View : 15357

การเลือกใช้รูปทรงหลังคาให้เหมาะกับบ้านเรานั้น ต้องอาศัยการพิจารณาหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะเรื่องสภาพภูมิอากาศบ้านเราที่เป็นแบบร้อนชื้น หลังคาจึงควรมีรูปแบบที่ชายคายื่นออกมามากพอที่จะป้องกันแสงแดดไม่ให้เข้ามาภายในบ้านโดยเฉพาะด้านทิศตะวันตกที่มีแดดจัดที่สุด ควรมีการระบายอากาศที่ดี ให้อากาศร้อนที่ผ่านเข้ามาสะสมอยู่บริเวณใต้หลังคาสามารถถ่ายเทออกนอกบ้านได้ โดยอาจทำช่องระบายอากาศที่หน้าจั่วหรือที่ฝ้าชายคา และอาจติดฉนวนกับความร้อนใต้หลังคาหรือเหนือฝ้าเพดานร่วมด้วย
 
หลังคาที่ดีควรใช้โครงหลังคาที่ได้มาตรฐานและเหมาะกับหลังคาแต่ละรูปแบบ เพื่อให้มีความแข็งแรงสามารถรับน้ำหนักหลังคาได้ดี มีการติดตั้งที่ถูกต้องตามรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ มีระบบป้องกันการรั่วซึม และมีความลาดชันมากพอให้น้ำฝนสามารถไหลผ่านได้ ไม่ควรมีรอยต่อของหลังคาเยอะจนเกินไปเพื่อลดปัญหาเรื่องการรั่วซึมที่บริเวณรอยต่อ ตัวอย่างเช่น รูปทรงหลังคาที่ซับซ้อนหรือมีการนำหลังคาหลายรูปแบบมาผสมผสานประกอบกันอาจทำให้มีรอยต่อค่อนข้างเยอะ อาจทำให้เกิดการรั่วซึมได้ง่ายกว่ารูปทรงที่เรียบง่าย และที่ลืมไม่ได้คือ การออกแบบส่วนประกอบต่างๆ ของหลังคาให้สามารถรองรับและระบายปริมาณน้ำฝนได้อย่างดี
 
รูปทรงหลังคาส่วนใหญ่ที่นิยมใช้ในบ้านเรานั้นก็คงจะหนีไม่พ้น หลังคาจั่ว หลังคาปั้นหยา หรือหลังคาคอนกรีตที่เรียบแบน นอกจากนี้ยังมีหลังคาปีกผีเสื้อ หลังคาเพิงหมาแหงน หลังคามะนิลา หลังคาโค้ง หลังคาทรงโดม รวมถึงหลังคารูปทรงอิสระอีกด้วย ซึ่งหลังคาแต่ละแบบก็มีข้อเด่นข้อด้อยแตกต่างกัน
 
หลังคาจั่ว (Gable Roof)
เป็นหลังคาที่ด้านซ้ายและด้านขวาเอียงมาบรรจบกันที่สันตรงกลางบนสุด เป็นหลังคาที่ได้รับความนิยมเนื่องจากก่อสร้างง่าย เหมาะกับสภาพภูมิอากาศบ้านเราที่ร้อนชื้น เนื่องจากสามารถกันแดดกันฝนได้ดี รวมถึงสามารถระบายความร้อนได้หากมีการเจาะช่องระบายอากาศที่บริเวณหน้าจั่วอีกด้วย แต่อาจมีข้อเสียหากฝนสาดเข้ามาในทิศทางของหน้าจั่ว ซึ่งสามารถแก้ไขได้โดยเพิ่มส่วนยื่นของหลังคาฝั่งหน้าจั่วให้มากขึ้นรวมถึงติดตั้งระแนงหรือกันสาดเพิ่มเติม
 
หลังคาปั้นหยา (Hip Roof)
เป็นหลังคาที่มีความลาดเอียงทั้งสี่ด้านขึ้นไปชนกันที่ปลายด้านบน สามารถกันแดดกันฝนได้ทุกด้าน มีความสวยงาม ทนต่อการปะทะจากแรงลมได้ดี แต่ไม่มีหน้าจั่วที่ช่วยระบายความร้อน ซึ่งสามารถแก้ไขได้โดยการติดฝ้าชายคาที่มีร่องระบายอากาศ และที่สำคัญต้องระวังเรื่องจุดเชื่อมต่อที่มีมากกว่าหลังคาจั่วและหลังคาแบบอื่นๆ จึงควรติดตั้งอย่างถูกวิธีและได้มาตรฐาน
 
หลังคามะนิลา (Manila Roof)
หรือหลังคาปั้นหยาผสมจั่ว เหมาะกับสภาพภูมิอากาศบ้านเราเป็นอย่างมาก เนื่องจากเมื่อฝนตกชุกก็สามารถระบายน้ำออกไปได้อย่างรวดเร็วและยังสามารถป้องกันแดดให้กับตัวบ้านได้ทั้งสี่ด้าน หลังคาทรงนี้นิยมใช้มากกับบ้านสไตล์ Thai Oriental
 
หลังคาเพิงหมาแหงน (Lean-to Roof)
เป็นหลังคาที่เรียบลาดเอียงเพียงด้านเดียว ในอดีตนิยมใช้ในงานก่อสร้างแบบชั่วคราวหรือการต่อเติมแบบง่ายๆ เช่น โรงจอดรถ ครัวต่อเติม แต่ปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากดูเรียบ เท่ ทันสมัย ตอบโจทย์บ้านสไตล์โมเดิร์น ด้วยความที่มีรอยต่อน้อย ไม่ซับซ้อน จึงก่อสร้างง่ายและรวดเร็ว ช่วยประหยัดทั้งเวลา ค่าแรงช่าง รวมถึงประหยัดเรื่องตัวโครงสร้างหลังคาอีกด้วย แต่หากพูดถึงการกันแดดกันฝนแล้วนั้น จะสามารถบังแดดกันฝนได้เพียงทิศทางเดียวคือด้านที่หลังคาลาดลงมาต่ำกว่า อย่างไรก็ตามสามารถทำระแนงหรือกันสาดเพิ่มเติมในฝั่งหลังคาด้านที่สูงกว่าได้
 
หลังคาปีกผีเสื้อ (Butterfly Roof)
หลังคาทรงนี้มีลักษณะเหมือนหลังคาเพิงหมาแหงนสองด้านมาประกบกัน โดยหันด้านที่มีระดับต่ำกว่ามาชนกัน (คล้ายกับจั่วคว่ำ) ซึ่งอาจเกิดการรั่วซึมได้สูงกว่าหลังคารูปทรงอื่น เนื่องจากบ้านเรามีสภาพภูมิอากาศที่ฝนตกชุก จึงต้องมีการติดตั้งรางน้ำฝนบริเวณกลางหลังคาเพื่อรองรับน้ำจากหลังคาทั้งสอง โดยแนะนำให้เลือกรางน้ำที่กว้างและลึกกว่าหลังคาทั่วไปเพื่อให้สามารถรองรับและระบายน้ำฝนได้ทัน
 
หลังคาเรียบ (Flat Slab Roof)
เป็นหลังคาที่ได้รับความนิยมมาก สามารถประยุกต์ใช้ได้กับบ้านหลากหลายรูปแบบ ส่วนมากเป็นหลังคาคอนกรีต มีลักษณะเรียบแบนเป็นระนาบผืนเดียวกัน สามารถจัดให้เป็นพื้นที่ใช้สอยเพิ่มเติมได้ เช่น วางถังเก็บน้ำ ตากผ้า รวมถึงเป็นพื้นที่นั่งเล่นและจัดแต่งสวนดาดฟ้าได้ แต่หลังคาประเภทนี้จะดูดซับความร้อนและน้ำฝนโดยตรง มีการระบายน้ำที่ช้า รวมทั้งมีจุดอ่อนเรื่องน้ำที่อาจขังและรั่วซึมง่ายกว่าหลังคารูปทรงอื่น จึงต้องมีการป้องกันการรั่วซึมที่ดี ซึ่งควรตั้งแต่ขั้นตอนการผสมคอนกรีต และทำให้มีความลาดเอียงเล็กน้อยเพื่อระบายน้ำฝนให้เทไปยังท่อระบายน้ำ (Roof Drain) ไม่ให้น้ำขังอยู่ที่บริเวณหลังคา
 
หลังคาทรงโค้ง (Curved Roof)
เป็นรูปทรงหลังคาที่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ผ่านไปผ่านมาได้มากกว่าหลังคาที่เรียบตรง ปัจจุบันก่อสร้างหลังคาทรงโค้งด้วยโครงสร้างเปลือกบาง (Thin Shell) และสร้างผิวโค้งได้หลากหลายรูปทรง สามารถปกคุลมพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ได้อย่างน่าสนใจ ทำจากวัสดุประเภทเมทัลชีท หรืออะลูมิเนียมขึ้นรูป จึงมีน้ำหนักเบากว่าหลังคาชนิดอื่น อีกทั้งมีรอยต่อน้อย จึงไม่ค่อยพบปัญหารั่วซึมของน้ำฝนเท่าไรนัก
 
หลังคาทรงโดม (Geodesic Dome Roof)
ลักษณะของหลังคาที่มีลักษณะโค้งมนคล้ายผลส้มผ่าครึ่งคว่ำ มีเส้นโค้งที่อ่อนช้อยสวยงาม มีโครงสร้างที่ผ่านการออกแบบคำนวณโครงสร้างแบบไม่มีเสาค้ำยันอยู่ภายใน อาจเป็นส่วนหนึ่งของหลังคาบ้านทั้งหลังเพื่อแสดงถึงความประณีตงดงามของโครงสร้าง ปัจจุบันเป็นการใช้ Space Frame หรือโครงข้อแข็งสามมิติ ซึ่งมีลักษณะเป็นรูปทรงเรขาคณิตเชื่อมต่อกันเป็นโครงสร้างรูปทรงโดม
 
หลังคารูปทรงอิสระ (Free Form Roof)
เป็นหลังคาที่ถูกออกแบบมาอย่างเฉพาะตัวและมีความโดดเด่นเรื่องรูปทรงที่แตกต่าง เพื่อให้เข้ากับสไตล์บ้านและตอบสนองความต้องการของเจ้าของบ้าน เนื่องจากเป็นหลังคารูปทรงอิสระ วัสดุที่ใช้จึงควรมีความยืดหยุ่น สามารถบิดโครงรองรับรูปทรงหลังคาได้ ตัวอย่างเช่น แผ่นหลังคายางมะตอย (Asphalt Shingle) หรือแผ่นโลหะรีดลอน (Metal Sheet) ซึ่งต้องอาศัยช่างที่มีความชำนาญมากพอ
 
หลังคามีหลายรูปทรงให้เลือกใช้งานคู่กับบ้านของเรา จึงควรทำความรู้จักถึงคุณสมบัติและพิจารณาถึงข้อดีข้อเสียของหลังคาแต่ละรูปแบบเพื่อประกอบการตัดสินใจ และที่สำคัญควรออกแบบให้มีการป้องกันแมลง นก หรือสัตว์ตัวเล็กๆ ที่จะเข้าไปอยู่อาศัยภายใต้หลังคาบ้าน มีการติดตั้งตะแกรงสำหรับปิดรางน้ำเพื่อกันสิ่งสกปรกและเศษใบไม้ร่วงที่เข้าเข้าไปติดรางทำให้ระบายน้ำไม่สะดวก


 


บทความที่แล้ว
หลังคา “พระเอกของบ้าน” บ่งบอกสไตล์
13-หลังคา-พระเอกของน้าน-บ่งบอกสไตล์-(1).jpg


บทความถัดไป
ใกล้ชิดธรรมชาติ กับบ้านสไตล์เนเชอรัล
15-ใกล้ชิดธรรมชาติกับบ้านสไตล์เนเชอรัล-(1).jpg


บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
4 แนวทางสร้างบ้านใหม่
1-4-แนวทางสร้างบ้านใหม่-บริษัทรับสร้างบ้าน-สถาปนิก-แบบบ้านฟรี-ซื้อแบบบ้าน-บ้านสำเร็จรูป.jpg



เตรียมขออนุญาตก่อสร้าง และหาผู้รับเหมาไปพร้อมกัน
1-เตรียมขออนุญาตก่อสร้าง-และหาผู้รับเหมาไปพร้อมกัน.jpg



เรื่อง: SCG Experience

รูปทรงของหลังคา กับสไตล์และฟังก์ชันที่ลงตัว 

หลังคาบ้าน เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญ ทั้งช่วยในการกันแดดกันฝนและท้าลม รวมถึงบ่งบอกถึงสไตล์และความชอบของเจ้าของบ้านแต่ละคนอีกด้วย

บ้านหลังคาทรงจั่ว

หลังคาปั้นหยา 

หลังคาทรงมนิลา

หลังคาเพิงหมาแหงน
ขอบคุณภาพ :
ซ้าย - www.banhm.com
ขวา - www.decorreport.com

หลังคาปีกผีเสื้อ
ขอบคุณภาพ :
ซ้าย - www.hatyaihomeguide.blogspot.com 
ขวา - www.homedec.in.th

หลังคารูปทรงเรียบของร้านกาแฟเล็ก PENGUIN GHETTO เจ้าของร้านคือกลุ่มสถาปนิกรุ่นใหม่ไฟแรงนาม NOTDS
ขอบคุณภาพ : คุณอรุณ ภูริทัต

ขอบคุณภาพ :
ซ้าย - www.banhm.com
ขวา - www.homedec.in.th

หลังคารูปทรงโดมประกอบกับหลังคารูปทรงปั้นหยา 

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
www.dsignsomething.com
www.hatyaihomeguide.blogspot.com/2012/10/roofs-style-manila.html
www.roof.in.th/หลังคาทรงลาด
www.dict.longdo.com
www.facebook.com/PTTGlobalWarming/posts/399034570148092

เรื่อง: SCG Experience

รูปทรงของหลังคา กับสไตล์และฟังก์ชันที่ลงตัว 

หลังคาบ้าน เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญ ทั้งช่วยในการกันแดดกันฝนและท้าลม รวมถึงบ่งบอกถึงสไตล์และความชอบของเจ้าของบ้านแต่ละคนอีกด้วย

บ้านหลังคาทรงจั่ว

หลังคาปั้นหยา 

การเลือกใช้รูปทรงหลังคาให้เหมาะกับบ้านเรานั้น ต้องอาศัยการพิจารณาหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะเรื่องสภาพภูมิอากาศบ้านเราที่เป็นแบบร้อนชื้น หลังคาจึงควรมีรูปแบบที่ชายคายื่นออกมามากพอที่จะป้องกันแสงแดดไม่ให้เข้ามาภายในบ้านโดยเฉพาะด้านทิศตะวันตกที่มีแดดจัดที่สุด ควรมีการระบายอากาศที่ดี ให้อากาศร้อนที่ผ่านเข้ามาสะสมอยู่บริเวณใต้หลังคาสามารถถ่ายเทออกนอกบ้านได้ โดยอาจทำช่องระบายอากาศที่หน้าจั่วหรือที่ฝ้าชายคา และอาจติดฉนวนกับความร้อนใต้หลังคาหรือเหนือฝ้าเพดานร่วมด้วย
 
หลังคาที่ดีควรใช้โครงหลังคาที่ได้มาตรฐานและเหมาะกับหลังคาแต่ละรูปแบบ เพื่อให้มีความแข็งแรงสามารถรับน้ำหนักหลังคาได้ดี มีการติดตั้งที่ถูกต้องตามรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ มีระบบป้องกันการรั่วซึม และมีความลาดชันมากพอให้น้ำฝนสามารถไหลผ่านได้ ไม่ควรมีรอยต่อของหลังคาเยอะจนเกินไปเพื่อลดปัญหาเรื่องการรั่วซึมที่บริเวณรอยต่อ ตัวอย่างเช่น รูปทรงหลังคาที่ซับซ้อนหรือมีการนำหลังคาหลายรูปแบบมาผสมผสานประกอบกันอาจทำให้มีรอยต่อค่อนข้างเยอะ อาจทำให้เกิดการรั่วซึมได้ง่ายกว่ารูปทรงที่เรียบง่าย และที่ลืมไม่ได้คือ การออกแบบส่วนประกอบต่างๆ ของหลังคาให้สามารถรองรับและระบายปริมาณน้ำฝนได้อย่างดี
 
รูปทรงหลังคาส่วนใหญ่ที่นิยมใช้ในบ้านเรานั้นก็คงจะหนีไม่พ้น หลังคาจั่ว หลังคาปั้นหยา หรือหลังคาคอนกรีตที่เรียบแบน นอกจากนี้ยังมีหลังคาปีกผีเสื้อ หลังคาเพิงหมาแหงน หลังคามะนิลา หลังคาโค้ง หลังคาทรงโดม รวมถึงหลังคารูปทรงอิสระอีกด้วย ซึ่งหลังคาแต่ละแบบก็มีข้อเด่นข้อด้อยแตกต่างกัน
 
หลังคาจั่ว (Gable Roof)
เป็นหลังคาที่ด้านซ้ายและด้านขวาเอียงมาบรรจบกันที่สันตรงกลางบนสุด เป็นหลังคาที่ได้รับความนิยมเนื่องจากก่อสร้างง่าย เหมาะกับสภาพภูมิอากาศบ้านเราที่ร้อนชื้น เนื่องจากสามารถกันแดดกันฝนได้ดี รวมถึงสามารถระบายความร้อนได้หากมีการเจาะช่องระบายอากาศที่บริเวณหน้าจั่วอีกด้วย แต่อาจมีข้อเสียหากฝนสาดเข้ามาในทิศทางของหน้าจั่ว ซึ่งสามารถแก้ไขได้โดยเพิ่มส่วนยื่นของหลังคาฝั่งหน้าจั่วให้มากขึ้นรวมถึงติดตั้งระแนงหรือกันสาดเพิ่มเติม
 
หลังคาปั้นหยา (Hip Roof)
เป็นหลังคาที่มีความลาดเอียงทั้งสี่ด้านขึ้นไปชนกันที่ปลายด้านบน สามารถกันแดดกันฝนได้ทุกด้าน มีความสวยงาม ทนต่อการปะทะจากแรงลมได้ดี แต่ไม่มีหน้าจั่วที่ช่วยระบายความร้อน ซึ่งสามารถแก้ไขได้โดยการติดฝ้าชายคาที่มีร่องระบายอากาศ และที่สำคัญต้องระวังเรื่องจุดเชื่อมต่อที่มีมากกว่าหลังคาจั่วและหลังคาแบบอื่นๆ จึงควรติดตั้งอย่างถูกวิธีและได้มาตรฐาน
 
หลังคามะนิลา (Manila Roof)
หรือหลังคาปั้นหยาผสมจั่ว เหมาะกับสภาพภูมิอากาศบ้านเราเป็นอย่างมาก เนื่องจากเมื่อฝนตกชุกก็สามารถระบายน้ำออกไปได้อย่างรวดเร็วและยังสามารถป้องกันแดดให้กับตัวบ้านได้ทั้งสี่ด้าน หลังคาทรงนี้นิยมใช้มากกับบ้านสไตล์ Thai Oriental
 
หลังคาเพิงหมาแหงน (Lean-to Roof)
เป็นหลังคาที่เรียบลาดเอียงเพียงด้านเดียว ในอดีตนิยมใช้ในงานก่อสร้างแบบชั่วคราวหรือการต่อเติมแบบง่ายๆ เช่น โรงจอดรถ ครัวต่อเติม แต่ปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากดูเรียบ เท่ ทันสมัย ตอบโจทย์บ้านสไตล์โมเดิร์น ด้วยความที่มีรอยต่อน้อย ไม่ซับซ้อน จึงก่อสร้างง่ายและรวดเร็ว ช่วยประหยัดทั้งเวลา ค่าแรงช่าง รวมถึงประหยัดเรื่องตัวโครงสร้างหลังคาอีกด้วย แต่หากพูดถึงการกันแดดกันฝนแล้วนั้น จะสามารถบังแดดกันฝนได้เพียงทิศทางเดียวคือด้านที่หลังคาลาดลงมาต่ำกว่า อย่างไรก็ตามสามารถทำระแนงหรือกันสาดเพิ่มเติมในฝั่งหลังคาด้านที่สูงกว่าได้
 
หลังคาปีกผีเสื้อ (Butterfly Roof)
หลังคาทรงนี้มีลักษณะเหมือนหลังคาเพิงหมาแหงนสองด้านมาประกบกัน โดยหันด้านที่มีระดับต่ำกว่ามาชนกัน (คล้ายกับจั่วคว่ำ) ซึ่งอาจเกิดการรั่วซึมได้สูงกว่าหลังคารูปทรงอื่น เนื่องจากบ้านเรามีสภาพภูมิอากาศที่ฝนตกชุก จึงต้องมีการติดตั้งรางน้ำฝนบริเวณกลางหลังคาเพื่อรองรับน้ำจากหลังคาทั้งสอง โดยแนะนำให้เลือกรางน้ำที่กว้างและลึกกว่าหลังคาทั่วไปเพื่อให้สามารถรองรับและระบายน้ำฝนได้ทัน
 
หลังคาเรียบ (Flat Slab Roof)
เป็นหลังคาที่ได้รับความนิยมมาก สามารถประยุกต์ใช้ได้กับบ้านหลากหลายรูปแบบ ส่วนมากเป็นหลังคาคอนกรีต มีลักษณะเรียบแบนเป็นระนาบผืนเดียวกัน สามารถจัดให้เป็นพื้นที่ใช้สอยเพิ่มเติมได้ เช่น วางถังเก็บน้ำ ตากผ้า รวมถึงเป็นพื้นที่นั่งเล่นและจัดแต่งสวนดาดฟ้าได้ แต่หลังคาประเภทนี้จะดูดซับความร้อนและน้ำฝนโดยตรง มีการระบายน้ำที่ช้า รวมทั้งมีจุดอ่อนเรื่องน้ำที่อาจขังและรั่วซึมง่ายกว่าหลังคารูปทรงอื่น จึงต้องมีการป้องกันการรั่วซึมที่ดี ซึ่งควรตั้งแต่ขั้นตอนการผสมคอนกรีต และทำให้มีความลาดเอียงเล็กน้อยเพื่อระบายน้ำฝนให้เทไปยังท่อระบายน้ำ (Roof Drain) ไม่ให้น้ำขังอยู่ที่บริเวณหลังคา
 
หลังคาทรงโค้ง (Curved Roof)
เป็นรูปทรงหลังคาที่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ผ่านไปผ่านมาได้มากกว่าหลังคาที่เรียบตรง ปัจจุบันก่อสร้างหลังคาทรงโค้งด้วยโครงสร้างเปลือกบาง (Thin Shell) และสร้างผิวโค้งได้หลากหลายรูปทรง สามารถปกคุลมพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ได้อย่างน่าสนใจ ทำจากวัสดุประเภทเมทัลชีท หรืออะลูมิเนียมขึ้นรูป จึงมีน้ำหนักเบากว่าหลังคาชนิดอื่น อีกทั้งมีรอยต่อน้อย จึงไม่ค่อยพบปัญหารั่วซึมของน้ำฝนเท่าไรนัก
 
หลังคาทรงโดม (Geodesic Dome Roof)
ลักษณะของหลังคาที่มีลักษณะโค้งมนคล้ายผลส้มผ่าครึ่งคว่ำ มีเส้นโค้งที่อ่อนช้อยสวยงาม มีโครงสร้างที่ผ่านการออกแบบคำนวณโครงสร้างแบบไม่มีเสาค้ำยันอยู่ภายใน อาจเป็นส่วนหนึ่งของหลังคาบ้านทั้งหลังเพื่อแสดงถึงความประณีตงดงามของโครงสร้าง ปัจจุบันเป็นการใช้ Space Frame หรือโครงข้อแข็งสามมิติ ซึ่งมีลักษณะเป็นรูปทรงเรขาคณิตเชื่อมต่อกันเป็นโครงสร้างรูปทรงโดม
 
หลังคารูปทรงอิสระ (Free Form Roof)
เป็นหลังคาที่ถูกออกแบบมาอย่างเฉพาะตัวและมีความโดดเด่นเรื่องรูปทรงที่แตกต่าง เพื่อให้เข้ากับสไตล์บ้านและตอบสนองความต้องการของเจ้าของบ้าน เนื่องจากเป็นหลังคารูปทรงอิสระ วัสดุที่ใช้จึงควรมีความยืดหยุ่น สามารถบิดโครงรองรับรูปทรงหลังคาได้ ตัวอย่างเช่น แผ่นหลังคายางมะตอย (Asphalt Shingle) หรือแผ่นโลหะรีดลอน (Metal Sheet) ซึ่งต้องอาศัยช่างที่มีความชำนาญมากพอ
 
หลังคามีหลายรูปทรงให้เลือกใช้งานคู่กับบ้านของเรา จึงควรทำความรู้จักถึงคุณสมบัติและพิจารณาถึงข้อดีข้อเสียของหลังคาแต่ละรูปแบบเพื่อประกอบการตัดสินใจ และที่สำคัญควรออกแบบให้มีการป้องกันแมลง นก หรือสัตว์ตัวเล็กๆ ที่จะเข้าไปอยู่อาศัยภายใต้หลังคาบ้าน มีการติดตั้งตะแกรงสำหรับปิดรางน้ำเพื่อกันสิ่งสกปรกและเศษใบไม้ร่วงที่เข้าเข้าไปติดรางทำให้ระบายน้ำไม่สะดวก


 


บทความที่แล้ว
หลังคา “พระเอกของบ้าน” บ่งบอกสไตล์
13-หลังคา-พระเอกของน้าน-บ่งบอกสไตล์-(1).jpg


บทความถัดไป
ใกล้ชิดธรรมชาติ กับบ้านสไตล์เนเชอรัล
15-ใกล้ชิดธรรมชาติกับบ้านสไตล์เนเชอรัล-(1).jpg


บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
4 แนวทางสร้างบ้านใหม่
1-4-แนวทางสร้างบ้านใหม่-บริษัทรับสร้างบ้าน-สถาปนิก-แบบบ้านฟรี-ซื้อแบบบ้าน-บ้านสำเร็จรูป.jpg



เตรียมขออนุญาตก่อสร้าง และหาผู้รับเหมาไปพร้อมกัน
1-เตรียมขออนุญาตก่อสร้าง-และหาผู้รับเหมาไปพร้อมกัน.jpg



หลังคาทรงมนิลา

หลังคาเพิงหมาแหงน
ขอบคุณภาพ :
ซ้าย - www.banhm.com
ขวา - www.decorreport.com

หลังคาปีกผีเสื้อ
ขอบคุณภาพ :
ซ้าย - www.hatyaihomeguide.blogspot.com 
ขวา - www.homedec.in.th

หลังคารูปทรงเรียบของร้านกาแฟเล็ก PENGUIN GHETTO เจ้าของร้านคือกลุ่มสถาปนิกรุ่นใหม่ไฟแรงนาม NOTDS
ขอบคุณภาพ : คุณอรุณ ภูริทัต

ขอบคุณภาพ :
ซ้าย - www.banhm.com
ขวา - www.homedec.in.th

หลังคารูปทรงโดมประกอบกับหลังคารูปทรงปั้นหยา 

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
www.dsignsomething.com
www.hatyaihomeguide.blogspot.com/2012/10/roofs-style-manila.html
www.roof.in.th/หลังคาทรงลาด
www.dict.longdo.com
www.facebook.com/PTTGlobalWarming/posts/399034570148092

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ