View : 13110

       สัญญาจ้างงานจัดทำขึ้นโดยสถาปนิก โดยมีการทำข้อตกลงกันก่อนร่างสัญญาระหว่างผู้ว่าจ้าง (เจ้าของบ้าน) กับผู้รับจ้าง (สถาปนิก) นอกจากนี้จะมีพยานเซ็นรับรองเอกสารท้ายฉบับ โดยเอกสารนี้ เจ้าของบ้านและสถาปนิกจะเก็บไว้ฝ่ายละชุด

       เนื้อหาในเอกสารสัญญาว่าจ้างประกอบด้วยหัวข้อหลักๆ ดังต่อไปนี้
1.รายละเอียดระหว่างผู้ว่างจ้าง และผู้รับจ้าง เช่น ชื่อ ที่อยู่ ที่ติดต่อ เป็นต้น
2.ขอบเขตงาน กำหนดขอบเขตงานที่สถาปนิกจะต้องรับผิดชอบ เช่น งานออกแบบสถาปัตยกรรม งานวิศวกรรมโครงสร้าง งานวิศวกรรมงานระบบ เป็นต้น
3.แผนงานดำเนินการ การวางเค้าโครงแบบร่าง แบบก่อสร้าง การประกวดราคา การก่อสร้าง และการส่งมอบเอกสาร
4.งวดงานและการจ่ายค่าบริการวิชาชีพ แบ่งจ่ายค่าบริการวิชาชีพแต่ละงวดเป็นเปอร์เซ็นต์ตามที่ตกลงกัน
5.ข้อตกลงอื่นๆ เกี่ยวกับรายละเอียดแบบและกรรมสิทธ์แบบบ้าน การเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกสัญญาว่าจ้าง การผิดสัญญาการทำงาน  และระยะกำหนดการทำงาน ฯลฯ

 
       โดยปกติแล้ว สัญญาจะครอบคลุมระยะเวลาการทำงานตั้งแต่เขียนแบบร่าง จนได้แบบก่อสร้าง ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงการว่าจ้างในสัญญา เช่น ว่าจ้างออกแบบสถาปัตยกรรมเพียงอย่างเดียว หรือว่าจ้างออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมทุกระบบ นอกจากนี้ยังมีข้อตกลงเพิ่มเติมในเรื่องอื่นๆ เช่น การจัดทำเอกสารรายการแสดงปริมาณและราคาวัสดุก่อสร้าง (BOQ) การช่วยเหลือเจ้าของบ้านดำเนินงานขออนุญาตที่หน่วยงานราชการ การเข้าตรวจรับงานก่อสร้างตามงวดงาน การว่าจ้างควบคุมงานก่อสร้าง เป็นต้น   

       สำหรับการจ่ายเงินค่าบริการวิชาชีพสถาปนิกในการออกแบบบ้าน มักคิดจากราคาประเมินค่าก่อสร้างในปัจจุบัน โดยเป็นอัตราเหมารวมการออกแบบสถาปัตยกรรม งานวิศวกรรมโครงสร้าง และงานวิศวกรระบบที่เกี่ยวข้อง ดังตารางต่อไปนี้

ภาพ: ตารางแสดงค่าบริการวิชาชีพตาม “คู่มือสถาปนิก พ.ศ. 2547” และวิธีการคำนวณ

       ทั้งนี้ จากค่าบริการวิชาชีพสถาปนิก 1,950,000 บาท จะถูกชำระเป็นงวดๆ ตามที่เจ้าของบ้าน และสถาปนิกตกลงกัน ซึ่งไม่มีกฎกำหนดว่าแต่ละงวดงานจะต้องจ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ แต่ขึ้นอยู่กับการตกลงกันในสัญญาจ้างงาน

ตัวอย่างเช่น
  งวดที่ 1 จ่ายร้อยละ 5% จากค่าบริการวิชาชีพ     เมื่อทำการเซ็นสัญญาว่าจ้าง
  งวดที่ 2 จ่ายร้อยละ 25% จากค่าบริการวิชาชีพ    เมื่อสถาปนิกส่งมอบเอกสารการวางเค้าโครงการออกแบบ และการออกแบบขั้นต้นแล้วเสร็จ
  งวดที่ 3 จ่ายร้อยละ 30% จากค่าบริการวิชาชีพ    เมื่อสถาปนิกส่งมอบเอกสารแบบร่างขั้นสุดท้ายแล้วเสร็จ
  งวดที่ 4 จ่ายร้อยละ 40% จากค่าบริการวิชาชีพ    เมื่อสถาปนิกจัดทำแบบก่อสร้างพร้อมรายการประกอบแบบแล้วเสร็จ

       สำหรับงวดงาน และเปอร์เซ็นต์การแบ่งจ่ายชำระข้างต้นถือได้ว่าค่อนข้างเป็นธรรมระหว่างเจ้าของบ้านและสถาปนิก ทั้งนี้สามารถต่อรอง หรือปรับอัตราการจ่ายค่าบริการได้ โดยขึ้นอยู่กับขอบเขตงานที่ตกลงกัน ซึ่งเงินที่เจ้าของบ้านได้จ่ายให้แก่สถาปนิกไปนั้น จะถูกนำไปเฉลี่ยแบ่งจ่ายแก่ผู้ที่มีส่วนร่วมในการออกแบบตามที่ตกลงกัน เช่น วิศวกรโครงสร้าง วิศวกรงานระบบ นักเขียนแบบ เป็นต้น เรียกได้ว่าคุ้มค่าสำหรับการจ้างสถาปนิกดีดีสักคน เพราะนอกจากจะออกแบบบ้านให้แล้ว เขายังต้องติดต่อ จัดหาวิศวกร หรือประสานงานกับบุคคลอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกแบบบ้านให้ เท่านี้ คุณก็จะได้บ้านในฝันที่ถูกใจ ตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกตารางเมตร

       ทราบกันอย่างนี้แล้ว หากจ้างสถาปนิกมาออกแบบบ้านให้ ควรตกลงและทำความเข้าใจเรื่องสัญญาจ้างให้ตรงกัน เพราะหากเราเป็นเจ้าของบ้านที่เตรียมตัวมาอย่างดีแล้ว เชื่อว่าสถาปนิกก็จะทำงานให้เราออกมาได้ดีเช่นกัน ครั้งหน้า จะมาเล่าให้ฟังในขั้นตอนต่อไปเมื่อเราได้เอกสาร BOQ จากสถาปนิกแล้ว ทีนี้ถึงเวลาลุยหาผู้รับเหมาโดยวิธีการประกวดราคาว่ามีวิธีการอย่างไร

เรื่อง: SCG Experience

เมื่อต้องคุยเรื่องบ้านกับสถาปนิก ตอนที่ 3 : สัญญา งวดงาน และการจ่ายค่าบริการวิชาชีพสถาปนิก

การจ้างสถาปนิกมาสร้างบ้านก็เหมือนการจ้างงานทั่วไปที่ต้องมีการเซ็นสัญญาว่าจ้างตามขั้นตอนให้ถูกต้อง เพื่อประโยชน์แก่เจ้าของบ้าน และสถาปนิก เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการจ้างงาน ข้อกำหนดเรื่องแผนดำเนินงาน และค่าบริการวิชาชีพ

ภาพ: ตัวอย่างสัญญาว่าจ้าง (หน้า 1-2)

ภาพ: ตัวอย่างสัญญาว่าจ้าง  (หน้า 3-4)


 

ภาพ: ตัวอย่างสัญญาว่าจ้าง  (หน้า 5)

เรื่อง: SCG Experience

เมื่อต้องคุยเรื่องบ้านกับสถาปนิก ตอนที่ 3 : สัญญา งวดงาน และการจ่ายค่าบริการวิชาชีพสถาปนิก

การจ้างสถาปนิกมาสร้างบ้านก็เหมือนการจ้างงานทั่วไปที่ต้องมีการเซ็นสัญญาว่าจ้างตามขั้นตอนให้ถูกต้อง เพื่อประโยชน์แก่เจ้าของบ้าน และสถาปนิก เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการจ้างงาน ข้อกำหนดเรื่องแผนดำเนินงาน และค่าบริการวิชาชีพ

ภาพ: ตัวอย่างสัญญาว่าจ้าง (หน้า 1-2)

ภาพ: ตัวอย่างสัญญาว่าจ้าง  (หน้า 3-4)

       สัญญาจ้างงานจัดทำขึ้นโดยสถาปนิก โดยมีการทำข้อตกลงกันก่อนร่างสัญญาระหว่างผู้ว่าจ้าง (เจ้าของบ้าน) กับผู้รับจ้าง (สถาปนิก) นอกจากนี้จะมีพยานเซ็นรับรองเอกสารท้ายฉบับ โดยเอกสารนี้ เจ้าของบ้านและสถาปนิกจะเก็บไว้ฝ่ายละชุด

       เนื้อหาในเอกสารสัญญาว่าจ้างประกอบด้วยหัวข้อหลักๆ ดังต่อไปนี้
1.รายละเอียดระหว่างผู้ว่างจ้าง และผู้รับจ้าง เช่น ชื่อ ที่อยู่ ที่ติดต่อ เป็นต้น
2.ขอบเขตงาน กำหนดขอบเขตงานที่สถาปนิกจะต้องรับผิดชอบ เช่น งานออกแบบสถาปัตยกรรม งานวิศวกรรมโครงสร้าง งานวิศวกรรมงานระบบ เป็นต้น
3.แผนงานดำเนินการ การวางเค้าโครงแบบร่าง แบบก่อสร้าง การประกวดราคา การก่อสร้าง และการส่งมอบเอกสาร
4.งวดงานและการจ่ายค่าบริการวิชาชีพ แบ่งจ่ายค่าบริการวิชาชีพแต่ละงวดเป็นเปอร์เซ็นต์ตามที่ตกลงกัน
5.ข้อตกลงอื่นๆ เกี่ยวกับรายละเอียดแบบและกรรมสิทธ์แบบบ้าน การเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกสัญญาว่าจ้าง การผิดสัญญาการทำงาน  และระยะกำหนดการทำงาน ฯลฯ

 
       โดยปกติแล้ว สัญญาจะครอบคลุมระยะเวลาการทำงานตั้งแต่เขียนแบบร่าง จนได้แบบก่อสร้าง ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงการว่าจ้างในสัญญา เช่น ว่าจ้างออกแบบสถาปัตยกรรมเพียงอย่างเดียว หรือว่าจ้างออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมทุกระบบ นอกจากนี้ยังมีข้อตกลงเพิ่มเติมในเรื่องอื่นๆ เช่น การจัดทำเอกสารรายการแสดงปริมาณและราคาวัสดุก่อสร้าง (BOQ) การช่วยเหลือเจ้าของบ้านดำเนินงานขออนุญาตที่หน่วยงานราชการ การเข้าตรวจรับงานก่อสร้างตามงวดงาน การว่าจ้างควบคุมงานก่อสร้าง เป็นต้น   

       สำหรับการจ่ายเงินค่าบริการวิชาชีพสถาปนิกในการออกแบบบ้าน มักคิดจากราคาประเมินค่าก่อสร้างในปัจจุบัน โดยเป็นอัตราเหมารวมการออกแบบสถาปัตยกรรม งานวิศวกรรมโครงสร้าง และงานวิศวกรระบบที่เกี่ยวข้อง ดังตารางต่อไปนี้

ภาพ: ตารางแสดงค่าบริการวิชาชีพตาม “คู่มือสถาปนิก พ.ศ. 2547” และวิธีการคำนวณ


 

ภาพ: ตัวอย่างสัญญาว่าจ้าง  (หน้า 5)

       ทั้งนี้ จากค่าบริการวิชาชีพสถาปนิก 1,950,000 บาท จะถูกชำระเป็นงวดๆ ตามที่เจ้าของบ้าน และสถาปนิกตกลงกัน ซึ่งไม่มีกฎกำหนดว่าแต่ละงวดงานจะต้องจ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ แต่ขึ้นอยู่กับการตกลงกันในสัญญาจ้างงาน

ตัวอย่างเช่น
  งวดที่ 1 จ่ายร้อยละ 5% จากค่าบริการวิชาชีพ     เมื่อทำการเซ็นสัญญาว่าจ้าง
  งวดที่ 2 จ่ายร้อยละ 25% จากค่าบริการวิชาชีพ    เมื่อสถาปนิกส่งมอบเอกสารการวางเค้าโครงการออกแบบ และการออกแบบขั้นต้นแล้วเสร็จ
  งวดที่ 3 จ่ายร้อยละ 30% จากค่าบริการวิชาชีพ    เมื่อสถาปนิกส่งมอบเอกสารแบบร่างขั้นสุดท้ายแล้วเสร็จ
  งวดที่ 4 จ่ายร้อยละ 40% จากค่าบริการวิชาชีพ    เมื่อสถาปนิกจัดทำแบบก่อสร้างพร้อมรายการประกอบแบบแล้วเสร็จ

       สำหรับงวดงาน และเปอร์เซ็นต์การแบ่งจ่ายชำระข้างต้นถือได้ว่าค่อนข้างเป็นธรรมระหว่างเจ้าของบ้านและสถาปนิก ทั้งนี้สามารถต่อรอง หรือปรับอัตราการจ่ายค่าบริการได้ โดยขึ้นอยู่กับขอบเขตงานที่ตกลงกัน ซึ่งเงินที่เจ้าของบ้านได้จ่ายให้แก่สถาปนิกไปนั้น จะถูกนำไปเฉลี่ยแบ่งจ่ายแก่ผู้ที่มีส่วนร่วมในการออกแบบตามที่ตกลงกัน เช่น วิศวกรโครงสร้าง วิศวกรงานระบบ นักเขียนแบบ เป็นต้น เรียกได้ว่าคุ้มค่าสำหรับการจ้างสถาปนิกดีดีสักคน เพราะนอกจากจะออกแบบบ้านให้แล้ว เขายังต้องติดต่อ จัดหาวิศวกร หรือประสานงานกับบุคคลอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกแบบบ้านให้ เท่านี้ คุณก็จะได้บ้านในฝันที่ถูกใจ ตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกตารางเมตร

       ทราบกันอย่างนี้แล้ว หากจ้างสถาปนิกมาออกแบบบ้านให้ ควรตกลงและทำความเข้าใจเรื่องสัญญาจ้างให้ตรงกัน เพราะหากเราเป็นเจ้าของบ้านที่เตรียมตัวมาอย่างดีแล้ว เชื่อว่าสถาปนิกก็จะทำงานให้เราออกมาได้ดีเช่นกัน ครั้งหน้า จะมาเล่าให้ฟังในขั้นตอนต่อไปเมื่อเราได้เอกสาร BOQ จากสถาปนิกแล้ว ทีนี้ถึงเวลาลุยหาผู้รับเหมาโดยวิธีการประกวดราคาว่ามีวิธีการอย่างไร



บทความที่แล้ว
เมื่อต้องคุยเรื่องบ้านกับสถาปนิก:
เรื่องที่เจ้าของบ้านต้องตัดสินใจ

5-เมื่อต้องคุยเรื่องบ้านกับสถาปนิกตอนที่2เรื่องที่เข้าของบ้านต้องตัดสินใจ-(1).jpg



บทความถัดไป
ข้อดีและข้อควรคำนึงหากว่าจ้างบริษัทรับสร้างบ้าน
7-ข้อดีและข้อควรคำนึงหากว่าจ้างบริษัทร.jpg


บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
เตรียมขออนุญาตก่อสร้าง และหาผู้รับเหมาไปพร้อมกัน
1-เตรียมขออนุญาตก่อสร้าง-และหาผู้รับเหมาไปพร้อมกัน.jpg



เตรียมพื้นที่ให้พร้อมก่อนเริ่มก่อสร้าง
51-เตรียมพื้นที่ให้พร้อมก่อนเริ่มก่อสร้าง.jpg


ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ