View : 1063

       ในขณะที่การออกแบบสถาปัตยกรรมในโรงเรียนแบบประเพณีล้วนสอนถึงสิ่งที่ต้องระวัง สิ่งที่ต้องห้ามในการออกแบบ รวมไปถึงการชี้นำถึงการใช้รูปทรงหวือหวาหรือสิ่งล้ำยุคว่าเป็นไปไม่ได้ ซึ่งสวนทางกับโลกปัจจุบันที่วิทยาการกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว การก่อสร้างแบบเดิมที่เน้นใช้แรงงานคนเป็นหลักเป็นสิ่งที่กำลังจะหายไปพร้อมกับการแทนที่ด้วยเครื่องจักรมากขึ้นทุกวัน แนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงสถาปัตยกรรมไปอย่างไรเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

       แนวโน้มที่เกิดขึ้นในบ้านเราและทั่วโลกเกี่ยวกับการสร้างสถาปัตยกรรมล้วนนำเสนอถึงการลดใช้แรงงานคนมากขึ้น ในประเทศที่เจริญแล้วประสบปัญหาค่าแรงคนสูง การใช้เครื่องจักรจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะกับบริบทของโลกตะวันตก แต่เมื่อย้อนกลับมามองในบ้านเราที่ค่าแรงเริ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การใช้วัสดุสำเร็จรูปพร้อมกับการติดตั้งด้วยเครื่องจักรจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการก่อสร้างมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่นในกรณีศึกษาที่บ้านจัดสรร อาคารชุด นิยมใช้ผนังแบบพรีคาสต์ มากกว่าจะใช้ผนังก่ออิฐฉาบปูนที่ช้า เปียก มีปัญหาเรื่องความสะอาดของไซต์งาน นอกจากความนิยมการใช้ผนังสำเร็จแล้วยังรวมไปถึงการใช้โครงสร้างแบบพรีคาสต์ที่สามารถใช้คนงานจำนวนน้อยกว่าแบบระบบเปียกและยังสามารถนำเครื่องจักรมาช่วยทุ่นแรงได้มาก
 

ภาพจำลองการสร้างบ้านด้วย Robotic Building Construction by Contour Crafting
ขอบคุณภาพ : Contour Crafting

หุ่นจำลองการสร้างบ้านด้วย 3d printing ในรูปทรงต่างๆ
ขอบคุณภาพ : www.youtube.com

       ในปัจจุบันได้มีการผลิตบ้านจาก 3D Printer โดยใช้วัสดุที่ขึ้นรูปคือ Fiber Reinforce Concrete กระบวนการทำจะพิมพ์ผนังภายนอกเรียบเป็นชั้น แต่ให้ภายในพิมพ์เป็นเส้นซิกแซกเพื่อเป็นฉนวนไปพร้อมกับความแข็งแรงของโครงสร้างที่เป็นผนังรับน้ำหนัก ในส่วนที่เป็นช่องแสง ช่องประตูจะทำการเว้นไว้โดยมีทับหลังมาวางไว้หนือวงกบบนเสียก่อนจึงทำการพิมพ์ในชั้นต่อไป ปัจจุบันได้มีบริษัทรับสร้างบ้านด้วย 3D Printer ในจีนอย่าง Yingchuang New Materials สามารถสร้างบ้าน 10 หลังในเวลา 20 ชั่วโมงเท่านั้น และเมื่อเทคโนโลยีอะไรก็ตามที่จีนสามารถผลิตได้ มักจะมีขนาดการผลิตที่ใหญ่ขึ้นพร้อมกับถูกขึ้น ในเวลาไม่นานเกินชั่วอายุคนของเราเองอาจจะได้พบกับบ้านจาก 3D Printer ที่มากมายในบ้านเราก็เป็นได้ การผลิตได้เร็วและราคาถูกน่าจะเป็นคำตอบต่อภูมิประเทศที่ประสบปัญหาธรรมชาติบ่อยๆ จนขาดแคลนที่อยู่อาศัยอย่างแผ่นดินไหว หรืออุทกภัย

       แม้ว่าวัสดุที่เริ่มใช้ในอุตสาหกรรมสร้างบ้านจาก 3D Printer ที่มีในปัจจุบันยังไม่สามารถเป็นวัสดุที่มีคำตอบถึงการนำกลับเอามาใช้ใหม่ ไม่เกิดมลภาวะในการรื้อถอน แต่เมื่อเทคโนโลยีนี้ได้ก้าวไปถึงจุดที่แพร่หลายหวังว่าทีมวิจัยและพัฒนาจะสามารถหาคำตอบเรื่องนี้ได้อย่างยั่งยืนในท้ายสุดเพื่อมนุษยชาติและโลก

เรื่อง: สาโรช พระวงค์

สร้างบ้านเร็ว ประหยัด ไฮเทคด้วย 3D Printer

เทคโนโลยีการสร้างสถาปัตยกรรมด้วย 3D Printer ที่มีความแม่นยำ ควบคุมเวลาได้แน่นอน ช่วยลดต้นทุน แรงงาน และลดการใช้พลังงานได้ถึง 10 เท่า และสามารถสร้างบ้าน 10 หลังได้ในเวลา 20 ชั่วโมง

นิคมบนดวงจันทร์ สถาปัตยกรรมออกแบบโดย Norman Foster
ขอบคุณภาพ : www.gotarch.com

การสร้างนิคมบนดวงจันทร์ขององค์การนาซา
ขอบคุณภาพ : Contour Crafting

       แต่แนวโน้มใหม่ที่เกิดจากการสร้างต้นแบบจากเทคโนโลยีทางการแพทย์คือการสร้างต้นแบบอวัยวะด้วยเครื่อง rapid prototyping จากวัสดุโพลิเมอร์แบบต่างๆ จนในปัจจุบันเทคโนโลยีการสร้างวัตถุต้นแบบมีราคาถูกขึ้นเรื่อยๆ จาก 3D Printer ที่แม้เครื่องจะมีขนาดเล็ก สามารถพิมพ์ชิ้นงานออกมาได้ไม่ใหญ่นัก แต่เทคโนโลยีเรื่องนี้กำลังถูกพัฒนามากขึ้นทุกวัน อย่างในกรณีที่ทางองค์การนาซาจับมือกับสถาปนิกชื่อดังอย่าง Norman Foster ที่หาคำตอบการตั้งนิคมบนดวงจันทร์ด้วยเทคโนโลยีสร้างที่อยู่อาศัยพร้อมห้องปฏิบัติการจาก 3D Printer ที่ใช้ผงฝุ่นบนดวงจันทร์มาประกอบกันเข้าจากการพิมพ์สถาปัตยกรรมเป็นชั้นๆ จนกลายเป็นแหล่งพักพิงที่สามารถป้องกันสภาพความโหดร้ายของภูมิอากาศบนดวงจันทร์ได้

       ในปัจจุบันกระบวนการสร้างสรรค์ด้วย 3D Printer ได้พัฒนามากขึ้น และมีการแข่งขันกันสูงในระดับการพิมพ์ขนาดเล็ก เนื่องจากมีราคาถูกลงจาก 10 ปีที่ผ่านมาอย่างมาก วัสดุในปัจจุบันที่ใช้พิมพ์มีหลากหลายชนิดขึ้น อย่างโลหะ พลาสติก วัสดุคอมโพสิต พลาสเตอร์ กระดาษ Fiber Reinforce Concrete ทำให้มีการพัฒนาที่จะไม่หยุดเทคโนโลยีด้านนี้ไว้แค่การผลิตต้นแบบเพื่อการแพทย์ วิทยาศาสตร์อีกต่อไป แต่ได้ขยายมาถึงกระบวนการสร้างสถาปัตยกรรมด้วย 3D Printer เช่นกัน ตัวอย่างการสร้างสถาปัตยกรรมด้วย 3d printer เช่น การพัฒนาโดย Behrokh Khoshnevis แห่ง University of Southern California จากสิ่งที่ Khoshnevis นิยามว่ามันเป็นการก่อสร้างด้วยหุ่นยนต์ “Robotic Building Construction by Contour Crafting” ซึ่งคำว่า Contour Crafting มาจากเทคนิคการสร้างสถาปัตยกรรมแบบนี้ เครื่อง 3D Printer จะทำการค่อยๆ พิมพ์วัตถุทีละชั้นจนจบชิ้นงานคล้ายเส้น Contour เทคโนโลยีการสร้างบ้านแบบนี้เริ่มต้นจากการสร้างนิคมบนดวงจันทร์ นำมาประยุกต์ให้สามารถสร้างบ้านฉุกเฉินในเวลาเพียง 20 ชั่วโมง การก่อสร้างแบบประเพณีถูก Khoshnevis เปรียบเทียบถึงข้อเสียว่าการก่อสร้างมีความช้า ราคาเงินจากงบประมาณ ไม่สามารถกำหนดเวลาที่แน่นอนได้ ขาดความแม่นยำ เสียงต่อความปลอดภัยในไซต์งานจากการก่อสร้างที่ไม่ระมัดระวัง ในขณะที่การสร้างด้วย 3D Printer จะมาสามารถควบคุมเวลาได้แน่นอน ผลที่ตามมาคือการลดต้นทุน ลดการใช้แรงงานได้ถึง 45% - 55% ลดการใช้พลังงานได้ 10 เท่า จากความประหยัดเหล่านี้ทำให้ช่วยลดการปล่อยการคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากโข

 

3D Printer ในห้องวิจัยของ Behrokh Khoshnevis ที่ University of Southern California
ขอบคุณภาพ : www.youtube.com

เทคนิคการพิมพ์ Fiber Reinforce Concrete ด้วย 3D Printer
ขอบคุณภาพ : www.youtube.com

ตัวอย่างบ้านที่สร้างจาก 3D Printer
ขอบคุณภาพ :
ซ้าย - www.youtube.com 
ขวา - www.gizmag.com

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
ข้อมูล :
www.contourcrafting.org
www.archdaily.com
www.inhabitat.com
www.gizmag.com
www.youtube.com/watch?v=ehnzfGP6sq4
www.youtube.com/watch?v=SObzNdyRTBs
www.youtube.com/watch?v=IIFrIUsVUKg
www.youtube.com/watch?v=DBZopB4356U

เรื่อง: สาโรช พระวงค์

สร้างบ้านเร็ว ประหยัด ไฮเทคด้วย 3D Printer

เทคโนโลยีการสร้างสถาปัตยกรรมด้วย 3D Printer ที่มีความแม่นยำ ควบคุมเวลาได้แน่นอน ช่วยลดต้นทุน แรงงาน และลดการใช้พลังงานได้ถึง 10 เท่า และสามารถสร้างบ้าน 10 หลังได้ในเวลา 20 ชั่วโมง

นิคมบนดวงจันทร์ สถาปัตยกรรมออกแบบโดย Norman Foster
ขอบคุณภาพ : www.gotarch.com

การสร้างนิคมบนดวงจันทร์ขององค์การนาซา
ขอบคุณภาพ : Contour Crafting

       ในขณะที่การออกแบบสถาปัตยกรรมในโรงเรียนแบบประเพณีล้วนสอนถึงสิ่งที่ต้องระวัง สิ่งที่ต้องห้ามในการออกแบบ รวมไปถึงการชี้นำถึงการใช้รูปทรงหวือหวาหรือสิ่งล้ำยุคว่าเป็นไปไม่ได้ ซึ่งสวนทางกับโลกปัจจุบันที่วิทยาการกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว การก่อสร้างแบบเดิมที่เน้นใช้แรงงานคนเป็นหลักเป็นสิ่งที่กำลังจะหายไปพร้อมกับการแทนที่ด้วยเครื่องจักรมากขึ้นทุกวัน แนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงสถาปัตยกรรมไปอย่างไรเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

       แนวโน้มที่เกิดขึ้นในบ้านเราและทั่วโลกเกี่ยวกับการสร้างสถาปัตยกรรมล้วนนำเสนอถึงการลดใช้แรงงานคนมากขึ้น ในประเทศที่เจริญแล้วประสบปัญหาค่าแรงคนสูง การใช้เครื่องจักรจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะกับบริบทของโลกตะวันตก แต่เมื่อย้อนกลับมามองในบ้านเราที่ค่าแรงเริ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การใช้วัสดุสำเร็จรูปพร้อมกับการติดตั้งด้วยเครื่องจักรจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการก่อสร้างมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่นในกรณีศึกษาที่บ้านจัดสรร อาคารชุด นิยมใช้ผนังแบบพรีคาสต์ มากกว่าจะใช้ผนังก่ออิฐฉาบปูนที่ช้า เปียก มีปัญหาเรื่องความสะอาดของไซต์งาน นอกจากความนิยมการใช้ผนังสำเร็จแล้วยังรวมไปถึงการใช้โครงสร้างแบบพรีคาสต์ที่สามารถใช้คนงานจำนวนน้อยกว่าแบบระบบเปียกและยังสามารถนำเครื่องจักรมาช่วยทุ่นแรงได้มาก
 

ภาพจำลองการสร้างบ้านด้วย Robotic Building Construction by Contour Crafting
ขอบคุณภาพ : Contour Crafting

หุ่นจำลองการสร้างบ้านด้วย 3d printing ในรูปทรงต่างๆ
ขอบคุณภาพ : www.youtube.com

       แต่แนวโน้มใหม่ที่เกิดจากการสร้างต้นแบบจากเทคโนโลยีทางการแพทย์คือการสร้างต้นแบบอวัยวะด้วยเครื่อง rapid prototyping จากวัสดุโพลิเมอร์แบบต่างๆ จนในปัจจุบันเทคโนโลยีการสร้างวัตถุต้นแบบมีราคาถูกขึ้นเรื่อยๆ จาก 3D Printer ที่แม้เครื่องจะมีขนาดเล็ก สามารถพิมพ์ชิ้นงานออกมาได้ไม่ใหญ่นัก แต่เทคโนโลยีเรื่องนี้กำลังถูกพัฒนามากขึ้นทุกวัน อย่างในกรณีที่ทางองค์การนาซาจับมือกับสถาปนิกชื่อดังอย่าง Norman Foster ที่หาคำตอบการตั้งนิคมบนดวงจันทร์ด้วยเทคโนโลยีสร้างที่อยู่อาศัยพร้อมห้องปฏิบัติการจาก 3D Printer ที่ใช้ผงฝุ่นบนดวงจันทร์มาประกอบกันเข้าจากการพิมพ์สถาปัตยกรรมเป็นชั้นๆ จนกลายเป็นแหล่งพักพิงที่สามารถป้องกันสภาพความโหดร้ายของภูมิอากาศบนดวงจันทร์ได้

       ในปัจจุบันกระบวนการสร้างสรรค์ด้วย 3D Printer ได้พัฒนามากขึ้น และมีการแข่งขันกันสูงในระดับการพิมพ์ขนาดเล็ก เนื่องจากมีราคาถูกลงจาก 10 ปีที่ผ่านมาอย่างมาก วัสดุในปัจจุบันที่ใช้พิมพ์มีหลากหลายชนิดขึ้น อย่างโลหะ พลาสติก วัสดุคอมโพสิต พลาสเตอร์ กระดาษ Fiber Reinforce Concrete ทำให้มีการพัฒนาที่จะไม่หยุดเทคโนโลยีด้านนี้ไว้แค่การผลิตต้นแบบเพื่อการแพทย์ วิทยาศาสตร์อีกต่อไป แต่ได้ขยายมาถึงกระบวนการสร้างสถาปัตยกรรมด้วย 3D Printer เช่นกัน ตัวอย่างการสร้างสถาปัตยกรรมด้วย 3d printer เช่น การพัฒนาโดย Behrokh Khoshnevis แห่ง University of Southern California จากสิ่งที่ Khoshnevis นิยามว่ามันเป็นการก่อสร้างด้วยหุ่นยนต์ “Robotic Building Construction by Contour Crafting” ซึ่งคำว่า Contour Crafting มาจากเทคนิคการสร้างสถาปัตยกรรมแบบนี้ เครื่อง 3D Printer จะทำการค่อยๆ พิมพ์วัตถุทีละชั้นจนจบชิ้นงานคล้ายเส้น Contour เทคโนโลยีการสร้างบ้านแบบนี้เริ่มต้นจากการสร้างนิคมบนดวงจันทร์ นำมาประยุกต์ให้สามารถสร้างบ้านฉุกเฉินในเวลาเพียง 20 ชั่วโมง การก่อสร้างแบบประเพณีถูก Khoshnevis เปรียบเทียบถึงข้อเสียว่าการก่อสร้างมีความช้า ราคาเงินจากงบประมาณ ไม่สามารถกำหนดเวลาที่แน่นอนได้ ขาดความแม่นยำ เสียงต่อความปลอดภัยในไซต์งานจากการก่อสร้างที่ไม่ระมัดระวัง ในขณะที่การสร้างด้วย 3D Printer จะมาสามารถควบคุมเวลาได้แน่นอน ผลที่ตามมาคือการลดต้นทุน ลดการใช้แรงงานได้ถึง 45% - 55% ลดการใช้พลังงานได้ 10 เท่า จากความประหยัดเหล่านี้ทำให้ช่วยลดการปล่อยการคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากโข

 

3D Printer ในห้องวิจัยของ Behrokh Khoshnevis ที่ University of Southern California
ขอบคุณภาพ : www.youtube.com

เทคนิคการพิมพ์ Fiber Reinforce Concrete ด้วย 3D Printer
ขอบคุณภาพ : www.youtube.com

       ในปัจจุบันได้มีการผลิตบ้านจาก 3D Printer โดยใช้วัสดุที่ขึ้นรูปคือ Fiber Reinforce Concrete กระบวนการทำจะพิมพ์ผนังภายนอกเรียบเป็นชั้น แต่ให้ภายในพิมพ์เป็นเส้นซิกแซกเพื่อเป็นฉนวนไปพร้อมกับความแข็งแรงของโครงสร้างที่เป็นผนังรับน้ำหนัก ในส่วนที่เป็นช่องแสง ช่องประตูจะทำการเว้นไว้โดยมีทับหลังมาวางไว้หนือวงกบบนเสียก่อนจึงทำการพิมพ์ในชั้นต่อไป ปัจจุบันได้มีบริษัทรับสร้างบ้านด้วย 3D Printer ในจีนอย่าง Yingchuang New Materials สามารถสร้างบ้าน 10 หลังในเวลา 20 ชั่วโมงเท่านั้น และเมื่อเทคโนโลยีอะไรก็ตามที่จีนสามารถผลิตได้ มักจะมีขนาดการผลิตที่ใหญ่ขึ้นพร้อมกับถูกขึ้น ในเวลาไม่นานเกินชั่วอายุคนของเราเองอาจจะได้พบกับบ้านจาก 3D Printer ที่มากมายในบ้านเราก็เป็นได้ การผลิตได้เร็วและราคาถูกน่าจะเป็นคำตอบต่อภูมิประเทศที่ประสบปัญหาธรรมชาติบ่อยๆ จนขาดแคลนที่อยู่อาศัยอย่างแผ่นดินไหว หรืออุทกภัย

       แม้ว่าวัสดุที่เริ่มใช้ในอุตสาหกรรมสร้างบ้านจาก 3D Printer ที่มีในปัจจุบันยังไม่สามารถเป็นวัสดุที่มีคำตอบถึงการนำกลับเอามาใช้ใหม่ ไม่เกิดมลภาวะในการรื้อถอน แต่เมื่อเทคโนโลยีนี้ได้ก้าวไปถึงจุดที่แพร่หลายหวังว่าทีมวิจัยและพัฒนาจะสามารถหาคำตอบเรื่องนี้ได้อย่างยั่งยืนในท้ายสุดเพื่อมนุษยชาติและโลก



บทความที่แล้ว
หลากรูปแบบของระบบการพิมพ์ 3D Printing
47-หลากรูปแบบของระบบการพิมพ์-3D-Printing.jpg



บทความถัดไป
นวัตกรรมที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
49-นวัตกรรมที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน.jpg



บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
4 แนวทางสร้างบ้านใหม่
1-4-แนวทางสร้างบ้านใหม่-บริษัทรับสร้างบ้าน-สถาปนิก-แบบบ้านฟรี-ซื้อแบบบ้าน-บ้านสำเร็จรูป.jpg



เตรียมขออนุญาตก่อสร้าง และหาผู้รับเหมาไปพร้อมกัน
1-เตรียมขออนุญาตก่อสร้าง-และหาผู้รับเหมาไปพร้อมกัน.jpg

ตัวอย่างบ้านที่สร้างจาก 3D Printer
ขอบคุณภาพ :
ซ้าย - www.youtube.com 
ขวา - www.gizmag.com

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
ข้อมูล :
www.contourcrafting.org
www.archdaily.com
www.inhabitat.com
www.gizmag.com
www.youtube.com/watch?v=ehnzfGP6sq4
www.youtube.com/watch?v=SObzNdyRTBs
www.youtube.com/watch?v=IIFrIUsVUKg
www.youtube.com/watch?v=DBZopB4356U

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ