View : 188

หากบ้านเหมือนประติมากรรมชิ้นใหญ่ที่สามารถบรรจุความรักความเข้าใจ  และเป็นที่อาศัยของสิ่งมีชีวิตในบ้าน ที่นอกจากจะคุ้มแดดคุ้มฝนแล้วยังเป็นที่คุ้มภัยจากสิ่งรบกวน (จิตใจ) ภายนอกอีก เช่นเดียวกับบ้านหลังเล็กซึ่งเป็นหลังดั้งเดิมของ คุณกรินทร์ พิศลยบุตร ศิลปินและเจ้าของแบรนด์สินค้าเซรามิคตกแต่งบ้าน ที่มีเอกลักษณ์และเป็นที่จับตามองในวงการศิลปะในขณะนี้ ได้สร้างสรรค์ผลงานให้เราชื่นชมกันในชื่อแบรนด์ Yarnnakarn ที่ตอบโจทย์นิยามของคำว่าบ้านกับศิลปะได้อย่างลงตัว
 
เพราะศิลปะ คือ สิ่งที่สวยงาม และไม่ได้จำกัดว่าจะต้องมีสถานะเป็นอะไร จะเป็นของเหลว ของแข็ง เป็นภาพ อาหาร ดนตรี และแสดง ฯลฯ ทุกสิ่งรอบตัวล้วนแล้วเป็นส่วนผสมของความงามทั้งสิ้น
 
หลังจากจบการศึกษาภาควิชานฤมิตรศิลป์ คณะศิลปะศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้ว คุณกรินทร์ก็ได้ศึกษาต่อด้านศิลปะจากประเทศอังกฤษ ก่อนจะกลายเป็นแบรนด์ Yarnnakarn ในปัจจุบัน เขาได้ผ่านการเรียนรู้จากงานที่ทำและมุ่งมั่นที่จะมีแบรนด์ของตัวเอง ชื่อ Yarnakarn (ยาน: ยานพาหนะ + ณ: ที่ + กาล: เวลา) แปลออกมาได้ว่า "ที่ซึ่งยานแห่งกาลเวลาลงจอด" หมายถึง เขาตั้งใจที่จะออกแบบผลงานให้มีเอกลักษณ์และความรู้สึกที่ชัดเจน เมื่อนำไปวางที่ไหน ที่นั่นก็เหมือนกับได้ถูกเปลี่ยนเวลา ยุคสมัยไป ด้วยสิ่งที่มาประกอบกันนั่นเอง (เหมือนนั่งไทม์แมชชีน)

“ผมเกิดมาก็เห็นบ้านนี้แล้วครับ จะเรียกว่าอยู่มาแต่เกิดก็ได้ ถึงจะเดินทางไปไหนมาไหน หลังเรียนจบแล้วก็กลับมาอยู่ที่นี่ เพราะอยากอยู่กับคุณแม่และพี่สาว เรามีกันแค่สามคนครับ ซึ่งเป็นบ้านหลังเล็กในซอยนางลิ้นจี่ 4 ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย แค่บำรุงรักษาให้มีสภาพดีเหมือนเดิม พอผมได้ทำแบรนด์ของตัวเองต้องมีการผลิตที่มากขึ้นก็เลยต่อเติมโรงจอดรถเก่าให้กลายเป็นโรงงานผลิตเซรามิคไปเลย และสร้างโรงเรือนกระจกเป็นห้องทำงานกับเป็นโชว์รูมสินค้าไปในตัว เพราะตั้งใจว่าไม่อยากออกไปทำงานไกลบ้าน ทำเสร็จก็เข้าไปพักในบ้านได้เลย และไม่อยากไปติดอยู่บนท้องถนนเหมือนคนอื่นๆ ครับ”
 
 “ที่บ้านทั้งคุณแม่และพี่สาว ทุกๆ คนชอบงานศิลปะ ว่างๆ ก็จะมีผลงานออกมาให้เห็นกัน มาชื่นชมกัน ส่วนผมตอนนี้นอกจากจะทำแบรนด์เซรามิคแบบ Yarnnakan ซึ่งเป็นของใช้ ของตกแต่งบ้านที่มีเรื่องราวแฟนตาซี ในสไตล์วินเทจแฟนตาซี กล่าวคือ รูปทรงของผลงานเป็นแบบที่คุ้นเคยแต่เพิ่มเติมรูปสัตว์ อาทิ นก กวาง กระต่าย ผีเสื้อ เป็นต้น เข้าไปในงานออกแบบของเขาด้วย และใช้เทคนิคเผาด้วยไฟแรงสูง เคลือบและเผาด้วยเทคนิคพิเศษเพื่อให้ได้เท็กซ์เจอร์แตกต่าง โดยใช้สีเรียบง่ายอย่างสีขาว สีเทา สีดำและสีฟ้าพาสเทล แล้วตอนนี้ผมตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่เป็น fine art จริงๆ และจัดแสดงนิทรรศการเพื่อให้ตนเองได้ใช้สิ่งที่ร่ำเรียนมา และได้ชื่อว่าเป็นศิลปินอย่างแท้จริง ซึ่งผลงานศิลปะของผมจะเป็น ศิลปะจัดวาง หรือ Installation Art ซึ่งเป็นการสื่อสารเรื่องราวผ่านผลงานประติมากรรมนั่นเอง”
 
 “สิ่งสำคัญของการทำงาน คือ ความชำนาญ เราควรจะรู้หรือชำนาญอะไรสักอย่างก่อนแล้วจึงค่อยไปประยุกต์ทำอย่างอื่นต่อ สำหรับผมทุกอย่างมันประกอบกัน อย่างหนึ่งที่ผมต้องขอบคุณมากๆ นั่นคือ บ้าน หรือ ครอบครัว ที่สั่งสมความคิดและจนเป็นผมทุกวันนี้ครับ”



เรื่อง: TSB

บ้านของประติมากร
แห่งกาลเวลา
โดย กรินทร์ พิศลยบุตร

เพราะศิลปะ คือ สิ่งที่สวยงาม และไม่ได้จำกัดว่าจะต้องมีสถานะเป็นอะไร จะเป็นของเหลว ของแข็ง เป็นภาพ อาหาร ดนตรี และแสดง ฯลฯ ทุกสิ่งรอบตัวล้วนแล้วเป็นส่วนผสมของความงามทั้งสิ้น

เรื่อง: TSB

บ้านของประติมากร
แห่งกาลเวลา
โดย กรินทร์ พิศลยบุตร

เพราะศิลปะ คือ สิ่งที่สวยงาม และไม่ได้จำกัดว่าจะต้องมีสถานะเป็นอะไร จะเป็นของเหลว ของแข็ง เป็นภาพ อาหาร ดนตรี และแสดง ฯลฯ ทุกสิ่งรอบตัวล้วนแล้วเป็นส่วนผสมของความงามทั้งสิ้น

หากบ้านเหมือนประติมากรรมชิ้นใหญ่ที่สามารถบรรจุความรักความเข้าใจ  และเป็นที่อาศัยของสิ่งมีชีวิตในบ้าน ที่นอกจากจะคุ้มแดดคุ้มฝนแล้วยังเป็นที่คุ้มภัยจากสิ่งรบกวน (จิตใจ) ภายนอกอีก เช่นเดียวกับบ้านหลังเล็กซึ่งเป็นหลังดั้งเดิมของ คุณกรินทร์ พิศลยบุตร ศิลปินและเจ้าของแบรนด์สินค้าเซรามิคตกแต่งบ้าน ที่มีเอกลักษณ์และเป็นที่จับตามองในวงการศิลปะในขณะนี้ ได้สร้างสรรค์ผลงานให้เราชื่นชมกันในชื่อแบรนด์ Yarnnakarn ที่ตอบโจทย์นิยามของคำว่าบ้านกับศิลปะได้อย่างลงตัว
 
เพราะศิลปะ คือ สิ่งที่สวยงาม และไม่ได้จำกัดว่าจะต้องมีสถานะเป็นอะไร จะเป็นของเหลว ของแข็ง เป็นภาพ อาหาร ดนตรี และแสดง ฯลฯ ทุกสิ่งรอบตัวล้วนแล้วเป็นส่วนผสมของความงามทั้งสิ้น
 
หลังจากจบการศึกษาภาควิชานฤมิตรศิลป์ คณะศิลปะศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้ว คุณกรินทร์ก็ได้ศึกษาต่อด้านศิลปะจากประเทศอังกฤษ ก่อนจะกลายเป็นแบรนด์ Yarnnakarn ในปัจจุบัน เขาได้ผ่านการเรียนรู้จากงานที่ทำและมุ่งมั่นที่จะมีแบรนด์ของตัวเอง ชื่อ Yarnakarn (ยาน: ยานพาหนะ + ณ: ที่ + กาล: เวลา) แปลออกมาได้ว่า "ที่ซึ่งยานแห่งกาลเวลาลงจอด" หมายถึง เขาตั้งใจที่จะออกแบบผลงานให้มีเอกลักษณ์และความรู้สึกที่ชัดเจน เมื่อนำไปวางที่ไหน ที่นั่นก็เหมือนกับได้ถูกเปลี่ยนเวลา ยุคสมัยไป ด้วยสิ่งที่มาประกอบกันนั่นเอง (เหมือนนั่งไทม์แมชชีน)

“ผมเกิดมาก็เห็นบ้านนี้แล้วครับ จะเรียกว่าอยู่มาแต่เกิดก็ได้ ถึงจะเดินทางไปไหนมาไหน หลังเรียนจบแล้วก็กลับมาอยู่ที่นี่ เพราะอยากอยู่กับคุณแม่และพี่สาว เรามีกันแค่สามคนครับ ซึ่งเป็นบ้านหลังเล็กในซอยนางลิ้นจี่ 4 ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย แค่บำรุงรักษาให้มีสภาพดีเหมือนเดิม พอผมได้ทำแบรนด์ของตัวเองต้องมีการผลิตที่มากขึ้นก็เลยต่อเติมโรงจอดรถเก่าให้กลายเป็นโรงงานผลิตเซรามิคไปเลย และสร้างโรงเรือนกระจกเป็นห้องทำงานกับเป็นโชว์รูมสินค้าไปในตัว เพราะตั้งใจว่าไม่อยากออกไปทำงานไกลบ้าน ทำเสร็จก็เข้าไปพักในบ้านได้เลย และไม่อยากไปติดอยู่บนท้องถนนเหมือนคนอื่นๆ ครับ”
 
 “ที่บ้านทั้งคุณแม่และพี่สาว ทุกๆ คนชอบงานศิลปะ ว่างๆ ก็จะมีผลงานออกมาให้เห็นกัน มาชื่นชมกัน ส่วนผมตอนนี้นอกจากจะทำแบรนด์เซรามิคแบบ Yarnnakan ซึ่งเป็นของใช้ ของตกแต่งบ้านที่มีเรื่องราวแฟนตาซี ในสไตล์วินเทจแฟนตาซี กล่าวคือ รูปทรงของผลงานเป็นแบบที่คุ้นเคยแต่เพิ่มเติมรูปสัตว์ อาทิ นก กวาง กระต่าย ผีเสื้อ เป็นต้น เข้าไปในงานออกแบบของเขาด้วย และใช้เทคนิคเผาด้วยไฟแรงสูง เคลือบและเผาด้วยเทคนิคพิเศษเพื่อให้ได้เท็กซ์เจอร์แตกต่าง โดยใช้สีเรียบง่ายอย่างสีขาว สีเทา สีดำและสีฟ้าพาสเทล แล้วตอนนี้ผมตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่เป็น fine art จริงๆ และจัดแสดงนิทรรศการเพื่อให้ตนเองได้ใช้สิ่งที่ร่ำเรียนมา และได้ชื่อว่าเป็นศิลปินอย่างแท้จริง ซึ่งผลงานศิลปะของผมจะเป็น ศิลปะจัดวาง หรือ Installation Art ซึ่งเป็นการสื่อสารเรื่องราวผ่านผลงานประติมากรรมนั่นเอง”
 
 “สิ่งสำคัญของการทำงาน คือ ความชำนาญ เราควรจะรู้หรือชำนาญอะไรสักอย่างก่อนแล้วจึงค่อยไปประยุกต์ทำอย่างอื่นต่อ สำหรับผมทุกอย่างมันประกอบกัน อย่างหนึ่งที่ผมต้องขอบคุณมากๆ นั่นคือ บ้าน หรือ ครอบครัว ที่สั่งสมความคิดและจนเป็นผมทุกวันนี้ครับ”



ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ