View : 1089

เพราะประเทศไทยนั้นเป็นเมืองร้อน แสงแดดและอุณหภูมิที่ร้อนระอุ ทำให้ผู้คนมักจะหลบร้อนเข้ามาพักผ่อนอยู่ภายใต้ร่มเงาอาคาร แต่ถึงกระนั้นแสงแดดและไอร้อนก็ยังสามารถส่องผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาแผดเผาเราได้อยู่ดี ดังนั้นเพื่อที่จะลดทอนอานุภาพและไอร้อนของแสงแดด สิ่งที่จำเป็นก็คือ ผ้าม่าน
 
ผ้าม่านนั้นมีมากมายหลายแบบ ขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าของบ้านว่าอยากจะให้มีตกแต่งบ้าน ด้วยผ้าม่านแบบไหน ทั้งนี้ความสวยงามของผ้าม่านนั้นเรียกได้ว่ามีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าหน้าที่ใช้สอยของมันเลยก็ว่าได้ รูปแบบผ้าม่านที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและใช้กันทั่วไปก็คือ ม่านจีบ (Pleat Curtains) เพราะเป็นรูปแบบที่เรียบง่ายด้วยการเย็บจับจีบให้มีระยะห่างเท่ากันอย่างมีระเบียบเรียบร้อย และผ้าม่านจีบยังสามารถแขวนโดยการร้อยห่วงแขวนกับราวไม้ให้ดูเก๋ไก๋ หรือจะเสียบอะลูมิเนียมซ่อนไว้ข้างหลังผ้าม่านก็ได้ ข้อดีของผ้าม่านแบบนี้คือสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ง่าย เข้าได้กับทุกสไตล์ เลยสามารถพบเห็นได้บ่อยครั้งในชีวิตประจำวัน
 
ตกแต่งบ้าน ด้วยผ้าม่านอีกแบบหนึ่งที่เป็นที่รู้จักดี โดยเฉพาะจากบ้านพระเอกนางเอกในละครที่มีฐานะร่ำรวย ก็คือ ม่านหลุยส์ (Louis Curtains) ความอลังการของผ้าม่านประเภทนี้สามารถสะท้อนความหรูหราของผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี โดยผ้าม่านรูปแบบนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปะแบบโรโคโค (Rococo) หรือเรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า ศิลปะแบบพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 (Louis XIV Style) ผู้ที่สร้างพระราชวังแวร์ซายส์ หนึ่งในต้นแบบของงานสถาปัตยกรรมในยุโรปนั่นเอง ดังนั้นห้องที่ใช้การตกแต่งบ้าน ด้วยผ้าม่านรูปแบบนี้จึงมักจะมีกลิ่นอายย้อนยุค หรือบางคนอาจจะคิดว่าเป็นสไตล์ที่โบราณเมื่อเทียบกับค่านิยมสมัยใหม่ แต่ถึงอย่างไรก็ดี การนำผ้าม่านชนิดนี้มาประยุกต์ร่วมสมัยให้เข้ากับการตกแต่งแบบโมเดิร์นก็ดูน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว
 
ม่านคอกระเช้า (Tab-Top Curtains) เป็นผ้าม่านอีกรูปแบบหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ มีความเรียบง่ายแบบพื้นบ้าน ความพิเศษของผ้าม่านชนิดนี้คือสามารถดัดแปลงทำเองได้ง่าย โดยการเพิ่มเติมลูกเล่นที่หูผ้าม่านให้เป็นกระดุมหรือผูกเป็นโบว์ก็ได้ เราอาจจะเห็นผ้าม่านประเภทนี้บ่อยในรีสอร์ทริมทะเลหรือบนเกาะที่ปะทะกับไอทะเลตลอดเวลา เพราะผ้าม่านประเภทนี้ไม่มีตัวขอเกี่ยวอื่นใดนอกจากวัสดุผ้าเลย จึงลดความเสี่ยงจากการกร่อนของวัสดุโลหะไปได้ระดับหนึ่ง ถึงแม้ว่าผ้าม่านคอกระเช้านี้จะมีราคาไม่แพง แต่กระนั้น เราก็สามารถออกแบบให้มีความรู้สึกเรียบหรูได้ด้วยสัดส่วน สีสัน และตัวเนื้อผ้าเอง

ตกแต่งห้อง ด้วยม่านคอกระเช้า
ที่มาของภาพ: www.sun-shinehome.com

ผ้าม่านอีกชนิดหนึ่งที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ไม่แพ้กันก็คือ ม่านตาไก่ (Grommet Top Curtains) ผ้าม่านรูปแบบนี้จะทำห่วงอยู่บริเวณหัวผ้าม่านเพื่อแขวนเข้ากับราวม่าน โดยขนาดของลอนผ้าม่านนั้นจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับระยะห่างของการตอกตาไก่ ข้อดีที่เหมือนกันของผ้าม่านชนิดนี้กับผ้าม่านคอกระเช้านั่นคือเราสามารถใช้งานเปิด-ปิดได้ง่ายกว่า ไม่ต้องอาศัยกลไกให้ยุ่งยาก และสามารถถอดออกไปซักเองได้ง่าย
 
พูดถึงม่านสำหรับบ้านสไตล์โมเดิร์นที่นิยมใช้กันอีกแบบหนึ่ง ก็คือ ม่านม้วน (Roller Blinds) ลักษณะเด่นคือเมื่อม้วนเก็บจะมีขนาดเล็ก ทำให้ไม่เสียพื้นที่ของช่องแสง สามารถมองวิวทิวทัศน์ได้เต็มที่ ทั้งยังไม่เก็บฝุ่น ง่ายต่อการทำความสะอาด และเนื่องจากเป็นม่านที่มีการจัดเก็บเป็นระบบเรียบร้อย เราจึงเห็นม่านชนิดนี้ตามบ้านที่มีการตกแต่งอย่างเรียบง่าย รวมถึงสำนักงานออฟฟิศต่างๆ อีกด้วย
 
อย่างไรก็ตาม รูปแบบผ้าม่านนั้นมีมากมายหลากหลายประเภท ตามที่กล่าวมาข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งที่เราพบเห็นได้บ่อยในประเทศไทยเท่านั้น การจะเลือกรูปแบบของการตกแต่งบ้าน ด้วยผ้าม่านแต่ละประเภท ต้องคำนึงถึงปัจจัยของสถานที่ งบประมาณ และผู้ใช้งานเป็นหลัก ยกตัวอย่างเช่น หากนำผ้าม่านที่หรูหราสไตล์หลุยส์มาใช้กับโครงการประเภทรีสอร์ทริมทะเล อาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งในเรื่องของภาพลักษณ์และการใช้งาน ซึ่งในกรณีนี้การเลือกใช้ผ้าม่านคอกระเช้าอาจจะเป็นทางออกที่ดีกว่า ดังนั้นในการตกแต่งบ้าน เราควรเลือกใช้ประเภทผ้าม่านให้เหมาะสมกับปัจจัยแวดล้อม เพราะผ้าม่านที่แพงและหรูหราไม่ได้แปลว่าจะเหมาะสมกับทุกโอกาสเสมอไป

เรื่อง: ชมพูนุท ชิงนวรรณ์

นานาสาระ รู้ไว้ก่อนตกแต่งห้องด้วยผ้าม่าน

ตกแต่งห้อง ด้วยม่านจีบ
ที่มาของภาพ: www.alluring-window.com

ตกแต่งห้อง ด้วยม่านหลุยส์
ที่มาของภาพ: www.mbland.info

ตกแต่งห้อง ด้วยม่านคอกระเช้าแบบโบว์
ที่มาของภาพ: www.tailor-madehome.co.uk

ตกแต่งห้อง ด้วยม่านตาไก่
ที่มาของภาพ: www.paulshomefashions.com

ตกแต่งห้อง ด้วยม่านม้วน
ที่มาของภาพ: www.futuradecor.com

เรื่อง: ชมพูนุท ชิงนวรรณ์

นานาสาระ รู้ไว้ก่อนตกแต่งห้องด้วยผ้าม่าน

ตกแต่งห้อง ด้วยม่านจีบ
ที่มาของภาพ: www.alluring-window.com

ตกแต่งห้อง ด้วยม่านหลุยส์
ที่มาของภาพ: www.mbland.info

เพราะประเทศไทยนั้นเป็นเมืองร้อน แสงแดดและอุณหภูมิที่ร้อนระอุ ทำให้ผู้คนมักจะหลบร้อนเข้ามาพักผ่อนอยู่ภายใต้ร่มเงาอาคาร แต่ถึงกระนั้นแสงแดดและไอร้อนก็ยังสามารถส่องผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาแผดเผาเราได้อยู่ดี ดังนั้นเพื่อที่จะลดทอนอานุภาพและไอร้อนของแสงแดด สิ่งที่จำเป็นก็คือ ผ้าม่าน
 
ผ้าม่านนั้นมีมากมายหลายแบบ ขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าของบ้านว่าอยากจะให้มีตกแต่งบ้าน ด้วยผ้าม่านแบบไหน ทั้งนี้ความสวยงามของผ้าม่านนั้นเรียกได้ว่ามีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าหน้าที่ใช้สอยของมันเลยก็ว่าได้ รูปแบบผ้าม่านที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและใช้กันทั่วไปก็คือ ม่านจีบ (Pleat Curtains) เพราะเป็นรูปแบบที่เรียบง่ายด้วยการเย็บจับจีบให้มีระยะห่างเท่ากันอย่างมีระเบียบเรียบร้อย และผ้าม่านจีบยังสามารถแขวนโดยการร้อยห่วงแขวนกับราวไม้ให้ดูเก๋ไก๋ หรือจะเสียบอะลูมิเนียมซ่อนไว้ข้างหลังผ้าม่านก็ได้ ข้อดีของผ้าม่านแบบนี้คือสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ง่าย เข้าได้กับทุกสไตล์ เลยสามารถพบเห็นได้บ่อยครั้งในชีวิตประจำวัน
 
ตกแต่งบ้าน ด้วยผ้าม่านอีกแบบหนึ่งที่เป็นที่รู้จักดี โดยเฉพาะจากบ้านพระเอกนางเอกในละครที่มีฐานะร่ำรวย ก็คือ ม่านหลุยส์ (Louis Curtains) ความอลังการของผ้าม่านประเภทนี้สามารถสะท้อนความหรูหราของผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี โดยผ้าม่านรูปแบบนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปะแบบโรโคโค (Rococo) หรือเรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า ศิลปะแบบพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 (Louis XIV Style) ผู้ที่สร้างพระราชวังแวร์ซายส์ หนึ่งในต้นแบบของงานสถาปัตยกรรมในยุโรปนั่นเอง ดังนั้นห้องที่ใช้การตกแต่งบ้าน ด้วยผ้าม่านรูปแบบนี้จึงมักจะมีกลิ่นอายย้อนยุค หรือบางคนอาจจะคิดว่าเป็นสไตล์ที่โบราณเมื่อเทียบกับค่านิยมสมัยใหม่ แต่ถึงอย่างไรก็ดี การนำผ้าม่านชนิดนี้มาประยุกต์ร่วมสมัยให้เข้ากับการตกแต่งแบบโมเดิร์นก็ดูน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว
 
ม่านคอกระเช้า (Tab-Top Curtains) เป็นผ้าม่านอีกรูปแบบหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ มีความเรียบง่ายแบบพื้นบ้าน ความพิเศษของผ้าม่านชนิดนี้คือสามารถดัดแปลงทำเองได้ง่าย โดยการเพิ่มเติมลูกเล่นที่หูผ้าม่านให้เป็นกระดุมหรือผูกเป็นโบว์ก็ได้ เราอาจจะเห็นผ้าม่านประเภทนี้บ่อยในรีสอร์ทริมทะเลหรือบนเกาะที่ปะทะกับไอทะเลตลอดเวลา เพราะผ้าม่านประเภทนี้ไม่มีตัวขอเกี่ยวอื่นใดนอกจากวัสดุผ้าเลย จึงลดความเสี่ยงจากการกร่อนของวัสดุโลหะไปได้ระดับหนึ่ง ถึงแม้ว่าผ้าม่านคอกระเช้านี้จะมีราคาไม่แพง แต่กระนั้น เราก็สามารถออกแบบให้มีความรู้สึกเรียบหรูได้ด้วยสัดส่วน สีสัน และตัวเนื้อผ้าเอง

ตกแต่งห้อง ด้วยม่านคอกระเช้า
ที่มาของภาพ: www.sun-shinehome.com

ตกแต่งห้อง ด้วยม่านคอกระเช้าแบบโบว์
ที่มาของภาพ: www.tailor-madehome.co.uk

ตกแต่งห้อง ด้วยม่านตาไก่
ที่มาของภาพ: www.paulshomefashions.com

ผ้าม่านอีกชนิดหนึ่งที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ไม่แพ้กันก็คือ ม่านตาไก่ (Grommet Top Curtains) ผ้าม่านรูปแบบนี้จะทำห่วงอยู่บริเวณหัวผ้าม่านเพื่อแขวนเข้ากับราวม่าน โดยขนาดของลอนผ้าม่านนั้นจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับระยะห่างของการตอกตาไก่ ข้อดีที่เหมือนกันของผ้าม่านชนิดนี้กับผ้าม่านคอกระเช้านั่นคือเราสามารถใช้งานเปิด-ปิดได้ง่ายกว่า ไม่ต้องอาศัยกลไกให้ยุ่งยาก และสามารถถอดออกไปซักเองได้ง่าย
 
พูดถึงม่านสำหรับบ้านสไตล์โมเดิร์นที่นิยมใช้กันอีกแบบหนึ่ง ก็คือ ม่านม้วน (Roller Blinds) ลักษณะเด่นคือเมื่อม้วนเก็บจะมีขนาดเล็ก ทำให้ไม่เสียพื้นที่ของช่องแสง สามารถมองวิวทิวทัศน์ได้เต็มที่ ทั้งยังไม่เก็บฝุ่น ง่ายต่อการทำความสะอาด และเนื่องจากเป็นม่านที่มีการจัดเก็บเป็นระบบเรียบร้อย เราจึงเห็นม่านชนิดนี้ตามบ้านที่มีการตกแต่งอย่างเรียบง่าย รวมถึงสำนักงานออฟฟิศต่างๆ อีกด้วย
 
อย่างไรก็ตาม รูปแบบผ้าม่านนั้นมีมากมายหลากหลายประเภท ตามที่กล่าวมาข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งที่เราพบเห็นได้บ่อยในประเทศไทยเท่านั้น การจะเลือกรูปแบบของการตกแต่งบ้าน ด้วยผ้าม่านแต่ละประเภท ต้องคำนึงถึงปัจจัยของสถานที่ งบประมาณ และผู้ใช้งานเป็นหลัก ยกตัวอย่างเช่น หากนำผ้าม่านที่หรูหราสไตล์หลุยส์มาใช้กับโครงการประเภทรีสอร์ทริมทะเล อาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งในเรื่องของภาพลักษณ์และการใช้งาน ซึ่งในกรณีนี้การเลือกใช้ผ้าม่านคอกระเช้าอาจจะเป็นทางออกที่ดีกว่า ดังนั้นในการตกแต่งบ้าน เราควรเลือกใช้ประเภทผ้าม่านให้เหมาะสมกับปัจจัยแวดล้อม เพราะผ้าม่านที่แพงและหรูหราไม่ได้แปลว่าจะเหมาะสมกับทุกโอกาสเสมอไป

ตกแต่งห้อง ด้วยม่านม้วน
ที่มาของภาพ: www.futuradecor.com

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ