View : 8990
เรื่อง: SCG Experience

การผลิตที่แตกต่างของวัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์

กระบวนการผลิตวัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์มีหลายวิธี ส่งผลให้ชิ้นงานที่ได้มีคุณสมบัติแตกต่างกันไป ทั้งเรื่องความแข็งแรง ผิวสัมผัส การดัดโค้งงอ รวมถึงการนำไปใช้งานที่ต่างกัน

       หนึ่งในวัสดุที่นิยมนำมาใช้ทดแทนไม้จริงคือ “วัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์” ซึ่งในท้องตลาดปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบหลายผิวสัมผัส ดูผิวเผินแล้วคล้ายกัน แต่มีกระบวนการผลิตแตกต่างกันคือ Hatschek และ X-TRUSION ซึ่งส่งผลต่อรูปแบบผลิตภัณฑ์และการใช้งาน

       กระบวนการผลิตทั้งสองเหมือนกันในส่วนของวัตถุดิบหลักซึ่งประกอบไปด้วย ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ซิลิกาบริสุทธิ์ และเส้นใยเซลลูโลสชนิดพิเศษ โดยที่ระบบ Hatschek จะใช้เส้นใยยาว แต่ X-TRUSION จะใช้เส้นใยสั้น รวมถึงเทคโนโลยีการบ่มตัวผลิตภัณฑ์ด้วยหม้ออบแรงดันไอน้ำสูง (Autoclave) ที่ช่วยไล่ความชื้นและเพิ่มคุณสมบัติความแข็งแรงทนทานต่อสภาพอากาศต่างๆ 

ภาพ: วัตถุดิบหลักของทั้งสองกระบวนการผลิตเหมือนกัน

       หากพูดถึงความแตกต่าง กระบวนการผลิต “Hatschek” เป็นการขึ้นรูปด้วยลูกอัด (Roll) ทีละรอบๆ จนได้ความหนาแผ่นตามต้องการ สามารถพิมพ์ลวดลายที่มีผิวสัมผัสรวมทั้งทำความหนาตามต้องการได้ตั้งแต่ขั้นตอนการขึ้นรูป ผลิตชิ้นงานที่ความหนาสูงสุดได้ประมาณ 25 มม. ด้วยความที่มีวัตถุดิบเป็นเส้นใยยาวจึงสามารถดัดโค้งงอได้ ชิ้นงานที่ได้มีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ประมาณ 300 x1000 เซนติเมตร สามารถตัดแบ่งเป็นขนาดต่างๆ ตามต้องการได้ ทั้งแผ่นบอร์ดขนาด 120x300 เซนติเมตร 120x240 เซนติเมตร (สมาร์ทบอร์ด) หรือขนาดใกล้เคียงกับไม้จริงขนาด 10x300 เซนติเมตร 15x300 เซนติเมตร (ไม้พื้น) เป็นต้น โดยมีความหนาให้เลือกหลากหลาย เช่น 0.8, 1.2, 1.8 และ 2.5 เซนติเมตร หลังจากได้ชิ้นงานหากต้องทำสีจะนำไปผ่านกระบวนการทำสี

ภาพ:  ตัวอย่างการนำชิ้นงานที่ได้จากกระบวนการขึ้นรูปมาตัดแบ่งเป็นขนาดต่างๆ ตามต้องการ เช่น แผ่นสมาร์ทบอร์ด ไม้พื้น ไม้ระแนง เป็นต้น 

ภาพ:  แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ สมาร์ทบอร์ด เอสซีจี จากกระบวนการผลิตแบบ Hatschek สามารถติดตั้งแบบเรียบหรือแบบดัดโค้งงอได้

ภาพ: ไม้พื้น เอสซีจี ชิ้นงานไฟเบอร์ซีเมนต์ที่ผลิตด้วยกระบวนการ Hatschek มีทั้งสีสำเร็จรูปมาจากโรงงานและสีรองพื้นที่สามารถมาทำสีเองได้ตามต้องการ

       ส่วน “X-TRUSION” เป็นกระบวนการขึ้นรูปผ่านแม่พิมพ์ (Mold) ออกมาเป็นรูปโครงร่าง (Profile) (เทียบแม่พิมพ์คล้ายปากหลอดยาสีฟัน และวัตถุดิบคล้ายยาสีฟันที่วิ่งออกมาจากหลอด) นอกจากวัตถุดิบหลักที่กล่าวไปข้างต้น ยังประกอบไปด้วยสารผสมเพิ่มพิเศษ (Additives) ที่ช่วยให้การขึ้นรูปเป็นไปได้หลากหลายตามแม่พิมพ์ เล่นลูกเล่นได้มากกว่า ชิ้นงานที่ได้จะมีมาตรฐานสม่ำเสมอเท่ากันทุกแผ่นทั้งความหนาและความกว้าง มีความหนาตั้งแต่ 10-100 มม. แต่จะมีหน้ากว้างไม่มากนัก(เพราะต้องใช้แม่พิมพ์ในการขึ้นรูป) และด้วยความที่ใช้เส้นใยสั้นจึงไม่ยืดหยุ่นเท่ากับชิ้นงานจากระบบ Hatschek ตัวอย่างชิ้นงานที่ได้ เช่น ไม้ตกแต่งผนังที่มีพื้นผิวเล่นระดับสูงต่ำได้มาก และไม้พื้นซึ่งออกแบบให้มีรูตรงกลางเพื่อลดน้ำหนักวัสดุที่ยังคงความแข็งแรงอยู่ โดยหากเปรียบเทียบไม้พื้นทั้งสองระบบที่ความหนาเท่ากัน จะสามารถรับน้ำหนักได้ไม่ต่างกัน แต่สิ่งที่ต้องคำนึงคือไม้พื้นระบบ X-TRUSION จะมีรูตรงกลาง การติดตั้งจึงต้องมีการเก็บขอบงานไม้พื้นเพื่อความเรียบร้อยสวยงาม ซึ่งต่างจากแบบ Hatschek ที่สามารถโชว์สันไม้พื้นได้เลย

ภาพ:  วัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์ ไม้ตกแต่งผนัง เอสซีจี รุ่นโมดิน่า จากเทคโนโลยี X-TRUSION ที่มีพื้นผิวเล่นระดับสูงต่ำ ขับให้งานผนังดูมีมิติแตกต่าง

ภาพ: ไม้พื้น เอสซีจี ด้วยเทคโนโลยี X-TRUSION เมื่อปูแล้วจะเสมอเป็นระดับเดียวกันทั้งหมด ไม่มีการเผยอ หรือเหลื่อมล้ำกันให้เกิดการสะดุด เพราะขนาดที่เท่ากันทั้งความกว้างและความหนา

       วัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์มีหลายกระบวนการผลิตซึ่งส่งผลต่อคุณสมบัติและลักษณะเฉพาะของชิ้นงานที่แตกต่างกันไป การเลือกใช้งานนอกจากดูเรื่องความชอบความสวยงามของวัสดุแล้ว ยังควรพิจารณาถึงความเหมาะสมว่าพื้นที่ใช้งานนั้นๆ สอดคล้องกับวัสดุตัวไหนมากที่สุด แล้วอย่าลืมเตรียมความพร้อมเรื่องโครงสร้างรองรับให้สอดคล้องกับวัสดุที่เลือกใช้เพื่อให้สามารถรับน้ำหนักได้อย่างดีเยี่ยมและปลอดภัย ใช้งานได้อย่างแข็งแรงทนทาน

* วัสดุพื้นไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์เป็นวัสดุสำหรับงานตกแต่งเท่านั้น ไม่ควรใช้ในส่วนของงานโครงสร้าง
 

สอบถามข้อมูล/ประมาณการใช้งาน วัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์ เอสซีจี จากผู้เชี่ยวชาญ คลิกที่นี่



เรื่อง: SCG Experience

การผลิตที่แตกต่างของวัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์

กระบวนการผลิตวัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์มีหลายวิธี ส่งผลให้ชิ้นงานที่ได้มีคุณสมบัติแตกต่างกันไป ทั้งเรื่องความแข็งแรง ผิวสัมผัส การดัดโค้งงอ รวมถึงการนำไปใช้งานที่ต่างกัน

       หนึ่งในวัสดุที่นิยมนำมาใช้ทดแทนไม้จริงคือ “วัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์” ซึ่งในท้องตลาดปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบหลายผิวสัมผัส ดูผิวเผินแล้วคล้ายกัน แต่มีกระบวนการผลิตแตกต่างกันคือ Hatschek และ X-TRUSION ซึ่งส่งผลต่อรูปแบบผลิตภัณฑ์และการใช้งาน

       กระบวนการผลิตทั้งสองเหมือนกันในส่วนของวัตถุดิบหลักซึ่งประกอบไปด้วย ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ซิลิกาบริสุทธิ์ และเส้นใยเซลลูโลสชนิดพิเศษ โดยที่ระบบ Hatschek จะใช้เส้นใยยาว แต่ X-TRUSION จะใช้เส้นใยสั้น รวมถึงเทคโนโลยีการบ่มตัวผลิตภัณฑ์ด้วยหม้ออบแรงดันไอน้ำสูง (Autoclave) ที่ช่วยไล่ความชื้นและเพิ่มคุณสมบัติความแข็งแรงทนทานต่อสภาพอากาศต่างๆ 

ภาพ: วัตถุดิบหลักของทั้งสองกระบวนการผลิตเหมือนกัน

       หากพูดถึงความแตกต่าง กระบวนการผลิต “Hatschek” เป็นการขึ้นรูปด้วยลูกอัด (Roll) ทีละรอบๆ จนได้ความหนาแผ่นตามต้องการ สามารถพิมพ์ลวดลายที่มีผิวสัมผัสรวมทั้งทำความหนาตามต้องการได้ตั้งแต่ขั้นตอนการขึ้นรูป ผลิตชิ้นงานที่ความหนาสูงสุดได้ประมาณ 25 มม. ด้วยความที่มีวัตถุดิบเป็นเส้นใยยาวจึงสามารถดัดโค้งงอได้ ชิ้นงานที่ได้มีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ประมาณ 300 x1000 เซนติเมตร สามารถตัดแบ่งเป็นขนาดต่างๆ ตามต้องการได้ ทั้งแผ่นบอร์ดขนาด 120x300 เซนติเมตร 120x240 เซนติเมตร (สมาร์ทบอร์ด) หรือขนาดใกล้เคียงกับไม้จริงขนาด 10x300 เซนติเมตร 15x300 เซนติเมตร (ไม้พื้น) เป็นต้น โดยมีความหนาให้เลือกหลากหลาย เช่น 0.8, 1.2, 1.8 และ 2.5 เซนติเมตร หลังจากได้ชิ้นงานหากต้องทำสีจะนำไปผ่านกระบวนการทำสี

ภาพ:  ตัวอย่างการนำชิ้นงานที่ได้จากกระบวนการขึ้นรูปมาตัดแบ่งเป็นขนาดต่างๆ ตามต้องการ เช่น แผ่นสมาร์ทบอร์ด ไม้พื้น ไม้ระแนง เป็นต้น 

ภาพ:  แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ สมาร์ทบอร์ด เอสซีจี จากกระบวนการผลิตแบบ Hatschek สามารถติดตั้งแบบเรียบหรือแบบดัดโค้งงอได้

ภาพ: ไม้พื้น เอสซีจี ชิ้นงานไฟเบอร์ซีเมนต์ที่ผลิตด้วยกระบวนการ Hatschek มีทั้งสีสำเร็จรูปมาจากโรงงานและสีรองพื้นที่สามารถมาทำสีเองได้ตามต้องการ

       ส่วน “X-TRUSION” เป็นกระบวนการขึ้นรูปผ่านแม่พิมพ์ (Mold) ออกมาเป็นรูปโครงร่าง (Profile) (เทียบแม่พิมพ์คล้ายปากหลอดยาสีฟัน และวัตถุดิบคล้ายยาสีฟันที่วิ่งออกมาจากหลอด) นอกจากวัตถุดิบหลักที่กล่าวไปข้างต้น ยังประกอบไปด้วยสารผสมเพิ่มพิเศษ (Additives) ที่ช่วยให้การขึ้นรูปเป็นไปได้หลากหลายตามแม่พิมพ์ เล่นลูกเล่นได้มากกว่า ชิ้นงานที่ได้จะมีมาตรฐานสม่ำเสมอเท่ากันทุกแผ่นทั้งความหนาและความกว้าง มีความหนาตั้งแต่ 10-100 มม. แต่จะมีหน้ากว้างไม่มากนัก(เพราะต้องใช้แม่พิมพ์ในการขึ้นรูป) และด้วยความที่ใช้เส้นใยสั้นจึงไม่ยืดหยุ่นเท่ากับชิ้นงานจากระบบ Hatschek ตัวอย่างชิ้นงานที่ได้ เช่น ไม้ตกแต่งผนังที่มีพื้นผิวเล่นระดับสูงต่ำได้มาก และไม้พื้นซึ่งออกแบบให้มีรูตรงกลางเพื่อลดน้ำหนักวัสดุที่ยังคงความแข็งแรงอยู่ โดยหากเปรียบเทียบไม้พื้นทั้งสองระบบที่ความหนาเท่ากัน จะสามารถรับน้ำหนักได้ไม่ต่างกัน แต่สิ่งที่ต้องคำนึงคือไม้พื้นระบบ X-TRUSION จะมีรูตรงกลาง การติดตั้งจึงต้องมีการเก็บขอบงานไม้พื้นเพื่อความเรียบร้อยสวยงาม ซึ่งต่างจากแบบ Hatschek ที่สามารถโชว์สันไม้พื้นได้เลย

ภาพ:  วัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์ ไม้ตกแต่งผนัง เอสซีจี รุ่นโมดิน่า จากเทคโนโลยี X-TRUSION ที่มีพื้นผิวเล่นระดับสูงต่ำ ขับให้งานผนังดูมีมิติแตกต่าง

ภาพ: ไม้พื้น เอสซีจี ด้วยเทคโนโลยี X-TRUSION เมื่อปูแล้วจะเสมอเป็นระดับเดียวกันทั้งหมด ไม่มีการเผยอ หรือเหลื่อมล้ำกันให้เกิดการสะดุด เพราะขนาดที่เท่ากันทั้งความกว้างและความหนา

       วัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์มีหลายกระบวนการผลิตซึ่งส่งผลต่อคุณสมบัติและลักษณะเฉพาะของชิ้นงานที่แตกต่างกันไป การเลือกใช้งานนอกจากดูเรื่องความชอบความสวยงามของวัสดุแล้ว ยังควรพิจารณาถึงความเหมาะสมว่าพื้นที่ใช้งานนั้นๆ สอดคล้องกับวัสดุตัวไหนมากที่สุด แล้วอย่าลืมเตรียมความพร้อมเรื่องโครงสร้างรองรับให้สอดคล้องกับวัสดุที่เลือกใช้เพื่อให้สามารถรับน้ำหนักได้อย่างดีเยี่ยมและปลอดภัย ใช้งานได้อย่างแข็งแรงทนทาน

* วัสดุพื้นไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์เป็นวัสดุสำหรับงานตกแต่งเท่านั้น ไม่ควรใช้ในส่วนของงานโครงสร้าง
 

สอบถามข้อมูล/ประมาณการใช้งาน วัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์ เอสซีจี จากผู้เชี่ยวชาญ คลิกที่นี่



ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ