View : 2441
เรื่อง: SCG Experience

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับสังคมผู้สูงอายุในประเทศไทย

ประเทศไทยเองก็เป็นหนึ่งในหลายประเทศทั่วโลก ที่มีจำนวนผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อยๆ และคาดว่าจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2564

       ในโลกปัจจุบันที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการแพทย์เจริญก้าวหน้า รวมถึงนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คนเรามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มีอายุเฉลี่ยมากขึ้น อัตราการเสียชีวิตลดลง ซึ่งแม้ว่าจะเป็นเรื่องน่ายินดีที่คนเรามีอายุยืนยาวขึ้น แต่ในขณะเดียวกันการมีอัตราเกิดที่น้อยลง ทำให้หลายประเทศทั่วโลกมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
 
       องค์การสหประชาชาติได้ประเมินและคาดการณ์ไว้ว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544-2643 (2001-2100) โครงสร้างสังคมทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย สำหรับประเทศไทยเอง สำนักงานสถิติแห่งชาติสรุปไว้ว่า (จากผลสำรวจปี พ.ศ. 2557) ไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 (2005) โดยมีประชากรผู้สูงอายุคิดเป็นร้อยละ 10.4 ของประชากรทั้งประเทศ และคาดว่าจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ในปี พ.ศ. 2564 (2021)

*องค์การสหประชาชาติได้นิยาม “ผู้สูงอายุ” หมายถึงประชากรทั้งเพศชายและหญิงที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ขึ้นไปและได้แบ่งระดับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เป็น 3 ระดับ ได้แก่

1. ระดับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging society) หมายถึง สังคมหรือประเทศที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศ หรือ มีประชากรอายุตั้งแต่ 65 ปีมากกว่าร้อยละ 7 ของประชากรทั้งประเทศ
2. ระดับสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged society) หมายถึง สังคมหรือประเทศที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ หรือ มีประชากรอายุตั้งแต่ 65 ปี มากกว่าร้อยละ 14 ของประชากรทั้งประเทศ
3. ระดับสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ (Super-aged society) หมายถึง สังคมหรือประเทศที่มีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ 

ภาพ: แนวโน้มสถานการณ์ผู้สูงอายุในประเทศไทย
ขอขอบคุณแหล่งที่มาอ้างอิง: สำรวจข้อมูลประชากรสูงอายุไทย ปี 2545, 2554 และ 2557; สำนักงานสถิติแห่งชำติ

       นอกจากนี้ จากการสำรวจดัชนีการสูงอายุของประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราส่วนของผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) ต่อเด็ก (อายุต่ำกว่า 15 ปี) ในปี 2537 คิดเป็นอัตราส่วน 22.6 : 100 คน และในปี 2557 คิดเป็นอัตราส่วน 82.6 : 100 สำหรับอัตราส่วนเกื้อหนุนคืออัตราส่วนของคนวัยทำงานอายุ 15-59 ปี ต่อผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่คนในวัยทำงานจะสามารถดูแลเกื้อหนุนผู้สูงอายุ 1 คน พบว่ามีแนวโน้มลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง จาก 9.3 : 1 ในปี 2537 เป็น 7 : 1 (ปี 2545) 6.3 : 1 (ในปี 2550) และ 5.5 : 1 (ในปี 2554) โดยในปี 2557 มีอัตราส่วนลดลงเหลือ 4.5 : 1 ซึ่งหมายความว่ามีคนในวัยทำงานจำนวน 4 คน จะสามารถเลี้ยงดูผู้สูงอายุได้ 1 คน

ภาพ: อัตราส่วนของผู้สูงอายุต่อเด็กในประเทศไทย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขอขอบคุณแหล่งที่มาอ้างอิง:
http://service.nso.go.th
http://fopdev.or.th/

ภาพ: อัตราส่วนของคนวัยทำงานต่อผู้สูงอายุในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่คนในวัยทำงานจะสามารถดูแลเกื้อหนุนผู้สูงอายุ 1 คน ซึ่งพบว่ามีแนวโน้มลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง
ขอขอบคุณแหล่งที่มาอ้างอิง: 
http://service.nso.go.th
http://fopdev.or.th/

       จะเห็นได้ว่า การเตรียมความพร้อมเรื่องสังคมผู้สูงอายุมีความสำคัญ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคนทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเริ่มได้ตั้งแต่ตัวเราบ้านเรา ระดับชุมชนเมือง และระดับประเทศ ให้สามารถดูแลพวกเขาได้อย่างดี รองรับการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ (ทั้งผู้สูงอายุที่พึ่งพาตัวเองได้อาศัยอยู่ในบ้านตามลำพัง และผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ร่วมกับลูกหลาน รวมทั้งผู้สูงอายุที่ต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด) และการให้พวกเขายังคงเป็นส่วนหนึ่งของสังคมได้อย่างดี รวมถึงการเตรียมที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้สูงอายุแต่ละคน ให้สามารถใช้งานและเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย อีกทั้งมีความปลอดภัย

ภาพ: การเตรียมความพร้อมเรื่องสังคมผู้สูงอายุ สามารถเริ่มต้นได้ที่บ้านเรา
ขอบคุณภาพ: SCG Eldercare Solution

ภาพ: ตัวอย่างบ้านที่ออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ซึ่งคิดคำนึงตั้งแต่พื้นที่ภายนอกบ้าน พื้นที่ภายในบ้าน และพื้นที่ส่วนตัว เช่น ห้องนอน และ ห้องน้ำ ให้พวกเขาสามารถใช้งานและเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย
ขอบคุณภาพ: SCG HEIM และ SCG Eldercare Solution

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
http://www.dop.go.th
http://service.nso.go.th
https://www.hfocus.org
https://www.m-society.go.th
http://www.ipsr.mahidol.ac.th
http://social.nesdb.go.th

 

เรื่อง: SCG Experience

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับสังคมผู้สูงอายุในประเทศไทย

ประเทศไทยเองก็เป็นหนึ่งในหลายประเทศทั่วโลก ที่มีจำนวนผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อยๆ และคาดว่าจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2564

       ในโลกปัจจุบันที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการแพทย์เจริญก้าวหน้า รวมถึงนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คนเรามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มีอายุเฉลี่ยมากขึ้น อัตราการเสียชีวิตลดลง ซึ่งแม้ว่าจะเป็นเรื่องน่ายินดีที่คนเรามีอายุยืนยาวขึ้น แต่ในขณะเดียวกันการมีอัตราเกิดที่น้อยลง ทำให้หลายประเทศทั่วโลกมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
 
       องค์การสหประชาชาติได้ประเมินและคาดการณ์ไว้ว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544-2643 (2001-2100) โครงสร้างสังคมทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย สำหรับประเทศไทยเอง สำนักงานสถิติแห่งชาติสรุปไว้ว่า (จากผลสำรวจปี พ.ศ. 2557) ไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 (2005) โดยมีประชากรผู้สูงอายุคิดเป็นร้อยละ 10.4 ของประชากรทั้งประเทศ และคาดว่าจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ในปี พ.ศ. 2564 (2021)

*องค์การสหประชาชาติได้นิยาม “ผู้สูงอายุ” หมายถึงประชากรทั้งเพศชายและหญิงที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ขึ้นไปและได้แบ่งระดับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เป็น 3 ระดับ ได้แก่

1. ระดับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging society) หมายถึง สังคมหรือประเทศที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศ หรือ มีประชากรอายุตั้งแต่ 65 ปีมากกว่าร้อยละ 7 ของประชากรทั้งประเทศ
2. ระดับสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged society) หมายถึง สังคมหรือประเทศที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ หรือ มีประชากรอายุตั้งแต่ 65 ปี มากกว่าร้อยละ 14 ของประชากรทั้งประเทศ
3. ระดับสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ (Super-aged society) หมายถึง สังคมหรือประเทศที่มีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ 

ภาพ: แนวโน้มสถานการณ์ผู้สูงอายุในประเทศไทย
ขอขอบคุณแหล่งที่มาอ้างอิง: สำรวจข้อมูลประชากรสูงอายุไทย ปี 2545, 2554 และ 2557; สำนักงานสถิติแห่งชำติ

       นอกจากนี้ จากการสำรวจดัชนีการสูงอายุของประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราส่วนของผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) ต่อเด็ก (อายุต่ำกว่า 15 ปี) ในปี 2537 คิดเป็นอัตราส่วน 22.6 : 100 คน และในปี 2557 คิดเป็นอัตราส่วน 82.6 : 100 สำหรับอัตราส่วนเกื้อหนุนคืออัตราส่วนของคนวัยทำงานอายุ 15-59 ปี ต่อผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่คนในวัยทำงานจะสามารถดูแลเกื้อหนุนผู้สูงอายุ 1 คน พบว่ามีแนวโน้มลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง จาก 9.3 : 1 ในปี 2537 เป็น 7 : 1 (ปี 2545) 6.3 : 1 (ในปี 2550) และ 5.5 : 1 (ในปี 2554) โดยในปี 2557 มีอัตราส่วนลดลงเหลือ 4.5 : 1 ซึ่งหมายความว่ามีคนในวัยทำงานจำนวน 4 คน จะสามารถเลี้ยงดูผู้สูงอายุได้ 1 คน

ภาพ: อัตราส่วนของผู้สูงอายุต่อเด็กในประเทศไทย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขอขอบคุณแหล่งที่มาอ้างอิง:
http://service.nso.go.th
http://fopdev.or.th/

ภาพ: อัตราส่วนของคนวัยทำงานต่อผู้สูงอายุในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่คนในวัยทำงานจะสามารถดูแลเกื้อหนุนผู้สูงอายุ 1 คน ซึ่งพบว่ามีแนวโน้มลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง
ขอขอบคุณแหล่งที่มาอ้างอิง: 
http://service.nso.go.th
http://fopdev.or.th/

       จะเห็นได้ว่า การเตรียมความพร้อมเรื่องสังคมผู้สูงอายุมีความสำคัญ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคนทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเริ่มได้ตั้งแต่ตัวเราบ้านเรา ระดับชุมชนเมือง และระดับประเทศ ให้สามารถดูแลพวกเขาได้อย่างดี รองรับการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ (ทั้งผู้สูงอายุที่พึ่งพาตัวเองได้อาศัยอยู่ในบ้านตามลำพัง และผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ร่วมกับลูกหลาน รวมทั้งผู้สูงอายุที่ต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด) และการให้พวกเขายังคงเป็นส่วนหนึ่งของสังคมได้อย่างดี รวมถึงการเตรียมที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้สูงอายุแต่ละคน ให้สามารถใช้งานและเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย อีกทั้งมีความปลอดภัย

ภาพ: การเตรียมความพร้อมเรื่องสังคมผู้สูงอายุ สามารถเริ่มต้นได้ที่บ้านเรา
ขอบคุณภาพ: SCG Eldercare Solution

ภาพ: ตัวอย่างบ้านที่ออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ซึ่งคิดคำนึงตั้งแต่พื้นที่ภายนอกบ้าน พื้นที่ภายในบ้าน และพื้นที่ส่วนตัว เช่น ห้องนอน และ ห้องน้ำ ให้พวกเขาสามารถใช้งานและเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย
ขอบคุณภาพ: SCG HEIM และ SCG Eldercare Solution

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
http://www.dop.go.th
http://service.nso.go.th
https://www.hfocus.org
https://www.m-society.go.th
http://www.ipsr.mahidol.ac.th
http://social.nesdb.go.th

 

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ