View : 8229

       ดังนั้นควรให้ความสำคัญในแต่ละขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้บ้านในฝันนั้นออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะในขั้นตอนการออกแบบบ้าน และคนที่มีบทบาทสำคัญที่สุดคงเป็นใครไม่ได้นอกจากสถาปนิก และตัวเจ้าของบ้านเอง เพราะบุคคลทั้งสองฝ่ายเป็นผู้ร่วมกำหนดสไตล์ ขอบเขต รวมถึงงบประมาณในการสร้างบ้านว่าจะออกมาในรูปแบบใด ดังนั้น เรามารู้จักกับสถาปนิกกันก่อนว่าเขาเป็นใคร และมีบทบาทอะไรกับบ้านของเรา

       สถาปนิก คือบุคคลที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเหมือน แพทย์ ทนาย ครู และวิศวกร มีทั้งสถาปนิกอิสระ (Freelance) และบริษัทสถาปนิก หน้าที่หลักคือ ออกแบบบ้านตามโจทย์ที่ได้รับจากเจ้าของบ้านผนวกกับพื้นฐานการออกแบบสถาปัตยกรรม  โดยคำนึงถึงฟังก์ชั่นการใช้งานควบคู่ไปกับความสวยงาม นอกจากนี้ยังต้องติดต่อประสานงานกับฝ่ายต่างๆ ทั้งวิศวกร มัณฑนากร ช่างเขียนแบบ จัดทำแบบก่อสร้างและเอกสาร BOQ สำหรับนำไปประกวดราคาคัดเลือกผู้รับเหมา และอาจรวมถึงดำเนินการขออนุญาตก่อสร้างให้เรียบร้อย อีกทั้งยังเข้ามาตรวจสอบงานก่อสร้างหน้างานเป็นระยะด้วย โดยขึ้นอยู่กับข้อตกลงในสัญญาว่าจ้าง เช่น เดือนละ 2 ครั้ง หรือเดือนละ 1 ครั้ง จนกว่าบ้านจะสร้างเสร็จ เป็นต้น คิดง่ายๆ ว่า เขาคนนี้จะอยู่กับเราไปตลอดจนกว่าบ้านจะเสร็จสมบูรณ์ ดังนั้น ควรเลือกสถาปนิกที่มีความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา มีประสบการณ์ทางด้านการออกแบบ เข้าใจความต้องการของเจ้าของบ้าน พูดคุยกันถูกคอ  และที่สำคัญต้องมีใบประกอบวิชาชีพ และเพื่อความมั่นใจก่อนจะตัดสินใจว่าจ้าง ควรศึกษาผลงานที่ผ่านมาของสถาปนิกเสียก่อน รวมถึงการมีรสนิยม หรือสไตล์การออกแบบตามที่เรามองหาอยู่
               
       เมื่อหาสถาปนิก ตกลงค่าจ้าง และกำหนดขอบเขตการทำงานได้แล้ว การพูดคุยอย่างเป็นทางการกับสถาปนิกครั้งแรกก็เริ่มขึ้น…  

       ดังนั้นการคุยเรื่องแบบบ้านในครั้งแรก เจ้าของบ้านควรให้ข้อมูลแก่สถาปนิกให้มากเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้สถาปนิกนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ในการออกแบบให้ใกล้เคียงกับความต้องการมากที่สุด หากมีการแก้ไขเพิ่มเติมในครั้งต่อๆ ไป ควรเป็นการพัฒนาจากแบบครั้งก่อน ลดการแก้แบบกลับไปกลับมา จะได้ไม่เสียเวลาในการขั้นตอนแบบร่างมากจนเกินไป อย่างไรก็ตาม นอกจากจะให้ข้อมูลแก่สถาปนิกแล้ว อย่าลืมเปิดใจรับไอเดียใหม่ๆ ที่สถาปนิกนำมาเสนอเพิ่มเติม เพื่อให้บ้านมีเอกลักษณ์และสไตล์ที่โดดเด่นจนคุณคาดไม่ถึง ที่สำคัญการปรับแก้ไขแบบให้ถูกใจที่สุดในช่วงเวลาทำแบบร่าง ก็ยังง่ายกว่าการไปแก้ไขเวลาเริ่มก่อสร้างไปแล้ว
               
       ครั้งหน้า เราจะมาเล่ากันต่อว่าเมื่อสถาปนิกเก็บข้อมูลจากเจ้าของบ้านไปแล้ว ในโอกาสต่อไปจะต้องทำอะไรกันต่อบ้าง
 
สถาปนิกไม่ได้เป็นเจ้าของงานสถาปัตยกรรมแต่เพียงผู้เดียว
ผู้ใช้งานกับเราต้องร่วมกันสร้างสรรค์และต้องสอดคล้องกับธรรมชาติ”
 
ธีรพล นิยม,
ผู้อำนวยการอาศรมสถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อม และ รองอธิการบดี ฝ่ายบริหารและแผน สถาบันอาศรมศิลป์,
สถาปนิกดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยาม (2537)
จากหนังสือ คุยกับสถาปนิกต้นแบบ 

เรื่อง: SCG Experience

เมื่อต้องคุยเรื่องบ้านกับสถาปนิก
ตอนที่ 1 : เตรียมตัวให้พร้อมก่อนคุย

การสร้างบ้านขึ้นมาสักหลัง ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับใครหลายๆ คน  ไหนจะมีบุคคลอื่นๆ มาเกี่ยวข้อง ทั้งสถาปนิก วิศวกร และผู้รับเหมา 

สิ่งสำคัญที่เจ้าของบ้านควรเตรียมข้อมูลมาก่อน คือ
       1. งบประมาณก่อสร้างบ้าน – ถือเป็นปัจจัยหลักในการควบคุมการออกแบบ และการเลือกใช้วัสดุก่อสร้าง เพราะบ้านจะสวยหรูตามสไตล์ที่เราต้องการมากน้อยเพียงใด เป็นไปตามงบประมาณที่เราตั้งไว้
ศึกษาเรื่องการเตรียมงบประมาณได้จากบทความ ตรียมงบประมาณในการสร้างบ้านเท่าไรดี 

       2. โฉนดที่ดิน – จะสร้างบ้านสักหลัก ต้องมีที่ดินก่อน ซึ่งในโฉนดที่ดินจะระบุขนาด และสถานที่ตั้งอย่างละเอียด เพื่อให้สถาปนิกสามารถนำไปคำนวณระยะถอยร่นตัวบ้านจากถนน และพื้นที่ที่สามารถสร้างบ้านได้ภายในแนวเขตที่ดิน รวมถึงกฏหมายควบคุมอาคารในเขตที่ดินนั้นๆ เพื่อให้ออกแบบได้ถูกต้องตามกฎหมายศึกษาข้อกำหนดกฎหมายเพิ่มเติมได้จากบทความ “กฎหมายอาคารที่ควรรู้ เมื่อจะก่อสร้างหรือดัดแปลงบ้าน”
- ก่อสร้างหรือดัดแปลงบ้านต้องขอยื่นอนุญาต ตอนที่ 1 
- การก่อสร้างหรือดัดแปลงบ้าน ต้องเว้นให้มี “ที่ว่าง” ตามกฎหมายกำหนด ตอนที่ 3 
- ก่อสร้างหรือดัดแปลงบ้าน ต้องมีระยะร่น ตอนที่ 4  

       3. รูปแบบสไตล์บ้าน เจ้าของบ้านควรรวบรวมแบบบ้าน แปลน หรือมุมต่างๆ ในบ้านที่ชอบ โดยสามารถเลือกรูปที่ถูกใจจากอินเทอร์เน็ต หนังสือแบบบ้านเก๋ๆ หรือนิตยสารเกี่ยวกับบ้านมาหลายๆ รูป เพื่อใช้ประกอบการพูดคุยและอธิบายกับสถาปนิกว่าต้องการบ้านให้ออกมาในรูปแบบใด 

 
       นอกจากการเตรียมข้อมูลขั้นต้นแล้วนั้น สถาปนิกจะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าของบ้านว่าต้องการพื้นที่อะไรเป็นพิเศษบ้าง รวมถึงจำนวนสมาชิกในบ้าน สัตว์เลี้ยง พฤติกรรมการใช้ชีวิตในบ้าน งานอดิเรก กิจกรรมของผู้อยู่อาศัย การวางแผนอยู่อาศัยในอนาคต และรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ การที่สถาปนิกต้องเก็บข้อมูลขั้นต้นโดยละเอียดนั้น เพื่อนำไปประมวลผล ออกแบบพื้นที่ใช้สอยตามทฤษฎีการออกแบบให้สัมพันธ์กับผู้อยู่อาศัย และสิ่งแวดล้อม โดยทำเป็นแบบร่างมาเสนอแก่เจ้าของบ้านในครั้งต่อไป



เรื่อง: SCG Experience

เมื่อต้องคุยเรื่องบ้านกับสถาปนิก
ตอนที่ 1 : เตรียมตัวให้พร้อมก่อนคุย

การสร้างบ้านขึ้นมาสักหลัง ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับใครหลายๆ คน  ไหนจะมีบุคคลอื่นๆ มาเกี่ยวข้อง ทั้งสถาปนิก วิศวกร และผู้รับเหมา 

       ดังนั้นควรให้ความสำคัญในแต่ละขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้บ้านในฝันนั้นออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะในขั้นตอนการออกแบบบ้าน และคนที่มีบทบาทสำคัญที่สุดคงเป็นใครไม่ได้นอกจากสถาปนิก และตัวเจ้าของบ้านเอง เพราะบุคคลทั้งสองฝ่ายเป็นผู้ร่วมกำหนดสไตล์ ขอบเขต รวมถึงงบประมาณในการสร้างบ้านว่าจะออกมาในรูปแบบใด ดังนั้น เรามารู้จักกับสถาปนิกกันก่อนว่าเขาเป็นใคร และมีบทบาทอะไรกับบ้านของเรา

       สถาปนิก คือบุคคลที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเหมือน แพทย์ ทนาย ครู และวิศวกร มีทั้งสถาปนิกอิสระ (Freelance) และบริษัทสถาปนิก หน้าที่หลักคือ ออกแบบบ้านตามโจทย์ที่ได้รับจากเจ้าของบ้านผนวกกับพื้นฐานการออกแบบสถาปัตยกรรม  โดยคำนึงถึงฟังก์ชั่นการใช้งานควบคู่ไปกับความสวยงาม นอกจากนี้ยังต้องติดต่อประสานงานกับฝ่ายต่างๆ ทั้งวิศวกร มัณฑนากร ช่างเขียนแบบ จัดทำแบบก่อสร้างและเอกสาร BOQ สำหรับนำไปประกวดราคาคัดเลือกผู้รับเหมา และอาจรวมถึงดำเนินการขออนุญาตก่อสร้างให้เรียบร้อย อีกทั้งยังเข้ามาตรวจสอบงานก่อสร้างหน้างานเป็นระยะด้วย โดยขึ้นอยู่กับข้อตกลงในสัญญาว่าจ้าง เช่น เดือนละ 2 ครั้ง หรือเดือนละ 1 ครั้ง จนกว่าบ้านจะสร้างเสร็จ เป็นต้น คิดง่ายๆ ว่า เขาคนนี้จะอยู่กับเราไปตลอดจนกว่าบ้านจะเสร็จสมบูรณ์ ดังนั้น ควรเลือกสถาปนิกที่มีความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา มีประสบการณ์ทางด้านการออกแบบ เข้าใจความต้องการของเจ้าของบ้าน พูดคุยกันถูกคอ  และที่สำคัญต้องมีใบประกอบวิชาชีพ และเพื่อความมั่นใจก่อนจะตัดสินใจว่าจ้าง ควรศึกษาผลงานที่ผ่านมาของสถาปนิกเสียก่อน รวมถึงการมีรสนิยม หรือสไตล์การออกแบบตามที่เรามองหาอยู่
               
       เมื่อหาสถาปนิก ตกลงค่าจ้าง และกำหนดขอบเขตการทำงานได้แล้ว การพูดคุยอย่างเป็นทางการกับสถาปนิกครั้งแรกก็เริ่มขึ้น…  

สิ่งสำคัญที่เจ้าของบ้านควรเตรียมข้อมูลมาก่อน คือ
       1. งบประมาณก่อสร้างบ้าน – ถือเป็นปัจจัยหลักในการควบคุมการออกแบบ และการเลือกใช้วัสดุก่อสร้าง เพราะบ้านจะสวยหรูตามสไตล์ที่เราต้องการมากน้อยเพียงใด เป็นไปตามงบประมาณที่เราตั้งไว้
ศึกษาเรื่องการเตรียมงบประมาณได้จากบทความ ตรียมงบประมาณในการสร้างบ้านเท่าไรดี 

       2. โฉนดที่ดิน – จะสร้างบ้านสักหลัก ต้องมีที่ดินก่อน ซึ่งในโฉนดที่ดินจะระบุขนาด และสถานที่ตั้งอย่างละเอียด เพื่อให้สถาปนิกสามารถนำไปคำนวณระยะถอยร่นตัวบ้านจากถนน และพื้นที่ที่สามารถสร้างบ้านได้ภายในแนวเขตที่ดิน รวมถึงกฏหมายควบคุมอาคารในเขตที่ดินนั้นๆ เพื่อให้ออกแบบได้ถูกต้องตามกฎหมายศึกษาข้อกำหนดกฎหมายเพิ่มเติมได้จากบทความ “กฎหมายอาคารที่ควรรู้ เมื่อจะก่อสร้างหรือดัดแปลงบ้าน”
- ก่อสร้างหรือดัดแปลงบ้านต้องขอยื่นอนุญาต ตอนที่ 1 
- การก่อสร้างหรือดัดแปลงบ้าน ต้องเว้นให้มี “ที่ว่าง” ตามกฎหมายกำหนด ตอนที่ 3 
- ก่อสร้างหรือดัดแปลงบ้าน ต้องมีระยะร่น ตอนที่ 4  

       3. รูปแบบสไตล์บ้าน เจ้าของบ้านควรรวบรวมแบบบ้าน แปลน หรือมุมต่างๆ ในบ้านที่ชอบ โดยสามารถเลือกรูปที่ถูกใจจากอินเทอร์เน็ต หนังสือแบบบ้านเก๋ๆ หรือนิตยสารเกี่ยวกับบ้านมาหลายๆ รูป เพื่อใช้ประกอบการพูดคุยและอธิบายกับสถาปนิกว่าต้องการบ้านให้ออกมาในรูปแบบใด 

 
       นอกจากการเตรียมข้อมูลขั้นต้นแล้วนั้น สถาปนิกจะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าของบ้านว่าต้องการพื้นที่อะไรเป็นพิเศษบ้าง รวมถึงจำนวนสมาชิกในบ้าน สัตว์เลี้ยง พฤติกรรมการใช้ชีวิตในบ้าน งานอดิเรก กิจกรรมของผู้อยู่อาศัย การวางแผนอยู่อาศัยในอนาคต และรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ การที่สถาปนิกต้องเก็บข้อมูลขั้นต้นโดยละเอียดนั้น เพื่อนำไปประมวลผล ออกแบบพื้นที่ใช้สอยตามทฤษฎีการออกแบบให้สัมพันธ์กับผู้อยู่อาศัย และสิ่งแวดล้อม โดยทำเป็นแบบร่างมาเสนอแก่เจ้าของบ้านในครั้งต่อไป

       ดังนั้นการคุยเรื่องแบบบ้านในครั้งแรก เจ้าของบ้านควรให้ข้อมูลแก่สถาปนิกให้มากเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้สถาปนิกนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ในการออกแบบให้ใกล้เคียงกับความต้องการมากที่สุด หากมีการแก้ไขเพิ่มเติมในครั้งต่อๆ ไป ควรเป็นการพัฒนาจากแบบครั้งก่อน ลดการแก้แบบกลับไปกลับมา จะได้ไม่เสียเวลาในการขั้นตอนแบบร่างมากจนเกินไป อย่างไรก็ตาม นอกจากจะให้ข้อมูลแก่สถาปนิกแล้ว อย่าลืมเปิดใจรับไอเดียใหม่ๆ ที่สถาปนิกนำมาเสนอเพิ่มเติม เพื่อให้บ้านมีเอกลักษณ์และสไตล์ที่โดดเด่นจนคุณคาดไม่ถึง ที่สำคัญการปรับแก้ไขแบบให้ถูกใจที่สุดในช่วงเวลาทำแบบร่าง ก็ยังง่ายกว่าการไปแก้ไขเวลาเริ่มก่อสร้างไปแล้ว
               
       ครั้งหน้า เราจะมาเล่ากันต่อว่าเมื่อสถาปนิกเก็บข้อมูลจากเจ้าของบ้านไปแล้ว ในโอกาสต่อไปจะต้องทำอะไรกันต่อบ้าง
 
สถาปนิกไม่ได้เป็นเจ้าของงานสถาปัตยกรรมแต่เพียงผู้เดียว
ผู้ใช้งานกับเราต้องร่วมกันสร้างสรรค์และต้องสอดคล้องกับธรรมชาติ”
 
ธีรพล นิยม,
ผู้อำนวยการอาศรมสถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อม และ รองอธิการบดี ฝ่ายบริหารและแผน สถาบันอาศรมศิลป์,
สถาปนิกดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยาม (2537)
จากหนังสือ คุยกับสถาปนิกต้นแบบ 


เตรียมตัวอย่างไรก่อนคุยกับสถาปนิก.jpg


บทความที่แล้ว
แบบบ้าน แบบก่อสร้าง เลือกให้ถูกก่อนปลูกบ้าน
3-แบบบ้านแบบก่อสร้างเลือกให้ถูกก่อนปลูกบ้าน-(1).jpg



บทความถัดไป
เมื่อต้องคุยเรื่องบ้านกับสถาปนิก:
เรื่องที่เจ้าของบ้านต้องตัดสินใจ

5-เมื่อต้องคุยเรื่องบ้านกับสถาปนิกตอนที่2เรื่องที่เข้าของบ้านต้องตัดสินใจ-(1).jpg



บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
เตรียมขออนุญาตก่อสร้าง และหาผู้รับเหมาไปพร้อมกัน
1-เตรียมขออนุญาตก่อสร้าง-และหาผู้รับเหมาไปพร้อมกัน.jpg



​เตรียมพร้อมลงมือก่อสร้าง และตรวจรับบ้านสร้างเสร็จ
1-เตรียมพร้อมลงมือก่อสร้าง-และตรวจรับบ้านสร้างเสร็จ.jpg



ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ