธ์กับขนาดห้องนั้น ๆ และห้องที่ค่อนข้างมืดทึบ เป็นต้น แต่ไม่เหมาะสำหรับห้องนอน เพราะเป็นพื้นที่ที่ต้องการความเงียบสงบผ่อนคลาย พักผ่อนนอนหลับอย่างเต็มอิ่ม และใช้เวลาอยู่ในห้องนาน หากมีแสงส่องผ่านลงมาทางหลังคาจะแยงตาปลุกให้เราตื่นในตอนเช้า และตอนกลางวันอากาศในห้องจะร้อนจัดจนมีความร้อนสะสมที่อาจนอนหลับไม่สบายได้ในตอนกลางคืน นอกจากนี้ทิศที่แสงจะส่องผ่านลงมาก็มีผลกับความร้อนที่จะผ่านเข้ามาด้วยเช่นกัน เช่น หลังคาทรงจั่ว หากมีฝั่งที่ลาดไปยังทิศใต้หรือทิศตะวันตก แสงที่ส่องผ่านเข้ามาจะเป็นแสงในตอนเที่ยงและตอนบ่าย ซึ่งจะร้อนมากกว่าทิศอื่น ๆ เมื่อเทียบกับปริมาณและขนาดช่องแสงที่เท่ากัน 

ภาพ: เลือกใช้กระเบื้องโปร่งแสงในตำแหน่งที่เหมาะสม

       เลือกปริมาณหรือขนาดช่องแสงที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ทั้งช่องแสงจากกระเบื้องหลังคาและจากฝ้าเพดาน โดยขนาดช่องแสงทางหลังคาขึ้นอยู่กับวัสดุหลังคาแต่ละรุ่น หากรุ่นที่เราเลือกเป็นแผ่นขนาดเล็ก (เช่น กระเบื้องโปร่งแสง เอสซีจี สำหรับหลังคาคอนกรีต กระเบื้องโปร่งแสง เอสซีจี สำหรับหลังคาเซรามิก เป็นต้น) จะสามารถควบคุมขนาดช่องแสงและปริมาณแสงที่จะส่องลงมาได้มากกว่าวัสดุหลังคาแผ่นใหญ่ ส่วนขนาดช่องแสงจากฝ้าเพดานควรเลือกให้สัมพันธ์กับขนาดของห้องหรือพื้นที่นั้น ๆ เช่น ห้องที่มีขนาดใหญ่ สามารถเจาะช่องเพื่อติดตั้งฝ้าเพดานโปร่งแสงให้มีขนาดใหญ่ได้ โดยอย่าลืมคิดคำนึงถึงการติดตั้งฝ้าโปร่งแสงไปพร้อมๆ กับจัดแสงไฟในส่วนอื่นของฝ้าเพดานให้สวยงามด้วย

ภาพ: เลือกขนาดช่องแสงทั้งจากกระเบื้องหลังคาโปร่งแสงและฝ้าเพดานโปร่งแสงให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ รวมทั้งคิดคำนึงถึงการจัดแสงไฟบริเวณฝ้าเพดานในห้องนั้นๆ ให้สัมพันธ์กันด้วย

       นอกจากการเลือกตำแหน่ง และปริมาณหรือขนาดช่องแสงที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้บ้านร้อนจนเกินไปแล้ว การเลือกวัสดุก็มีผลต่อความร้อนที่จะส่งผ่านเข้ามาพร้อมกับแสงสว่างเช่นกัน การเลือกวัสดุกระเบื้องหลังคาโปร่งแสงที่แสงสามารถผ่านได้น้อย เช่น รุ่นที่แสงผ่านได้ 50-60% และเลือกวัสดุฝ้าเพดานสำหรับช่องแสงเป็นอะคริลิกโปร่งแสงรุ่นกันความร้อน (กันยูวี) ก็จะช่วยลดความร้อนที่จะส่งผ่านลงมาภายในบ้าน อีกทั้งการเลือกใช้วัสดุในส่วนประกอบอื่นๆ ของบ้านที่มีค่าความเป็นฉนวน (เช่น ผนังก่ออิฐมวลเบา Q-Con ฉาบปูน) หรือติดตั้งฉนวนเพิ่มเติม (เช่น ฉนวนกันความร้อน เอสซีจี รุ่น Stay Cool และรุ่น Cool Wall) จะช่วยลดความร้อนที่จะส่งผ่านเข้ามาภายในบ้านได้ นอกเหนือจากเรื่องวัสดุต่างๆ ยังมีปัจจัยสำคัญคือการระบายอากาศที่ดีทั้งภายในตัวบ้านและบริเวณโถงหลังคา เช่น การเปิดหน้าต่างเพื่อการระบายอากาศที่ดี การใช้ระบบหลังคาระบายอากาศ (Cool Roof System) หรือระบบการถ่ายเทอากาศภายในบ้านและโถงหลังคา (Active AIRflow™ System) ก็จะช่วยลดความร้อนภายในบ้านลงได้อีกทาง

ภาพ: กระเบื้องโปร่งแสงรุ่นที่ผลิตมาเฉพาะสำหรับหลังคาแต่ละรุ่น (ภาพซ้าย: กระเบื้องโปร่งแสง เอสซีจี สำหรับหลังคานิวสไตล์) (ภาพขวา: กระเบื้องโปร่งแสง เอสซีจี สำหรับหลังคาคอนกรีต ลอนเอลาบาน่า)

       การติดตั้งกระเบื้องโปร่งแสงและใช้ฝ้าโปร่งแสง นอกจากจะนำแสงธรรมชาติเข้ามาเพื่อลดการใช้พลังงานในบ้านแล้ว ยังช่วยฆ่าเชื้อโรคและลดความอับชื้นในบริเวณนั้น ๆ อีกทั้งง่ายต่อการมองเห็นของช่างขณะขึ้นไปซ่อมแซมหรือปรับปรุงงานระบบในส่วนโถงหลังคาโดยไม่ต้องเปิดไฟอีกด้วย สำหรับบ้านที่ติดตั้งหลังคาไปแล้ว และอยากได้รับแสงจากดวงอาทิตย์ให้ส่องผ่านหลังคาเข้ามาภายในบ้าน สามารถเปลี่ยนกระเบื้องบางส่วนเป็นกระเบื้องโปร่งแสงรุ่นที่ผลิตมาเฉพาะสำหรับหลังคาที่ใช้อยู่ โดยเช็คไปยังผู้ผลิตแต่ละรายว่ามีกระเบื้องโปร่งแสงสำหรับรุ่นนั้น ๆ หรือไม่ เพื่อการติดตั้งที่พอดี มีระยะซ้อนทับที่เท่ากัน และไม่เกิดปัญหาการรั่วซึมในภายหลัง ส่วนบ้านใหม่ที่กำลังจะสร้าง แนะนำว่าให้ซื้อทั้งกระเบื้องรุ่นปกติและรุ่นโปร่งแสง โดยให้ผู้ผลิตคำนวณมาให้พอดีกับหน้างาน เพื่อที่ช่างจะได้ติดตั้งไปพร้อม ๆ กันอย่างถูกวิธี สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยาวนาน



 










 

เรื่อง: SCG Experience

ประหยัดพลังงานด้วยกระเบื้องโปร่งแสงอย่างไรให้บ้านไม่ร้อน

การนำแสงธรรมชาติผ่านกระเบื้องหลังคาโปร่งแสง เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าที่ไม่ต้องเปิดไฟในยามเช้าและยามกลางวัน แต่ก็ควรคำนึงถึงความร้อนที่จะส่งผ่านเข้ามาพร้อมกับแสงสว่างด้วย

        การได้รับแสงธรรมชาติจากดวงอาทิตย์จะช่วยประหยัด (ลดการใช้) พลังงานไฟฟ้าในเรื่องแสงสว่าง แต่บางครั้งก็มาพร้อมกับความร้อนจนอาจทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักได้ (เช่นเดียวกับแสงที่ลอดผ่านเข้ามาทางประตูหน้าต่าง) จึงควรเลือกใช้กระเบื้องหลังคาและฝ้าโปร่งแสงให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ทั้งเรื่องตำแหน่ง และปริมาณหรือขนาดช่องแสง เพื่อให้ได้รับแสงสว่างอย่างพอดี ไม่ร้อนจนเกินไป 

ภาพ: เลือกใช้กระเบื้องโปร่งแสงเพียงบางส่วน เพื่อนำแสงธรรมชาติเข้ามาภายในบ้านแต่ไม่นำความร้อนเข้ามามากจนเกินไป

       ตำแหน่งที่เหมาะจะรับแสงผ่านกระเบื้องโปร่งแสง ควรเป็นพื้นที่ที่เราไม่ได้อาศัยอยู่เป็นเวลานาน ๆ เช่น พื้นที่ส่วนโถงบันได โถงทางเดิน ห้องครัว (บ้านชั้นเดียว) ห้องน้ำ (แสงแดดจะช่วยให้สามารถปลูกต้นไม้ภายในห้องน้ำ สร้างบรรยากาศอันสดชื่นภายในบ้าน) ห้องที่ไม่มีหน้าต่างหรือปริมาณหน้าต่างไม่สัมพันธ์กับขนาดห้องนั้น ๆ และห้องที่ค่อนข้างมืดทึบ เป็นต้น แต่ไม่เหมาะสำหรับห้องนอน เพราะเป็นพื้นที่ที่ต้องการความเงียบสงบผ่อนคลาย พักผ่อนนอนหลับอย่างเต็มอิ่ม และใช้เวลาอยู่ในห้องนาน หากมีแสงส่องผ่านลงมาทางหลังคาจะแยงตาปลุกให้เราตื่นในตอนเช้า และตอนกลางวันอากาศในห้องจะร้อนจัดจนมีความร้อนสะสมที่อาจนอนหลับไม่สบายได้ในตอนกลางคืน นอกจากนี้ทิศที่แสงจะส่องผ่านลงมาก็มีผลกับความร้อนที่จะผ่านเข้ามาด้วยเช่นกัน เช่น หลังคาทรงจั่ว หากมีฝั่งที่ลาดไปยังทิศใต้หรือทิศตะวันตก แสงที่ส่องผ่านเข้ามาจะเป็นแสงในตอนเที่ยงและตอนบ่าย ซึ่งจะร้อนมากกว่าทิศอื่น ๆ เมื่อเทียบกับปริมาณและขนาดช่องแสงที่เท่ากัน 

ภาพ: เลือกใช้กระเบื้องโปร่งแสงในตำแหน่งที่เหมาะสม

       เลือกปริมาณหรือขนาดช่องแสงที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ทั้งช่องแสงจากกระเบื้องหลังคาและจากฝ้าเพดาน โดยขนาดช่องแสงทางหลังคาขึ้นอยู่กับวัสดุหลังคาแต่ละรุ่น หากรุ่นที่เราเลือกเป็นแผ่นขนาดเล็ก (เช่น กระเบื้องโปร่งแสง เอสซีจี สำหรับหลังคาคอนกรีต กระเบื้องโปร่งแสง เอสซีจี สำหรับหลังคาเซรามิก เป็นต้น) จะสามารถควบคุมขนาดช่องแสงและปริมาณแสงที่จะส่องลงมาได้มากกว่าวัสดุหลังคาแผ่นใหญ่ ส่วนขนาดช่องแสงจากฝ้าเพดานควรเลือกให้สัมพันธ์กับขนาดของห้องหรือพื้นที่นั้น ๆ เช่น ห้องที่มีขนาดใหญ่ สามารถเจาะช่องเพื่อติดตั้งฝ้าเพดานโปร่งแสงให้มีขนาดใหญ่ได้ โดยอย่าลืมคิดคำนึงถึงการติดตั้งฝ้าโปร่งแสงไปพร้อมๆ กับจัดแสงไฟในส่วนอื่นของฝ้าเพดานให้สวยงามด้วย

ภาพ: เลือกขนาดช่องแสงทั้งจากกระเบื้องหลังคาโปร่งแสงและฝ้าเพดานโปร่งแสงให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ รวมทั้งคิดคำนึงถึงการจัดแสงไฟบริเวณฝ้าเพดานในห้องนั้นๆ ให้สัมพันธ์กันด้วย

       นอกจากการเลือกตำแหน่ง และปริมาณหรือขนาดช่องแสงที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้บ้านร้อนจนเกินไปแล้ว การเลือกวัสดุก็มีผลต่อความร้อนที่จะส่งผ่านเข้ามาพร้อมกับแสงสว่างเช่นกัน การเลือกวัสดุกระเบื้องหลังคาโปร่งแสงที่แสงสามารถผ่านได้น้อย เช่น รุ่นที่แสงผ่านได้ 50-60% และเลือกวัสดุฝ้าเพดานสำหรับช่องแสงเป็นอะคริลิกโปร่งแสงรุ่นกันความร้อน (กันยูวี) ก็จะช่วยลดความร้อนที่จะส่งผ่านลงมาภายในบ้าน อีกทั้งการเลือกใช้วัสดุในส่วนประกอบอื่นๆ ของบ้านที่มีค่าความเป็นฉนวน (เช่น ผนังก่ออิฐมวลเบา Q-Con ฉาบปูน) หรือติดตั้งฉนวนเพิ่มเติม (เช่น ฉนวนกันความร้อน เอสซีจี รุ่น Stay Cool และรุ่น Cool Wall) จะช่วยลดความร้อนที่จะส่งผ่านเข้ามาภายในบ้านได้ นอกเหนือจากเรื่องวัสดุต่างๆ ยังมีปัจจัยสำคัญคือการระบายอากาศที่ดีทั้งภายในตัวบ้านและบริเวณโถงหลังคา เช่น การเปิดหน้าต่างเพื่อการระบายอากาศที่ดี การใช้ระบบหลังคาระบายอากาศ (Cool Roof System) หรือระบบการถ่ายเทอากาศภายในบ้านและโถงหลังคา (Active AIRflow™ System) ก็จะช่วยลดความร้อนภายในบ้านลงได้อีกทาง

ภาพ: กระเบื้องโปร่งแสงรุ่นที่ผลิตมาเฉพาะสำหรับหลังคาแต่ละรุ่น (ภาพซ้าย: กระเบื้องโปร่งแสง เอสซีจี สำหรับหลังคานิวสไตล์) (ภาพขวา: กระเบื้องโปร่งแสง เอสซีจี สำหรับหลังคาคอนกรีต ลอนเอลาบาน่า)

       การติดตั้งกระเบื้องโปร่งแสงและใช้ฝ้าโปร่งแสง นอกจากจะนำแสงธรรมชาติเข้ามาเพื่อลดการใช้พลังงานในบ้านแล้ว ยังช่วยฆ่าเชื้อโรคและลดความอับชื้นในบริเวณนั้น ๆ อีกทั้งง่ายต่อการมองเห็นของช่างขณะขึ้นไปซ่อมแซมหรือปรับปรุงงานระบบในส่วนโถงหลังคาโดยไม่ต้องเปิดไฟอีกด้วย สำหรับบ้านที่ติดตั้งหลังคาไปแล้ว และอยากได้รับแสงจากดวงอาทิตย์ให้ส่องผ่านหลังคาเข้ามาภายในบ้าน สามารถเปลี่ยนกระเบื้องบางส่วนเป็นกระเบื้องโปร่งแสงรุ่นที่ผลิตมาเฉพาะสำหรับหลังคาที่ใช้อยู่ โดยเช็คไปยังผู้ผลิตแต่ละรายว่ามีกระเบื้องโปร่งแสงสำหรับรุ่นนั้น ๆ หรือไม่ เพื่อการติดตั้งที่พอดี มีระยะซ้อนทับที่เท่ากัน และไม่เกิดปัญหาการรั่วซึมในภายหลัง ส่วนบ้านใหม่ที่กำลังจะสร้าง แนะนำว่าให้ซื้อทั้งกระเบื้องรุ่นปกติและรุ่นโปร่งแสง โดยให้ผู้ผลิตคำนวณมาให้พอดีกับหน้างาน เพื่อที่ช่างจะได้ติดตั้งไปพร้อม ๆ กันอย่างถูกวิธี สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยาวนาน



 










 

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ