View : 17181
เรื่อง: กิตติวุฒิ เฉลยถ้อย

ควรตัดสินใจเลือกใช้วัสดุก่อสร้างในขั้นตอนใด?

การกำหนดวัสดุตกแต่งภายในบ้านจะช่วยให้เจ้าของบ้าน สถาปนิก และผู้รับเหมา  เข้าใจและเห็นภาพรวมของบ้านเป็นภาพเดียวกันง่ายขึ้น

       ในการสร้างบ้านแต่ละหลัง การเลือกใช้วัสดุก่อสร้าง และวัสดุตกแต่งภายในเป็นสิ่งที่มีผลมากต่อรูปร่างหน้าตา และอารมณ์โดยรวมของบ้านทั้งภายในและภายนอก รวมถึงในทางการก่อสร้าง วัสดุแต่ละประเภทจะมีเทคนิคการติดตั้งหรือรูปแบบการใช้งานเฉพาะตัว   ซึ่งส่งผลอย่างมากต่อการวางแผนงานก่อสร้างในแต่ละขั้นตอนด้วยเช่นกัน  ดังนั้นเพื่อให้บ้านออกมาสวยงามสมดังที่หวังเอาไว้  ทั้งเจ้าของบ้านและสถาปนิกผู้ซึ่งมีบทบาทโดยตรงในการเลือกใช้วัสดุต่างๆ จึงควรเตรียมตัวสำหรับวางแผนและตัดสินใจเลือกวัสดุมาใช้งานให้ดี ทั้งในช่วงระหว่างออกแบบและระหว่างการก่อสร้าง

ภาพ: ความแตกต่างของสไตล์และการตกแต่งบ้านทั้งภายนอกและภายในของบ้านสไตล์ไทยประยุกต์ (Thai Oriental) และบ้านสไตล์ร่วมสมัย (Contemporary Style)

       ในช่วงระหว่างขั้นตอนการออกแบบ จะเป็นช่วงเวลาที่เจ้าของบ้านคุยตกลงรายละเอียดกับสถาปนิกเพื่อพัฒนาแบบให้เป็นรูปเป็นร่าง สถาปนิกจะเขียนแบบเพื่อเตรียมไปก่อสร้างจริง  ในช่วงท้ายของขั้นตอนนี้ก่อนที่แบบจะใกล้เสร็จเพื่อเตรียมยื่นขออนุญาตก่อสร้างหรือประเมินราคาในขั้นตอนต่อไป  สถาปนิกจะเป็นคนกำหนดรายการวัสดุทุกอย่างของทุกห้องและทุกส่วนทั้งภายนอกและภายในออกมาเป็นเอกสารที่ชื่อว่า “รายการประกอบแบบ”   ตามแนวทางความต้องการของเจ้าของบ้านที่ได้คุยตกลงกันไว้แล้วจากการพูดคุยและพัฒนาแบบมาซักระยะนึง   เอกสารชุดนี้จะถูกใช้งานร่วมกับแบบก่อสร้างที่แล้วเสร็จ  เพื่อช่วยให้การก่อสร้างในขั้นตอนต่อไปสามารถทำงานได้รวดเร็วถูกต้องตามแบบ  และนำไปใช้สำหรับการประเมินราคาค่าก่อสร้าง    อีกทั้งรายการประกอบแบบนี้จะช่วยป้องกันปัญหาเกี่ยวกับการทำผิดสัญญาจ้างระหว่างเจ้าของบ้านและผู้รับเหมาได้ในภายหลัง  อย่างเช่น  ปัญหาการเปลี่ยนแปลงวัสดุระหว่างก่อสร้าง  หรือปัญหาการเลือกใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน  ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อขั้นตอนส่วนอื่นทำให้เสียเวลาและเสียเงิน  รวมถึงวัสดุที่ซื้อมาแล้วอาจถูกทิ้งโดยเสียเปล่าได้

ภาพ: รายการประกอบแบบที่ระบุถึงวัสดุที่ใช้

       ดังนั้นการกำหนดวัสดุ จึงควรจะรีบตกลงกันให้เสร็จภายในขั้นตอนระหว่างการออกแบบก่อนที่แบบงานสถาปัตยกรรมจะเสร็จสมบูรณ์  และหากเจ้าของบ้านมีความต้องการใช้วัสดุประเภทใดเป็นพิเศษ หรือในกรณีเป็นการรีโนเวทบ้านที่ต้องการให้เลือกใช้วัสดุเดิมที่มีอยู่แล้ว  ก็ควรรีบแจ้งให้สถาปนิกทราบเพื่อเตรียมคิดหาทางจัดการกับวัสดุดังกล่าว   เพราะวัสดุที่เราเลือกใช้นั้นจะส่งผลโดยตรงต่อการออกแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดระยะความกว้าง ความยาว หรือความสูงของส่วนต่างๆ   ซึ่งจำเป็นต้องรู้ขนาดและรูปแบบของวัสดุโดยละเอียด   เพื่อเขียนกำหนดลงไปในแบบสำหรับใช้ก่อสร้างต่อไป  ตัวอย่างเช่น  การเลือกสุขภัณฑ์สำหรับห้องน้ำ  ในแต่ละรุ่นจะมีระยะของท่อ  ระยะความกว้าง ความยาว และความสูงที่สถาปนิกต้องทราบเพื่อใช้กำหนดลงไปในแบบ  ทั้งการบอกระยะสำหรับติดตั้งท่อประปาและเพื่อการเผื่อระยะห่างระหว่างส่วนอื่นสำหรับช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน

ภาพ: โถสุขภัณฑ์มีหลายประเภทซึ่งมีรูปแบบ ระบบการชำระล้าง ขนาด และตำแหน่งท่อน้ำทิ้งที่ต่างกัน

ภาพ: วัสดุตกแต่งผนังภายนอกมีผลต่อการเตรียมผนังที่หน้างานก่อสร้าง

ภาพ: วัสดุมุงหลังคาแต่ละประเภทมีสไตล์ ระยะแป และองศาการมุงที่ต่างกัน

       นอกจากนี้วัสดุบางประเภท อย่างเช่น แผ่นหินเทียม แผ่นหินอ่อนกรุผิวหน้าเคาน์เตอร์ บานประตูไม้ หน้าต่างกระจกสี มือจับประตูทองเหลือง อาจจะมีระยะหรือมีเทคนิคการติดตั้งพิเศษเฉพาะตัว   รวมทั้งอาจจะต้องสั่งผลิตเป็นพิเศษและต้องใช้เวลานานในการรอ  จึงควรคุยตกลงกันให้เสร็จภายในระหว่างช่วงการออกแบบก่อนที่แบบสถาปัตยกรรมจะเสร็จหรือก่อนการก่อสร้าง  เพื่อให้ผู้รับเหมาสามารถวางแผนการก่อสร้างตามตามความสำคัญได้ง่ายขึ้น  สามารถเผื่อเวลาการสั่งของ  และลำดับขั้นตอนต่างๆ ได้ตามระยะเวลาที่เหมาะสมโดยไม่กระทบกับงานส่วนอื่น

ภาพ: หลากหลายวัสดุท็อปเคาน์เตอร์ ที่มีรายละเอียดการติดตั้งและรูปแบบที่ต่างกัน

ภาพ: งานประตูหน้าต่างที่มีการใช้งานแตกต่างกัน
ขอบคุณสถานที่: ภาพกลางบน AREE HOUSE (Floating House)

       สำหรับงานตกแต่งภายใน อาจจะสามารถเลือกวัสดุได้ในช่วงเวลาหลังจากที่แบบสถาปัตยกรรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว  หรือในช่วงระหว่างการก่อสร้างที่เริ่มมีการก่อสร้างไปแล้วบ้างบางส่วน   เนื่องจากเป็นส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับงานโครงสร้าง งานระบบ และงานสถาปัตยกรรมเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น   แต่ทั้งนี้ในการออกแบบตกแต่งภายในก็จะมีวัสดุบางประเภทที่คาบเกี่ยวกับส่วนงานสถาปัตยกรรมหรืองานระบบอยู่   ซึ่งจะมีผลต่อขั้นตอนการทำงานและรูปแบบของงานตกแต่งภายในมากพอสมควร   ตัวอย่างเช่น   การเลือกวัสดุพื้น ผนัง และฝ้าเพดาน  หรือรูปแบบของดวงโคมและตำแหน่งการเดินท่อร้อยสายไฟ    ซึ่งทางที่ดีทั้งเจ้าของบ้าน สถาปนิก และมัณฑนากรผู้ออกแบบตกแต่งภายในก็ควรจะคุยตกลงกันและเลือกรายการวัสดุก่อนที่แบบสถาปัตยกรรมจะเสร็จหรือก่อนที่การก่อสร้างจะเริ่มตามที่กล่าวมาในข้างต้น   แต่ก็ยังมีวัสดุบางประเภทที่เป็นส่วนของงานปกปิดพื้นผิวที่ยังพอจะปรับเปลี่ยนได้เล็กน้อยโดยไม่กระทบต่อการก่อสร้าง  จึงสามารถตัดสินใจเลือกหรือแก้ไขเพิ่มเติมได้ในภายหลังระหว่างขั้นตอนการก่อสร้าง  ตัวอย่างเช่น  การเปลี่ยนสีผนัง  การเปลี่ยนสีสัน ลวดลาย หรือผิวสัมผัสด้านหรือมันเงาของกระเบื้องกรุผนัง

ภาพ: วัสดุตกแต่งปิดผิวฝ้าเพดาน ผนัง และพื้น ซึ่งสามารถเลือกหรือเปลี่ยนแปลงในระหว่างงานก่อสร้างได้

       กล่าวโดยสรุป การเลือกวัสดุต่างๆ สำหรับใช้งานทั้งภายในและภายนอกบ้านควรคุยตกลงกันให้เสร็จตั้งแต่ขั้นตอนระหว่างการออกแบบหรือก่อนที่แบบจะเสร็จสมบูรณ์   เนื่องจากการกำหนดวัสดุภายในบ้านจะช่วยให้เจ้าของบ้าน สถาปนิก และผู้รับเหมา  เข้าใจและเห็นภาพรวมของบ้านเป็นภาพเดียวกันง่ายขึ้น  ทั้งยังส่งผลดีต่อการวางแผนงานก่อสร้างซึ่งเป็นขั้นตอนในลำดับต่อมา  โดยจะช่วยให้งานง่ายขึ้น และลดปัญหาทางเทคนิคที่อาจเกิดขึ้นตามมาในภายหลังได้อีกด้วย


กิตติวุฒิ เฉลยถ้อย
การศึกษา: สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 


 

เรื่อง: กิตติวุฒิ เฉลยถ้อย

ควรตัดสินใจเลือกใช้วัสดุก่อสร้างในขั้นตอนใด?

การกำหนดวัสดุตกแต่งภายในบ้านจะช่วยให้เจ้าของบ้าน สถาปนิก และผู้รับเหมา  เข้าใจและเห็นภาพรวมของบ้านเป็นภาพเดียวกันง่ายขึ้น

       ในการสร้างบ้านแต่ละหลัง การเลือกใช้วัสดุก่อสร้าง และวัสดุตกแต่งภายในเป็นสิ่งที่มีผลมากต่อรูปร่างหน้าตา และอารมณ์โดยรวมของบ้านทั้งภายในและภายนอก รวมถึงในทางการก่อสร้าง วัสดุแต่ละประเภทจะมีเทคนิคการติดตั้งหรือรูปแบบการใช้งานเฉพาะตัว   ซึ่งส่งผลอย่างมากต่อการวางแผนงานก่อสร้างในแต่ละขั้นตอนด้วยเช่นกัน  ดังนั้นเพื่อให้บ้านออกมาสวยงามสมดังที่หวังเอาไว้  ทั้งเจ้าของบ้านและสถาปนิกผู้ซึ่งมีบทบาทโดยตรงในการเลือกใช้วัสดุต่างๆ จึงควรเตรียมตัวสำหรับวางแผนและตัดสินใจเลือกวัสดุมาใช้งานให้ดี ทั้งในช่วงระหว่างออกแบบและระหว่างการก่อสร้าง

ภาพ: ความแตกต่างของสไตล์และการตกแต่งบ้านทั้งภายนอกและภายในของบ้านสไตล์ไทยประยุกต์ (Thai Oriental) และบ้านสไตล์ร่วมสมัย (Contemporary Style)

       ในช่วงระหว่างขั้นตอนการออกแบบ จะเป็นช่วงเวลาที่เจ้าของบ้านคุยตกลงรายละเอียดกับสถาปนิกเพื่อพัฒนาแบบให้เป็นรูปเป็นร่าง สถาปนิกจะเขียนแบบเพื่อเตรียมไปก่อสร้างจริง  ในช่วงท้ายของขั้นตอนนี้ก่อนที่แบบจะใกล้เสร็จเพื่อเตรียมยื่นขออนุญาตก่อสร้างหรือประเมินราคาในขั้นตอนต่อไป  สถาปนิกจะเป็นคนกำหนดรายการวัสดุทุกอย่างของทุกห้องและทุกส่วนทั้งภายนอกและภายในออกมาเป็นเอกสารที่ชื่อว่า “รายการประกอบแบบ”   ตามแนวทางความต้องการของเจ้าของบ้านที่ได้คุยตกลงกันไว้แล้วจากการพูดคุยและพัฒนาแบบมาซักระยะนึง   เอกสารชุดนี้จะถูกใช้งานร่วมกับแบบก่อสร้างที่แล้วเสร็จ  เพื่อช่วยให้การก่อสร้างในขั้นตอนต่อไปสามารถทำงานได้รวดเร็วถูกต้องตามแบบ  และนำไปใช้สำหรับการประเมินราคาค่าก่อสร้าง    อีกทั้งรายการประกอบแบบนี้จะช่วยป้องกันปัญหาเกี่ยวกับการทำผิดสัญญาจ้างระหว่างเจ้าของบ้านและผู้รับเหมาได้ในภายหลัง  อย่างเช่น  ปัญหาการเปลี่ยนแปลงวัสดุระหว่างก่อสร้าง  หรือปัญหาการเลือกใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน  ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อขั้นตอนส่วนอื่นทำให้เสียเวลาและเสียเงิน  รวมถึงวัสดุที่ซื้อมาแล้วอาจถูกทิ้งโดยเสียเปล่าได้

ภาพ: รายการประกอบแบบที่ระบุถึงวัสดุที่ใช้

       ดังนั้นการกำหนดวัสดุ จึงควรจะรีบตกลงกันให้เสร็จภายในขั้นตอนระหว่างการออกแบบก่อนที่แบบงานสถาปัตยกรรมจะเสร็จสมบูรณ์  และหากเจ้าของบ้านมีความต้องการใช้วัสดุประเภทใดเป็นพิเศษ หรือในกรณีเป็นการรีโนเวทบ้านที่ต้องการให้เลือกใช้วัสดุเดิมที่มีอยู่แล้ว  ก็ควรรีบแจ้งให้สถาปนิกทราบเพื่อเตรียมคิดหาทางจัดการกับวัสดุดังกล่าว   เพราะวัสดุที่เราเลือกใช้นั้นจะส่งผลโดยตรงต่อการออกแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดระยะความกว้าง ความยาว หรือความสูงของส่วนต่างๆ   ซึ่งจำเป็นต้องรู้ขนาดและรูปแบบของวัสดุโดยละเอียด   เพื่อเขียนกำหนดลงไปในแบบสำหรับใช้ก่อสร้างต่อไป  ตัวอย่างเช่น  การเลือกสุขภัณฑ์สำหรับห้องน้ำ  ในแต่ละรุ่นจะมีระยะของท่อ  ระยะความกว้าง ความยาว และความสูงที่สถาปนิกต้องทราบเพื่อใช้กำหนดลงไปในแบบ  ทั้งการบอกระยะสำหรับติดตั้งท่อประปาและเพื่อการเผื่อระยะห่างระหว่างส่วนอื่นสำหรับช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน

ภาพ: โถสุขภัณฑ์มีหลายประเภทซึ่งมีรูปแบบ ระบบการชำระล้าง ขนาด และตำแหน่งท่อน้ำทิ้งที่ต่างกัน

ภาพ: วัสดุตกแต่งผนังภายนอกมีผลต่อการเตรียมผนังที่หน้างานก่อสร้าง

ภาพ: วัสดุมุงหลังคาแต่ละประเภทมีสไตล์ ระยะแป และองศาการมุงที่ต่างกัน

       นอกจากนี้วัสดุบางประเภท อย่างเช่น แผ่นหินเทียม แผ่นหินอ่อนกรุผิวหน้าเคาน์เตอร์ บานประตูไม้ หน้าต่างกระจกสี มือจับประตูทองเหลือง อาจจะมีระยะหรือมีเทคนิคการติดตั้งพิเศษเฉพาะตัว   รวมทั้งอาจจะต้องสั่งผลิตเป็นพิเศษและต้องใช้เวลานานในการรอ  จึงควรคุยตกลงกันให้เสร็จภายในระหว่างช่วงการออกแบบก่อนที่แบบสถาปัตยกรรมจะเสร็จหรือก่อนการก่อสร้าง  เพื่อให้ผู้รับเหมาสามารถวางแผนการก่อสร้างตามตามความสำคัญได้ง่ายขึ้น  สามารถเผื่อเวลาการสั่งของ  และลำดับขั้นตอนต่างๆ ได้ตามระยะเวลาที่เหมาะสมโดยไม่กระทบกับงานส่วนอื่น

ภาพ: หลากหลายวัสดุท็อปเคาน์เตอร์ ที่มีรายละเอียดการติดตั้งและรูปแบบที่ต่างกัน

ภาพ: งานประตูหน้าต่างที่มีการใช้งานแตกต่างกัน
ขอบคุณสถานที่: ภาพกลางบน AREE HOUSE (Floating House)

       สำหรับงานตกแต่งภายใน อาจจะสามารถเลือกวัสดุได้ในช่วงเวลาหลังจากที่แบบสถาปัตยกรรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว  หรือในช่วงระหว่างการก่อสร้างที่เริ่มมีการก่อสร้างไปแล้วบ้างบางส่วน   เนื่องจากเป็นส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับงานโครงสร้าง งานระบบ และงานสถาปัตยกรรมเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น   แต่ทั้งนี้ในการออกแบบตกแต่งภายในก็จะมีวัสดุบางประเภทที่คาบเกี่ยวกับส่วนงานสถาปัตยกรรมหรืองานระบบอยู่   ซึ่งจะมีผลต่อขั้นตอนการทำงานและรูปแบบของงานตกแต่งภายในมากพอสมควร   ตัวอย่างเช่น   การเลือกวัสดุพื้น ผนัง และฝ้าเพดาน  หรือรูปแบบของดวงโคมและตำแหน่งการเดินท่อร้อยสายไฟ    ซึ่งทางที่ดีทั้งเจ้าของบ้าน สถาปนิก และมัณฑนากรผู้ออกแบบตกแต่งภายในก็ควรจะคุยตกลงกันและเลือกรายการวัสดุก่อนที่แบบสถาปัตยกรรมจะเสร็จหรือก่อนที่การก่อสร้างจะเริ่มตามที่กล่าวมาในข้างต้น   แต่ก็ยังมีวัสดุบางประเภทที่เป็นส่วนของงานปกปิดพื้นผิวที่ยังพอจะปรับเปลี่ยนได้เล็กน้อยโดยไม่กระทบต่อการก่อสร้าง  จึงสามารถตัดสินใจเลือกหรือแก้ไขเพิ่มเติมได้ในภายหลังระหว่างขั้นตอนการก่อสร้าง  ตัวอย่างเช่น  การเปลี่ยนสีผนัง  การเปลี่ยนสีสัน ลวดลาย หรือผิวสัมผัสด้านหรือมันเงาของกระเบื้องกรุผนัง

ภาพ: วัสดุตกแต่งปิดผิวฝ้าเพดาน ผนัง และพื้น ซึ่งสามารถเลือกหรือเปลี่ยนแปลงในระหว่างงานก่อสร้างได้

       กล่าวโดยสรุป การเลือกวัสดุต่างๆ สำหรับใช้งานทั้งภายในและภายนอกบ้านควรคุยตกลงกันให้เสร็จตั้งแต่ขั้นตอนระหว่างการออกแบบหรือก่อนที่แบบจะเสร็จสมบูรณ์   เนื่องจากการกำหนดวัสดุภายในบ้านจะช่วยให้เจ้าของบ้าน สถาปนิก และผู้รับเหมา  เข้าใจและเห็นภาพรวมของบ้านเป็นภาพเดียวกันง่ายขึ้น  ทั้งยังส่งผลดีต่อการวางแผนงานก่อสร้างซึ่งเป็นขั้นตอนในลำดับต่อมา  โดยจะช่วยให้งานง่ายขึ้น และลดปัญหาทางเทคนิคที่อาจเกิดขึ้นตามมาในภายหลังได้อีกด้วย


กิตติวุฒิ เฉลยถ้อย
การศึกษา: สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 



บทความที่แล้ว
การตรวจรับงานหลังคาฉบับเจ้าของบ้าน
77-การตรวจรับงานหลังคาฉบับเจ้าของบ้าน.jpg



บทความถัดไป
Material Guide : ปลูกบ้านด้วยโครงสร้างปูนหรือเหล็ก
เรื่องไม่เล็กที่ต้องเรียนรู้และตัดสินใจ

2-MaterialGuide-ปลูกบ้านด้วยโครงสร้างปูนหรือโครงสร้างเหล็กเรื่องไม่เล็กที่ต้องเรียนรู้และตัดสินใจ.jpg

 


 

ขออภัยค่ะ ขณะนี้นอกเวลาทำการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง หรือฝากข้อความไว้ที่ SCG Contact Center นะคะ