View : 10952

ในการออกแบบพื้นผิวของอาคารสิ่งก่อสร้างนั้น ไม่ว่ากี่ยุคสมัย...วัสดุตามธรรมชาติก็ยังคงความนิยมไว้ไม่เสื่อมคลาย แต่ถ้ากล่าวถึงวัสดุที่นิยมใช้มาตั้งแต่อดีตกาลอันไกลโพ้นที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน ก็คงไม่แคล้วเรื่องของหิน (Stone) ไปได้ นอกจากเรื่องของความคงทนที่ยอมรับกันในวงกว้างแล้ว ในปัจจุบันหินยังเป็นวัสดุที่มีคุณค่าสูงและสะท้อนภาพลักษณ์ของความหรูหราอย่างยากจะปฏิเสธ หินที่นิยมเอามาใช้ในงานสถาปัตยกรรมนั้นมีอยู่มากมายหลายประเภท ทั้งหินธรรมชาติ เช่น หินแกรนิตและหินอ่อน หินกรวดขนาดเล็กที่นิยมนำมาทำหินขัด หินล้าง ทรายล้าง หรือแม้แต่วัสดุสังเคราะห์เลียนแบบหินอย่างที่เราเรียกว่าหินเทียม เป็นต้น ซึ่งวัสดุแต่ละประเภทนี้จะมีคุณสมบัติและราคาที่ค่อนข้างหลากหลาย จำเป็นต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ใช้งานที่แตกต่างกันออกไป
 
หินเป็นวัสดุที่สวยงามและมีราคาแพง โดยเฉพาะหินธรรมชาติประเภทแกรนิตและหินอ่อน (Granite and Marble) โดยวัสดุประเภทนี้จะมีความแข็งแกร่งและทนต่อการขีดข่วนได้ดี จึงนิยมใช้ปูพื้นอาคารหรือพื้นผิวที่มีการใช้งานบ่อย สามารถสั่งตัดตามขนาดที่ต้องการได้โดยไม่ทำให้ตัววัสดุแตกร่อน ในอดีตหินประเภทนี้จะมีราคาสูงมาก ผู้มีอันจะเหลือกินเท่านั้นถึงมีโอกาสเลือกใช้ในการปลูกเรือน แต่ปัจจุบันมีการปรับระดับราคาให้ลดลงและหลากหลายมากขึ้นตามชนิดของเนื้อหิน ดังนั้นเราจึงสามารถพบเห็นการใช้หินธรรมชาติมากขึ้นตามโครงการบ้านจัดสรรทั่ว ๆ ไป โดยหินแกรนิตและหินอ่อนนั้นจะมีข้อแตกต่างกันอย่างชัดเจนอยู่ที่ลวดลายของเนื้อหิน หินอ่อนจะมีลวดลายที่สวยงามชดช้อยมากกว่าหินแกรนิต โดยลวดลายและสีสันเหล่านี้จะมีชื่อเรียกไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น ไวท์คาราร่า เขียวอิตาลี ขาวเทาสระบุรี เป็นต้น เรานิยมใช้หินอ่อนในงานพื้นผิวภายในอาคารที่ไม่โดนแดดหรือฝนโดยตรง รวมถึงทอปเฟอร์นิเจอร์และรูปปั้นของประดับประดาต่าง ๆ ด้วย
 
 

การปูพื้นหินแกรนิตผิวขัดเงาสลับพ่นทราย
ที่มาภาพ: www.ritustones.com

แกรนิต คอบเบิลสโตน (Cobblestone)
ที่มาภาพ: www.sareenstone.com.au

เมื่อพูดถึงหินขัดแล้ว ก็อยากจะเพิ่มเติมถึงวัสดุจำพวกทรายล้าง หินล้าง กรวดล้างเสียหน่อย โดยทั้งสามประเภทนี้จะมีข้ันตอนการทำเหมือนกัน แต่แตกต่างกันด้วยวัสดุตั้งต้นหลักเช่น ทรายเม็ด หินเกล็ด หรือกรวด โดยนำวัสดุเหล่านี้นำมาผสมกับปูนซีเมนต์ขาวแล้วฉาบลงบนพื้น จากนั้นก็ล้างคราบปูนขาวที่เคลือบหน้าออกก่อนที่ปูนจะแข็งตัวสนิท แล้วจึงทำการล้างด้วยกรดอ่อน ๆ อีกครั้งหนึ่ง ทรายล้างจะให้สีน้ำตาลแดง หินล้างจะมีสีเทาดำ ส่วนกรวดล้างมักจะมีสีน้ำตาลนวลหรือน้ำตาลทอง ซึ่งการปูวัสดุประเภทนี้นั้นนิยมใช้ในงานตกแต่งพื้นภายนอกอาคาร เพราะสามารถทนแดดทนฝนได้ดี มีแรงเสียดทานสูง และมีราคาถูก ดังนั้นจึงสามารถพบเห็นได้บ่อยบริเวณริมสระว่ายน้ำ พื้นที่จอดรถ หรือแม้แต่โครงการรีสอร์ททั่วไป

หินอีกประเภทหนึ่งที่อยากจะกล่าวถึงนั้น อันที่จริงแล้วไม่ใช่หินโดยเนื้อแท้ของมัน แต่เป็นวัสดุที่สังเคราะห์ขึ้นจากอะคริลิคร้อยเปอร์เซนต์ หรือที่เราผ่านหูกันบ่อยครั้งในชื่อ 'หินเทียม' หรือ 'หินสังเคราะห์' นั่นเอง โดยวัสดุประเภทนี้จะมีความสวยงาม ดัดโค้งได้ง่าย และไร้รอยต่อวัสดุ ต่างจากหินแกรนิตหรือหินอ่อนที่มีข้อจำกัดเรื่องขนาดต่อแผ่น หินเทียมนี้ยังมีความทนทานสูง ป้องกันการซึมน้ำอย่างสมบูรณ์ และสามารถขัดหน้าใหม่ได้หากเกิดรอยขีดข่วนที่ผิวหน้า ปัจจุบันมีหลากสีหลายลาย นิยมใช้ในงานเฟอร์นิเจอร์ประเภทเคาน์เตอร์หรือโต๊ะเป็นหลัก ข้อเสียอย่างเดียวของหินเทียมก็คือมีราคาสูงถึงสูงมาก ส่วนใหญ่จะตกตารางเมตรเป็นหมื่นทั้งนั้น หากผู้ออกแบบไม่ได้คำนึงเรื่องงบประมาณ ก็อาจจะทำให้เจ้าของโครงการกระเป๋าฉีกได้เลยทีเดียว
 
นอกจากนี้ยังมีหินสังเคราะห์อีกแบบหนึ่งที่อาจจะคุ้นตากันบ้างในโครงการพวกโรงแรมรีสอร์ท ก็คือหินโปร่งแสงอลาบาสเตอร์ (Alabaster) ที่แสงสามารถส่องผ่านมวลเนื้อหินได้ มีลวดลายสีสันสวยงาม นิยมใช้ในงานตกแต่งเป็นหลัก เนื่องจากเนื้อหินสังเคราะห์ประเภทนี้มีรูพรุน มีอัตราการดูดซึมน้ำสูง จึงไม่เหมาะกับงานอุตสาหกรรมอาหารหรืองานใด ๆ ที่ต้องสัมผัสน้ำเป็นประจำ

ในความเป็นจริงแล้ว วัสดุจำพวกหินนั้นยังมีแตกแขนงออกไปอีกมากมาย ทั้งในส่วนของหินธรรมชาติและหินสังเคราะห์เองก็ตาม แม้ปัจจุบันจะมีกระเบื้องลายหินออกมาให้เห็นค่อนข้างมาก (ซึ่งบางรุ่นอาจสวยงามไม่แพ้หินธรรมชาติเลยก็ตาม) แต่เจ้าของโครงการหลายท่านก็ยังยืนยันจะใช้หินแท้ ทั้งนี้ก็เพราะความสวยงามและคุณค่าของหินธรรมชาตินั้นยังเป็นสิ่งที่ยากจะปฏิเสธได้ ดังนั้นก็เป็นหน้าที่ของผู้ออกแบบโดยตรงที่จะเลือกใช้หินให้เหมาะสมกับประเภทโครงการ พื้นที่ใช้สอย และอีกอย่างหนึ่งที่ลืมไม่ได้ก็คืองบประมาณ




เรื่อง: ชมพูนุท ชิงนวรรณ์

หลากหลายประเภทหินในงานออกแบบและตกแต่ง

หินอ่อนไวท์คาราร่า (White Carrara)
ที่มาภาพ: www.stonetileliquidators.com

หินแกรนิต
ที่มาภาพ: www.virtualmicroscope.org

อย่างไรก็ตาม หินแกรนิตนั้นมีความแข็งแรงและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าหินอ่อน ใช้ปูได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร สำหรับพื้นที่ภายนอกอาคารนั้น มักจะทำผิวด้านจำพวกเป่าไฟหรือพ่นทรายแทรกสลับเข้าไปด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันอันตรายจากการลื่นล้มเมื่อพื้นเปียกน้ำ นอกจากนี้ยังมีการแปรรูปหินแกรนิตเป็นก้อนสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาดเล็กที่เรียกว่า คอบเบิลสโตน (Cobblestone) มีคุณสมบัติรับน้ำหนักได้ดี สามารถใช้ปูเป็นที่จอดรถหรือพื้นที่ที่ต้องรับน้ำหนักมาก ๆ ได้
 
นอกจากนี้แล้ว ยังมีหินอีกประเภทหนึ่งที่เราเรียกว่า หินขัด หรือ เทอราซโซ (Terrazzo) จะเป็นการผสมซีเมนต์ หินเกล็ด สีซีเมนต์ และน้ำเข้าด้วยกันแล้วเทหล่อลงพื้นที่เตรียมไว้ เมื่อแห้งก็จะขัดหน้าผิวให้เรียบเงา การปูหินขัดนั้นสมควรจะมีรอยต่อเป็นระยะ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้พื้นหินร้าว จะง่ายต่อการเทซ่อมแค่ช่วงระยะที่มีปัญหา ไม่ต้องลาดเทใหม่ไปตลอดทั้งพื้น ราคาต่อตารางเมตรของหินขัดนั้นย่อมเยาว์กว่าหินแกรนิตหรือหินอ่อนพอสมควร ในปัจจุบันมีรีสอร์ทหลากหลายแห่งเลือกใช้หินขัดในการทำพื้น เนื่องจากให้ความรู้สึกอ่อนโยนเป็นธรรมชาติ และสามารถทำลวดลายได้หลากหลายโดยการใช้แนวรอยต่อให้เป็นประโยชน์

หินขัด
ที่มาภาพ: www.terrazzorestoration.ca

พื้นกรวดล้าง
ที่มาภาพ: www.กรวดล้าง.com

ตัวอย่างหินเทียม
ที่มาภาพ: www.made-in-china.com

ตัวอย่างโครงการที่ใช้หินโปร่งแสง Alabaster
ที่มาภาพ: www.onemuseummile.com

เรื่อง: ชมพูนุท ชิงนวรรณ์

หลากหลายประเภทหินในงานออกแบบและตกแต่ง

หินอ่อนไวท์คาราร่า (White Carrara)
ที่มาภาพ: www.stonetileliquidators.com

หินแกรนิต
ที่มาภาพ: www.virtualmicroscope.org

ในการออกแบบพื้นผิวของอาคารสิ่งก่อสร้างนั้น ไม่ว่ากี่ยุคสมัย...วัสดุตามธรรมชาติก็ยังคงความนิยมไว้ไม่เสื่อมคลาย แต่ถ้ากล่าวถึงวัสดุที่นิยมใช้มาตั้งแต่อดีตกาลอันไกลโพ้นที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน ก็คงไม่แคล้วเรื่องของหิน (Stone) ไปได้ นอกจากเรื่องของความคงทนที่ยอมรับกันในวงกว้างแล้ว ในปัจจุบันหินยังเป็นวัสดุที่มีคุณค่าสูงและสะท้อนภาพลักษณ์ของความหรูหราอย่างยากจะปฏิเสธ หินที่นิยมเอามาใช้ในงานสถาปัตยกรรมนั้นมีอยู่มากมายหลายประเภท ทั้งหินธรรมชาติ เช่น หินแกรนิตและหินอ่อน หินกรวดขนาดเล็กที่นิยมนำมาทำหินขัด หินล้าง ทรายล้าง หรือแม้แต่วัสดุสังเคราะห์เลียนแบบหินอย่างที่เราเรียกว่าหินเทียม เป็นต้น ซึ่งวัสดุแต่ละประเภทนี้จะมีคุณสมบัติและราคาที่ค่อนข้างหลากหลาย จำเป็นต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ใช้งานที่แตกต่างกันออกไป
 
หินเป็นวัสดุที่สวยงามและมีราคาแพง โดยเฉพาะหินธรรมชาติประเภทแกรนิตและหินอ่อน (Granite and Marble) โดยวัสดุประเภทนี้จะมีความแข็งแกร่งและทนต่อการขีดข่วนได้ดี จึงนิยมใช้ปูพื้นอาคารหรือพื้นผิวที่มีการใช้งานบ่อย สามารถสั่งตัดตามขนาดที่ต้องการได้โดยไม่ทำให้ตัววัสดุแตกร่อน ในอดีตหินประเภทนี้จะมีราคาสูงมาก ผู้มีอันจะเหลือกินเท่านั้นถึงมีโอกาสเลือกใช้ในการปลูกเรือน แต่ปัจจุบันมีการปรับระดับราคาให้ลดลงและหลากหลายมากขึ้นตามชนิดของเนื้อหิน ดังนั้นเราจึงสามารถพบเห็นการใช้หินธรรมชาติมากขึ้นตามโครงการบ้านจัดสรรทั่ว ๆ ไป โดยหินแกรนิตและหินอ่อนนั้นจะมีข้อแตกต่างกันอย่างชัดเจนอยู่ที่ลวดลายของเนื้อหิน หินอ่อนจะมีลวดลายที่สวยงามชดช้อยมากกว่าหินแกรนิต โดยลวดลายและสีสันเหล่านี้จะมีชื่อเรียกไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น ไวท์คาราร่า เขียวอิตาลี ขาวเทาสระบุรี เป็นต้น เรานิยมใช้หินอ่อนในงานพื้นผิวภายในอาคารที่ไม่โดนแดดหรือฝนโดยตรง รวมถึงทอปเฟอร์นิเจอร์และรูปปั้นของประดับประดาต่าง ๆ ด้วย
 
 

การปูพื้นหินแกรนิตผิวขัดเงาสลับพ่นทราย
ที่มาภาพ: www.ritustones.com

แกรนิต คอบเบิลสโตน (Cobblestone)
ที่มาภาพ: www.sareenstone.com.au

อย่างไรก็ตาม หินแกรนิตนั้นมีความแข็งแรงและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าหินอ่อน ใช้ปูได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร สำหรับพื้นที่ภายนอกอาคารนั้น มักจะทำผิวด้านจำพวกเป่าไฟหรือพ่นทรายแทรกสลับเข้าไปด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันอันตรายจากการลื่นล้มเมื่อพื้นเปียกน้ำ นอกจากนี้ยังมีการแปรรูปหินแกรนิตเป็นก้อนสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาดเล็กที่เรียกว่า คอบเบิลสโตน (Cobblestone) มีคุณสมบัติรับน้ำหนักได้ดี สามารถใช้ปูเป็นที่จอดรถหรือพื้นที่ที่ต้องรับน้ำหนักมาก ๆ ได้
 
นอกจากนี้แล้ว ยังมีหินอีกประเภทหนึ่งที่เราเรียกว่า หินขัด หรือ เทอราซโซ (Terrazzo) จะเป็นการผสมซีเมนต์ หินเกล็ด สีซีเมนต์ และน้ำเข้าด้วยกันแล้วเทหล่อลงพื้นที่เตรียมไว้ เมื่อแห้งก็จะขัดหน้าผิวให้เรียบเงา การปูหินขัดนั้นสมควรจะมีรอยต่อเป็นระยะ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้พื้นหินร้าว จะง่ายต่อการเทซ่อมแค่ช่วงระยะที่มีปัญหา ไม่ต้องลาดเทใหม่ไปตลอดทั้งพื้น ราคาต่อตารางเมตรของหินขัดนั้นย่อมเยาว์กว่าหินแกรนิตหรือหินอ่อนพอสมควร ในปัจจุบันมีรีสอร์ทหลากหลายแห่งเลือกใช้หินขัดในการทำพื้น เนื่องจากให้ความรู้สึกอ่อนโยนเป็นธรรมชาติ และสามารถทำลวดลายได้หลากหลายโดยการใช้แนวรอยต่อให้เป็นประโยชน์

หินขัด
ที่มาภาพ: www.terrazzorestoration.ca

พื้นกรวดล้าง
ที่มาภาพ: www.กรวดล้าง.com

เมื่อพูดถึงหินขัดแล้ว ก็อยากจะเพิ่มเติมถึงวัสดุจำพวกทรายล้าง หินล้าง กรวดล้างเสียหน่อย โดยทั้งสามประเภทนี้จะมีข้ันตอนการทำเหมือนกัน แต่แตกต่างกันด้วยวัสดุตั้งต้นหลักเช่น ทรายเม็ด หินเกล็ด หรือกรวด โดยนำวัสดุเหล่านี้นำมาผสมกับปูนซีเมนต์ขาวแล้วฉาบลงบนพื้น จากนั้นก็ล้างคราบปูนขาวที่เคลือบหน้าออกก่อนที่ปูนจะแข็งตัวสนิท แล้วจึงทำการล้างด้วยกรดอ่อน ๆ อีกครั้งหนึ่ง ทรายล้างจะให้สีน้ำตาลแดง หินล้างจะมีสีเทาดำ ส่วนกรวดล้างมักจะมีสีน้ำตาลนวลหรือน้ำตาลทอง ซึ่งการปูวัสดุประเภทนี้นั้นนิยมใช้ในงานตกแต่งพื้นภายนอกอาคาร เพราะสามารถทนแดดทนฝนได้ดี มีแรงเสียดทานสูง และมีราคาถูก ดังนั้นจึงสามารถพบเห็นได้บ่อยบริเวณริมสระว่ายน้ำ พื้นที่จอดรถ หรือแม้แต่โครงการรีสอร์ททั่วไป

หินอีกประเภทหนึ่งที่อยากจะกล่าวถึงนั้น อันที่จริงแล้วไม่ใช่หินโดยเนื้อแท้ของมัน แต่เป็นวัสดุที่สังเคราะห์ขึ้นจากอะคริลิคร้อยเปอร์เซนต์ หรือที่เราผ่านหูกันบ่อยครั้งในชื่อ 'หินเทียม' หรือ 'หินสังเคราะห์' นั่นเอง โดยวัสดุประเภทนี้จะมีความสวยงาม ดัดโค้งได้ง่าย และไร้รอยต่อวัสดุ ต่างจากหินแกรนิตหรือหินอ่อนที่มีข้อจำกัดเรื่องขนาดต่อแผ่น หินเทียมนี้ยังมีความทนทานสูง ป้องกันการซึมน้ำอย่างสมบูรณ์ และสามารถขัดหน้าใหม่ได้หากเกิดรอยขีดข่วนที่ผิวหน้า ปัจจุบันมีหลากสีหลายลาย นิยมใช้ในงานเฟอร์นิเจอร์ประเภทเคาน์เตอร์หรือโต๊ะเป็นหลัก ข้อเสียอย่างเดียวของหินเทียมก็คือมีราคาสูงถึงสูงมาก ส่วนใหญ่จะตกตารางเมตรเป็นหมื่นทั้งนั้น หากผู้ออกแบบไม่ได้คำนึงเรื่องงบประมาณ ก็อาจจะทำให้เจ้าของโครงการกระเป๋าฉีกได้เลยทีเดียว
 
นอกจากนี้ยังมีหินสังเคราะห์อีกแบบหนึ่งที่อาจจะคุ้นตากันบ้างในโครงการพวกโรงแรมรีสอร์ท ก็คือหินโปร่งแสงอลาบาสเตอร์ (Alabaster) ที่แสงสามารถส่องผ่านมวลเนื้อหินได้ มีลวดลายสีสันสวยงาม นิยมใช้ในงานตกแต่งเป็นหลัก เนื่องจากเนื้อหินสังเคราะห์ประเภทนี้มีรูพรุน มีอัตราการดูดซึมน้ำสูง จึงไม่เหมาะกับงานอุตสาหกรรมอาหารหรืองานใด ๆ ที่ต้องสัมผัสน้ำเป็นประจำ

ในความเป็นจริงแล้ว วัสดุจำพวกหินนั้นยังมีแตกแขนงออกไปอีกมากมาย ทั้งในส่วนของหินธรรมชาติและหินสังเคราะห์เองก็ตาม แม้ปัจจุบันจะมีกระเบื้องลายหินออกมาให้เห็นค่อนข้างมาก (ซึ่งบางรุ่นอาจสวยงามไม่แพ้หินธรรมชาติเลยก็ตาม) แต่เจ้าของโครงการหลายท่านก็ยังยืนยันจะใช้หินแท้ ทั้งนี้ก็เพราะความสวยงามและคุณค่าของหินธรรมชาตินั้นยังเป็นสิ่งที่ยากจะปฏิเสธได้ ดังนั้นก็เป็นหน้าที่ของผู้ออกแบบโดยตรงที่จะเลือกใช้หินให้เหมาะสมกับประเภทโครงการ พื้นที่ใช้สอย และอีกอย่างหนึ่งที่ลืมไม่ได้ก็คืองบประมาณ




ตัวอย่างหินเทียม
ที่มาภาพ: www.made-in-china.com

ตัวอย่างโครงการที่ใช้หินโปร่งแสง Alabaster
ที่มาภาพ: www.onemuseummile.com

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ